เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ! - บทที่ 168 ภารกิจพิเศษ
บทที่ 168 ภารกิจพิเศษ
“ถวนหยวน เธอวางใจได้ ช่วงนี้ฉันยังไม่ต้องไปเรียน ฉันจะช่วยเธอดูแลเด็ก ๆ เอง!” พี่สะใภ้หลินมองหลิวถวนหยวนแวบหนึ่ง แล้วรีบเดินเข้ามาพูด “พูดถึงเรื่องนี้ เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในหน่วยงานนี้ได้แค่ปีเดียว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่รองผู้บัญชาการเว่ยจากไปกะทันหันกลางดึกแบบนี้ เธออาจจะยังไม่ชิน ไม่เป็นไร พอเจอบ่อย ๆ ก็จะชินเอง!”
หลิวถวนหยวนกระซิบถามเสียงเบา “พวกเขาออกไปแบบนี้บ่อยเหรอคะ?”
“ก็ไม่บ่อยนัก ปีหนึ่งประมาณสองสามครั้ง” พี่สะใภ้หลินตอบ “ก็เป็นภารกิจฉุกเฉินน่ะ”
หลิวถวนหยวนรับคำ แต่ในใจยังรู้สึกหม่นหมองอยู่บ้าง
“เธอน่ะ พอพวกเขากลับมา ก็อย่าไปถามว่าไปไหนมา แค่ให้พวกเขาได้พักผ่อนและกินข้าวให้อิ่มก็พอ เธอคอยดูเถอะ ตอนกลับมาแต่ละคนดูเหมือนคนป่าเลยละ!” พี่สะใภ้หลินพูดพลางดวงตาเป็นประกายในความมืด
หลิวถวนหยวนยื่นมือออกไปจับมือพี่สะใภ้หลิน พยักหน้ารับ
คืนนั้น หลิวถวนหยวนนอนไม่หลับ เด็ก ๆ ก็ตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง หลิวถวนหยวนเลยถือโอกาสให้นมเด็ก ๆ อีกมื้อ
ปกติเวลาให้นม เธอแทบจะหลับคาเต้านมเพราะง่วงมาก แต่ตอนนี้หลิวถวนหยวนกลับตื่นตัวกว่าเวลาไหน ๆ
เธอเงยหน้ามองเงาต้นไม้นอกหน้าต่าง ใยแมงมุมบนยอดกำแพง ฟังเสียงจิ้งหรีดร้องนอกประตู รู้สึกว่าคืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน
วันรุ่งขึ้นแต่เช้าตรู่ บรรยากาศในค่ายทหารไม่คึกคักเหมือนเคย ภรรยาทหารทุกคนดูไม่ค่อยมีอารมณ์ดี ต่างคนต่างเงียบ ทำอาหารอยู่ในครัวของตัวเอง
หลิวถวนหยวนให้นมลูก ๆ เสร็จ ก็สายมากแล้ว เธอจัดเสื้อผ้าเล็กน้อย เตรียมจะไปทำอาหาร พอเปิดประตูก็เห็นชามบะหมี่วางอยู่หน้าประตู
หลิวถวนหยวนพิจารณาดูชามนั้น เป็นของบ้านพี่สะใภ้หลิน ดูเหมือนพี่สะใภ้หลินจะทำความดีเลียนแบบเหลยเฟิง*[1]อีกแล้ว!
หลิวถวนหยวนเทบะหมี่ลงในชามของตัวเอง ล้างชามให้สะอาด ใส่ปาท่องโก๋สองชิ้นที่เอากลับมาเมื่อวาน แล้วเอาไปคืนพี่สะใภ้หลิน
กินบะหมี่เสร็จ พี่สะใภ้หลินก็มาทำงานแล้ว เธอจัดห้องเล็กน้อยก่อน แล้วเอาผ้าอ้อมไปใส่ในอ่างไม้หน้าประตู
“ฉันจะล้างเอง!” หลิวถวนหยวนล้างชามเสร็จแล้วรีบเดินเข้าไปบอก
“ไม่เป็นไร เธอรีบไปทำธุระของเธอเถอะ ฉันเห็นพี่ผางกับพี่เฉินดูไม่ค่อยมีอารมณ์ เธอไปคุยกับพวกเขาหน่อยแล้วรีบออกเดินทางเถอะ ยังรอให้พวกเธอไปหาเงินอยู่นะ!” พี่สะใภ้หลินพูด “ตอนนี้เด็กสามคนนี้ยังคลานไปไหนไม่ได้ แค่นอนตะแคงอะไรแบบนี้ ดูแลง่ายกว่า อีกเดือนหนึ่งฉันต้องไปทำงานแล้ว ถ้าเธอให้ฉันซักผ้าอ้อมให้ ฉันก็ไม่มีเวลาแล้วนะ!”
หลิวถวนหยวนเงยหน้ามองดู จริงด้วย พี่ผางกับพี่สะใภ้เฉินกำลังรวมตัวคุยอะไรกันอยู่ที่หน้าประตู แม้พวกเธอจะชินกับการออกปฏิบัติภารกิจแบบกะทันหันแบบนี้แล้ว แต่ก็รู้ว่าการออกปฏิบัติภารกิจครั้งนี้อันตรายมาก ทุกคนต่างเป็นห่วงสามีของตัวเอง
หลิวถวนหยวนเดินเข้าไปพูดว่า “พี่ผาง พี่ ๆ ทุกคน วันนี้ฉันจะพาพวกคุณเข้าเมืองนะ!”
พี่ผางและคนอื่น ๆ รีบยิ้มแล้วขึ้นรถของหลิวถวนหยวน
ซุนตั่งฮวาก็เบียดเข้ามาด้วย รถคันหนึ่งบรรทุกคนถึงหกคน โชคดีที่นอกจากพี่ผางแล้ว ทุกคนล้วนเป็นคนผอมตัวเล็ก เบียดกันนั่งที่เบาะหลังก็พอได้
บนถนน ทุกคนไม่มีใครพูดอะไร
หลิวถวนหยวนมองสีหน้าของทุกคนผ่านกระจกมองหลังที่เลือนราง อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เมื่อวานพี่สะใภ้หลินยังบอกว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นปีละสองสามครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเจอ ยังรับได้ แต่ดูพี่สะใภ้ทุกคนสิ ดูเหมือนจะคิดถึงสามีของตัวเองมากเลยนะ!”
พี่ผางพูดว่า “ไม่ใช่คิดถึงพวกเขาหรอก แต่เป็นห่วงต่างหาก ทุกครั้งที่ออกไปดึกดื่น ไม่เคยจะเป็นงานดี ๆ เลย!”
พี่สะใภ้เฉินก็พูดว่า “ใช่แล้ว ครั้งที่แล้วพวกเธอรู้ไหมว่าพวกเขาไปทำอะไร? ตอนแรกสามีฉันไม่ยอมบอกอะไรเลย แต่ภายหลังฉันถึงรู้ว่า ทางใต้ของเรา ห่างออกไปสามสี่ร้อยไมล์ เกิดแผ่นดินไหว พวกเขาไปช่วยเหลือ โดยที่ไม่มีเครื่องมือ ใช้มือเปล่าขุดคนออกมาจากกองหิน นั่นทำให้เล็บสามีฉันทั้งสิบนิ้วหลุดหมด นิ้วมือก็แตกไปทั้งหมด น่ากลัวมาก!”
พี่สะใภ้เฉินที่เป็นคนดุร้าย ทะเลาะกับผู้ชายก็ไม่เคยกลัว แต่พอพูดถึงสภาพของสามีตัวเอง ดวงตาก็อดไม่ได้ที่จะมีน้ำตารื้นขึ้นมา
ทุกคนเห็นพี่สะใภ้เฉินเริ่มพูดแล้ว ก็เปิดประเด็นคุยกัน
“ใช่แล้ว ครั้งนั้นกลับมา พวกเขาไม่มีใครสภาพดีเลย หัวเข่าและนิ้วมือเต็มไปด้วยบาดแผล ต้องพักรักษาตัวตั้งครึ่งเดือน! จริง ๆ แล้วบาดเจ็บไม่ใช่เรื่องน่ากลัวที่สุด ครั้งก่อน ต่อสู้กับพวกค้ายา เหล่าตู้ก็เสียชีวิต…” ภรรยาของผู้บังคับกองร้อยที่เจ็ดพูด
“เธอดูสิว่าพูดอะไรไม่เป็นมงคลแบบนั้น!” พี่ผางพูดอย่างไม่พอใจ “คนเพิ่งออกไป เธอพูดเรื่องไม่เป็นมงคลแบบนี้ทำไม!”
ภรรยาของผู้บังคับกองร้อยที่เจ็ดตกใจ ปกติแล้วพี่ผางให้ความเคารพเธอมาก เพราะสามีของพี่ผางเป็นแค่นายสิบ ผู้บังคับกองร้อยที่เจ็ดอย่างน้อยก็เป็นผู้กอง คนหนึ่งเป็นทหารประจำการ อีกคนเป็นนายทหาร แต่วันนี้พี่ผางดุด่าภรรยาของผู้บังคับกองร้อยที่เจ็ดแบบนี้ เธอจึงรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาทันที
พี่สะใภ้เฉินรีบพูดขึ้นว่า “พวกคุณพูดน้อยลงหน่อย พวกผู้ชายออกไปกันหมดแล้ว พวกเราทุกคนรู้สึกว่างเปล่า ไม่มีใครอารมณ์ดีหรอก อย่าไปทำให้น้องถวนหยวนกับซุนตั่งฮวาตกใจสิ พวกเธอทั้งสองเพิ่งมาอยู่ที่หมู่บ้านของเรา ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน”
ภรรยาของผู้บังคับกองร้อยที่เจ็ดรู้ว่าตัวเองพูดไม่เหมาะสม จึงรีบปิดปากเงียบ
หลิวถวนหยวนมองซุนตั่งฮวาที่นั่งอยู่มุมหลังรถผ่านกระจกมองหลัง เธอก้มหน้าไม่พูดอะไรเลย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
รถมาถึงร้านสะดวกซื้อ ทุกคนเริ่มยุ่งกับธุระของตัวเอง เมื่อมีอะไรทำ ก็ไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน
ช่วงสาย ๆ โจวหยางหลินมาบอกว่าเรื่องรับเหมาร้านอาหารของรัฐมีทีท่าดีแล้ว
“เตรียมเงินสองพันหยวนไว้พร้อมหรือยัง?” โจวหยางหลินถาม
หลิวถวนหยวนพยักหน้า “เตรียมพร้อมแล้ว แต่ฉันมีข้อเรียกร้องอย่างหนึ่ง คนในร้านอาหารนั้นฉันต้องเปลี่ยนหมด ไม่งั้นก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ใครมารับเหมาร้านนี้ก็ทำไม่ไหว!”
โจวหยางหลินดูลำบากใจ “จางว่านฝูคนนั้น พี่เขยใหญ่ของเขาเป็นหัวหน้าสำนักงานที่ว่าการอำเภอ ส่วนผู้หญิงร่างใหญ่คนนั้น น้องชายเธอทำงานที่สำนักงานพาณิชย์ พวกที่เข้าทำงานในหน่วยงานรัฐได้ ล้วนแต่มีเส้นสายทั้งนั้น พอคุณรับมาแล้วไล่พวกคนมีเส้นสายพวกนี้ออก ต่อไปการติดต่อกับเบื้องบนก็จะยาก ลูกค้าก็จะน้อยลงมากนะ!”
หลิวถวนหยวนพูดว่า “ฉันรับเหมาร้านอาหาร ไม่ได้ตั้งใจจะทำธุรกิจกับผู้นำ พวกผู้นำพวกนี้ พอมาทีก็ลงชื่อสั่งอาหาร แต่ไม่จ่ายเงิน ร้านอาหารเล็ก ๆ ของฉันให้เชื่อไม่ไหวหรอก ฉันอยากทำธุรกิจสำหรับประชาชนทั่วไป ราคาถูก อร่อย คุ้มค่า บริการดี ต่อไปเวลาคนออกมากินข้าวนอกบ้าน จะเป็นเพราะความสบายใจ ไม่ใช่เพื่อรักษาหน้า”
โจวหยางหลินอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาเปิดสโมสรส่วนตัวมานาน แต่ไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน สโมสรของเขาเปิดเพื่อรักษาหน้าเท่านั้น เพราะเรื่องพวกนี้ในวงการข้าราชการ ไม่งั้นใครจะกินข้าวมื้อหนึ่งเท่ากับเงินเดือนหลายเดือนของคนทั่วไป?
“คุณแน่ใจหรือว่าแบบนี้จะทำเงินได้?” โจวหยางหลินถาม “อย่าให้ถึงเวลาแล้วเหนื่อยเปล่านะ!”
[1] เหลยเฟิง คือบุคคลต้นแบบที่อุทิศตนเพื่อประชาชนอย่างสุดใจ