เซียนสาวผู้นี้ดูดวงแม่นเกินไปแล้ว - บทที่ 102 ชุดไว้ทุกข์ (1)
บทที่ 102 ชุดไว้ทุกข์ (1)
คนที่เพิ่งจะบ่นเมื่อครู่ก็คือหานซานชิ่งที่ถูกเฝ่ยไป๋ลู่ทุบตีจนวิ่งหนีไปในวันนั้น
“อาซานชิ่ง อากับเธอคนนั้นเคยมีเรื่องกันเหรอคะ? บอกมาเถอะค่ะ เราตระกูลหานด้วยกันย่อมปกป้องไม่ให้อาต้องเป็นทุกข์เปล่า ๆ ” หานเสียวเสี่ยวชี้ไปที่เฝ่ยไป๋ลู่
หานซานชิ่งเป็นเพียงอาจารย์สอนเกี่ยวกับวิถีเต๋าที่ไม่มีความโดดเด่นในตระกูลหานเท่านั้น
คิดไม่ถึงว่าลูกสาวของหัวหน้าตระกูลหานจะคุยกับเขาแล้วยังสนับสนุนเขาอีก เขาดีใจกับเรื่องที่คาดไม่ถึงนี้อย่างมากทันที
“คุณหนูเล็ก เรื่องมันเป็นแบบนี้…” หานซานชิ่งปกปิดเรื่องที่เขาเองรู้ดีแก่ใจว่าจุดประสงค์ของลี่ฉิวไม่บริสุทธิ์ แต่ยังยอมทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อค่านายหน้า เขาอธิบายถึงเฝ่ยไป๋ลู่ว่าคนโลภมาก เป็นคนชั่วร้ายที่ไม่เคารพผู้อาวุโสและทำร้ายเขา
ที่แท้ในชีวิตส่วนตัวเฝ่ยไป๋ลู่เป็นคนเช่นนี้! ดวงตาของหานเสียวเสี่ยวเป็นประกายแล้วถามต่อว่า “มีอีกไหมคะ?”
“พูดแล้วก็ขายหน้า” หานซานชิ่งสีหน้าอับอาย “เธอยังยุยงให้เหล่าลูกศิษย์ที่ผมรับมาตอนฝึกอยู่ที่วัดเต๋าทำให้พวกเขาไม่ยอมรับผมเป็นอาจารย์! เด็กเปรตกลุ่มนั้นเป็นหมาป่าตาขาว ลบล้างบรรพจารย์ เนรคุณคน!”
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้!” ในใจของหานเสียวเสี่ยวรู้สึกรังเกียจเฝ่ยไป๋ลู่และลูกศิษย์เหล่านั้นที่รวมหัวกันทำเรื่องชั่ว เธอพูดอย่างเย็นชา “อาเอารายชื่อมาให้ฉันเลยค่ะ ฉันจะบอกให้ตระกูลหานที่มีความสัมพันธ์กับวัดเต๋าไม่ให้รับคนพวกนี้!”
ช่างโหดเหี้ยมอะไรอย่างนี้! สิ่งนี้จะทำให้เหล่านักพรตน้อยไม่อาจอยู่รอดได้ในแวดวงผู้ฝึกยุทธ์ได้อีก!
ดีร้ายยังไงก็อยู่กับตัวเองมาหลายปี ปกติแล้วเขาเองนั่นแหละที่ปฏิบัติต่อพวกเขาไม่ดี สีหน้าหานซานชิ่งลังเลอย่างมาก “เรื่องนี้…”
“เอาละ ตกลงกันตามนี้แหละค่ะ!” ใจเสาะชะมัด ไม่แปลกใจเลยที่ถูกเฝ่ยไป๋ลู่รังแก!
หานเสียวสี่ยวตัดสินใจครั้งสุดท้าย หานซานชิ่งจึงทำได้เพียงพยักหน้า
เขาก้มศีรษะลงแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “ศิษย์เอ๋ย อย่าโทษว่าฉันใส่ร้ายพวกเธอเลยนะ จะโทษก็โทษเฝ่ยไป๋ลู่ เห็นได้ชัดว่าคุณหนูน้อยไล่ตามเธออยู่…”
หานซานชิ่งคิดอีกสองสามรอบ ความรู้สึกผิดในใจถึงได้ลดลงไปมาก
หานเสียวเสี่ยวกลับมาหาหานคังผิงพร้อมกับ ‘ข่าวสาร’ ที่ได้รับมาใหม่
มุมปากของเธอยกขึ้น
รอเธอว่างก่อนเถอะ จะต้องเอาเรื่องดี ๆ ที่เฝ่ยไป๋ลู่ทำไปบอกเจียงชิงและพี่ว่างแน่!
หานคังผิงเหลือบมองหานเสียวเสี่ยว ครั้นเห็นเมื่อครู่เธอเพิ่งจะกลัดกลุ้มไม่มีความสุข ประเดี๋ยวเดียวก็ร่าเริงดีอกดีใจก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มด้วยความรัก
ไม่ว่ายังไงก็เป็นเด็ก อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอด
เมื่อคิดถึงคำขอที่เธอพูดออกมาไม่นานมานี้ หานคังผิงก็พูดอย่างใจเย็นว่า “เสียวเสี่ยว หลังจากลูกเลือกภารกิจแล้ว ค่อยมาดูกันว่าเจ้าหนูกานว่างนั่นจะเลือกที่ไหน ถ้ามีโอกาสพ่อจะจัดให้ลูกได้อยู่ใกล้ ๆ นะ”
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ!” หานเสียวเสี่ยวรู้สึกประหลาดใจไม่หยุด
เธอไม่สามารถอยู่ทีมเดียวกันกับกานว่าง จึงทำได้เพียงยอมถอยแล้วหาหนทางอื่นต่อไป โดยหวังว่าจะเลือกภารกิจที่คล้ายกัน บางทีอาจจะได้เจอกันก็ได้
หานเสียวเสี่ยวมองไปที่ชายหนุ่มรูปหล่อที่นั่งอยู่อันดับแรกของนิกายเก้าสวรรค์ ประกายความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะเรืองวาบในดวงตา
อีกด้าน กานว่างรู้สึกเย็นยะเยือกที่ลำคอ “อากาศเย็นลงเหรอ?”
“ตอนเช้าอากาศบนภูเขาจะลดต่ำลงนิดหน่อย” อวี๋ทิงหลันยกแก้วเก็บความร้อนขึ้นมา “ฉันชงชาร้อนไว้ พี่รองดื่มหน่อยไหมคะ?”
กานว่างพยักหน้า
“ขอบคุณนะทิงหลัน” เฝ่ยไป๋ลู่เองก็หยิบแก้วแบบเดียวกันขึ้นมาจิบเบา ๆ ใบหน้าแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
จิ้งจอกเก้าหางเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งความรักในตำนานจีน
เมื่ออยู่ในวัดเต๋าแห่งนี้ คนจำนวนไม่น้อยจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีพลังปราณอ่อนแอ จะได้รับผลกระทบกระทบค่อนข้างหนัก
การที่มีคนมาตามตอแยโดยไม่เต็มใจของกานว่างปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ
“ทำไมฉันถึงหนาวขึ้นเรื่อย ๆ” กานว่างคิ้วขมวดและพูดกับตัวเอง
เจียงชิงพุ่งเข้ามาและเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “ศิษย์พี่รอง ฉันยังหนุ่มแน่นและแข็งแรง มีพลังปราณธาตุไฟ พี่อยู่ใกล้ ๆ ฉันเถอะ”
กานว่างสีหน้าไร้อารมณ์แล้วดึงแขนเขาออก
เจียงชิงถึงกับหงอย เมื่อไหร่ศิษย์พี่รองจะใจอ่อน?
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายในวัดเต๋าส่งทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันไปยังสถานที่ซึ่งต้องการให้แก้ไขและฝ่าฟันสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบสุ่ม ภารกิจจะง่ายหรือยาก ทั้งหมดขึ้นอยู่กับโชค และโชคก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่งในสายงานของเราด้วย”
การแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าใช้ระบบคะแนน โดยระดับคะแนนที่ได้รับยึดตามระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขสถานการณ์
เหล่าอาจารย์เต๋าไม่เพียงจะต้องสะสมคะแนนของทีมเท่านั้น แต่คะแนนส่วนบุคคลจะต้องกระจายอย่างเท่าเทียมด้วย ดังนั้นจะต้องคัดเลือกสมาชิกในทีมอย่างรอบคอบ วิธีที่ดีที่สุดคือการให้หนึ่งคนเป็นผู้นำและคนที่เหลือเป็นผู้ช่วย วิธีนี้จะได้ไม่เกิดความขัดแย้งเรื่องการกระจายคะแนนมากเกินไป
เฝ่ยไป๋ลู่ อวี๋ทิงหลัน และเจียงชิงต่างเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งแรก
จิ่งเกาหมิงอธิบายกฎเกณฑ์ให้ทั้งสามคนฟังตามหน้าที่
“เนื่องจากนี่คือการแข่งขัน แน่นอนว่าทุกคนจะต้องเป็นคู่แข่งกัน นิกายที่มีจำนวนคนมากจะจัดคนกลุ่มหนึ่งจงใจให้เข้าไปรบกวนการแข่งขันของคนอื่น เรียกง่าย ๆ ว่า ไม้กวนอึ*[1]”
“ถ้าพวกนายเจอคนอื่นมาร้องขอความช่วยเหลือหรือผูกมิตร ต้องระวังให้มาก และเชื่อคนพวกนั้นเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกแทงข้างหลังเอาได้” ใบหน้าของจิ่งเกาหมิงมืดมนเห็นได้ชัดว่าคิดถึงความทรงจำที่ไม่ดี
บนตัวของชายคนนั้นสะกดความเศร้าโศกและจิตสังหารเอาไว้ เฝ่ยไป๋ลู่มองเขาอย่างสงบสองสามครั้ง
“ไม้กวนอึ?” อวี๋ทิงหลันที่ยืนอยู่ด้านข้างรู้สึกไม่พอใจและตะโกนว่า “ศิษย์พี่หก ทำไมพี่ถึงพูดว่าตัวเองเป็นอึล่ะ! พี่ลดคุณค่าของตัวเองก็พอแล้ว อย่าพูดถึงพวกเรานะ…”
“…” ความเศร้าโศกบนใบหน้าจิ่งเกาหมิงกลายเป็นความรู้สึกพูดไม่ออก
เขามองไปที่อวี๋ทิงหลันและกล่าวอย่างอารมณ์ไม่ดีว่า “ศิษย์น้องหญิง เธอเป็นสาวเป็นนาง อย่าสนใจแต่เรื่องคำสกปรกได้ไหม?”
เขาพูดไปตั้งเยอะ แต่อวี๋ทิงหลันมีอารมณ์สนใจแต่คำว่าไม้กวนอึอย่างนั้นเหรอ?
เจียงชิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อวี๋ทิงหลันกลอกตาแล้วพูดว่า “เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าศิษย์พี่หกพูดก่อน แถมพี่ยังเอาแต่พูดคำว่าไม้กวนอึอยู่นั่น พี่กล้าว่าพี่สาวได้ยังไง?”
“ฉันยอมแล้ว จากนี้จะไม่พูดคำนั้นอีก” จิ่งเกาหมิงเจอเสียงดังใส่จนในสมองมีแต่คำว่า ‘ไม้กวนอึ’ แล้วอารมณ์อันขุ่นมัวที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาก็ปลิวหายไปทันที
เฝ่ยไป๋ลู่วางกำปั้นไว้บนริมฝีปากของเธอ มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย
กานว่างและเถียนไคหล่างมองหน้ากันแล้วถอนใจโล่งอก
ในการแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าครั้งก่อน จิ่งเกาหมิงรอดมาได้แค่ครึ่งชีวิตเท่านั้น เพื่อนร่วมทีมของเขาคนหนึ่งพิการสาหัส อีกคนหนึ่งพิการ มันช่างน่าเศร้ายิ่งนัก
หลังจากการตรวจสอบจึงได้พบว่าพวกเขาช่วยเหลือคนของตระกูลเฝิงที่มาขอความช่วยเหลือ แต่เพื่อการสะสมคะแนน จิ่งเกาหมิงและคนอื่น ๆ กลับถูกตระกูลเฝิงทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสหลังจากที่พวกเขาพักฟื้นจนหายดีแล้ว
จิ่งเกาหมิงเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้เพื่อแก้แค้นตระกูลเฝิงให้พวกเขา เนื่องจากสิ่งนี้คือปมในใจเขา
กานว่างผู้คอยปกป้องคนใกล้ชิดมาตลอดแอบกำหมัด หากเขาได้พบกับคนตระกูลเฝิงพวกนั้น จะต้องระบายความโกรธแทนศิษย์น้องหกอย่างแน่นอน!
การแข่งขันจะมีสมาชิกในทีมอย่างน้อยสามคน กานว่างร่วมทีมกับเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยการเลือกของเขาเอง เพื่อนร่วมทีมอีกหนึ่งคนที่เหลือมาจากวิธีการแบบสุ่ม
เจียงชิงกำหมัดแน่นด้วยสีหน้าหดหู่
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ร่วมทีม ศิษย์พี่รองไม่ให้เขาร่วมทีมเพราะเฝ่ยไป๋ลู่
หรือว่าเขาไม่สำคัญเท่าเฝ่ยไป๋ลู่งั้นเหรอ!
“หลังจากเข้าร่วมการต่อสู้ พวกคุณจะถูกส่งไปยังจุดภารกิจแบบสุ่ม เมื่อภารกิจแก้ไขสถานการณ์และขับไล่วิญญาณชั่วร้ายเสร็จสิ้นลงแล้วถึงจะทำภารกิจต่อไปได้ หากคุณเผชิญหน้ากับอันตราย สามารถส่งสัญญาณขอออกจากการแข่งได้ตลอดเวลา จะมีคนพาคุณออกไป”
เสียงเจ้าอาวาสวัดเต๋าดังก้อง และออกคำสั่งว่า “ขับเคลื่อนค่ายกล!”
ค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นอาศัยความช่วยเหลือของทำเลทองสุดยอดฮวงจุ้ยของวัดเต๋า รวมพลังสร้างโดยปรมาจารย์ผู้มีคุณธรรมและบารมีสูงส่ง เมื่อค่ายกลถูกเปิดออก พลังงานที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามาหาราวกับมีฝ่ามือขนาดใหญ่พัดผ่านใบหน้าไป
ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่ประหลาดใจ ยังไม่ทันรู้สึกถึงวิถีพลังของค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เหมือนกับในโลกเซียนทุกประการ อากาศตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและไม่ช้าเธอกับกานว่างก็หายวับไป
หานคังผิงที่นั่งอยู่บนตำแหน่งสูงมีสีหน้าสงบและพยักหน้าให้หานเสียวเสี่ยวที่อยู่ด้านล่าง
ริมฝีปากของหานเสียวเสี่ยวโค้งเป็นรอยยิ้ม
พี่ว่างไม่ได้อยู่ทีมเดียวกับเธอ เธอก็มีวิธีที่จะได้พบเขา
เฝ่ยไป๋ลู่ดวงตาพร่ามัวไปชั่วขณะแล้วก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่รกร้างว่างเปล่าแห่งหนึ่ง
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าที่กำลังเหยียบย่างอยู่อ่อนนุ่มมาก ริมทางเป็นต้นหญ้าแห้งสีน้ำตาล ลมหนาวพัดผ่านร่างกายช้า ๆ นำมาซึ่งความเย็นสดชื่น
จุดสิ้นสุดที่มองเห็นคือสีดำหนาที่พร่ามัวและขยายออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับมีอีกโลกหนึ่งอยู่ตรงนั้น
เธอมองไปรอบ ๆ กานว่างล่ะ?
ทันใดนั้นกองหญ้าก็ขยับ ส่งเสียงดังกรอบแกรบ
“โธ่เอ๊ย ๆ เอวฉัน… ไตฉันมีปัญหา เดิมเอวก็เจ็บอยู่แล้ว ตอนนี้ยังกลับมาเป็นอีก ลำบากเกินไปแล้ว!” คนผู้นั้นลูบเอวพร้อมกับปีนออกมาจากกองหญ้าแห้งด้วยท่าทางแปลก ๆ
“ถุย ๆ ดันกินหญ้าเข้าปาก นี่มันที่บ้าอะไรกันวะเนี่ย?” เขาพึมพำดึงหญ้าแห้งออกจากผม ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาก็สบตากับเฝ่ยไป๋ลู่
“เช็ดเข้! ผีสาว!” เหมียวจื่ออั๋งกลัวจนตัวสั่นและวิ่งกลับไปโดยไม่รู้ตัวเกือบจะล้มลงบนพื้นด้วยขาที่อ่อนแรง โดยไม่สนใจความเจ็บปวดที่เอว
ใครก็ตามอยู่ในถิ่นรกร้างว่างเปล่า จู่ ๆ มาเห็นสาวสวยใส่ชุดขาวและผมยาวพลิ้วไสวกำลังจ้องมองตัวเองเงียบ ๆ ล้วนแต่ต้องรู้สึกหวาดกลัว
ถูกคนด่าว่าเป็นผู้หญิงหลอกลวงก็หลายครั้ง แต่ถูกคนทำเหมือนเป็นผีผู้หญิงเป็นครั้งแรก
เธอเหมือนผีผู้หญิงจริงเหรอ?
เฝ่ยไป๋ลู่ก้มหน้าลงมองตัวเองแล้วม่านตาของเธอหดลงทันที…
เธอสวมเสื้อคลุมทำจากผ้าลินินสีขาวเนื้อหยาบและขอบหลุดรุ่ยเป็นฝอย
ชุดยาวคลุมเข่า แขนยาวไม่มีปกเสื้อ ไม่มีหัวเข็มขัดแต่มีตัวเข็มขัด และสวมรองเท้าสีขาวคู่หนึ่ง
นี่มัน…ชุดไว้ทุกข์!
[1] ไม้กวนอึ หมายถึง คนที่คอยก่อกวน หรือ เป็นตัวป่วนสร้างปัญหา