เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 11 ห๊าาา ข้าจะมีพลัง
หลังจากเดินมาได้สักพัก ปั่าม่านหมอกทางฝัง
หมู่บ้านที่นี่ ถือว่ายังอุดมสมบูรณ์ ด้วยไม่ค่อยมีชาวบ้าน
คนไหน หันมาทำอาชีพพรานปั่าเยอะมากนัก พื้นที่ที่
อุดมสมบูรณ์ รายล้อมด้วยแม่น้ำและ ปั่าหลังหมู่บ้าน
จึงมุ่งไปที่การเพาะปลูกเป็นส่วนใหญ่
“ท่านพ่อเจ้าขา ทางซ้ายๆ ผักหวานปั่าเจ้าค่ะ ลูก
ขอเก็บนะเจ้าคะ”
“ได้ ๆ”
“ทางขวาเจ้าค่ะท่านตา นั้น ๆ ล่าเจียวเจ้าค่ะ ท่าน
ตา”
“มันกินไม่ได้หรอกนะ เสี่ยวจิน มันไม่อร่อย
ชาวบ้านเก็บมันมาทำอาหาร แล้วกินไม่ได้สักราย”
“กินได้เจ้าค่ะท่านตา ท่านตาเก็บเฉพาะเม็ดสีแดง
ๆ ให้หลานสักกำมือนะเจ้าค่ะ”
“ถ้าเจ้าอยากได้ เดี๋ยวตาเก็บให้”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวพ่อออกไปดูกับดักที่วางไว้ เจ้าอยู่กับท่าน
ตาไปก่อนนะจินเออร์”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
“ได้หรือยังเสี่ยวจิน” ท่านตาชูล่าเจียว ในมือที่เก็บ
ให้ข้าดู
“ได้แล้วเจ้าค่ะท่านตา” พริกเม็ดแดงๆ มาแล้ว
ต่อไปก็ต้องมะนาว ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม ละปั่ะ
อืออ แค่คิดน้ำลายก็ไหลแล้วอ่ะ
“ว่าแต่ ท่านตาเจ้าคะ หลานอยากทราบว่า ท่านตา
เคยเห็นผลชนิดนึง ที่มีลักษณะลูกกลมๆ ตอนแรกสี
เขียว พอสุกจะมีสีเหลืองอ่อนๆ รสชาติเปรี้ยวติดลิ้นมั้ย
เจ้าคะ หลานอยากได้…แหะๆ”
“พอจะมีนะ ตาเคยเห็น แต่พุ่มมันจะมีหนาม
แหลมๆ ชาวบ้านจึงไม่ค่อยเก็บไปใช้ประโยชน์กัน
นอกจากนี้มันเปรี้ยวมาก ทำอาหารไม่ค่อยเข้ากัน”
“จริงหรือเจ้าคะท่านตา นำทางหลานไปดูหน่อยนะ
เจ้าคะ หลานอยากได้”
“ได้ๆ เดินไปอีกสักหน่อย จะเจอ”
“ว้าวววว ท่านตาเจ้าขาาา”
“หลานอยากได้ ฮ่า ๆ ๆ ได้ ๆ ตาเก็บให้ ว่าแต่
อยากได้แบบไหนละ”
“สีเหลืองๆ เจ้าค่ะ ครานี้เอาไปสักห้าถึงหกลูกก็พอ
หากมันเหี่ยวแล้ว น้ำจะแห้งและเน่า เก็บไว้นานๆ มิได้
เจ้าค่ะ หลานจะเอาไปทำอาหารให้ท่านตาลองชิม อิอิ”
ถ้ามีส่วนผสมครบนะเจ้าคะ
“ได้ ๆ หลานว่าดี ตาก็ว่าดี”
“เจ้าค่ะ”
เอ๊ะ !!! มีอะไรขยับหลังพุ่มไม้ ข้าสังเกตอยู่สักพัก
จึงเห็นกระต่าย แต่เอ๊ะ…กระต่ายตัวนี้ ช่างคล้ายกับตัว
เดิม ที่ข้ากับท่านพ่อท่านแม่เคยเจอ ตอนอยู่ที่หมู่บ้าน
โน้นเลยนี่นา อ๊ะ แล้วนั้นมันจะกระโดดไปไหนกัน อย่า
บอกว่าจะให้ข้าเดินตามไปอีกแล้วนะ
“อ๊ะ นี่เจ้ากระต่าย อย่ากระโดดไวนักสิ ข้าวิ่งตาม
ไม่ทัน”
“เอ๊ย ย ย เจ้าไม่มีหูหรือไร บอกว่าอย่ากระโดดไว
นัก ข้าวิ่งตามไม่ทัน อืออ”
“เจ้านะสิ ไม่มีหูเจ้าเด็กอัปลักษณ์” ข้าคิดผิดหรือ
เปล่า ที่ตามนางลงมาที่ดินแดนแห่งนี้เนี่ย
“อ๊ะ… ใครว่าข้า” ทำไมได้ยินแต่เสียงแล้วตัวไป
ไหน
“ข้าเอง” ยัยเด็กอัปลักษณ์เอ๊ย ย ย
“ผะ ผีหลอกเด็กแล้ว อืออออ”
“ผีบ้านเจ้านะสิ มองลงมาข้างล่าง” ทำให้ข้าโมโห
ได้ทุกที่จริงๆ
“ไหนอ่ะ ข้าไม่เห็นเลย” ข้าพยายามหันมองรอบๆ
แล้ว แต่ไม่ยักจะเห็นอะไรเลยนี่นา
“กระต่ายน้อย ตัวขาวๆ ตาแดงสีทับทิม ที่เจ้าวิ่ง
ตามไง”
“ห๊ะ เจ้าพูดได้หรือ” หูย ย ย กระต่ายพูดได้อ่ะ
“ผีพูดมั้ง”
“เหอะ กระต่ายอัปลักษณ์” มันจะวางมวยกับข้า
แน่ ๆ เจ้ากระต่ายผี
“เจ้านะสิ อัปลักษณ์” หึ ยัยเด็กหน้าเหม็น
“เหอะ พอๆ ข้าพูดได้ และข้าก็จะมาอยู่กับเจ้า”
เจ้ากระต่ายน้อยพูดจุดประสงค์ของตัวเองออกไป
ก่อนที่เรื่องนี้มันจะบานปลายกว่าเดิม
“ห๊าาาา มาอยู่กับข้า มาทำไม” อะไรนะ เจ้า
กระต่ายมันบอกว่าจะมาอยู่กับข้า แต่เดี๋ยวนะ ข้าต้อง
ตกใจอะไรก่อน คิดไม่ทันแล้ว
“ใช่ นะสิ แล้วก็อีกอย่าง เจ้าควรจะรู้ไว้ ข้าคือสัตว์
วิเศษในตำนานเชียวนะ”
“ห๊ะะ…ตำนาน” ข้ามองเจ้ากระต่ายทันทีที่มันพูด
ว่า สัตว์วิเศษในตำนาน
“ใช่นะสิ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าตัวต้นเหตุที่ลงมาที่ดิน
แดนแห่งนี้ ข้าจะลงมาให้เสียเวลาน้ำชาของข้าทำไม
กัน”
“เจ้าหมายถึงเรื่องอะไร ข้างง แล้วเจ้านะ…เป็นแค่
กระต่ายไม่ใช่รึไง” จินเออร์หันไปตอบเจ้ากระต่ายตัว
เล็กตรงหน้า
พร้อมด้วยสายตาที่มองตั้งแต่เท้าจรดหูยาว ๆ ที่ลู่
ลงนั้นอย่างซ้ำไปซ้ำมา เพื่อหาความแตกต่างบ่งบอกถึง
ความเป็นสัตว์ในตำนานตามที่เจ้ากระต่ายน้อยเอ่ย
ออกมา
“ข้านะ ไม่ใช่กระต่ายนะ เจ้ามองไม่เห็นร่างที่
แท้จริงของข้าต่างหาก” อธิบายพร้อมกับทำท่ากอดอก
และสะบัดหูที่ลู่ลงของตนเองไปมา
“งั้นหรือ งั้นเจ้าเป็นตัวอะไรกันล่ะ ไหนแสดงให้ข้า
เห็นหน่อยสิ ข้าจะได้เชื่อเจ้าอย่างไรเล่า”
“ความลับสวรรค์ มิอาจแพร่งพราย รอจนเจ้าอายุ
ครบเจ็ดหนาว พลังปราณของเจ้าตื่นขึ้นมา สามารถเปิด
มิติจิตได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้น เจ้าจะได้รู้ว่าข้าคือใคร”
“เดี๋ยวนะ เจ้าว่าอะไรนะเจ็ดหนาวแล้วทำไมนะ
ใครจะมีพลังปราณ แล้วยังมีมิติจิตนั้นอีกคืออันใด”
จินเออร์ที่ตอนนี้กำลังงงไปกับคำพูดของเจ้า
กระต่ายตรงหน้ามิพอ คล้ายจะโดนปันหัวให้หมุนตาม
ประโยคถัดมาที่เอ่ยว่า นางจะมีพลังปราณ…
“ยัยเด็กอัปลักษณ์นอกจากเจ้าจะอัปลักษณ์แล้ว
ยังโง่อีกหรือนี่” เจ้ากระต่ายน้อยเอ่ยออกมาอย่าง
หงุดหงิดและถือดี ด้วยมิคาดว่านางจะกลับมาพร้อมกับ
ความทรงจำอันว่างเปล่าถึงเพียงนี้
“เจ้านะสิอัปลักษณ์ แล้วก็เจ้านะสิที่โง่ ข้าไม่อยากรู้
แล้ว” จินเออร์อดที่จะงอนเจ้ากระต่ายไม่ได้ คำก็ว่า
สองคำก็ว่า ไม่อยากรู้ก็ได้ ไม่เห็นยากเลย
“อ๊ะ เอ่อ อย่าโกรธๆ ข้าหยอกเจ้าเล่น มาๆ เดี๋ยว
ข้าบอกเจ้าเอง หันมาคุยกับข้าก่อนแม่หนูน้อยแสน
น่ารัก” แล้วใช้ขาหน้าของตนเองตะกุยไปยังขาน้อยๆ
ของจินเออร์
“หึ ข้าไม่หายโกรธเจ้าหรอกนะ ไหนเจ้าลองอธิบาย
ข้ามาสิ”
“ได้ๆ ไม่หายๆ เรื่องมันเป็นแบบนี้….”
เจ้ากระต่ายน้อยได้เล่าให้ฟังว่าแท้จริงแล้ว จินเออร์
ไม่ใช่คนของโลกนี้ และโลกที่นางจากมา แต่เกิดจากการ
ไปเผชิญวิบากกรรม ที่นางเข้าไปขัดขวางใครคนหนึ่งไว้
ไม่ให้โดนลงโทษ
และที่ได้ไปยังโลกมนุษย์นั้นเพราะผู้มีอำนาจในการ
ลงโทษนางเกิดส่งนางไปผิดที่…เลยจัดการดึงวิญญาณ
ของนางกลับมาที่นี่ ให้ถูกที่ถูกทาง
ถึงแม้ว่าจะผ่านเลยไปจนนางได้เก็บเกี่ยว
ประสบการณ์การใช้ชีวิตจากโลกเก่ามามากหน่อยเถอะ
นอกจากนี้ ที่ ๆ ข้าอาศัยอยู่ ก็เป็นเพียงดินแดนๆ
หนึ่งเท่านั้น โดยจะมีดินแดนสวรรค์ ดินแดนปีศาจ และ
ดินแดนมนุษย์
นอกจากนี้ระดับพลังปราณในโลกใบนี้ อยู่ในระดับ
ที่ต่ำกว่าทั้งสองดินแดน โดยการปลุกพลังปราณในโลก
มนุษย์ จะตื่นตอนอายุ7 หนาว
ระดับพลังลมปราณ (พลังยุทธ์)แต่ละระดับที่ว่าจะ
มีด้วยกัน สาม ขั้นใหญ่คือ ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง เรียง
ตามลำดับตั้งแต่ต่ำไปสูงดังนี้
ปราณสีแดง เป็นปราณระดับต่ำสุดระดับเริ่มต้น
ปราณสีส้ม
ปราณสีเหลือง
ปราณสีเขียว
ปราณสีน้ำเงิน
ปราณสีคราม มีเพียงบุคคลในตำนานเพียงคนเดียว
ที่มาถึงและเร้นกายไปนานแล้ว
ปราณสีม่วง
ปราณสีขาว เป็นปราณที่สูงที่สุดในดินแดนมนุษย์
ที่ยังไม่เคยมีใครมาถึง แต่เป็นเพียงปราณเริ่มต้นในโลก
สวรรค์และปีศาจ
และ ปราณสีทอง ที่เป็นตัวแบ่งแยกระหว่าง
ดินแดนสวรรค์ จากปราณสีดำ จากดินแดนปีศาจ
นอกจากนี้ยังมีธาตุในตำนาน อันได้แก่ ดิน น้ำ ลม
และไฟ ส่วนธาตุพิเศษ ได้แก่ สายฟั้า น้ำแข็ง ความมืด
และธาตุแสง ธาตุในตำนานที่หายสาปสูญคือ มิติ และ
มายา เมื่อมีพลังปราณแล้วจะขาดผู้ปรุงโอสถไปได้
อย่างไร
โดยระดับของของผู้ปรุงโอสถโดยจะมี ระดับย่อย
ด้วยกัน สาม ขั้น คือ ต่ำ กลาง สูง
ขั้นแรกเริ่ม
ขั้นฝึกหัด
ขั้นชำนาญ
ขั้นปรมาจารย์
ขั้นเทวะ
ขั้นสวรรค์
และขั้นเซียน
ส่วนระดับของโอสถ จะมีความบริสุทธิ์ตั้งแต่ 1-10
และมีระดับใหญ่คือ
ระดับต่ำ
ระดับกลาง
ระดับสูง
ระดับเทวะ
ระดับสวรรค์
ระดับเซียน และระดับ อนันตกาล ยังไม่เคยมีผู้ใด
ปรุงได้
ส่วนในที่ ๆ เจ้าอยู่ เจ้าคงยังไม่เคยพบเจอคนที่มี
พลังปราณใช่หรือไม่”
“อืม ข้าไม่รู้อ่ะ แต่ข้าเคยเห็นคนซัดกันตอนข้าไป
ขายสมุนไพรหน้าร้านยานะ ลอยไปไกล ลิ้วเลย ฮี่ ๆ”
“อืมม นั้นน่าจะเรียกว่าวรยุทธ์ มันคือการฝึกฝน
ร่างกายจนมีความชำนาญ คล้ายกับคำที่เรียกว่าสกิ
ลการต่อสู้จากโลกเก่าของเจ้านะ”
“อืม แล้วยังไงอ่ะ ต่างกันยังไง ข้าไม่เห็นเข้าใจ
เลย”
“เห่อออ เจ้านี่นะ สมองเจ้ามีอะไรอยู่ลองเท
ออกมาดูบ้างนะ”
“หึ ไม่มีสมองเจ้าก็แล้วกัน จะเล่าไม่เล่า”
“เล่าๆ ข้าเล่าต่อแล้ว ก็เพราะโลกของเจ้าพลังจาก
ธรรมชาติมันน้อยแล้วนะสิ พลังปราณแต่กำเนิดถึงได้
หายาก จึงมีให้เห็นแค่วรยุทธ์ทั่ว ๆ ไป
แต่อีกเหตุผลคือชาวบ้านอย่างพวกเจ้านะ ไม่มี
ทรัพย์เพียงพอที่จะซื้อเม็ดยาหรือสมุนไพรมาบำรุงนะสิ
เจ้ารู้หรือไม่ โลกของเจ้านะ ก็แบ่งคนออกเป็นชนชั้นกัน
ทั้งนั้น เอ่อ แล้วก็ยัง…”
“ยัง ยังไม่หยุดอีก ข้าจะเป็นลมแล้ววว” เจ้า
กระต่ายพูดเรื่อยยาวได้ไม่หยุด
“อะ เจ้าจะขัดข้าทำไม ข้ายังเล่าไม่จบ”
“ข้าไม่อยากฟังแล้ว ข้าเหนื่อยยยยย”
“เจ้าต้องฟัง ถ้าเจ้าไม่ฟังข้าจะ …ข้าจะ…” ข้าจะทำ
อะไรดี ให้นางฟังข้าละ
“เจ้าจะทำอะไรข้า” ดูสิเจ้าจะทำอะไรข้า ข้าจะจับ
เจ้าย่างเสีย หึ
“อือออ ข้าจะไม่หาสมุนไพรดีๆ ให้เจ้า”
“อันใดนะ สมุนไพรดีๆ หรือ” สมุนไพร ก็เท่ากับมี
เงิน ข้าก็จะรวย อิอิ
“หึ สนใจจะฟังแล้วละสิ” ทำไมดวงตานางถึงสุก
สกาวขนาดนี้กันเพียงแค่เอ่ยถึงสมุนไพรธรรมดาๆ พวก
นั้น ตอนที่ข้ากับนางอยู่ด้วยกัน เพียงแค่เอ่ยพวก
ต้นหญ้าเหล่านี้ก็ลอยมากองต่อหน้าอยู่แล้ว
“เปล่า ข้าสนใจสมุนไพรต่างหาก เจ้าไม่เข้าใจความ
ยากจนหรอก ถ้าข้ามีเงินนะ ข้าจะ…”
“พอ หึย ย ยย ได้ แต่เจ้าต้องพาข้ากลับไปที่บ้าน
ด้วย เอ่อๆ ข้าเหงา ข้ารอเจ้าที่ปั่านี้มานานแล้ว อีก
อย่างข้า ข้า ไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว และอีกอย่างเจ้า
ต้องศึกษาเรื่องราวหลังจากนี้ต่อ ตกลงหรือไม่”
“ได้ ข้าตกลง ว่าแต่รอบที่แล้ว…” ที่แท้เจ้ากระต่าย
ก็คงเหงานี่เอง
“ใช่ฝีมือข้าเอง ฮี่ ๆ” ชมข้าสิ ข้าเก่งนะ
“เก่งมากกก แต่ข้าว่า สมุนไพรมันไม่พอให้ข้าเลี้ยง
เจ้าหรอกนะ” ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอเงินเพิ่มอีกสัก
หน่อยละกันนะเจ้ากระต่าย เจ้าจะได้กินอิ่ม นอนหลับ
ยังไงล่ะ ฮ่า ๆ
“หึยย เจ้านี่นะ ได้ ข้ารับปาก”
“แต่เดี๋ยวนะ…เจ้าบอกว่าเจ้าคือวิสัตว์วิเศษ งั้นใน
ปั่านั้นไม่ใช่ว่า…….”
“บรู๊ว ว วววว วววว บรู๊ว ววว วววว” // เสียงหมา
ปั่าหอน
“ใช่…ปั่าแห่งนี้ยังมีสัตว์วิเศษอื่นๆ อีก หลายตัว แต่
ไม่อันตรายหรอกนะ ถ้าเจ้าไม่เข้าไปในปั่าชั้นใน ที่มีม่าน
แห่งหมอกอยู่นะ”
“…” หวังว่าสมุนไพรของเจ้าคงอยู่ไม่ไกลนะ ข้ายัง
อยากใช้ชีวิตกับท่านพ่อท่านแม่อยู่
“แน่นอนๆ”
“แต่เดี๋ยวนะ ตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหน ทำไมรอบตัวข้าถึง
โล่งไปหมด กรี๊ด ด ดดดด”