เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 13 ข้าจะมีบ้านแล้วเจ้าค่ะ 1
หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จไป ทุกคนก็ไปเข้านอน
เพียงแต่ภายใต้แสงไฟสลัวที่มองเห็นเพียงรางๆ จาก
ตะเกียงน้ำมันที่กำลังจะมอดดับลงนั้น
เปั่ยซานหลงหรือท่านพ่อของจินเออร์ก็ยังไม่ได้เข้า
ไปด้านในของห้องนอน ยังคงนั่งอยู่เพียงผู้เดียวภายใน
ห้องโถงของบ้านที่ทำหน้าที่ทุกอย่างทั้งแต่ทานข้าวไป
จนถึงการนั่งทำงานต่างๆ มิใช่กำลังเสียใจ หากแต่กำลัง
นั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ
ที่ผ่านเข้ามาและสิ่งที่ลูกและเมียต้องเผชิญกับ
ความกตัญูจนไร้ขอบเขตของเขา บัดนี้เขาตระหนักได้
แล้ว ถึงแม้จะช้าไปสักหน่อยสำหรับลูกและเมียก็ตาม
เขากำลังสังเกตไปรอบๆ ตัวบ้านของท่านพ่อตา
และท่านแม่ยาย แต่ละห้องมีเพียงเตียงไม้เก่าๆ หลัง
หนึ่ง โต๊ะเอนหลังในห้องนี้อีกหนึ่งตัว ที่เขากำลังนั่งอยู่
ยังดีหน่อยที่ท่านพ่อตาของเขาสามารถทำงานไม้ได้บ้าง
เล็กน้อย จึงได้สร้างโต๊ะและเก้าอี้เล็กๆ ขึ้นมาเพื่อการ
กินข้าวได้
โดยเตียงหลังเก่าๆ นั้น ทั้งเก่าและขาด เนื่องจาก
ผ่านเวลามานานหลายปีแล้ว ใยจากผ้าฝั้ายในผ้าห่มก็
โดนซักจนเปือยและจับตัวรวมกันเป็นก้อน ไม่สามารถ
ให้ความอบอุ่นได้เท่าที่ควรจะเป็นในฤดูหนาวที่จะมาถึง
นี้
นอกจากนี้ บ้านที่สร้างจากไม้ซึ่งเก่ามากที่มีทั้งรอย
ที่โดนหนูและแมลงต่างๆ รวมไปถึงปลวกช่วยกันแทะ
และขนเอาเศษใบไม้มาทับถมกันด้านบนหลังคาเรื่อยๆ
หลังคาที่มุงก็ทำมาจากหญ้าแห้งนำมาทำเป็นแพต่อๆ
กัน เพื่อปั้องกันหน้าหนาว กันแดดและกันฝนต่างๆ
โดยอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูหนาวแล้ว หากพวกเข้า
ไม่ย้ายครอบครัวมา ณ ที่แห่งนี้ ก็ไม่แน่ใจเลย ว่าท่าน
พ่อตาท่านแม่ยายรวมถึงบ้านหลังนี้จะมีสภาพเช่นไร
หลังจากพายุหิมะผ่านไป
เปั่ยซานหลงนั่งคิดทบทวนความผิดของตนเองไป
เรื่อยๆ เมื่อคิดได้จึงอยากเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ให้ครอบครัว
ของตนเองบ้าง หลังจากที่ลูกของเขาได้พูดมาหลายครั้ง
หลายครา เกี่ยวกับความต้องการ ทั้งในด้านของอาหาร
การกิน เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รวมไปถึงที่อยู่อาศัย
หากตอนนี้คำนวณจากเงินเก็บที่เหลืออยู่ เกือบเก้า
สิบเก้าตำลึงทอง เนื่องจากหลายๆ ครั้ง นำเงินที่มีไปใช้
จ่ายเล็กน้อย รวมถึงรายรับที่จะได้จากการขายสมุนไพร
ในวันพรุ่งนี้แล้ว เงินหลายตำลึงทอง จึงเพียงพอที่จะ
สร้างบ้านใหม่ให้กับทุกคน และสามารถเก็บไว้เป็นสิน
เดิมของจินเออร์รวมไปถึงการเผชิญชะตากรรมในฤดู
หนาวนี้ได้อย่างเพียงพอ
“ห๊าวววว ท่านพ่อเจ้าขายังไม่นอนหรือเจ้าคะ” ข้า
อยากนอนกอดท่านพ่อกับท่านแม่พร้อมๆ กันเลยเจ้าค่ะ
เปั่ยจินที่ตื่นขึ้นมากลางดึก เมื่อไม่เห็นบิดาของตน
จึงเดินออกมาดู พบว่าสีหน้าบิดาในตอนนี้มีแต่
ความเครียด จึงชวนบิดาเข้านอน
ณ ตอนนี้ข้าคิดว่ายังไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเรื่องปาก
ท้องสักเท่าไหร่ เพราะพรุ่งนี้เราจะเข้าไปขายสมุนไพร
ข้าไม่อยากให้ท่านพ่อนอนดึกจะเสียสุขภาพเสียเปล่าๆ
“ได้ๆ พ่อกำลังจะไปแล้ว ไปๆ จินเออร์พ่ออุ้มเจ้า
กลับไปนอน”
“เจ้าค่ะ”
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อฟั้าเริ่มสว่างครอบครัวตระกูลเปั่
ยต่างค่อยๆ ทยอยกันออกมาทำหน้าที่ของตนเอง โดย
ท่านยายและท่านแม่ ตื่นล้างหน้าและลุกขึ้นมา
ทำอาหารให้ท่านพ่อกับท่านตาที่ออกไปดูกับดักที่ดักไว้
เมื่อวาน เผื่อได้อะไรมาจะได้นำไปขายในตัวอำเภอ
พร้อมกับสมุนไพร
โดยเปั่ยฮูหยินและหลินฮวา ได้ลงมือจุดไฟ นวด
แปั้ง เพื่อทำแปั้งย่างร้อนๆ โดยมีน้ำซุปซี่โครงหมูใส่ไข่
อร่อยๆ เพื่อให้ซดโล่งคอในตอนเช้าไว้คู่กัน
เมื่อท่านตาและท่านพ่อกลับมาจากดูกับดักสัตว์
แล้วพบว่า ได้เพียงไก่ปั่ามาเพิ่มอีกสามตัวเพียงเท่านั้น
จึงตกลงกันว่า ให้เลี้ยงไว้กินไข่มันเสียดีกว่า เพราะมีตัว
เมียถึงสองตัวและตัวผู้ตัวเดียว เอาเป็นว่ารายการเข้า
เมืองวันนี้มีเพียงขายสมุนไพรเท่านั้น
“เจ้าไหวหรือไม่จินเออร์ ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองกับ
พ่อและท่านตาก็ได้”
“ไหวเจ้าค่าาา ข้าเพียงลืมตาไม่ขึ้นนี่เจ้าคะ มันเช้า
ไป” เปั่ยจินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงยานคางเพราะตื่น
เช้าเกินไป
“งั้นเจ้าก็ช่วยลืมตา มาทานอะไรซักหน่อยเถิด รอง
ท้องก่อนออกเดินทาง” หลินเหมยฮูหยินเอ่ยออกมา
เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาว
“เจ้าค่ะท่านแม่”
หลังจากรอเปั่ยจินทานข้าวเสร็จแล้ว ท่านตาท่าน
พ่อจึงเตรียมตัวเดินทาง โดย สะพายตะกร้าสมุนไพร
และอุ้มข้าให้ขี่หลังท่านตา เพื่อเดินเข้าไปยังตัวอำเภอ
การเดินเท้าจะใช้เวลาเดินเท้าถึง หนึ่ง ชั่วยาม จึงทำให้
ข้าสามารถหลับต่อบนหลังของท่านตาได้
“จินเออร์ ตื่นได้แล้วลูก ถึงตัวอำเภอแล้วลงมา
เถิด” ซานหลงเอ่ยเรียกบุตรสาวตัวน้อยเบาๆ เพื่อให้ตื่น
ขึ้นมาเตรียมตัวเข้าเมือง
“เจ้าค่ะ ห๊าวววว ข้าตื่นแล้วเจ้าค่ะ”
“มาๆ ตาเตรียมน้ำมาด้วย ไหนล้างหน้าล้างตาเจ้า
สิ”
“เจ้าค่ะ บลื้ออออ หนาววเจ้าค่ะ หนาวมาก ตื่น
เลยเจ้าค่ะ” ข้าสะบัดหน้าไปมาทันทีหลังจากเจอ
อุณหภูมิของน้ำในกระบอกไม่ไผ่ตอนเช้า หนาวมากๆ
“ฮ่าๆ ดูเจ้าสิ มอมแมมไปหมดแล้วมาๆ ตา
เช็ดหน้าเช็ดตาให้ก่อน”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านตา ว่าแต่ท่านพ่อเจ้าคะ เรา
จะขายร้านไหนหรือเจ้าคะ”
“อืม ตามีร้านแนะนำ ร้านนี้เดินตรงไปอีกหน่อย
ซ้ายมือ จะมีร้านขายสมุนไพรและหอประมูลสมุนไพร
อยู่ ให้ราคาเป็นธรรมมากๆ เลยล่ะ”
“เย้ๆ ไปกันเลยเจ้าค่ะ ข้าอยากไปแล้ว”
“ได้ๆ ไปกัน”
ปรากฏว่า…ร้านที่ท่านตาแนะนำคือร้านเซียงจ้าวจู
ซึ่งเป็นสาขาย่อยของสาขาหลักที่เมืองหลวง ข้าเพิ่งรู้ว่า
ร้านแห่งนี้มีความยิ่งใหญ่มาก นอกจากจะมีหลายสาขา
แล้ว ในแต่ละเมืองก็จะมีหอประมูลอีก
“ท่านพ่อเจ้าขา นั้นมันร้านของท่านปูั่หรือเปล่าเจ้า
ค่ะ”
“มิใช่ เพียงแต่มิผิดลูก เพียงแต่ที่นี้ คืออีกหนึ่ง
สาขาเพียงเท่านั้น”
“เจ้าค่ะ แล้วเราจะยังไปขายร้านนี้หรือไม่เจ้าคะ”
“ขายสิลูก ถึงแม้จะมีหลายสาขา แต่ราคาที่ได้ถือ
ว่ายึดตามราคาเมืองหลวงเชียวล่ะ เพราะเช่นนั้น เจ้ามิ
ต้องกังวลว่าจะโดนกดราคาเหมือนเช่นร้านอื่นๆ
แน่นอน”
“ยินดีต้อนรับขอรับ จะมาซื้อยาเชิญร้านฝังซ้ายมือ
ได้เลย” พนักงานดูแลร้านของที่นี้่ ยังคงมีความสุภาพ
และให้เกียรติกับชาวบ้านเสมอ
“ไม่ๆ ขอรับ ข้ามาขายสมุนไพร” ทันพ่อรีบตอบ
กลับออกไปทันที
“ได้ขอรับ งั้นเชิญท่านนั่งรอที่ห้องก่อน เดี๋ยวข้าจะ
ไปเชิญผู้ประเมินราคามาก่อนขอรับ รอสักครู่”
“ได้ขอรับ” หลังจากหลงจู๊เดินออกไปแล้ว สักพัก
เถ้าแก่หลิงก็เดินเข้ามา
ปรากฏว่าบุคคลที่เดินออกมาจากหลังร้านนั้นคือ…
“สวัสดี อาซาน หลานของปูั่ และเอ่อ บิดาเจ้าใช่
หรือไม่อาซาน”
“ขอรับเถ้าแก่หลิง ท่านพ่อของข้าเองขอรับ” ท่าน
พ่อมิได้ตอบกลับเถ้าแก่หลิงออกไป หรืออธิบายใดๆ
เพิ่มเติม
“ท่านปูั่เจ้าขาาาาา” ข้าหันไปเจอกับเถ้าแก่หลิง
ถือว่าว่าเป็นโชคดีมากๆ
“ฮ่าๆ จินเออร์ มาๆ มานั่งกับปูั่”
“เจ้าค่ะ” เรื่องอ้อดอ้อนข้าไม่แพ้ใครแน่ โอกาสดีๆ
มาถึง ข้าต้องคว้าไว้ อิอิ
“ว่าแต่พวกเจ้าเหตุใดถึงมาร้านแห่งนี้ได้เล่า” เถ้า
แก่ถามออกไปในขณะที่อุ้มข้าไปนั่งข้างๆ พลางปั้อน
ของกินเล่นข้าไปพลางๆ
“พวกข้ามาขายสมุนไพรขอรับ”
“ดีๆ ของดีแน่ๆ”
“ขอรับ อีกเรื่องนึง พวกข้าย้ายมาที่หมู่บ้านแห่งนี้
แล้วขอรับ เอ่อ ส่วนเรื่องทำไมถึงย้ายบ้านนั้น ข้าไม่
อยากพูดถึงอีกขอรับ”
“อืมๆ ไม่เป็นไรๆ ข้าเข้าใจ ชีวิตคนเรามันต้อง
ดำเนินต่อไปนั้นแหละอาซาน” เถ้าแก่ตอบกลับท่านพ่อ
ข้าด้วยความเป็นเป็นผู้ใหญ่ ใช้ชีวิตมานานจึงพอจะ
เข้าใจว่าทำไม
“ขอรับเถ้าแก่”
“อ่ะๆ ว่าแต่วันนี้มีอะไรมาขายปูั่หรอยัยหนู” ท่าน
ไม่ถามท่านพ่อข้าเล่าท่านปูั่
“อิอิ ท่านปูั่ต้องตกใจแน่ๆ เจ้าค่ะ ท่านพ่อเปิดให้
ท่านปูั่ดูเลยเจ้าค่ะ”
“ได้ๆ เจ้านี่นะ เอาใจท่านปูั่เจ้าดีจริงเชียว นี่ขอรับ
เถ้าแก่” ท่านพ่อหันมายิ้มให้ข้าและรีบเอาสมุนไพร
ออกมาให้ท่านปูั่ดู
“อั้ยหยาาาา เจ้าจะให้ข้าตกใจอีกกี่รอบกัน ฮ่าๆ”
หลังจากที่ท่านปูได้มอง จึงอุทานออกมาเสยงดังมาก
มากเสียจนข้าตกใจเกือบขนมติดคอ หึยยย
“ขายได้หรือไม่ขอรับ” ท่านพ่อถามมอกไปด้วย
ความไม่แน่ใจ เนื่องจากปกติเป็นพรานปั่าล่าสัตว์ขาย
เนื้อเท่านั้น เรื่องสมุนไพรหายาก ยังไม่เคยพบเจอ จึงไม่
เคยได้ลองขายหรือสอบถามราคา
“ยิ่งกว่าที่เจ้าคิดเสียอีกอาซาน เห็ดหลินจือแดง ใช่
ว่าจะเป็นสิ่งที่คนทั่วไปหาได้ง่ายๆ เจ้ารู้หรือไม่ แม้เห็ด
หลินจือดำจะมีค่ามากกว่าและหายากกว่า แต่ในด้าน
ราคา ความหายาก และสรรพคุณของมัน ก็เพียงพอ
แล้วที่จะทำให้คนที่ครอบครองอยู่เกิดอันตรายได้” เถ้า
แก่หลิงตอบกลับท่านพ่ออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งครึม
“แต่มันมีค่ามากเชียวล่ะ เช่นนั้นข้ามีสองทางเลือก
ให้เจ้าคือขายให้ข้ากับทางที่สอง ข้าจะนำไปประมูลที่
โรงประมูล เซียงจ้าวหลงให้พวกเจ้า”
“ต้องประมูลเลยหรอขอรับเถ้าแก่ ข้ากลัวจะมี
ปัญหาตามมา”
“ไม่ต้องกังวลหากเจ้าต้องการข้าสามารถปิดบัง
รายชื่อผู้ค้าได้”
“งั้นสักครู่นะขอรับ ข้าขอคุยกับท่านพ่อและจิน
เออร์ก่อน”
“ได้ๆ ข้ารอได้”
“เราจะเอายังไงกันดีขอรับท่านพ่อ ข้าไม่เคย”
“พ่อก็ไม่เคยเหมือนกัน”
“เอาแบบนี้มั้ยเจ้าคะ เราก็ขายเพียงดอกเดียว เพื่อ
นำเงินมาสร้างบ้านและใช้จ่ายกันก่อน ส่วนที่เหลือก็ให้
ท่านปูั่นำเข้าประมูล แล้วเราค่อยกลับมาเอาเงินเจ้าค่ะ
ท่านพ่อว่าอย่างไรเจ้าคะ ท่านตาก็ด้วย”
“ตาว่าดีนะ จินเออร์”
“พ่อก็ว่าดี”
“งั้นข้าเอาแบบนี้ขอรับเถ้าแก่ ตามที่จินเออร์พูด
เลย”
“ดีๆ ข้าว่าวิธีนี้ดี เอาอย่างที่ยัยหนูบอกนั้นแหละ
ว่าแต่เจ้ามีทั้งหมดกี่ดอก”
“อืมสี่ดอกขอรับ”
“ห๊าาาาา เจ้าๆ ๆ ๆ”
“เถ้าแก่ ชาขอรับ เดี๋ยวจะเสียงแหบไปซะก่อน”
ท่านพ่อรีบรินช้าแล้วส่งให้เถ้าแก่ทันที กลัวว่าเสียงของ
เถ้าแก่จะแหบไปมากกว่านี้
“เรื่องใหญ่มากๆ สรุปเจ้าจะขายให้ข้ากี่ดอกกันแน่
แล้วจะนำเข้าประมูลกี่ดอก”
เสียงแหบพร่าของชายชราตรงหน้าเมื่อได้ฟัง
จำนวนดอกที่ขายและนำเข้าประมูลดังขึ้นอีกครั้ง แต่
ครานี้น้ำเสียงปนไปด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ ปะปน
กันไปหมด จนคนฟังไม่สามารถแยกแยะได้ออกว่าเขามี
ความรู้สึกในด้านใดมากไปกว่ากัน แต่เพียงแค่นั้นก็
พอจะทำให้เปั่ยจินรู้แล้วว่าการค้าในครั้งนี้จะต้องได้
กำไรมหาศาลดังที่หวังไว้แน่นอน
“หนึ่งดอกสำหรับขายให้ท่าน และสามดอกสำหรับ
นำเข้าประมูลขอรับเถ้าแก่”
ตึ่งง// เสียงเถ้าแก่ล้มลงไปนอนบนพื้นทันทีที่ท่าน
พ่อเอ่ยออกไป หลังจากนั้นไม่นานหลงจู้ก็เดินเข้ามา
และปลุกเถ้าแก่ให้ตื่นขึ้นมาคุยเรื่องค้าขายต่อ
“พวกเจ้าทำตาแก่อย่างข้าตายตาไม่หลับอีกแล้ว
ฮ่าๆๆๆ”
“ท่านไหวนะขอรับเถ้าแก่”
“ไหวๆ ข้าไหว ข้าจะต้องรอดูรายได้ที่จะเข้ามา
เสียก่อน ฮ่าๆ ว่าแต่ราคาของมันจะอยู่ที่อายุขัยและ
ความสมบูรณ์ของตัวสมุนไพร เจ้ารู้ใช่หรือไม่”
“ขอรับเถ้าแก่ เช่นนั้นท่านพอจะประเมินราคาให้
ข้าก่อนสักหนึ่งดอกได้หรือไม่ ข้าจำเป็นต้องใช้เงิน
ขอรับ”
“แปดร้อยตำลึงทอง สำหรับเห็ดหลินจือแดงเพียง
ดอกเดียวเท่านั้น”
สิ้นคำกล่าวของเถ้าแก่หลิง ลมหายใจของทุกคนที่
อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับหยุดชะงักลงอย่างทันที
โดยเฉพาะท่านตาของข้า ที่แทบจะเป็นลมลงไป ส่วน
ท่านพ่อของข้านั้นเนื่องจาก มีบทเรียจากการขาย
สมุนไพรรอบที่แล้ว แม้จะไม่มากเท่า รอบนี้แต่ก็พอให้
ตั้งสติได้เร็วกว่าท่านตา
ส่วนข้านะหรอ ฮิๆ ความฝันของข้าคือความร่ำรวย
จนนอนกระดิกนิ้วเรียกหาเงิน ฉะนั้น ข้าไม่สะทก
สะท้านใดๆ เพียงแต่ก็ยังมีความดีใจในจำรวนเงินส่วนนี้
เนื่องจากมันคือทุนที่ใช้ในการดำเนินชีวติที่ดีขึ้นของ
ครอบครัวข้าในอนาคต
“เช่นนั้นดอกอื่นๆ เล่าเจ้าคะท่านปูั่” ข้าสอบถาม
ออกไปแทนบุคคลด้านหน้าทั้งสอง ที่ยังไม่มีสติเต็มที่
“หืมมม อีกสามดอกต้องรอนำเข้าประมูลก่อนจิน
เออร์ ปูั่ถึงจะตอบเจ้าได้”
“หว๋าาา แย่จังเลยเจ้าค่ะ ข้าอยากรู้”
“อืม แต่ถ้าจะเอาคร่าวๆ ละก็ ปูั่ว่าน่าจะประมาณ
ห้าพันตำลึงทองขั้นต่ำนะ”
“ห๊าาาาาา” คราวนี้กว่าท่านพ่อและท่านตาจะฟืน
ก็ทำให้ข้ามีเวลาในการกินขนมจนอิ่มแปล้ไปเลยทีเดียว
ระหว่างนั้น ท่านปูั่ก็ได้จัดการคุยกับข้าเรื่องการรับ
เงินและ การวางขายสินค้า รอจนท่านพ่อและท่านตา
ฟืนขึ้นมา
“อ้าว จินเออร์ สมุนไพรละลูกหายไปไหนแล้ว”
“นั้นสิหลานตา”
“แอร่ๆ ข้าทำสัญญาซื้อขายกับท่านปูั่เรียบร้อยแล้ว
เจ้าค่ะ รอท่านพ่อกับท่านตาตื่นขึ้นมาลงชื่อรับรองเพียง
เท่านั้น”
“อืม พ่อกับท่านตาต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ทำให้เจ้า
เป็นห่วง”
“ข้าก็ต้องขอโทษเจ้าด้วยนะเถ้าแก่ ขายหน้าเจ้า
แล้ว”
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ นายท่านเปั่ย ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว
หลานเจ้าก็เหมือนหลานข้า เจ้าเรียกข้าพี่หลิงเถอะ
สนิทกันเข้าไว้”
“อย่างนั้นเลยรึ ข้าไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่”
“ได้สิ หรือจะให้ข้าเป็นน้องเจ้าละ”
“ล่วงเกินแล้ว พี่หลิง”
“ดีๆ น้องเปั่ย ฮ่าๆ”