เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 22 เดินหน้าขยายความร่ำรวย
ผักที่ครอบครัวเปั่ยเก็บได้ในเช้าของวันนี้มีผักกาด
จำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบหัว ผักบุ้งที่จัดเป็นกำ ๆ ได้อีกห้า
สิบมัด และผักคะน้าอีกห้าสิบมัด เรียกได้ว่าปลูกไป
เพียงราวๆ เกือบครึ่งเดือน แต่ผลผลิตที่ได้เกินคาดไป
มากมาย เรื่องนี้กลับไปข้าคงต้องไปพูดคุยกับจินหลงให้
ดีๆ ซะแล้ว ยังดีที่มีกำแพงล้อมรอบบ้าน มิเช่นนั้นคงไม่
แคล้ว ชาวบ้านได้สงสัยและกล่าวหาว่าบ้านข้ามีที่ดิน
ทองคำละมั้ง หึหึ
ท่านตาและท่านพ่อช่วยกันขับเกวียนที่มีเจ้าม้าแฝด
สองตัวลากเข้าอำเภอชิงหลิง เป็นอำเภอที่มีขนาดกลาง
ค่อนข้างไปทางใหญ่ เนื่องจากช่วงหลังมานี้ มีปราชากร
เพิ่มมากขึ้น โดยจะมีคนจากหมู่บ้านอื่นแวะเวียนมาที่นี่
รวมไปถึงนักเดินทาง ต่างๆ ที่แวะมาเที่ยว ระหว่าง
ทางเข้าเมืองหลวง และการเดินทางไปอีกฝังหนึ่งของปั่า
ม่านหมอก
เนื่องจากส่วนใหญ่หมู่บ้านซ่านหยาง จะขึ้นชื่อเรื่อง
การเกษตร หลายๆ ครอบครัว จึงมีอาชีพทำการเกษตร
กัน แต่ก็มีกิจการอย่างอื่นเช่นร้านขายอาหารข้างทาง
เป็นเพิง เหลาอาหาร โรงเตี๊ยม ร้านขายเครื่องประดับ
และกิจการต่างๆ อีกมายมาย
นอกจากนี้ท่านตายังเล่าระหว่างทางเดินอีกว่า
หมู่บ้านทมีเนื้อที่ติดอยู่กับปั่าม่านหมอก จึงมีเหล่า
พรานปั่าหรือคนที่มีพลังมาฝึกฝน หรือเดินทางมาที่
อำเภอนี้บ่อยๆ
“ท่านพ่อขอรับ เดี๋ยวข้าจะแวะไปสอบถามที่
โรงเตี๊ยมและเหลาอาหารแถวนี้ดู ท่านพ่อกับจินเออร์นั่ง
รอบนเกวียนก่อนนะขอรับ”
“เดี๋ยวเจ้าค่ะท่านพ่อ ทำไมเราไม่ลองเรียกลูกค้าดู
สักครู่ละเจ้าคะ จะได้ลองซ้อมๆ ไว้ก่อน เผื่อวันหลังเรา
จะมาตั้งแผงผัก หากเราไม่มีที่ส่งจริงๆ ”
“นั้นสิอาซาน ไหนๆ เราก็มาเร็วแล้ว การประมูลยัง
ไม่เริ่มตอนนี้หรอก”
“อืมม หากท่านพ่อว่าดี เช่นนั้นก็ได้ก็รับ”
หลังจากนั้น ท่านตาและท่านพ่อก็ช่วยกันเปิดผ้าที่
คลุมผักบนเกวียนออกช้าๆ เพื่อตรวจสอบดูผักที่ขนมา
ว่าอยู่ในสภาพพร้อมขายหรือไม่ ปรากฏว่าผักยังอยู่ใน
สภาพสด อวบ ไม่เหี่ยว ผลจากการที่ท่านพ่อคอยเอา
น้ำพรมบนตัวผักเรื่อยๆ ตลอดทาง อีกทั้งเจ้าม้าแฝดก็
ไม่ได้ขับเร็วจนทำให้ผักช้ำ
“ท่านตา ท่านพ่อ พร้อมนะเจ้าคะ”
“อืมๆ จะให้พ่อกับท่านตาทำเช่นไรละจินเออร์”
“ทำแบบนี้เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านตา”
“ผักเจ้าค่าาาา ผักสวยๆ อวบๆ หลายชนิดเลยนะ
เจ้าคะ ผักกาดหัวละสามอีแปะ สองหัวห้าอีแปะไปเลย
เจ้าค่ะ แต่หากบ้านไหนซื้อแปดหัว รับไปเลยยี่สิบอีแปะ
เจ้าค่ะ ส่วนผักบุ้งและผักคะน้ากำละยี่สิบอีแปะเท่านั้น
รอบหน้าไม่มีราคานี้แล้วนะเจ้าคะ ราคาต้อนรับวันแรก
ของการค้าขายเจ้าค่าาา” เปั่ยจินตะโกนออกไป ที่
เรียกว่าการตะโกนเพราะนางยังเด็ก หากต้องการให้คน
อื่นๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ยิน มีเพียงต้องตะโกน
ออกไปเท่านั้น
เมื่อท่านพ่อกับท่านตาได้ยินเข้า ถึงกับส่ายหน้า
ให้กับความเจ้าเล่ห์ของคนตัวเล็กด้านหน้า เนื่องจาก
ตอนแรกตั้งใจตั้งใจจะขายให้กับโรงเตี๊ยมหรือเหลา
อาหารราคาที่ตกต่อหัวหรือกำแล้ว จะลดลงถึงหนึ่งถึง
สองอีแปะ
“ท่านลุงเจ้าคะ รับผักหรือไม่เจ้าคะ ลองดูก่อนก็ได้
เจ้าค่ะ”
“ใช่ขอรับ ลองดูก่อนก็ได้ รับรองว่าผักที่ลูกสาวข้า
ขาย สด อร่อยและกรอบแน่นอนขอรับ”
หลังจากนั้นไม่นานจึงมีชาวบ้านเข้ามาดูและซื้อ
กลับไปหลายคน แต่ยังมีเหลืออีกเกือบครึ่งเกวียน ใช้
เวลาไปถึง หนึ่งก้านธูป (1 ก้านธูป เท่ากับ 1 ชั่วโมง)
ท่านตากับท่านพ่อจึงเห็นว่าข้าเหนื่อยแล้วจึงจะ
เลิกขาย เนื่องจากเป็นยาม ยามซื่อ (เท่ากับ 09.00-
10.59 น.) แล้ว ชาวบ้านและคนอื่นๆ จึงแยกตัวกันไป
ทำงาน หากจะขายจริงๆ ต้องมาเช้ากว่านี้ แต่ข้าไม่ได้
กังวลหรอกนะ เพราะ ข้าตั้งใจจะมาขายให้โรงเตี๊ยม
หรือเหลาอาหารมากกว่าจะได้ทำธุรกิจระยะยาวไปด้วย
ดังนั้นเมื่อเก็บของเสร็จ เมื่อท่านพ่อทำท่าจะเดินไป
หาโรงเตี๊ยม ก็ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาทางท่านพ่อ
“เดี๋ยวขอรับ พวกท่าน แฮ่กๆ ”
“ใจเย็นๆ พ่อหนุ่ม เจ้ามีอะไรหรือ”
“คือหมดหรือยังขอรับ”
“ผักงั้นหรือ”
“ขอรับ ผัก ข้าต้องการทั้งหมด”
“ห๊าาาาา ทั้งหมด” เมื่อท่านพ่อได้ยินท่านตา
ตะโกนจึงรีบวิ่งกลับมาดู
“อาซานๆ พ่อหนุ่มคนนี้ต้องการผักของเรา
ทั้งหมด”
“พี่ชายเจ้าขา ท่านจะเอาไปทำไมทั้งหมดเจ้าคะ
มันเยอะมากเลย”
“อ่าๆ ยัยหนู เรียกว่าว่าเสี่ยวเอ้อร์ก็ได้ขอรับ ข้ามา
จากโรงเตี๊ยมเหลาฝู ริมถนนด้านในนะ พอดีผักที่
โรงเตี๊ยมข้าต้องการหมด พ่อครัวเลยให้มาหาซื้อ แต่ข้า
ได้ยินชาวบ้านพูดกัน ถึงได้ค่อยๆ เดินมาหาร้านเจ้าเจอ
นี่ล่ะ”
“อืมม อย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยเจ้า
ค่ะ เราไปโรงเตี๊ยมของท่านเลยดีหรือไม่”
“ดีๆ งั้นตามข้ามาได้เลยขอรับ เดินไปเรื่อยๆ อีก
สามซอยถัดไปก็ถึงแล้ว”
หลังจากนั้นทั้งหมดก็ได้เดินไปยังโรงเตี๊ยมเหลาฝู
เมื่อมาถึง เสี่ยวเอ้อร์ได้บอกให้เกวียนตระกูลเปั่ยรอด้าน
นอกสักครู่ เนื่องจากเขาต้องไปตามพ่อครัวมาดูวัตถุดิบ
“มาแล้วๆ ไหนๆ เสี่ยวเอ้อร์ ”
“ด้านนี้ขอรับพ่อครัวใหญ่”
“อืมมมม ผักมาก สด อวบ แล้วก็กรอบจริงๆ พ่อ
ครัวพลางดูผักไปและตรวจสอบสภาพผักไปด้วย”
“ได้ ตกลงข้ารับซื้อหมด ว่าแต่ใครขายละเสี่ยว
เอ้อร์”
“เอ่อ ท่านพ่อครัว อยู่ด้านหลังเกวียนขอรับ นี่
ตระกูลเปั่ยขอรับ”
“เอ่ออ สวัสดีขอรับ ข้าพ่อครัวใหญ่โรงเตี๊ยมเหลาฝู
มิทราบว่า ท่านคือ”