เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 23 ข้าไม่ได้มาประมูลของสักหน่อย
“อ่าๆ ขอรับ ข้าเปั่ยซานหลงแล้วนี่ ท่านพ่อของข้า
เปั่ยตงหลิงและจินเออร์ลูกสาวข้าขอรับ พวกเราเป็น
เจ้าของเกวียนผักนี้ขอรับ”
“เสียมารยาทแล้วๆ เชิญพวกท่านด้านในดีกว่า”
“ขอรับ” เมื่อเข้ามาด้านในแล้ว พ่อครัวใหญ่ ได้
เริ่มต้นพูดคุยเรื่องการซื้อผัก
“ข้าอยากซื้อผักของท่าน โดยทำสัญญาระยะยาว
ได้หรือไม่”
“เอ่ออ อันใดนะขอรับ ระยะยาวเลยหรือ”
“ข้าขอเสียมารยาทนะเจ้าคะ ท่านพ่อครัวใหญ่เจ้า
คะ ระยะยาวที่ว่านี้ ยังไงหรือเจ้าคะ”
“ก็…ทุกครั้งที่เจ้าปลูกผักได้ให้นำมาขายให้ข้า
อย่างไรเล่า”
“ได้เจ้าค่ะ”
“หืมม ไวไปหรือไม่”
“อิอิ ไม่หรอกเจ้าค่ะ แต่ข้าอยากทำสัญญาเป็นเมื่อ
มีผลผลิตชนิดใดที่ท่านสั่งมา ท่านจะรับซื้อในราคาเดิม
และไม่สามารถต่ำกว่าราคาตลาดได้ หากท่านปฏิเสธ
ต้องจ่ายค่าปรับให้กับทางเราในราคาไม่ต่ำกว่าจำนวน
ผักที่นำมาขาย เมื่อเปรียบเทียบราคากับท้องตลาดใน
ขณะนั้น นอกจากนี้จะต้องมีการต่อสัญญาใหม่ทุกๆ หก
เดือนเช่นกัน ได้หรือไม่เจ้าคะ”
“อืม ได้ แล้วมีอย่างอื่นหรือไม่”
“เจ้าค่ะ นอกจากการต่อสัญญาทุกๆ หกเดือนแล้ว
ข้าอยากให้พวกท่าน นำเกวียนมารับผักเองที่หมู่บ้าน
ของข้าเจ้าค่ะ หากจะให้เข้าเมืองมาส่งผักทุกวัน
ครอบครัวข้าคงจะมามิทันช่วงยามเหม่า (05.00-06.59
น.) เนื่องจากผลผลิตต้องเก็บในช่วงเช้า และในทุกๆ
ครั้ง ที่ท่านมา ให้แจ้งผลผลิตที่ต้องการในแต่ละครั้ง
ล่วงหน้าไว้ด้วยเจ้าค่ะ จะได้ปั้องกันการล่าช้าเจ้าค่ะ”
“ดีๆ รอบคอบๆ” ทำไมเด็กน้อยตรงหน้าข้า วาจา
ช่างเหมือนคุยกับผู้ใหญ่นักนะ
“ท่านพ่อครัวใหญ่เจ้าคะ”
“หืม มีอะไรอีกหรือ”
“แหะๆ คือว่าข้าขอเสียมารยาทนะเจ้าคะ ท่านเป็น
เจ้าของที่นี้หรือเจ้าคะ”
“อืมม ฮ่าๆ ใช้แล้วล่ะ เรียกข้าว่าท่านลุงก็ได้ยัยหนู”
“เจ้าค่ะท่านลุง” ท่านเริ่มเอ็นดูข้าแล้วใช่หรือไม่ หึหึ
“เอ่อ จะเสียมารยาทหรือไม่ขอรับ”
“ไม่เป็นไรๆ ข้าชอบ ยัยหนูจินเออร์พูดรู้เรื่องแถม
ยังเก่งขนาดนี้ ข้าชอบ”
“อิอิ ท่านลุงเจ้าคะ แต่ทำไมร้านอาหารท่านคน
น้อยจังเลยเจ้าคะ”
“หืมมม เรื่องนี้เล่าแล้วมันยาว”
“ข้ามีเวลาเจ้าค่ะ”
“จินเออร์”
“แหะๆ ข้าล้อเล่นเจ้าค่ะท่านลุง”
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไร ช่วงนี้มีคู่แข่งมากมาย ผู้คนก็
เปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ ตามรสชาตินะ”
“อืมมม งั้นหรือเจ้าคะ แต่ท่านลุงได้ผักบ้านข้าไป
ทำอาหารออกมาแล้ว ต้องอร่อยมากๆ เจ้าค่ะ ลูกค้า
จะต้องกลับมาเยอะกว่าเดิมแน่นอน เชื่อหัวไอ้เรืองได้
เลยเจ้าค่าาา”
“หืม หัวไอ้เรือง อันใดกันจินเออร์” พูดเพลินไป
หน่อยไอ้เรืองก็มา
“แหะๆ ท่านตา ข้าพูดมั่วๆ นะเจ้าค่ะ”
“เจ้านี่นะ”ท่านตาเมื่อเห็นว่าข้าเลี่ยงที่จะตอบ ก็
ไม่ได้คาดคั้นต่อแต่อย่างใด
“ท่านลุงเจ้าคะ เป็นอันถือว่าตกลงตามนี้นะเจ้าคะ”
“ได้ๆ ”
“ครั้งนี้ รวมๆ แล้ว ได้กำไร มากถึง … สามตำลึง
เงินเลยนะเจ้าคะท่านพ่อ” ข้าหันหน้าไปพูดกับท่านพ่อ
เมื่อลองคำนวณเงินที่ได้จากโรงเตี้ยมเหลาฝูกับการขาย
ผักให้ชาวบ้านมา
“อืมนั้นสิ จินเออร์ของเราเก่งเสียจริงๆ เลย รอบ
หน้าตาว่า เราคงมีลูกค้าประจำแล้วล่ะ”
“ขอรับท่านพ่อ”
“เถ้าแก่ขอรับถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนดีกว่าขอรับ
พวกข้ามีธุระต่อที่อื่นมิอาจรบกวนอีกท่านต่อไปได้อีก
ขอรับ”
“อืม งั้นหรือ ได้สิ ไว้ว่างๆ เข้าเมืองมาหาข้าบ้างละ
นางหนู”
“ได้เจ้าค่ะท่านลุง ไว้ข้าจะมาทานข้าวที่โรงเตี๊ยม
ของท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ฮ่าๆ สัญญานะนางหนู”
“สัญญาเจ้าค่ะ งั้นพวกข้าไปก่อนนะเจ้าค่ะ บ๊าย
บายเจ้าค่ะ”
“หืมมม บ๊าย บาย แปลว่าอันใดกันจินเออร์พ่อกับ
ท่านตาได้ยินหลายรอบแล้ว” หลังจากที่เดินออกจาก
โรงเตี๊ยมเหลาฝูมาแล้ว ท่านพ่อกับท่านตาก็หันมาถาม
ข้าทันที
“อ่ออออ ข้าเห็นในหนังสือท่านอาท่านลุงอีกแล้ว
เจ้าค่ะ มันแปลว่าลาก่อนอะไรทำนองนี้เจ้าค่ะ ข้าจำมา
จึงเอามาลองใช้แล้วมันติดปาก แหะๆ” หลุดอีกแล้ว
หรอเรา
“ท่านตาท่านพ่อเจ้าคะ ข้าว่าเราเปลี่ยนชุดกันก่อน
ดีหรือไม่ ก่อนที่จะตรงไปที่โรงประมูล”
“ทำไมละจินเออร์ พ่อว่าชุดพวกเราก็ไม่ได้แย่นะ”
ท่านพ่อพูดพร้อมกับหันไปมองเสื้อผ้าของตนเองและ
รอบๆ จริงอย่างที่ท่านพ่อบอก เสื้อผ้าเราไม่ได้แย่
เพียงแต่เป็นชุดผ้าฝั้ายหยาบไร้สีสัน ไม่เหมาะสำหรับ
การเดินเข้าไปในโรงประมูลเป็นแน่ และที่สำคัญเดาได้
ว่า พนักงานหรือคนทั่วไปที่จะเข้าไปประมูลคงสงสัยใน
ตัวพวกเราแน่ๆ
“เพื่อภาพลักษณ์และการปลอมแปลงตนเองเจ้าค่ะ
ท่านพ่อ อย่าลืมสิเจ้าคะ ว่าการประมูลในวันนี้ มิมีผู้ใด
รู้ตัวคนที่นำสมุนไพรมาขายนะเจ้าคะ พวกเราเพียงเส
แสร้งมาเผื่อดูการประมูลก็พอเจ้าค่ะ”
“ได้ๆ ตามที่เจ้าว่าหลานตา” ท่านตาพลันเข้าใจ
ในทันที
“ขอบคุณท่านตาและท่านพ่อนะเจ้าคะ ที่เชื่อมั่นใน
ตัวข้า”
“อืม เช่นนั้นไปกันเถอะ”
หลังจากนั้น เปั่ยจิน บิดาอย่างซานหลงและท่าน
ตาเปั่ยตงหลิน ก็ได้เข้าไปเปลี่ยนชุดในร้านขายอาภรณ์
ร้านหนึ่ง โดยเลือกเป็นชุดตัดสำเร็จรูปเพื่อความสะดวก
เปั่ยตงหลินนั้น เปั่ยจินได้นั้นเปั่ยจินได้เลือกอาภรณ์สีดำ
สนิท และมีลวดลายอย่างกิ่งหลิวบริเวณ แขนเสื้อและ
คาดอกให้จะได้เข้ากับซานหลงที่เป็นอาภรณ์สีน้ำเงิน
ลวดลายเช่นเดียวกัน ส่วนตนเองนั้นเปั่ยจินได้เลือก
อาภรณ์สีเขียวยอดไผ่ ถือคติที่ว่าเรียบแต่หรู ดูดี
จากนั้นจึงพากันเดินไปที่โรงประมูลเซี่ยงจ้าวหลง
ระหว่างทางที่กำลังเดินไปนั้น ก็ได้เห็นความเป็นไปของ
ตรอกแถวนี้มากขึ้น แรกเริ่มเปั่ยจินคาดว่าโรงประมูล
แห่งนี้จะมีขนาดกลางๆ เนื่องจากไมใช่สาขาหลัก แต่ผิด
คาดสถานที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่ไปถึง สาม
ตรอกซอยด้วยกัน รอบด้านมีร้านค้าเยอะมากมาย ตรง
ข้ามมีเหลาอาหารที่ขึ้นชื่ออยู่อีกหลายที่
ซานหลงเดินตามหลังเปั่ยตงหลิน และจับจูงมือเปั่ย
จินไปด้วย ทำให้ในตอนนี้เปั่ยจินถือว่าเดินตามหลัง
เล็กน้อย
“อ๊ะ โอ้ยย เจ็บๆ” ระหว่างที่ข้ากำลังเดินเพลินๆ ก็
โดนใครไม่รู้มาชนเข้าทำให้ข้าล้มกลิ้งเป็นลูกขนุนไปได้
“เป็นอย่างไรบ้างจินเออร์ เจ็บตรงไหนหรือไม่”
ซานหลงรีบหันมามองบุตรสาวทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง
ออกมา
“ไม่เจ็บ ไม่เจ็บเจ้าค่ะท่านพ่อ” ข้าที่เจ็บมาก
พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา เนื่องจากฝั่า
มือของข้าได้ไถลไปโดนก้อนกรวดแถวนั้นเข้าทำให้มัน
หลุดเข้าไปฝังภายในฝั่ามือของข้าด้วยเล็กน้อย
เพียงแต่มิทันที่จะได้กล่าวอย่างอื่นออกไป
“เจ้า กล้าขวางทางคุณชายของข้างั้นหรือ รู้หรือไม่
ว่าคุณชายของข้าเป็นใคร”
“ขอประทานโทษด้วยขอรับนายท่าน จินเออร์ยัง
เล็กนัก ได้โปรดอภัยให้นางด้วยเถอะขอรับ” ท่านตา
เอ่ยพร้อมกับโค้งตัวหลายรอบให้กับคนตรงหน้า
“ท่านตา ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ทำนะเจ้าคะ พวกท่านก็
เห็นว่าข้าเดินของข้าอยู่ดีๆ เป็นนายน้อยของพวกเขา
ต่างที่วิ่งมาชนข้าเอง อึก อือ” ทำไมพวกท่านถึงติดนิสัย
คนอ่อนแอขนาดนี้กัน เห่ออ ข้าคงต้องพยายามมากกว่า
นี้สินะ พวกท่านถึงจะเลิกก้มหัวให้คนอื่นง่ายๆ เสียที
ระหว่างที่จินเออร์กำลังอดทนกับสิ่งที่เจออยู่ บน
ระเบียงชั้นบนสุดของโรงประมูล กำลังมีสายตาหลายคู่
จดจ้องมายังตำแหน่งที่นางอยู่
“นายท่านขอรับ เด็กคนนั้นได้รับบาดเจ็บ จะให้
พวกข้าลงไปจัดการหรือไม่” องครักษ์นายหนึ่งเอ่ย
ขึ้นมา เมื่อเห็นว่าบุคคลที่นายท่านกำลังจ้องอยู่มี
บางอย่างเกิดขึ้น
“ไม่ต้อง ไปตามเถ้าแก่หลิงมา แล้วบอกให้เค้า
จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย พาเด็กคนนั้นและครอบครัว
ไปห้องรับรอง ที่ 1 อ่อ อย่าลืมตามหมอมารักษาและ
ทำความสะอาดแผลให้เรียบร้อย”
“ขอรับ”
“เจ้า เจ้า กล้ากล่าวว่าข้าหรือ เด็กๆ จับตัวนังเด็กนี้
แล้วสั่งสอนมันเสีย” คุณชายตรงหน้าที่มีอายุราว 15
หนาว กำลังหันมามองครอบครัวเปั่ย ด้วยแววตา
รังเกียจและพร้อมกลับดำเป็นขาวพูดออกไป
“ได้ขอรับคุณชาย” ข้ารับใช้ตระกูลฮัวพลันเข้ามา
จับแขนท่านพ่อและท่านตาไว้ เพื่อไม่ให้ใครเข้ามา
ช่วยเหลือข้าได้จากนั้นก็ตรงขึ้นมาจับแขนข้า
“อืออ ปล่อยครอบครัวข้านะ” จินเออร์จะสู้ แงง
ใครก็ได้ช่วยข้าที อือ สู้ไม่ไหวแล้ว
ระหว่างนั้น เถ้าแก่หลิงและข้ารับใช้ประจำตัวก็
กำลังวิ่งมาทางจุดที่เกิดเหตุการณ์ ด้วยกลัวว่าตัวจะไป
ไม่ถึงทันการจึงเอาเสียงเข้าสู้ไปก่อนพร้อมกับตะโกน
นำไป ทำให้คนแถวนั้นโยรอบที่กำลังรอชมความสนุก
ถึงกับหันมามอง
“หยุดดด หยุดก่อน” เมื่อมาถึงแล้วจึงกลั้นหายใจ
แล้วพูดออกไปด้วยท่าทางสุขุมอีกครั้งหนึ่ง
“เดี๋ยวก่อนสิ นายน้อยตระกูลฮัว มิใช่ว่าท่านกำลัง
ไปโรงประมูลเซี่ยงจ้าวหลงหรอกหรือ”
“อ่ะ นายท่านหลิง คารวะขอรับข้าน้อยฮั่วเสิ่น”
เด็กหนุ่มผู้นั้นหันมาคารวะเถ้าแก่หลิงทันที
“ท่านปูั่เจ้าขา อืออ ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ” ข้าเห็นทาง
รอดเพียงหนึ่งเดียวของข้า ข้าจึงวิ่งไปหาทันที ข้ามาเกิด
ใหม่จริงหรือไม่ ทำไมการละครวิ่งเข้าหาข้าเหลือเกิน
“เป็นอะไรหรือไม่น้องซาน” เถ้าแก่หลิงเมื่อเห็นว่า
เด็กสาวตรงหน้าบาดเจ็บจึงหันไปสอบถามซานหลงและ
บิดาของเขาอีกรอบ
“ไม่เป็นอะไรขอรับพี่จาง ยังดีที่พวกท่านมาทัน”