เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 21 คำขอของข้าและผัก
หลังจากนั้นทั้งคู่จึงเดินทางไปบ้านของฝาแฝด
มนุษย์ตระกูลอวี้ แต่ระหว่างทางชาวบ้านที่พบเจอทาง
ออกมาอวยพรวันเกิดและจะมอบอาหารและกับข้าว
เล็กๆ น้อยๆ ให้กับจินเออร์ หลังจากนั้นเธอก็ทำได้
เพียงแบบโค้งหัวเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงบ้านของฝาแฝด
มนุษย์ เห่ออ ข้าไม่น่าออกมาด้วยเลย
“น้องสาวเจ้าจะมาทำอะไรหรือ”
“มีอะไรให้พวกข้าช่วยหรือเสี่ยวจิน”
“คารวะท่านพี่ทั้งสองเจ้าค่ะ ข้าเพียงจะมาชวน
พวกท่านทั้งสอง ไปงานขึ้นบ้านใหม่และงานเลี้ยงวัน
เกิดครบรอบ หกหนาวของข้าเจ้าค่ะ”
“แต่พวกพี่…..ไม่มีอะไรให้เจ้าเลยนะ พวกพี่จะไป
ได้อย่างนั้นหรือ”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าเพียงต้องการให้พวกท่าน
มาร่วมฉลองวันเกิดกับข้าเพียงเท่านั้น”
“ขอบคุณเจ้ามากจริงๆ”
“แต่ถ้าพวกพี่อยากตอบแทน ให้พี่ก็มาช่วยงานที่
บ้านข้าบ่อยๆ นะเจ้าคะ แล้วก็มาเป็นเพื่อนเล่นก็ได้เจ้า
ค่ะ และยิ่งพี่สาวมาอยู่กับท่านแม่ข้า ข้าจะได้ไม่ต้อง
ฝึกงานบ้านงานเรือนนั้น อิอิ ท่านแม่จะได้ช่วยปลูกฝัง
พี่สาวเรื่องงานบ้านงานเรือนแทนข้า เช่นนั้นข้ากลับ
ก่อนนะเจ้าคะ หากพวกท่านเสร็จงานที่บ้านแล้ว ก็ตาม
ไปเลยได้เลยนะเจ้าคะ งานเลี้ยงจะเริ่มในตอนตอนเย็น
ๆ ยามเซิน (เวลา 15.00-16.59 น.) เจ้าค่ะ”
“ได้ๆ พี่จะรีบเปลี่ยนผ้าแต่งตัวและตามเจ้าไป
ช่วยกัน”
“เจ้าค่ะ งั้นข้ากลับแล้วนะเจ้าคะ”
“ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ทั้งข้าและจินหลงต่าง
เงียบไป”
“จินหลง หกหนาวนี้ เจ้ามีอะไรให้ข้าบ้าง”
“อยากได้อะไรล่ะ”
“จะให้ข้าได้หมดจริงๆ นัะหรือ”
“แน่นอนสิ คนยิ่งใหญ่แบบข้า ขออะไรแล้ว ไม่มีสิ่ง
ใดที่ข้าทำให้ไม่ได้หรอก”
“งั้นหรือ…เก็บคำพูดของเจ้าไว้แล้วกัน ไว้ข้า
ต้องการเมื่อไหร่ข้าจะบอกออกมา”
“……..” ทำไมฟังแล้วมันดูแปลก ๆ จังเลยนะ รู้สึก
เหมือนโดนยัยเด็กอัปลักษณ์กำลังก่อหลุมให้ข้าตกลงไป
เหลือเกิน หรือยัยเด็กนี่กำลังจะทำอะไรสักอย่าง ช่าง
มันเถอะ นางอายุเพียงแค่หกหนาวจะทำอันใดได้กัน
ฮ่าๆ ข้านี่ กังวลมากไปจริงๆ
เมื่อกลับถึงบ้าน จินเออร์จึงมาช่วยท่านแม่
ทำกับข้าวอื่นๆ เพิ่มเติม โดยเริ่มต้นด้วยการทำเมนูไก่
ตุ๋น เนื่องจากรายการอาหารนี้ต้องใช้เวลานานจึงเริ่มทำ
เป็นชนิดแรก ขั้นตอนในการทำก็ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่
เนื่องจากท่านพ่อซื้อไก่ที่ชำแหละเสร็จเรียบร้อยมาแล้ว
จึงทำเพียงตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันหมูที่มีลงไปตาม
ด้วยขิงหั่นแว่น พวกสมุนไพรพริกไทยดำต่างๆ จากนั้น
ผัดไก่จนสุกแล้วเติมน้ำและปิดฝาให้สนิท ตุ๋นไปเรื่อยๆ
จนเปือย ส่วนรายการอาหารอื่นๆ ได้แก่ ผัดผักสาม
สหายโดยมี ผักกาด ผักชีและต้นหอม
เนื่องจากในเรื่องของพิธีการตามธรรมเนียมนั้น
ท่านย่าได้ดำเนินการไปในช่วงกลางวันแล้ว จนมาถึง
รอบเย็น ที่เป็นช่วงการเลี้ยงอาหารกันภายในครอบครัว
กว่าอาหารทุกอย่างจะเสร็จก็ล่วงเลยไปเกือบยามอิ๋ว
แล้ว (17.00-018.59 น.)
ส่วนอาหารที่ข้าเลือกมาเปิดตัวในวัยหกหนาวของ
ข้านั้นก็คือ….
“จินเเออร์ เจ้าจะให้พวกเรากินเนื้อดิบๆ เลยหรอ
ลูก”
“โถท่านพ่อใครจะให้ท่านกินเนื้อสดๆ กันละเจ้าคะ
ท่านดูวิธีนะเจ้าคะ ท่านคีบเนื้อชิ้นที่ท่านต้องการไว้
แล้วจุ่มลงไปในหม้อไฟนี้เจ้าค่ะ รอสักครู่จนเนื้อเปลี่ยน
สี เมื่อสังเกตว่าเนื้อท่านสุกแล้ว ท่านก็ยกขึ้นมาแล้วจิ้ม
ลงไปที่น้ำจิ้มรสเด็ดเจ้าค่ะ ข้าให้ท่านแม่ทำให้เป็นสอง
แบบนะเจ้าคะ คือแบบแรกไม่เผ็ดและแบบที่สองแบบ
เผ็ด ส่วนผักเหล่านี้พวกท่านอยากกินสิ่งใด ก็เอามันจุ่ม
ลงไปในหม้อรอให้ผักสลด แล้วก็ยกขึ้นมาและจุ่มลงใน
น้ำจิ้มก็ได้เช่นกัน เหมือนหมูเลยเจ้าค่ะ”
เปั่ยจินก็ลองทำให้ทุกคนดูอีกรอบ โดยการเลือก
หมูและผักใส่ลงในหม้อไฟและทดลองจิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด
แบบเผ็ดเท่านั้น และกินให้ทุกคนดู
ทุกคนได้แต่อ้ำอึ้งๆ มิมีผู้ใดใครกล้าลองทำตาม
เนื่องจากเห็นว่าสีหน้าของเปั่ยจินดูทรมานแปลกๆ ซึ่ง
เป็นผลมาจากการที่นางจิ้มน้ำจิ้มรสเผ็ดนั้นเอง จนท่าน
แม่ที่เป็นฝั่ายเชื่อใจลูกสาว ต้องเป็นคนลองทำก่อนเป็น
อันดับแรก
‘ท่านแม่ท่านเลิศที่สุด อือ ลูกภูมิใจในตัวท่านเจ้า
ค่ะ’
“เจ้าไหวหรือหลินเหมยให้พี่ลองทำก่อนหรือไม่”
เอ่อ ท่านพ่อท่านห่วงท่านแม่ แล้วข้าเล่าาา
“ไหวสิเจ้าคะท่านพี่” ท่านแม่เอ่ยตอบออกไปด้วย
น้ำเสี่ยงที่สั่นนะ แต่สู้
เอ็นดูท่านเหลือเกินเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกรักท่านที่สุด
“เป็นอย่างไรเจ้าคะท่านแม่ อร่อยมากเลยเหรอใช่
ไหมเจ้าคะท่าน แม่ท่านแม่ต้องรีบกินเลยนะเจ้าคะ
เดี๋ยวมันจะอร่อยจนฉุดไม่อยู่แน่นอนแน่นอน อิอิ” ครา
แรกที่สังเกตสีหน้าของมารดาแล้ว เปั่ยจินถึงกับงุนงงไป
ชั่วขณะ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ค่อยๆ แย้มออกมา
แล้ว จึงรู้ได้ทันทีว่า ผ่านด่านของมารดาเรียบร้อย
หลังจากนี้ก็อยู่ที่ทุกคนแล้ว
“ไม่ต้องรีบ แม่ก็กินอยู่แล้ว อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ
ทุกคน” ท่านแม่กินไปพลางบอกให้ทุกคนลงมือทานได้
หลังจากนั้นเมื่อทุกคนเห็นว่าท่านแม่ทานไปแล้ว
และอร่อยมากทุกคนจึงลงมากินพร้อมกัน
“อร่อยมากๆ”
“ใช่ๆ ยายชอบน้ำจิ้มไม่เผ็ดมากเลยเพราะยายกิน
เผ็ดไม่ได้”
“แต่พวกพี่ทั้งสองชอบน้ำจิ้มเผ็ดมากเลยนะ มัน
อร่อยจนน้ำหูน้ำตาไหลเลยล่ะ”
“ใช่ไหมเจ้าคะฮ่า ๆ ๆ”
หลังจากนั้นทุกคนก็ทานข้าวกันจนเสร็จ โดย
ประกอบไปด้วยเสียงหัวเราะรอบๆ ตัวเมื่อถึงเวลา
สำคัญทุกคนต่าง อวยพรวันเกิดของข้า วันนี้ข้ามี
ความสุขที่สุดเลย มีบ้าน มีพ่อแม่ มีท่านตาท่านยาย มี
พี่ๆ ฝาแฝด มีจินหลงและม้าแฝดอีกสองตัว ที่ตอนนี้
กำลังนอนอยู่ข้างๆ กองเพลิง บริเวณที่พวกข้ากำลังจัด
งานกัน
บรรยากาศงานเลี้ยงในครั้งแรก หลังจากแยกบ้าน
ออกมาแล้ว สามารถสร้างความสุขและเสียงหัวเราะ
ให้กับคนตระกูลเปั่ยมากมายนัก สำหรับเสียงหัวเราะที่
ดังออกมาจากรั้วบ้านตระกูลเปั่ยนั้น ช่างทำให้คนใน
หมู่บ้านประหลาดใจทีเดียว เพราะนานมาแล้วที่มิได้
เห็นแสงไฟส่องออกมาจากบ้านของสองตายายตระกูล
เปั่ย
เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวของข้าก็ตื่นมาช่วยกันเก็บผัก
ในแปลงไปขาย ผักหลายชนิดที่เติบโตแล้ว ต่างโดนเก็บ
ออกไป รวมๆ แล้วก็เกือบเต็มเกวียนทีเดียว ท่านยาย
ตกใจมาก เมื่อเห็นว่าผักที่ได้มีเยอะกว่าที่คิดไว้
“ตาเฒ่าๆ ผักเยอะเกินไปหรือไม่ แล้วอย่างนี้จะ
ขายอย่างไรดีล่ะ”
“อืมม ข้าคิดว่าจะตั้งแผงผักขายขอรับ”
“ท่านพ่อเจ้าค่ะ จะดีกว่าหรือไม่หากเราเอาไป
ติดต่อขายที่โรงเตี๊ยมแทน”
“หืมม โรงเตี๊ยมหรือเหลาอาหารตามที่ยัยหนูว่าก็ดี
นะ”
“แต่ข้ากังวลว่าจะไม่มีที่ไหนรับของๆ เราทันทีนะ
ขอรับ เนื่องจากเราไม่ได้ติดต่อไว้ก่อน”
“ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะท่านพ่อ เราก็เอาไปสอบถาม
หลงจู๊ หากว่าไม่มีที่ไหนสามารถรับไว้ได้ เราก็ตั้งแผง
ขายกันก่อน อีกอย่างไหนๆ ก็ไหนๆ จะได้ไม่เสียเที่ยว
เนื่องจากเราก็เข้าไปสอบถามเรื่องการประมูลกับเถ้า
แก่หลิงด้วยอยู่แล้ว”
“หืม ดี เอาตามที่จินเออร์ว่าก็ได้ขอรับท่านพ่อ”
“ได้ ๆ งั้นข้าไปกับพวกเจ้าด้วยละกัน เผื่อต้องตั้ง
แผงผักจะได้ไม่ลำบากเกินไป”
“เย้ๆ หลานจะได้เข้าเมืองอีกแล้วเจ้าค่ะ อิอิ”