เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 25 หลินจือแดงแผลงฤทธิ์หรือ
“ท่านพ่อเจ้าค่ะ องค์ชายคือพวกเชื้อพระวงศ์ที่อยู่
ในพระราชวังใช่หรือไม่” ข้ารู้ๆ แต่ข้าถามไปงั้นแหละ
“อืม ใช่แล้วละจินเออร์ พวกเราไม่ควรเข้าไปยุ่งกับ
คนพวกนี้จำเอาไว้นะ” ระหว่างที่พูด ท่านพ่อก็มอง
ออกไปยังห้องรับรองเหล่านั้นด้วยสายตาที่อ่านยาก จน
ข้าคิดว่า ท่านพ่อเคยมีความหลังอะไรบางอย่างหรือ
เปล่า
“เพราะเหตุใดเจ้าคะท่านพ่อ” ข้ารู้ว่าทุกคนใช่จะ
เป็นคนไม่ดีไปหมด เพราะจากนิยายที่ข้าอ่านมาก่อน
ตาย ทุกคนล้วนทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใครที่จะขาวไป
ทั้งหมด หรือดำไปเสียทั้งหมด ถ้าวันหนึ่งข้าต้องเลือก
จริงๆ ข้าคงจะอยู่ฝังสีเทา ที่หมายความว่า หากไม่มีใคร
มาทำร้ายครอบครัวข้า ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร แต่หาก
ใครเข้ามาจริงๆ ข้าก็ไม่มีความเมตตาให้ใคร ที่ๆ ข้าจาก
มา
“เพราะคนมีอำนาจส่วนใหญ่มักไม่ใช่คนดี” เอ๋
ท่านพ่อข้าว่าท่านแปลกๆหนา
“เอาล่ะๆ พอๆ มาดูรายการประมูลของรายการ
ต่อไปกันดีกว่า” หลังจากที่ข้ากับท่านพ่อคุยกันเริ่มออก
ทะเลเรื่อยๆ ท่านตาก็บอกให้หยุดและหันมาดุการ
ประมูลต่อ
“ขอรับท่านพ่อ”
“มาถึงรายการต่อไปนะเจ้าค่ะทุกท่าน ดอกบัวสีรุ้ง
สรรพคุณในการปรุงโอสถระดับเทวะ เริ่มที่ 500 ตำลึง
ทองเจ้าค่ะ” ผู้ดำเนินการประมูลบนเวที เริ่มพูดแนะนำ
อีกครั้ง
“ระดับเทวะเลยหรือ”
“โรงประมูลช่างสรรหามาได้ดีจริงๆ”
“แต่ข้าว่า คนที่รอจะประมูลดอกบัวสีรุ้งน่าจะมีแต่
บุคคลที่มีอำนาจไม่น่าจะตกมาถึงพวกเราหรอก”
หลังจากผู้ดำเนินการประมูลพูดจบก็ได้รับเสียง
ตอบรับจากเหล่าผู้คนที่มาร่วมกันเพื่อประมูลของ เหล่า
อำนาจต่างๆ และคนมีเงิน ที่เข้ามาเพื่อเลือกสรร
ประมูลสิ่งของที่ตนเองตามหา
“หนึ่งพันตำลึงทอง” องค์ชายห้า ยกปั้ายประมูล
ขึ้น
องค์ชายห้าและองค์ชายแปด เป็นโอรสของโอรส
สวรรค์คนปัจจุบันซึ่งก็คือฮ่องเต้ อีกทั้งยังเป็นพี่น้อง
มารดาเดียวกัน ทั้งสองมีระดับพลังปราณสีเขียวขั้น
กลาง เรียกได้ว่าอยู่ในหมวดคนรุ่นเยาว์ที่มีพลังปราณ
โดดเด่นใน ห้าสิบอันดับ นานๆ ทีถึงจะเสด็จออกมา
จากเมืองหลวงเพื่อประมูลของที่ตามหา ไม่นับรวมว่า
ทั้งสองพระองค์ถือเป็นผู้มีสิทธิ์ ในตำแหน่งรัชทายาท
รองลงมาจากพระโอรสของฮองเฮา และสนมเอกอีก
สองคน
“หนึ่งพันตำลึงทองเจ้าค่ะ มีใครให้มากกว่านี้
หรือไม่”
“หนึ่งพันสองร้อยตำลึงทอง”องค์ชายแปดเอ่ย
ออกมา ทำให้องค์ชายห้าสงสัยว่าทำไมถึงเอ่ยตัดราคา
ตนเองกัน
“น้องแปดเจ้าเอ่ยตัดราคาข้าทำไม”
“ฮ่าๆ ข้าจะนำไปมอบถวายแก่เสด็จแม่อย่างไร
ล่ะ”
“แต่พี่เองก็จะนำถวายให้เสด็จแม่นะ”
“ก็หากท่านพี่นำไปถวายเสด็จแม่ เสด็จแม่ก็จะยิ่ง
รักท่านไงล่ะ หึ ”
“ฮ่าๆ ได้ๆ ข้ายอมเจ้า แต่เสด็จแม่นะ ไม่มีทางรัก
เจ้าน้อยกว่าข้าอยู่แล้ว เจ้าแปด”
“ฮิฮิ ข้ารู้พะยะค่ะ ว่าแต่….เสด็จพี่มีเงินให้น้อง
หรือไม่ ถุงเงินน้องปั๋อแปั๋เลย”
“เจ้านี้นะ เจ้าแปด จะเอาใจเสด็จแม่ แต่ไม่พ้นข้า
เช่นเคย”
“ขอบคุณพะยะค่ะ กระหม่อมรักเสด็จพี่ที่สุดเลย”
“อย่างที่ทุกท่านได้ทราบกันไปนอกจากดอกบัวสีรุ้ง
จะมีสรรพคุณในการปรุงโอสถระดับเทวะแล้วนั้น
ดอกบัวสีรุ้งยังมีละอองสีทอง ระดับสูง ซึ่งการพบเจอ
นั้นยากยิ่ง เมื่อต้องฝั่าเข้าไปในส่วนลึกด้านในสุดของปั่า
ม่านหมอก หากไม่นำไปปรุงเป็นโอสถ แต่ละกลีบจะ
สามารถปลุกพลังธาตุในตำนานได้ หากในร่างกายมีพลัง
ปราณที่เหมาะสมสำหรับธาตุนั้นๆและที่สำคัญยัง
สามารถนำไปทำยาเสริมความงามสำหรับหญิงสาวได้
อย่างดี”
“ห้าพันตำลึงทอง ข้าให้ห้าพันตำลึงทอง มีผู้ใด
ต้องการอีกหรือไม่” ฮัวเสิ่น คุณชายตระกูลฮัวเอ่ย
ขึ้นมา เนื่องจากต้องการนำไปมอบให้ผู้เป็นบิดา เพื่อให้
บิดาภูมิใจในตัวตนเองเอ่ยออกมาอย่างเสี่ยงสั่นสู้
เนื่องจากสิ่งที่กำลังต่อกรด้วยคือบุตรของโอรสสวรรค์
อย่างที่ทราบเถ้าแก่หลิงมีคำสั่งห้ามคนตระกูลฮัวก็
จริง เพียงแต่การประมูลในครั้งนี้จดหมายเชื้อเชิญและ
ตั๋วในการเข้าร่วมประมูลได้ส่งออกไปนานแล้ว
หากมิเกรงว่าจะทำให้ผิดกฏของโรงประมูลแล้วละ
ก็ ตระกูลฮัวคงมิได้มาเสมอหน้าอยู่เยี่ยงนี้เป็นแน่
“หนึ่งหมื่นตำลึงทอง” องค์ชายแปดตะโกนออกมา
อีกรอบอย่างเหลืออด เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีใครกล้า
ประมูลตัดหน้าไปในราคาที่สูงกว่าตน
อย่างที่ทราบกัน ราคาหนึ่งพันตำลึงทองถือว่าน้อย
ไปด้วยซ้ำ สำหรับสรรพคุณและสิ่งที่จะได้หลังจากได้ตัว
สมุนไพรชนิดนี้ไปแล้ว ดังนั้นหลายๆ คนจึงทุ่มเทไปไม่
น้อยในการตามหา เพียงแค่ห้าพันตำลึงทอง หรือหมื่น
ตำลึงทองจึงมิอาจนับว่าเป็นกระไรเสีย
“ข้าไม่สู้แล้วล่ะ ใครจะไปสู้องค์ชายแปดได้กันละ
เจ้าว่าหรือไม่”
“ใช่ๆ มีเงินแล้วอย่างไร แต่อำนาจเบื้องหลังพวก
เราก็สู้ไม่ได้อยู่ดี”
“ได้มาก็อาจจะไม่ได้ใช้”
“ถ้าอย่างนั้น การประมูลจบที่ หนึ่งหมื่นตำลึงทอง
เจ้าค่ะ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้ของประมูลในวันนี้
ด้วย”
ตอนนี้คนที่นั่งในห้องหมายเลขหนึ่ง ไม่ได้สนใจ
สิ่งของที่นำมาประมูลสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เป็น
เครื่องประดับล้ำค่า หายาก หยก หรือไม่ก็มีจำพวกงาน
ศิลปภาพวาดต่างๆ สมุนไพรหายาก
ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละสิ่งที่เข้ามาประมูลล้วนแต่เป็น
ของดี แต่ถึงแม้จะดีแต่ก็ก้หาได้มีประโยชน์กับ
ครอบครัวนางในตอนนี้ไม่ นอกจากเงินแล้วสิ่งใดตอนนี้
ล้วนไร้ค่าทั้งสิ้น ในเมื่อไร้ชีวิตแล้วสิ่งใดจะมีค่าไป
มากกว่าสิ่งที่ช่วยต่อชีวิตนางเล่า
ต่างจากท่านพ่อและท่านตา ที่ตั้งใจฟังการประมูล
ของไปเรื่อยๆ ส่วนนางนั้น เริ่มเคลิ้มและหลับไปตั้งแต่
รายการแรกๆ แล้ว แล้วมารู้สึกตัวอีกที ตอนที่ท่านพ่อ
ปลุกให้ลุกขึ้นมาฟังรายการประมูลหลินจือแดงของนาง
การประมูลลำดับต่อไปจะเป็นการประมูลสินค้าหา
ยาก ที่ทุกคนตามหากันมานานและหายากมากเจ้าค่ะ
พูดจบทาสรับใช้ของโรงประมูลก็นำกล่องไม้สีทองที่สลัก
ลวดลายสวยงาม ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับเปิดฝาก
ล่องออกมา แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ด้านใน
“นั้นนนนน นั้น หลินจือ”
“จริงๆ ด้วย หลินจือเฉยๆ แต่มันคือหลินจือแดง
โอ้สวรรค์”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ทุกท่านคงจะได้ยินข่าวกันมาบ้าง
แล้ว สินค้าที่จะนำมาประมูลชิ้นถัดไป…เห็ดหลินจือแดง
ระดับสูง ในตำนานเจ้าค่ะ หลังจากพูดจบก็ช่วยเรียก
เสียงอือฮาเพิ่มขึ้นอีกเมื่อเปิดกล่องด้านหลังแล้วพบว่า
มีอีกสองกล่องด้วยกัน นั้นเท่ากับว่า วันนี้จะมีเห็ด
หลินจือแดงขึ้นประมูลถึง สามดอกด้วยกัน !!”
“หลินจือแดง จะช่วยในการปรุงโอสถแล้วยังเป็น
หนึ่งในโอสถปรุงยาอายุวัฒนะที่คนมีอำนาจหลายคน
ตามหากัน ด้วยสรรพคุณที่ว่าบำรุงร่างกาย เสริมกำลัง
บรรเทาอาการอ่อนเพลีย จึงกลายมาเป็นตัวยาที่สำคัญ
อย่างมากในส่วนผสมของโอสถหลายตัว”
ในขณะที่คนในโถงประมูลกำลังซุบซิบกันถึงที่ไป
ที่มา ของหลินจือแดงทั้ง สามต้นบนชั้นบนสุดของโรง
ประมูลชั้นพิเศษที่ไม่ได้มีหมายเลขใดๆ ติด ในขณะนี้ได้
มีผุ้ใช้งานนั่งอยู่ โดยที่ไม่มีใครรู้และสงสัยเลย นั้น
เพราะว่าได้มีผู้มีพลังปราณกางเขตเวทย์เอาไว้พลางตา
กำลังนั่งมองการประมูลเหล่านั้นอย่างตั้งใจ ที่ว่าตั้งใจ
คือตั้งใจมองห้องหมายเลขหนึ่ง มิใช่การประมูลแต่อย่าง
ใด
“โรงประมูลเซี่ยงจ้าวหลง ไม่ธรรมดาเสียจริง เจ้า
ว่าหรือไม่ หืม..”
“องค์ชายแปดพะยะค่ะ หากทรงนั่งเงียบๆ เหมือน
องค์ชายห้าบ้างจะดีไม่น้อย”
“โถ่ ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว พี่แปดท่านดูเเจ้าคนแซ่กู้
กล่าวสิ หึยยย”
กลับมาที่การประมูล ขณะนี้
“ข้าขอตั้งราคาสำหรับหลินจือแดงดอกแรกไว้ที่ ห้า
พันตำลึงทองเจ้าค่ะ”
“ข้าให้ หนึ่งหมื่นตำลึงทอง”
“โถ่ ข้าให้ หนึ่งหมื่นสองพันตำลึงทอง”
“ข้าให้ หนึ่งหมื่นสามพันตำลึงทอง”
ขณะนี้ในห้องรับรองต่างมีความเงียบเข้ามา
ครอบงำ ทุกคนต่างตกตะลึงกันไป แม้แต่เปั่ยจินเองก็
ตาม เพราะเงิน ที่มากถึงหลักหมื่นตำลึง หากใช้ดีๆ นาง
รับรองว่าจะมีกินมีใช้อีกหลายสิบปีด้วยซ้ำ
“ท่านพ่อ ท่านตาเจ้าคะ ยังมีสติกันอยู่หรือไม่”
“อะ อืม มีสิๆ ”
“ตาก็มีจินเออร์”
“งั้นตอบลูกหน่อยเจ้าค่ะ เมื่อกี้เพียงแค่ดอกแรกมี
ราคาถึงหมื่นกว่าตำลึงทองเลยหรือเจ้าคะ”
“ชะ ใช่แล้วจินเออร์ ตาไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่ ที่ดิน
ร้อยหมู่พร้อมบ้านใหม่ของพวกเขายังไม่เกินหนึ่งพัน
ตำลึงทองเลย แล้วหมื่นตำลึงทองมันมากขนาดไหนกัน
นะ ตาจะเป็นลม”
“อาจเพราะหลินจือแดงหายากมาก อีกทั้ง
สรรพคุณของมันยังสูงอีกมากด้วยขอรับท่านพ่อ ราคา
เลยสูงถึงเพียงนี้”
“ขออภัยเจ้าค่ะนายท่าน ตอนนี้ราคาพุ่งไปถึงสอง
หมื่นห้าพันตำลึงทองแล้วเจ้าค่ะ” ในขณะที่ตระกูลเปั่ย
กำลังคุยกันเรื่องเงินหนึ่งหมื่นตำลึงทองอยู่นั้น
สถานการณ์ของโรงประมูลขณะนี้ ก็ดุเดือดเป็นอย่าง
มาก มีทั้งผู้ที่ตั้งใจจะนำหลินจือแดงมาเป็นของตนเอง
และผู้ที่ประเมินแล้วว่าจะรอโอกาสในรอบที่สองและ
สาม เผื่อราคาจะต่ำลงมากว่านี้ แต่ใครจะล่วงรู้ว่าแม้แต่
ดอกที่ สองและสาม คนที่ยังคิดอยู่อย่างวาดหวัง ก็ไม่มี
แม้แต่สิทธฺ์ที่จะซื้อ เพราะราคาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
“ข้าให้สามหมื่นห้าพันตำลึงทอง !!!”
เสียงสุขุมดังมาจากชั้นสามของโรงประมูล ซึ่งจะ
เป็นห้องประมูลหมายเลขสาม อันที่จริงชั้นสามนั้นจะมี
แค่ห้องรับรองสำหรับผู้มีอำนาจเท่านั้น ซึ่งจะมีแค่สิบ
ห้องเท่านั้นห้องแรกตอนนี้เป็นห้องของตระกูลเปั่ย ห้อง
รับรองหมายเลขห้า คือคุณชายกู้ องค์ชายห้าและองค์
ชายแปด ดังนั้นห้องอื่นๆ ที่เหลือจึงยังคงเป็นปริศนา
จนกว่า จะมีเสียงดังออกมาเท่านั้น
ซึ่งห้องหมายหนึ่งถึงสามนั้น จะต้องเป็นสหายหรือ
คนที่ประมุขของโรงประมูลเซี่ยงจ้าวหลง คิดว่าคู่ควร
พอที่จะให้ความสำคัญหรือพึงพอใจเท่านั้น
“มีใครต้องการประมูลราคาที่ที่ราคามากกว่านี้
หรือไม่เจ้าคะ”
“สามหมื่นห้าพันตำลึงทองครั้งที่หนึ่ง”
“สามหมื่นห้าพันตำลึงทองครั้งที่สอง”
“สามหมื่นห้าพันตำลึงทองครั้งที่สาม”
“ขาย” พูดจบผู้ดำเนินการประมูลจึงกล่าวตัดจบ
และนำค้อนในมือเคาะลงบนโต๊ะในทันที เพื่อปิดการ
ประมูล
เมื่อการประมูลหลินจือแดงดอกแรกจบลง คนใน
โถงประมูลต่างพากันถอนหายใจ ด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน
ออกไป คนที่มีเงินแต่ไม่มีอำนาจก็พากันเสียดายที่ไม่ได้
ไป ส่วนคนที่ไม่มีอะไรพอก็ต่างพากันเสียใจที่ไม่ได้
ครอบครัวหลินจือแดงอันล้ำค่า
ซึ่งต่างจากห้องรับรองหมายเลขหนึ่งสิ้นเชิง ตอน
แรกตระกูลเปั่ยต่างตกตะลึง แต่ในตอนนี้มีแค่ความดีใจ
ที่เพียงแค่ดออกแรกพวกเขาก็มีเงินถึง สามหมื่นห้าพัน
ตำลึงทองแล้ว ยังเหลืออีกสองดอก ซึ่งดูท่าแล้วผู้
ประเมินหรือเถ้าแก่หลิงบอกว่าจะสามารถทำราคาได้ไม่
ต่ำกว่า แสนตำลึงแน่นอน และเป็นจริงตามคาด
โรงประมูลสามส่วน เจ้าเจ็ดส่วน เงินทั้งหมดรวม
หนึ่งแสนสองหมื่นตำลึงทอง ที่เหลือของพวกเจ้าคือ
แปดหมื่นสี่พันตำลึงทอง
เปั่ยซานหลงรับเงินมาถือไว้ ด้วยมือที่สั่นเทา เถ้า
แก่หลิงที่เห็นดังนั้นจึงบอกว่า จะให้องค์รักษ์ไปกับพวก
ข้า มากถึงห้าคนด้วยกัน เพื่อคุ้มครองพวกข้าออกจาก
ร้านและได้แนะนำให้พวกข้านำเงินทั้งหมดไปฝากไว้ที่
โรงรับฝากเงินจะปลอดภัยกว่า
ในสมองของข้าตอนนี้มีแต่คำว่าโคตรรวยยย ข้า
รวยแล้ววจริงๆ หรือ
ท่านพ่อกล่าวลาเถ้าแก่หลิงและนำข้ากับท่านตา
ออกไปโรงรับฝากเงินอย่างรีบร้อน เนื่องจากเงินที่ถือ
ตอนนี้ก็เหมือนเผือกร้อนที่ต้องรีบหาที่วางให้เร็วที่สุด
“ตามไปคุ้มครองนางและครอบครัว”
“ขอรับนายท่าน”
หลังจากนั้นเมื่อข้าหลุดออกมาจากโรงประมูลได้
แล้ว และกำลังเดินไปโรงรับฝากเงิน
“เสด็จพี่ห้า ท่านไม่น่ายอมห้องหมายเลขสามเลย
ไม่เช่นนั้นเราคงได้มาอีกสักหนึ่งดอกแน่ๆ”
“ไม่มีใครสอนเจ้าหรือ โลภมากลาภหายนะ”
“โถ๊ะ เอ๊ะ ท่านพี่ ทำไมตรงนั้นข้าคุ้นๆ เด็กคนนั้น
จังเลย นางหน้าตาคล้ายกับน้องเล็กจัง”
“เจ้าก็พูดไปเรื่อยเปือย ไปเถอะรีบกลับ ประเดี๋ยว
ท่านแม่จะเป็นห่วง” ระหว่างที่กำลังจะหันหน้ากลับมา
องค์ชายห้าก็เหลือบหางตาไปเห็น ชายชราคนหนึ่งที่
คลับคล้ายว่าจะรุ้สึกคุ้นเคยมาก่อน จึงได้แต่เก็บไว้ในใจ
รอถามเสด็จแม่อีกครา
“ขอรับๆ”