เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 26 สืบหาท่านหญิง
“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านยาย โอ๊ยยย”
ข้ารีบกระโดดลงจากเกวียนทันที ที่เกวียนมาจอดในรั้ว
ของบ้าน แต่ข้าลืมไปว่า ข้าเพิ่งหกล้มมา หูยย เจ็บ
ชะมัด
“จินเออร์ ลูกเป็นอันใดไป” เปั่ยหลินเอยอย่าง
ตกใจ ที่เห็นบุตรสาวตนเองคล้ายจะเจ็บปวดมากมาย
เสียเหลือเกิน
เหตุเกิดจากที่เปั่ยจินกระโดดลงมาจากเกวียน บิดา
และท่านตาต่างตกใจที่ห้ามนางมิทัน ด้วยเพราะไม่คิด
ว่านางจะลืมไปว่าตนเองบาดเจ็บอยู่ ส่วนนางก็ลืมตัวไป
เสียหน่อย ขาของนางในตอนนี้จึงมิอาจยืนได้ในทันที
ทำให้ตอนนี้ เปั่ยจินลงไปนอนคลุกฝุั่นเป็นที่เรียบร้อย
“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านแม่ แหะๆ เจ็บนิดหน่อย
เจ้าค่ะ” ข้าได้แต่หัวเราะแห้งๆ ส่งไปให้ทันแม่ และเป็น
ที่แน่นอนว่า หลังจากนี้คงต้องฟังความห่วงใยจากท่าน
ยายและท่านแม่อีกหลายก้านธูป
“เบาๆ หน่อย จินเออร์ เจ้ามิควรกระโดดลงมารู้
หรือไม่” หลินเหมยทำทีเป็นดุเด็กน้อยตรงหน้า แต่
สายตาที่มองไป เต็มไปด้วยความห่วงหา และสอดส่อง
ไปทั่วร่างกายของเด็กน้อย
“ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกผิดไปแล้วเจ้าค่ะ
คราวหลังจะไม่ให้ท่านเห็น” เอ๊ะ ผิดๆ ไม่ให้กิด
เหตุการณ์แบบนี้อีกเจ้าค่ะ ประโยคหลังข้าไม่ได้เอ่ย
ออกไป เพียงแค่หวังว่าความคิดของข้าจะส่งไปถึงท่าน
แม่ละกันนะ หึหึ
“เจ้านี่ ว่าอย่างไรนะจินเออร์”
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ฮิฮิ” ระหว่างนั้นท่านตาก็เดินลง
มาจากเกวียน ส่วนท่านพ่อเอาเจ้าพวกแฝดฮุย เฮย ไป
ปล่อยใต้ต้นไม้ เพื่อให้มันพักผ่อนและกินหญ้าแถวนั้น
เนื่องจากคนในครอบครัวข้าคิดเอาเองว่ามันเป็นม้าที่รู้
ความ และคุ้นชินกับบ้านเราแล้วจึงไม่หนีไปไหน วางใจ
ปล่อยเจ้าแฝดให้เดินเล่นได้ตามใจชอบ แต่หารู้ไม่ มัน
หาใช่ม้าธรรมดาไม่ หากแต่มันเป็นสัตว์วิเศษ
“เป็นอย่างไรบ้างตาแก่ วันนี้เกิดเรื่องอันใดขึ้น ทำ
ไมยัยหนูถึงได้มีสภาพแบบนี้” เมื่อท่านตาเดินมาถึง
ท่านยายจึงเอ่ยปากออกไปถามหาเรื่องราว ด้วยความ
สงสัย มิเเพียงเท่านั้นในมือของท่านยายนั้น ยังมีน้ำดื่ม
ให้ท่านตาอีกด้วย
“อืม เรื่องมันยาวมากยายแก่” ท่านตารับน้ำมา
จากท่านยายแล้วดื่มลงไป จากนั้นจึงหันไปหาท่านพ่อ
เพื่อถามว่าใครจะเป็นคนเล่าเหตุการณ์ในวันนี้
“ยาวข้าก็จะฟัง เจ้าอย่าลีลาเถิด รีบพูดมา” ท่าน
ยายเริ่มขึ้นเสียงใส่ท่านตา แต่น้ำเสียงไม่ได้เจือความ
หงุดหงิดแม้แต่น้อย เนื่องจากเป็นการเสียงดังเป็น
บางปรโยคหรือบางครั้ง นับว่าเป็นการหยอกล้อกันเป็น
ปกติระหว่างสามีและภรรยา
“ส่วนเจ้ามานี่ จินเออร์ มาให้แม่ดูหน่อยเถอะ
บาดเจ็บที่ตรงไหนอีกหรือไม่” หลังจากนั้นท่านแม่ก็จับ
ข้าหมุนซ้าย หมุนขวา แล้วก็หมุนซ้ายอีกรอบ หมุนขวา
อีกรอบ จนข้าจะเป็นลมแล้ว
“หลินเหมย พี่ว่าเจ้าพอก่อนเถอะ ให้ลูกนั่งพักก่อน
เถอะ”
“โถ่ ท่านพี่ก็ข้าห่วงลูกนี่เจ้าคะ”
“เจ้าก็เล่ามาได้แล้วตาเแก่ ข้าอยากรู้ว่าสรุปแล้ว
เรื่องราววันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“ข้าเล่าเองขอรับท่านพ่อ”
หลังจากนั้นท่านพ่อจึงเล่าให้ท่านยาย ท่านแม่ฟัง
ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับข้า ตั้งแต่เรื่องที่ข้าโดนนายน้อย
ตระกูลฮัวทำร้าย ไปจนถึงเรื่องการประมูลสมุนไพร
หลินจือแดง
“ห๊าาา เจ้าว่า เท่าไหร่นะ อาซาน” ท่านยายเมื่อได้
ยินก็เอ่ยถามอีกคราด้วยอาการตื่นเต้นและเสียงสั่น
“แปดหมื่นสี่พันตำลึงทองขอรับท่านแม่”
“มากมายถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าค่ะท่านพี่” หลิน
เหมยเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เพียงแต่ ยังมีเงินจากครา
ก่อนที่คิดว่าชาตินี้คงหาไม่ได้อีกแล้วอยู่ จึงยังพอทำใจ
ในเงินอันมหาศาลนี้ได้บ้าง
“มากมายถึงเพียงนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ อิอิ” จิน
เออร์เอ่ยหยอกล้อท่นาแม่กลับไป จึงเจอท่านแม่มอง
ค้อนเข้าให้
“หลังจากนี้ เราก็จะร่ำรวยกันแล้วยัยแก่” ท่านตา
พูดออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ ปนไปด้วยความตื้นตันใจ
คล้ายคนที่ดีใจจนจะร้องไห้ออกมา
“อึก อืมม ข้าดีใจเหลือเกินอาหลิน อาซาน ตาแก่
ข้าตายตาหลับแล้ว”
“นั้นสินะ ยัยแก่ อาหลินของพวกเรา มีความสุข
จริงๆ สักที”
“โถ่ ท่านแม่ แค่พวกท่านเลี้ยงดูข้ามา ข้าก็มี
ความสุขมากแล้วเจ้าค่ะ” หลินเหมยเมื่อเห็นว่าท่านพ่อ
ท่านแม่กำลังจะร้องไห้จึงเอ่ยออกมา
“เป็นเช่นนั้นๆ จริงหรือไม่ตาแก่”
“อืมม อาหลินของเรา สมควรแล้ว แล้วยังยัยหนู
จินเออร์กับอาซานอีก ดีจริงๆ ที่คนแก่อย่างพวกข้า มี
ชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้”
“ท่านตา ท่านยาย พูดแปลกๆ นะเจ้าคะ” แปลกๆ
ข้าว่าแปลกๆ ท่านตาท่านยาย ท่านพูดแปลกๆ อีกแล้ว
ข้าหวังว่าผลจากการอ่านนิยายของข้าจะทำให้ความขี้
สงสัยของข้าผิดพลาดบ้าง
“ฮ่าๆ อย่างนั้นหรือ จินเออร์” ท่านยายหันมองข้า
ด้วยสายตาที่ยิ้มและเทิดทูนแปลกๆ
“เจ้าค่ะ ท่านตา ท่านยายพูดแปลกๆ เหมือนท่าน
แม่ควรร่ำรวยมาตั้งแต่กำเนิดอย่างนั้นเสีย” ข้าไม่อยาก
ปล่อยความสงสัยออกไปง่ายๆ ในเมื่อมีโอกาสเราก็ควร
ถามออกไป ใช่หรือไม่ทุกคน
“ฮ่าๆ เจ้าฉลาดเสียจริง จินเออร์ เหมาะสมแล้วที่
เป็นหลานของคนผู้นั้น”
“ตาแก่ ใกล้ค่ำแล้ว เดี๋ยวข้าไปทำอาหารก่อน เจ้า
ไปช่วยข้า ก่อฟืนไฟหน่อย”
“ได้ๆ เดี๋ยวข้าตามไป”
“ท่านแม่เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปช่วยด้วยเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไรอาหลิน เจ้านั่งพักเถิด พ่อกับแม่ทำเอง
มื้อนี้ ถือว่าเลี้ยงฉลองให้พวกเรา ตาแก่ ยายแก่อย่าง
พวกข้า ทำอาหารอร่อยนะ จะบอกให้”
“ถ้าอย่างนั้น รบกวนด้วยนะเจ้าค่ะท่านพ่อท่าน
แม่”
“ข้าจะรอทานอาหารอร่อยๆ จากฝีมือท่านตาท่าน
ยายนะเจ้าคะ”
“อย่างนั้นหรือ ตาจะทำเต็มที่เลย ฮ่าๆ”
ท่านตาท่านยาย พวกท่านมีพิรุธอีกแล้วววว อือออ
พิรุธเห็นๆ แต่มันจะเป็นแบบไหนกันแน่ ข้าอ่านมาซะ
หลายเล่มด้วยสิ นิยายเนี่ย กลับมาเล่าให้ข้าฟังเลย ยย
ข้าตื่นเต้นไม่ไหวแล้วนะ พวกท่านจะมาทิ้งข้าไปแบบนี้
ม้ายด้ายยยยย ส่วนท่านพ่อกับท่านแม่ของจินเออร์นะ
หรือ อาจจะสงสัย แต่ไม่กล้าถาม เพราะข้าสังเกตุ
อาการแล้ว ตอนที่ท่านตาท่านยายพูดประโยคแปลกๆ
ออกมา ท่านพ่อกับท่านแม่ มีท่าทีชะงักไปชั่วครู่นึง
หากไม่สังเกตคงไม่รู้
กลับมาที่ การเดินทางกลับเมืองหลวงขององค์ชาย
ห้าและองค์ชายแปด
“ท่านแม่ขอรับ ข้าคิดถึงท่านแม่” ไม่พูดเปล่า องค์
ชายแปดยังวิ่งไปกอดเสด็จแม่ของตนเอง
“แม่ก็คิดถึงเจ้า เจ้าแปด” พระสนมเย่ว เอ่ย
ออกมาพร้อมกับโอบกอดโอรสของตนเอง ยังไม่วาย
ทอดสายตาไปมองโอรสอีกหนึ่งพระองค์
“ถวายบังคมพะยะค่ะเสด็จแม่”
“อืมม เจ้าห้ายังเป็นเจ้าที่ปฎิบัติตามธรรมเนียม
เสมอมา” พระสนมเย่วเอ่ยชื่นชมโอรสของตนพระองค์
นี้ เนื่องจากนิสัยของโอรสทั้งสองช่างแตกต่างกันเป็น
อย่างมาก องค์หนึ่งแสนซน ดื้อดึง อีกองค์ว่าง่าย อบอุ่น
แต่เย็นชา
“ขอรับท่านแม่”
“ท่านแม่ขอรับ ข้ามีของฝากท่านด้วยนะขอรับ”
หลังจากพูดจบ องค์ชายแปดค่อยๆ หยิบกล่องไม้วิจิตร
ออกมา และเปิดออก
“ดอกบัวสีรุ้ง !!!” พระสนมเย่ว เมื่อเห็นว่า สิ่งที่
โอรสทั้งสองนำมาถวายคือ สิ่งใด ถึงกับปิดความยินดีไว้
ไม่มิด ต้องบอกว่า หญิงสาวไม่ว่าจะอยูาในสถานะใด
อย่างไรเสียความงามคือสิ่งที่ยังคงดึงดูดพวกนางได้
เสมอ
“พะยะค่ะเสด็จแม่ เจ้าแปดประมูลมา โดยใช้เงิน
ลูก พวกเรานำมาถวายแก่เสด็จพะยะค่ะ” องค์ชายห้า
เอ่ยสำทับพร้อมกับเอ่ยวาจาหยอกล้ององค์ชายแปด
เรื่องเงินเล็กน้อย
“ฮ่าๆ ดีๆ ยังคงเป็นลูกๆ ที่รักแม่เสมอ” พระสนม
เย่วฮวา หันไปมองลูกๆ ทั้งสองด้วยสายตาที่ยิ้มแย้ม
ด้วยความรักในตัวลูกทั้สอง
หลังจากนั้นพระสนมเย่วฮวากับองค์ชายทั้งสอง
พระองค์ก็พูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป ที่ออกจากเมืองหลวง
และสิ่งที่พบเจอ
“ท่านแม่พะยะค่ะ ลูกเหมือนจะคลับคล้ายคลับ
ครา เจอ องค์รักษ์ ซี ซีเปั่ยพะยะค่ะ”