เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 36 หลับใหล
“จินเออร์เป็นอะไรไปลูก” ซานหลงรีบหันกลับมา
ทันที ที่ได้ยินเสียงดัง
เมื่อเห็นว่าซานหลงรีบหันหลังกลับมา หลินเหมย
จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ และรีบเดินตามซานหลง
ไปทันที
“เกิดอะไรกันเจ้าคะท่านพี่”หลินเหมย
“นั้นสิอาซาน โวยวายอันใดกัน” เปั่ยฮูหยินตะโกน
ถามเพราะยังติดพันกับการล้างผักอยู่
“อ่าาา จินเออร์หลานตาเกิดอันใด”
เมื่อนายท่านเปั่ย เอ่ยชื่อจินเออร์ออกมาเพียง
เท่านั้น ทุกคนต่างกรูกันเข้ามาดูจินเออร์ทันที ไม่เว้น
แม้แต่คนในตระกูลซู ที่กำลังแยกย้ายกันไปทำงานตาม
คำสั่งก่อนหน้านี้
“จินเออร์นาง…นางสลบไปขอรับ ข้ารบกวนท่าน
นำนางไปนอนบนเตียงก่อนเถิด” จินหลงที่กำลังตก
ตะลึงอยู่ เมื่อเห็นว่าทุกคนวิ่งเข้ามาหา จึงตั้งสติได้และ
เอ่ยออกไป
“ได้ๆ จินหลงเจ้าช่วยจินเออร์ด้วยนะ อย่าให้นาง
เป็นอันใดไป” ท่านพ่อรีบพูดออกมาระหว่างที่วางจิน
เออร์ลงบนเตียง
ในตอนนี้สีหน้าของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความ
กังวล และห่วงใยเด็กสาวตรงหน้า ที่นอนสลบอยู่ ไม่
เว้นแม่กระทั้งตระกูลซูที่เพิ่งพบเจอ และได้รับความ
ช่วยเหลือจากเด็กสาวตรงหน้าที่สลบไปเพียงไม่ทันข้าม
เดือน
“ขอรับ ข้าขอตรวจนางสักครู่” น้ำเสียงที่ตอบรับ
เต็มไปด้วยความกังวล
“รบกวนทุกท่านช่วยออกไปด้วยขอรับ ข้าจำต้อง
ใช้สมาธิ ท่านซานหลงอยู่ช่วยข้าก่อนนะขอรับ”
“ได้ๆ จินหลง รบกวนเจ้าด้วย ส่วนพวกเจ้าตามข้า
ออกมาเถิด มีเรื่องสงสัยอันใดไว้เราคุยกันข้างนอก”
“ขอรับนายท่าน/เจ้าค่ะนายท่าน”
ตอนนี้ตระกูลซูนั้น ในสายตาที่แสดงถึงความ
ห่วงใยเด็กสาวแล้ว ยังมีความสับสนและสงสัยในตัวของ
จินหลง กระต่ายน้อยเมื่อสักครู่เต็มไปหมด เพียงแต่
ตระกูลซู ก็ยังคงเป็นตระกูลซูที่จินหลงเลือกมา แม้จะ
สงสัยและอยากรู้เพียงใดแต่ความภักดีที่แสดงออกมา
นั้นย่อมมีมากกว่า
“เจ้าว่ามา มีอันใดให้ข้าช่วยจินหลง” ซานหลงเอ่ย
ถามออกไปด้วยใจที่ว้าวุ่นและห่วงใยในตัวจินเออร์
พรึ่บ
สิ้นคำถามของซานหลง กระต่ายน้อยเมื่อครู่ได้
แปลงกายเป็นมนุษย์ในทันที เพื่อให้สะดวกต่อการ
รักษา ด้านซานหลงก็ได้แต่อึ้งและนิ่งไปแล้ว ด้วยมิ
คาดคิดว่าเจ้ากระต่ายน้อยที่ตนเอ็นดูมาตลอด จน
ยินยอมให้อยู่ข้างกายบุตรสาวของตนเองจะกลายเป็น
บุรุษรูปงามเพียงนี้ไปได้ เขาคิดถูกหรือไม่นะ
“เอ่อ เจ้า…จินหลง เจ้าคือจินหลงกระต่ายน้อยตน
นั้นหรือ” หลงซานยังคงตกใจอยู่มาก ทำได้เพียงถาม
ออกไปพร้อมกับชี้นิ้วไปมา ระหว่างตำแหน่งที่กระต่าย
น้อยเคยยืนอยู่ สลับไปมากับจุดที่จินหลงในร่างมนุษย์
ยืนอยู่ไปมา
“ใช่ ข้าเอง หวังว่าท่านจะเก็บเป็นความลับต่อไป
ได้”จินหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เพราะไม่คิด
ว่าตนเองจะต้องเปิดเผยความลับในเวลาอันรวดเร็ว
เพียงนี้
“ขอรับ ข้าจะไม่เอ่ยอันใดออกไปเด็ดขาด”
“ดี งั้นข้าขอตรวจจินเออร์ ห้ามไม่ให้ใครเข้ามา
เด็ดขาด ข้าต้องการสมาธิ” หลังจากสั่งความเสร็จ จินห
ลงได้ยื่นมือไปจับชีพจรเด็กน้อยตรงหน้าและทำการส่ง
พลังเข้าไปตรวจดูภายในต่างๆ
“ได้” เมื่อรับปากแล้ว ซานหลงจึงไปนั่งรออีกฝัง
หนึ่งในห้องเพื่อคอยดูเหตุการณ์
“นางไม่ได้ปั่วยหรือไข้ขอรับ แต่เหมือนที่ข้าคิดไว้
พลังของนางกำลังจะตื่นขึ้นก่อนเวลา” จินหลงละมืออก
จากจินเออร์และกล่าวออกมาเมื่อหยุดการส่งพลังเข้าไป
ตรวจดูอาการ
“ห๊ะ พลังของจินเออร์กำลังจะตื่นขึ้น แย่แล้วๆ ทำ
เช่นไรดี” ซานหลงรับรู้เรื่องพลังมาพอสมควร จากการ
บอกเล่าของนายท่านเปั่ย จึงพอจะเข้าใจว่า ร่างกาย
ปกติของคนบนโลกนี้ เมื่ออายุเจ็ดหนาวแล้ว พลังใน
ร่างกายจะตื่นขึ้น ความเจ็บปวดที่ได้รับจะเพิ่มขึ้นตาม
ระดับพลังที่สูงขึ้นไปของแต่ละบุคคล
“ไม่ต้องกังวลขอรับ ข้ากางเขตพลังไว้แล้ว จะไม่มี
ใครสามารถเข้ามาในห้องนี้ หรือรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน
ห้องนี้เด็ดขาด”
“อืมม แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อไปละจินหลง นาง
จะฟืนตอนไหนกัน”
“คงทำอันใดไม่ได้ขอรับ ต้องรอจนกว่านางจะฟืน
ขึ้นมาเอง ส่วนเวลาก็ตามที่ข้าบอกเลยจนกว่าร่างกาย
นางจะรับพลังไหว นางถึงจะฟืนขึ้นมา”
“แล้วนางจะเป็นอันใดมากหรือไม่ ข้าเป็นห่วง”
“นางเพียงแค่อ่อนแอเกินที่จะรับพลังไว้ได้ขอรับ
จึงทำให้ตนเองนิทราไปแบบนี้ เมื่อพลังนางตื่นขึ้นมา
แบบสมบูรณ์แล้ว นางจะตื่นขึ้นมาเอง”
“ข้าว่าระหว่างนี้ พวกท่านทำก็ช่วยดูแลตนเองและ
กิจการที่นางต้องการเถิด เมื่อนางฟืนขึ้นมาจะได้สบาย
ใจ”
“ได้ ข้าเชื่อเจ้าจินหลงฝากเจ้าดูแลนางด้วย”
หลังจากนั้นซานหลงและจินหลงจึงออกมาจาก
ห้องพักของจินเออร์ และอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้ทุก
คนรวมไปถึงคนในตระกูลซูฟัง แม้จะตกตะลึงอยู่บ้างแต่
ทุกคนก็พยาายามเข้าใจ นอกจากนี้ตระกูลซูแม้เพียง
อยากทรยศเพียงใด แต่สัญญาชีวิตนั้น ก็ได้ผูกมัดชีวิต
ของตนเองไว้แล้ว จึงมั่นใจได้ว่า ความลับนี้จะไม่รั่วไหล
ไปไหนเด็ดขาด
เมื่อจบเรื่องแม้จะเป็นห่วงจินเออร์เพียงใด แต่งาน
ที่จินเออร์ได้สอนทุกคนไว้ ณ ตอนนี้จึงเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว
จิตใจทุกคนไว้ วันเวลาผ่านไปเข้าสู่หน้าหนาว ได้1
สัปดาห์แล้ว ยังไม่มีท่าทีการตื่นขึ้นของคนตัวเล็ก
ตรงหน้า มีเพียงแค่ร่างกายที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป
ส่วนกิจการกิมจิของจินเออร์ มารดาของนางได้ทำ
การปรับปรุงรสชาติและสูตรกิมจิให้มากขึ้น จากนั้นจึง
นำออกไปทดลองให้ชาวบ้านแถวนี้ชิมกัน ผลปรากฏว่า
ชาวบ้านต่างชื่นชมในรสชาติเป็นอย่างมาก นอกจากจะ
ไม่ต้องอดทานผักในหน้าหนาวแล้ว รสชาติของกิจจิ
ตรงหน้า ก็แตกต่างจากผักดองของชาวบ้านนัก เพราะมี
รสชาติที่ดีกว่าและผักนั้นก็ยังมีความกรอบและสดอยู่
พอสมควรตามระยะเวลาที่ทำการหมักไว้
เมื่อเห็นว่าผลตอบรับที่ได้ดีเกินคาด ตระกูลเปั่ยจึง
ลองนำสินค้าที่มีมาออกขาย ตามเหลาอาหารที่รู้จักและ
คนรู้จัก กลายเป็นว่ามีการสั่งซื้อมากมาย ส่วนเรื่อง
ราคานั้น เนื่องจากตระกูลซู เป็นคนชนชั้นสูงมาก่อน จึง
พอจะทราบราคาอาหารแต่ละอย่าง จึงแนะนำราคาที่
สามารถขายได้อย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝั่าย
เพียงแต่จินหลงที่รับรู้ว่าเด็กน้อยของตนเองที่นอน
หลับใหลอยู่นั้น ต้องการความร่ำรวยมากกว่าสิ่งใด จึง
คอยแนะนำและสั่งสอนสิ่งต่างๆ ให้แก่ตระกูลเปั่ย อีก
ทั้งยังมีความรู้อื่นๆ จากความทรงจำของจินเออร์ให้แก่
คนในตระกูลไปด้วย
กลายเป็นว่านอกจากกิจการกิมจิหลากหลายสูตรที่
กำลังไปได้ดีแล้วนั้น ยังมีเมนูอาหารจากภพก่อนของจิน
เออร์อีกด้วยในตอนนี้