เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 40 กลับมาสักที...ยัยเด็กอัปลักษณ์
ผ่านไปไม่นาน ก็จะย่างเข้าเดือนที่สามแล้ว ที่จิน
เออร์นอนหลับไป ครอบครัวเปั่ยที่ตอนนี้มีเงินเก็บสะสม
มากพอที่จะทำกิจการใหญ๋ๆ ได้แล้ว ก็ยังรอการฟืนคืน
สติของเด็กน้อยบนเตียงเช่นเดิม
“ท่านลุงขอรับ…คุณหนูจินเออร์นางใกล้จะฟืนหรือ
ยังขอรับ”
“ยังเลยหยางคง”
“ขอรับ เช่นนั้นข้าไป อ่านตำราก่อนนะขอรับ”
“อืม ไปเถอะ เผื่อจินเออร์ฟืนขึ้นมาเจ้าจะได้สอน
นางอ่านหนังสือ”
“ขอรับ ข้าจะตั้งใจอ่านเยอะๆ จะได้สอนคุณหนู
ได้”
หลังจากที่จินเออร์สลบไปได้หนึ่งเดือนเต็ม ครอบ
ครัวเปั่ยที่จะให้หยางคงเป็นคนสนิทของจินเออร์เป็นอัน
ต้องพักบทบาทไปก่อนและหันมาให้หยางคงอ่าน
หนังสือไปก่อน ทดแทนการไปร่ำเรียนหนังสือ เนื่องจาก
ในช่วงนี้ เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพายุหิมะและ
ความหนาวาเหน็บที่มาก่อนเวลาและรุนแรงนั้น จึงทำ
ให้ต้องละแผนการไปก่อนและหันมาศึกษาตำราภายใน
ตัวบ้านแทน
“ปัง ปัง ปัง มีใครอยู่หรือไม่”
เมื่อได้ยินเสียงคนเคาะประตู พ่อบ้านซูจึงเดิน
ออกมาเปิดดู เมื่อเห็นว่าเป็นชาวบ้านจึงได้สอบถาม
ออกไป
“มีอันใดหรือขอรับ”
“เอ่อ..คือข้า”
“เอ่ยมาได้เลยขอรับ หากมีอันใดเร่งด่วนข้าจะไป
สอบถามนายท่านให้”
“คือครอบครัวของข้า ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อเลย
เจ้าค่ะ ตอนนี้พายุหิมะหนามาก เดินทางออกไปลำบาก
ยิ่ง ข้า..ข้าอยากจะมาขอซื้อข้าวสารบ้านท่านหน่อยเจ้า
ค่ะ”
“หืมม เช่นนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้ารอข้าสักครู่ ข้าจะไป
ถามนายท่านให้ เข้ามาด้านในตัวบ้านก่อนเถิด”
“เจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”
//ก๊อกๆ //
“เรียนนายท่านขอรับ เวิ่นฮูหยิน มาขอแบ่ง
ข้าวสารขอรับ”
“หืมมม แบ่งไปไหนกัน”
“นางให้เหตุผลว่าพายุหิมะหนามากขอรับ ไม่สาร
ถออกไปซื้อข้าวสารเพิ่มได้ จึงอยากมาขอแบ่งซื้อบ้าน
เราก่อน ไม่ทราบว่านายท่านเห็นเป็นเช่นไร”
“อืมม เอาสิ ลองถามนางดูว่าต้องการเท่าไหร่ ส่วน
ราคาก็ขายให้ในราคาปกติเถิด ไม่ต้องขึ้นราคาแบบ
ท้องตลาด ถือว่าช่วยๆ กัน”
“แล้วเรื่องจำนวนละขอรับ”
“อืมมม งั้นเอาที่เจ้าคิดว่าเพียงพอสำหรับ
ครอบครัวนางก่อนจะหมดพายุเถิด ตระกูลเรากักตุน
ของไว้เยอะก่อนเข้าหน้าหนาว”
“ขอรับนายท่าน ข้าจะรีบไปบอกแก่นาง”
หลังจากนั้นพ่อบ้านซูจึงออกไปหาเวิ่นฮูหยินและ
จัดการแบ่งข้าวสารให้แก่นาง เวิ่นฮูหยินที่เห็นว่าตระกูล
เปั่ยได้เมตตาแก่นางในครั้งนี้ จึงได้แต่สำนึกบุญคุณอยู่
ภายในจิตใจและสัญญากับตนเองไว้ว่า หากมีเรื่องอันใด
ที่พอจะช่วยได้ในครั้งต่อไปจะต้องช่วยอย่างแน่นอน
เพราะในครานี้ คนที่รอดตายมิได้มีเพียงนาง แต่ยังมี
ท่านพ่อและลูกของนางที่ยังเล็กอยู่เช่นกัน
ในตอนนั้น ขณะที่ร่างบางกำลังสลบไสลอยู่บน
เตียง ปราณที่อยู่ภายในร่างกายของเปั่ยจินเริ่มทะลัก
ออกมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็น
กระแสพลังงานอันบริสุทธิ์และกระจายไปทั่วอาณา
บริเวณบ้านคนตระกูลเปั่ย
หากแต่เมื่อมีกระแสพลังเริ่มปะทุ จินหลงที่รับรู้ได้
จึงกางอาณาเขตเวทย์ออกมาครอบคลุมเอาไว้ อีกทั้ง
ใครบางคนที่มาสอดส่องคนบนเตียง เมื่อรับรู้ได้ว่าพลัง
ปราณที่แผ่ออกมานั้น คล้ายจะปะทุขึ้นมาและอาจทำ
ให้คนอื่นได้ทราบถึงที่อยู่ของเจ้าของปราณ จึงได้กาง
เขตพลังออกครอบไว้อีกหนึ่งชั้น จึงทำให้คนนอกตระกูล
เปั่ยไม่ได้รับรู้ถึงการตื่นขึ้นของคนบนเตียง และการตื่น
ขึ้นของบุคคลในตำนาน
ภายในมิติจิตขณะนี้ ปรากฏร่างเล็กของเด็กสาวผู้
หนึ่งสวมอาภรณ์สีม่วงแทบทองคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บน
พำนักพิงใต้ต้นเหมย หลังจากผ่านเหตุการณ์เลื่อนขั้น
พลังปราณและพลังธาตุ
ทั่วร่างของนางในตอนนี้กำลังปลดปล่อยพลังปราณ
อันแกร่งกล้า กล้ามเนื้อแต่ละส่วนเต็มไปด้วยพลังงาน
บริสุทธิ์ที่แผ่ออกมา
รูปร่างที่เปลี่ยนไปทั้งภายในและภายนอกจากเด็ก
น้อยแคระแกร็นวัย 6 หนาวในตอนนั้น กลายเป็นเด็ก
น้อยวัย 10 หนาว กรุณีน้อยผุ้ที่มีใบหน้างดงาม องค
พายพ ทั้งห้าบนใบหน้ามีความเด่นชัดขึ้น กอปรกับ
ดวงตาที่มีสีทองอ่อนๆ ของนางทำให้ร่างบางเน่งน้อย
ในตอนนี้ ดูงดงามราวกับเทพเวียน แต่ก็เพียงแค่การ
เติบโตทางร่างกายและจิตใจเท่านั้น เพราะเมื่ออกไป
ด้านนอกแล้วนางก็คือจินเออร์วัย 6 หนาวเช่นเดิม
“ท่านพี่เจ้าค่ะ เกิดอันใดขี้น ข้ารู้สึกแปลกๆ เจ้า
ค่ะ” หลินเหมยเอ่ยออกมา เพราะได้รับพลังปราณที่
บริสุทธิ์เข้าไป
“อืม พี่ก็รู้สึก” ซานหลงเองก็เอ่ยออกมาสมทบ
ภรรยาของตนเองเพราะรู้สึกได้เช่นกัน
“เหมือนความรู้สึกนี้ จะมาจากห้องของจินเออร์นะ
อาซานอาเหมย” ผูเฒ่าเปั่ยที่กำลังเดินกลับมาจากสวน
เดินมาหาซานหลงและหลินเหมยเพราะรับรู้ได้ถึง
ความรู้สึกแปลกๆ เช่นกัน เพียงแต่พลังที่ได้รับนั้นช่าง
คุ้นเคยเหลือเกินเหมือนเคยพบเจอมาก่อน
“เช่นนั้นเราไปดูกันเถิดเจ้าค่ะท่านพี่ ข้าเป็นห่วงจิน
เออร์”
หลังจากนั้นทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่ห้องของจินเออร์
ขณะกำลังจะย่างเท้าเข้าห้อง จินหลงก็ออกมาขวางทุก
คนไว้
“หยุดก่อนขอรับ ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าห้องของ
จินเออร์ได้” จินหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ
ต่างจากสีหน้าที่แสดงออกถึงความกังวลเล็กๆ
“ทำไมละจินหลง เกิดอันใดขึ้นหรือเปล่า” เปั่ยฮู
หยินถามออกไปด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงหลานสาวของ
ตนเอง
“ไม่มีอันตรายใด ขอรับ แต่เหมือนตอนนี้ จินเออร์
ใกล้จะฟืนและตื่นขึ้น พลังที่อยู่รอบตัวของนางตอนนี้
จึงอาจเป็นอันตรายต่อคนที่ไร้ปราณขอรับ”
“อืม เช่นนั้นหรอ งั้นเจ้าจะให้พวกข้าทำอันใด
หรือไม่” ท่านตาที่รับรู้ได้ถึงเหตุที่เกิดขึ้นจึงเอ่ยออกมา
อย่างเข้าใจ
“ไม่ขอรับ อีกไม่นานนางน่าจะฟืน หากทุกท่าน
อยากรอ ก็สามารถรอได้ขอรับ เพียงแต่ห้ามเข้าใกล้นาง
จนกว่านางจะฟืน”
หลังจากพูดจบไม่นานคนบนเตียงก็กระแอม
ออกมา ทำให้จินหลงรีบเข้าไปในห้องพักและตามาด้วย
คนตระกูลเปั่ย
“อืมม อือออ แค่กๆ” ทำไมฟืนมาแล้วคอมันแห้ง
จังเลย
“ยัยเด็กอัปลักษณ์เจ้าฟืนแล้ว” จินหลงเมื่อเห็นว่า
คนตรงหน้าตื่นแล้ว จึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงปราชด
ปราชัน แต่หากจับใจความประโยคและตั้งใจฟังดีๆ
แล้ว จะรับรู้ได้ว่า น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้น มีแต่ความดี
ใจและหายกังวลใจ
“น้ำ ข้าหิวน้ำ ขอน้ำหน่อย” โอ้ยยย ขอน้ำไปนาน
แล้ว ฟังข้าก่อน
“อ่ะ นี่” จินหลงที่หายจากอาการดีใจและตื่นเต้น
จึงรีบยื่นน้ำให้คนตัวเล็ก เอ๊ะ หรือโตกันนะ บนเตียง
ทันที
“จ..จินเออร์เจ้าฟืนแล้วลูกแม่ อึก แม่ดีใจ
เหลือเกิน” หลินเหมย เมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเอง
ฟืนแล้ว จึงเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ น้ำเสียงสั่นเครือ ที่
บ่งบอกว่าพยายามกลั้นเสียงสะอื้นและน้ำตาเอาไว้
ขณะที่ร่างกายนั้น ตรงดิ่งเข้าไปประคองคนบนเตียง
และกอดปลอบประโลม ให้หายคิดถึง
“แค่กๆ ท่านแม่เจ้าค่ะลูกว่ามันแน่นไปเจ้าค่ะ” ข้า
คิดถึงท่านนะเจ้าค่ะ แต่ไม่ไหวจริงๆ แหะๆ
“ฮ่าๆ เจ้านี่นะ เป็นอย่างไรบ้างหลานตา ยัง
เจ็บปวดที่ใดอยู่หรือไม่” เมื่อเห็นว่าจินเออร์เอ่ยล้อเล่น
ได้แล้ว เฒ่าเปั่ยจึงคลายกังวลและถามกลับไปด้วย
น้ำเสียงสดใสมากขึ้น
“ไม่แล้วเจ้าค่ะท่านตา ขอบพระคุณทุกคนที่เป็น
ห่วงข้านะเจ้าค่ะ”
“เจ้าตื่นขึ้นมาเช่นนี้ แสดงว่าร่างกายคงพร้อมรับ
พลังแล้วใช่หรือไม่”
“อืม ข้ากลับมาแล้ว พร้อมกับพลังที่เจ้าว่านั้น
แหละจินหลง” แค่กๆ
“อืม เช่นนั้นก็ดียัยเด็กอัปลักษณ์” หึหึ
“อ่ะ เจ้าจะไปไหน กลับมาก่อนสิ ไม่คิดถึงข้าหรือ
ไง” กลับมาาาาาาา
“เอาละๆ งั้นเจ้านอนพักต่ออีกสักหน่อยเถิด เดี๋ยว
ตอนเที่ยงยายจะมาปลุกเจ้าไปทานข้าว”
“เจ้าค่ะท่านยาย”
เมื่อทราบว่าจินเออร์ฟืนแล้วตระกูลซูต่างก็มารอ
แสดงความยินดีและดูแล ส่วนเด็กน้อยอย่างหยางคง
เมื่อทราบว่าคุณหนูของตนเองฟืนแล้ว จึงมานั่งรอหน้า
ห้องอย่างใจเย็น ซานหลงที่เห็นว่า เด็กตรงหน้าเป็นห่วง
บุตรีของตนเองจึงได้เอ่ยอะไรออกไป
“คุณหนูฟืนแล้วเป็นอย่างไรบ้างหรือขอรับ”
“นางสบายดีแล้วล่ะหยางคง ตอนเที่ยงเจ้าก็เข้าไป
หานางสิ”
“ได้หรือขอรับ ข้าสามารถไปเยี่ยมคุณหนูได้หรือ
ขอรับ”
“อืมม ทำไมจะไม่ได้ ได้สิ”
“ขอรับ ขอบพระคุณขอรับ”
หลังจากการตื่นของจินเออร์ก่อนสิ้นสุดหน้าหนาว
เพียง 1 สัปดาห์ จินเออร์ก็ได้รับรู้เรื่องราวที่ผ่านมา
เกือบ สามเดือน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำสวน การทำ
กิจการกิมจิ ที่เจริญเติบโตไปอย่างมากจากการให้
คำแนะนำของจินหลง การทำสัญญาค้าขายจากรายการ
อาหารกับโรงเตี๊ยม
นอกจากนี้นางยังได้เล่าเรื่องราวที่พบเจอใน
ระหว่างที่นอนหลับไปให้ครอบครัวได้ฟังกัน ทั้งเรื่อง
พลังปราณ พลังธาตุที่นางมี การหลอมโอสถ รวมไปถึง
เรื่องที่นางสามารถหลอมโอสถถอนผนึกพลังได้แล้วและ
เก็บมันไว้ เพื่อรอเวลาที่ท่านพ่อท่านแม่และคนอื่นๆ จะ
ได้กินเข้าไป หากมีคุณก็ทดแทน…หากมีแค้นก็ชำระ…
“ท่านพ่อท่านแม่ ท่านตาท่านยาย ทุกคนเจ้าค่ะ
ข้ามีเรื่องอยากจะบอกเจ้าค่ะ”