เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 45 พลังก็ต้องมี ชีวิตก็ต้องร่ำรวย
“มิใช่ว่า ริมฝังต้นสีแดงนั้นคือเหมยกุ้ยฮวาสีขาวรึ”
“อ่ะ คุณชาย จริงๆ ด้วยขอรับ”
“ต้องขอโทษคุณหนูด้วยนะขอรับที่ข้าไม่ทันสังเกต
ให้รอบคอบกว่านี้ เช่นนั้นคุณหนูรับเหมยกุ้ยฮวาสีขาว
เลยหรือไม่ขอรับ” เถ้าแก่รีบขอโทษจินเออร์ในทันทีที่
หันไปเห็น
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นก็เพิ่มมาอีกหนึ่งต้นเถิด เช่นไรข้าก็
สั่งสีเหลืองไปแล้ว”
“ได้ขอรับ รอข้าสักครู่นะขอรับ อ้าวคุณชายท่าน
นั้นหายไปไหนแล้วนะ” เถ้าแก่หันหน้าไปทางเดิมเพื่อ
มองหาชายผู้นั้น
“ใครหรือเจ้าค่ะ เถ้าแก่”ความจริงแล้วหลังจากข้า
ได้ยินเสียงนั้นเอ่ยออกมา ก็หันกลับไปมองเพียงแต่หัน
ไปก็ไม่เจอสิ่งใดแล้ว
“ไม่มีอันใดขอรับ พอดีว่าคุณชายท่านหนึ่ง เป็นคน
ชี้ให้ข้าเห็นว่ามีต้นเหมยกุ้ยฮวาสีขาวอยู่ตรงนั้นนะขอรับ
แต่ข้าหันไปอีกทีตอนนี้ ไม่แล้วอยู่ละขอรับ”
“งั้นหรือเจ้าค่ะ” หลังจากจินเออร์ได้ของครบแล้ว
ท่านตาและท่านพ่อก็เดินกลับมาพอดีจึงเตรียมตัวที่จะ
กลับบ้านกัน
“เสร็จหรือยังจินเออร์”
“เรียบร้อย แล้วเจ้าค่ะท่านตาท่านพ่อ เช่นนั้นเรา
กลับกันเถิด”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน คนในหมู่บ้านต่างออกมามอง
ตามเกวียนทั้งสองเล่มที่วิ่งตามกันเข้าไปท้ายหมู่บ้าน
ด้วยความสงสัย แต่ไม่นานก็มีคนเอ่ยแก้ไขความกระจ่าง
ให้ หลังจากนั้นเกวียนที่วิ่งเข้าไปท้ายหมู่บ้านทั้งสองเล่ม
ก็หยุดลงหน้าบ้านคนตระกูลเปั่ย คนในบ้านต่างมา
ช่วยกันขนของที่มีปริมาณมากกว่าปกติ จนถึงกับต้อง
จ้างเกวียนอีกหนึ่งเล่มมาส่ง
“ตาเฒ่า อาซาน พวกเจ้าซื้ออันใดกันมาเยอะแยะ
ละเนี่ย หืมม” ท่านยายและท่านแม่เอ่อยออกมา เมื่อ
เห็นจำนวนของที่มากเกินกว่าขนได้ ด้วยเกวียนของ
ตนเอง
“ก็จินเออร์นะสิขอรับท่านแม่ นางเป็นคนบอกให้
ข้าและท่านพ่อซื้อของมาตุนไว้เยอะๆ เพราะหลังจากนี้
อาจจะไม่ได้ออกไปข้างนอกบ่อยๆ ขอรับ ท่านคงต้อง
ถามหลานท่านแล้วล่ะ” ซานหลงเอ่ยออกมาพลางขน
ของไปด้วย
“หืมม ยังไงกันจินเออร์” ท่านยายหันมาทางจิน
เออร์พลางถามออกมา
“เราทานข้าวมื้อเย็นกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ” จินเออร์ที่
คิดคำตอบไว้แล้ว จึงโบ้ยไปก่อน
“สำคัญหรือไม่ลูก” ท่านแม่ที่ช่วงนี้เริ่มเข้าใจนิสัย
ของจินเออร์เอ่ยถามออกมา เพราะหลายๆ ครั้งก็เป็น
เช่นนี้ เมื่อมีเรื่องสำคัญ
“สำคัญเจ้าค่ะ สำคัญมาก แต่ว่ากองทัพต้องเดิน
ด้วยท้องนะเจ้าค่ะ อิอิ”
“ได้ๆ ตามเจ้าว่า งั้นไปเถิด แม่และยายทำอาหาร
ไว้รอเจ้าเยอะแยะเชียว”
“เจ้าค่ะ”
หลังจากนั้นคนในตระกูลเปั่ยต่างพากันทานข้าว
เย็นจนเสร็จและมานั่งรวมกันในห้องโถงต่อ จินเออร์จึง
เริ่มเข้าประเด็นที่ว่า นั้นก็คือการถอนผนึกพลังให้แก่
ท่านพ่อท่านแม่ และการรักษาท่านตาท่านยาย
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการช่วยเหลือให้ข้ารับใช้กลุ่ม
แรกอย่างตระกูลซูกลับมาฟืนพลังได้ เพื่อเป็นเกราะให้
ตระกูลนาง ใครจะหาว่านางเห็นแก่ตัวที่นำตระกูลซูมา
ใช้ประโยชน์ นางไม่สนหรอกเพราะมันคือเรื่องจริง
“ทุกคนเจ้าค่ะ อย่างที่ข้าเคยบอกไว้ ว่าข้าจะช่วย
ให้ทุกคนฟืนพลัง” จินเออร์กล่าวจบก็สังเกตสีหน้าของ
ทุกคนไปด้วย ทุกคนที่จินเออร์กล่าวถึงรวมไปถึงคน
ตระกูลซู
“หืมม เจ้าพร้อมแล้วหรือจินเออร์” ท่านพ่อเอ่ย
ถามออกมาทันที
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
“แต่ว่า พวกเราทุกคนยังมิได้เตรียมตัวเลยนะลูก”
“ใครว่ากันล่ะเจ้าค่ะ อิอิ”
“ความจริงแล้วตั้งแต่ฟืนขึ้นมาคุณหนูจินเออร์ได้นำ
สมุนไพรและยาต่างๆ ที่มีส่วนในการถอนพิษ บำรุง
ร่างกายและฟืนฟู มาให้ข้าน้อยปรุงลงไปในอาหาร
ตลอดเจ้าค่ะ เพียงแต่คุณหนูห้ามข้าเอาไว้ว่าห้ามบอก
ใคร เมื่อถึงเวลาคุณหนูจะบอกกับทุกท่านเองเจ้าค่ะ”
“หืมม เช่นนั้นตาก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ ว่าแต่เราจะ
เริ่มกันตอนไหนละ”
“ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ” หยอกนิดหยอก
หน่อยนะเจ้าค่ะท่านตา อิอิ
“ห๊าา ตอนนี้ ที่นี่ เลยหรือ”
“ตอนนี้ แต่ไม่ใช่ที่นี้เจ้าค่ะ”
“อืม งั้นที่ไหนกันละลูก”
“ก่อนที่ข้าจะบอกว่าที่ไหน ข้าอยากให้ท่านลุงและ
ครอบครัว ช่วยดูแลบ้านตระกูลเปั่ยหลังจากที่พวกข้า
หายไปได้หรือไม่เจ้าค่ะ”
“คุณหนู ท่านจะทิ้งพวกข้าไปไหนหรือขอรับ”
“เปล่าทิ้งเจ้าค่ะ เพียงแต่ท่านพ่อท่านแม่ และท่าน
ตาท่านยายจะไม่ได้ออกมาเจอผู้คนชั่วคราว ส่วนข้าจะ
ยังออกมาเจอทุกคนเจ้าค่ะ และที่สำคัญจินหลงยังจะอยู่
ภายนอก เพื่อดูแลทุกคนเช่นเดิมเจ้าค่ะ”
“ได้ขอรับคุณหนู ดีจริงๆ ที่ยังมีท่านจินหลงอยู่
พวกข้าจะดูแลบ้านเปั่ยเองขอรับ”
“ขอบคุณนะเจ้าค่ะ เมื่อท่านพ่อท่านแม่และท่าน
ตาท่านยายกลับมา ข้ามีรางวัลให้พวกท่านแน่นอนเจ้า
ค่ะ”
“มิจำเป็นขอรับ พวกข้าคือข้ารับใช้คุณหนูอยู่แล้ว”
“จินหลง เจ้าอยูข้างนอกก่อนได้หรือไม่” ข้าหันไป
เอ่ยถามจินหลงทันที เมื่อคิดขึ้นได้ว่ายังมิได้ถามความ
คิดเห็นของเจ้าตัว
“เจ้าพูดเอง เออเอง ไปแล้วมิใช่หรือไงกันห่ะ จะมา
ถามข้าอีกเพื่อ ยัยเด็กอัปลักษณ์”
“ชิช่ะ เจ้านี่มันรู้ทันไปหมดเสียจริงนะ เช่นนั้นเจ้าก็
อย่าลืมไปบอกพวกแฝดจินฮุย จินเฮยด้วยละกัน”
“อือๆ วางใจได้”
“เช่นนั้นหลังจากนี้ หากพวกท่านเห็นอันใด แล้ว
สงสัย รบกวนเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะเจ้าค่ะ แล้วข้า
จะมาตอบคำถามพวกท่านเอง”
“ขอรับคุณหนู” ซูเหลียงอี้และซูจงอวี้ตอบรับ
พร้อมกัน
“เจ้าค่ะคุณหนู” ตามมาด้วยซูหยินลี่
“เช่นนั้น ข้าฝากดูสวนผักของข้าด้วยนะหยางคง”
เมื่อทุกคนตอบรับเพราะมีหน้าที่หลักกันแล้ว จินเออร์
จึงหันไปทางหยางคงที่ดูจะซึมๆ เพราะตนเองไม่มี
หน้าที่อันใดเลย ตั้งแต่อยู่บ้านนี้มา
“ข้าก็จะรับปากท่านด้วยขอรับคุณหนู” หยางคง
ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่คุณหนุไม่ได้ลืมสั่งงานกับตน
“อิอิ ขอบคุณทุกคนมากเลยนะเจ้าค่ะ”
“ท่านพ่อท่านแม่ ท่านตาท่านยายเจ้าค่ะ จับมือกับ
ไว้นะเจ้าค่ะ” //พรึ้บ// หลังจากนั้นจินเออร์จึงใช้พลัง
ของตนเองนำพาทุกคนหายตัวเข้ามาในมิติจิต
“คุณหนูและนายท่านหายกันไปหมดแล้ว” เมื่อ
ตระกูลซูเห็นว่าทุกคนหายไปกันหมดจึงได้แต่ ทำสีหน้า
ตกใจ และเก็บความสงสัยเอาไว้กับตัว
กลับมาที่มิติจิตของจินเออร์ เมื่อทุกคนมาถึงแล้ว
“ที่นี่ ที่ไหนกันจินเออร์ พร้อมกับสีหน้าทุกคนที่
แสดงความสงสัยออกมาทางสายตา”
“มิติเจ้าค่ะ อย่างที่ข้าเคยบอกไป มิติจิตขิงข้าเอง
เจ้าค่ะ ข้าจะนำพาทุกคนมาถอนผลึกพลังและฟืนฟูพลัง
กันที่นี่”
“เช่นนี้เอง แล้วเจ้าจะให้พวกเราทำอันใดก่อนจิน
เออร์”
“ก่อนอื่น ด้านซ้ายมือของพวกท่านคือบ้านพักเจ้า
ค่ะ หากทุกคนอยากพักผ่อนก็ให้เข้าไปพักได้เลย มีห้อง
ให้ทุกคนเลือก ส่วนด้านขวามือคือสระมรกตสวรรค์เจ้า
ค่ะ เจี่ยฉงบอกว่าสระนี้เป็นสระวิเศษเจ้าค่ะ ถ้าเราดื่ม
ลงไปหรือลงแช่น้ำ มันจะช่วยให้พลังในร่างกายของเรา
ฟืนฟู หากร่างกายของเรามีพิษมันก็จะขับออกมาแถม
ยังเป็นส่วนประกอบในการปรุงโอสถที่หายากมากด้วย
นะเจ้าค่ะ เช่นนั้นนี่คือโอสถที่ข้าได้จากการฝึกฝนในมิติ
ก่อนหน้านี่เจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่” จินเออร์จัดการยื่น
โอสถถอนผนึกให้ท่านพ่อและท่านแม่ของตนเอง
เมื่อทั้งคู่ได้รับโอสถมาแล้ว จึงไม่ลังเลที่จะนำเข้า
ปากของตนเอง เพราะความเชื่อมั่นที่มีให้ลูกสาวอย่าง
เต็มเปียม เมื่อทานเข้าไปในตอนนี้ ทั้งคู่ได้นั่งลงและทำ
สมาธิ ในตอนนี้นั้นสิ่งที่รับรู้ได้คือ เริ่มมีไอเย็นล้อมรอบ
ตัวของทั้งคู่ ที่ปกคลุมไปทั่วร่างและเริ่มแทรกซึมเข้าสู่
ร่างกาย
ทว่าตอนนี้คล้ายกับมีเข็มนับพันนับหมื่นเล่ม ทิ่ม
แทงเข้าสู่จุดต่างๆ ของร่างกาย แม้จะรู้สึกเจ็บปวดจน
ต้องกัดริมฝีปากของตนเองเพื่อกลั้นเสียงร้องออกมา
แต่ทว่ากลับมีอีกความรู้สึกหนึ่งในร่างกาย นั้นคือ
ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดโปร่ง เลือดลมในร่างกาย
ของคนทั้งสองที่ทานยาถอนผนึกเข้าไปพลุ่งพล่านไม่
หยุด
จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาในหัวของคนทั้งสอง ปัง
ปัง ปัง พร้อมพายุหมุนรอบร่างกายของคนทั้งสอง จิน
เออร์ที่เห็นดังนั้นจึงสร้างเวทย์เกราะปั้องกันออกมา กั้น
คนทั้งสองเอาไว้ จนพายุได้หายไป เมื่อสิ้นสุดเสียงดัง
ทั่วร่างของคนทั้งสองคล้ายมีสิ่งสกปรกสีดำไหลซึม
ออกมาจากร่างกาย และเมื่อสิ้นสุดกระบวนการถอน
ผนึกพลัง ทั้งสองลืมตาขึ้นพร้อมกับการกระอักเลือดคำ
โตออกมา เลือดที่ออกมามีสีดำแดงเข้ม นอกจากนั้น
ร่างกายของทั้งสองต่างเปลี่ยนแปลงไป มีความอ่อน
เยาว์เพิ่มมากขึ้น
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เป็นเช่นไรบ้างเจ้าค่ะ”
“พ่อกับแม่สบายดีจินเออร์ ตอนนี้พ่อกับแม่รู้สึกถึง
บางสิ่งในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป”
“ดีๆ พ่อกับแม่ดีใจกับพวกเจ้าจริงๆ อาซานอาหลิน
หลังกล่าวจบ คนชราทั้งสองต่างยืนนิ่งๆ และหลังน้ำตา
ออกมาให้กับความปรารถนาที่เป็นจริงอันเลือนลางของ
ตนเอง”
“ท่านตาท่านยายเจ้าค่ะ อีกไม่นานก็เป็นตาของ
พวกท่านแล้ว เช่นกันเจ้าค่ะ เพียงแต่ความเจ็บปวดที่
ได้รับอาจมีมากกว่าท่านพ่อท่านแม่ได้รับ พวกท่านจะ
ไหวหรือไม่”
“ไหวสิจินเออร์ เพื่อให้ได้กลับมาปกปั้องพวกเจ้า
อีกครั้ง ตากับยายต่อให้เจ็บเจียนตายเพียงใด ก็จะมิ
อาจย่อท้อเด็ดขาด หากมีโอกาสบุณคุญและความแค้น
ใดที่เคยมีในอดีต ตาจะต้องทดแทน”
“ตาเฒ่า พอเถอะ” ท่านยายเมื่อเห็นว่าท่านตาเริ่ม
มีอารมณ์มากขึ้นจึงเรียกเพื่อดึงสติเบา ๆ
“อืมๆ ข้าก็กล่าวไปเรื่อยเปือยเช่นนั้นแหละ ฮ่าๆ”
“เช่นนั้นเจี่ยฉง ฝากเจ้าดูแลท่านพ่อท่านแม่ข้าต่อ
หน่อยเถิด ข้าจะทำการรักษาท่านตากับท่านยายต่อ”
“อืม สบายมากเจ้าค่ะ เพียงแต่ท่านจะไม่พักหน่อย
หรือเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่ได้เสียพลังไปเยอะ เจ้าก็รู้ว่าข้าแข็งแกร่ง
เพียงใดในตอนนี้”
“เจ้าค่ะ” เจี่ยฉงรับคำจินเออร์
“เชิญท่านพ่อท่านแม่ไปพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
“อืม เจ้าก็อย่าฝืนจนเกินไปนะจินเออร์” หลิน
เหมยพูดออกมา เมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเองจะรักษา
ท่านพ่อท่านแม่อีกครา
“เจ้าค่ะท่านแม่”
หลังจากที่พักได้สักครู่แล้ว จินเออร์นั้นไม่ได้สนใจ
สายตาที่มองมาอย่างห่วงใยของเฒ่าชราทั้งสอง นางทำ
เพียงเรียกเม็ดยาโอสถออกมา เม็ดแรกนางต้องการให้
ทั้งสองทานเพื่อเสริมพลังชีวิตในร่างกาย เมื่อทั้งสอง
ทานลงไปแล้วปรากฏว่า ร่างกายมีความแข็งแรงขึ้น
เนื่องจากเม็ดยานั้นนอกจากมีสมุนไพรต่างๆ แล้วยังมี
น้ำจากสระมรกตสวรรค์เป็นวัถตุดิบอีกด้วย
ครั้นเม็ดโอสถเม็ดที่สองเข้าปาก ร่างกายของคนทั้ง
สองเริ่มมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย ยิ่งกว่าการถอน
ผลนึกพลัง เนื่องด้วยเม็ดยาโอสถเม็ดนี้ สรรพคุณคือ
รวบรวบเส้นลมปราณที่ขายจากกันให้กลับมาเชื่อมกัน
นอกจากนั้นจุดตันเถียนที่แห้งขอดของคนทั้งสองใน
ร่างกายก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาเพื่อเชื่อมเส้นปราณ ทำให้
ตอนนี้แม้ตันเถียนจะกลับคืนมาแต่ก็ยังไหลออกไปจาก
จุดเส้นลมปราณที่ขาดจากกัน แถมยังต้องดึงมาซ่อม
แซ่มเส้นปราณทั่วร่างกายความทรมาณที่เกิดขึ้นนั้นทำ
ให้จินเออร์ ถึงกับต้องยื่นมือเข้าช่วย
จินเออร์ส่งกระแสพลังของนางเข้าสู่ร่างกายของคน
ทั้งสอง อย่าลืมว่านางนั้นมีธาตุแสงเป็นธาตุพิเศษ
เช่นนั้นการส่งพลังออกไปรักษาและช่วยเหลือทั้งสองจึง
ไม่ลำบากเท่าใดนัก จากนั้นนางจึงหลับตาลงและมี
ลำแสงสีขาวออกจากฝั่ามือของนางส่งไปยังร่างทั้งสอง
เมื่อทั้งสองได้รับพลังของจินเออร์ทำให้ลดความ
เจ็บปวดและทรมาณลงได้บางส่วน จนร่างทั้งสองสงบ
ลง จึงถอนมืออกมา
จนในที่สุด ร่างกายของคนทั้งสองก็ระเบิดพลัง
ปราณออกมาอย่างรุนแรง เป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่า
การรักษาอาการเส้นปราณขาดได้เสร็จสิ้นลงและสำเร็จ
ไปได้ด้วยดี
เช่นเดียวกัน เมื่อพลังปราณกลับมาร่างกายของ
คนชราทั้งสองต่างเปลี่ยนแปลงไป ความแก่ชราที่มีจาก
การทำงานหนักและเสื่อมสภาพจากการทำลายปราณ
เริ่มกลับมาเหมือนคนอายุ 30 ต้นๆ ที่ดูแลร่างกายอย่าง
ดี เรียกได้ว่าความอ่อนเยาว์สูสีกับซานหลงและหลิน
เหมยทีเดียว
“ท่านตาท่านยาย ยินดีด้วยเจ้าค่ะ” สองตายายที่
ยังไม่อาจเชื่อหูจึงได้เรียกพลังที่ตนเองเคยมีออกมา และ
ซัดไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง บู้มม มมม ม
“สำเร็จแล้ว สำเร็จแล้วยายแก่ พวกเรากลับมาใช้
พลังได้แล้ว” ซานหลงและหลินเหมยที่ได้ยินเสียงดังรีบ
วิ่งออกมาทันที