เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 46 คนตระกูลเจียเจ้าปัญหา
ด้านนอกผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ แต่ด้านในกลับ
ผ่านไปราว หนึ่งเดือน หลังจากที่จินเออร์ให้ทั้งสี่คนเข้า
มาฝึกในมิติจิตของตนเองแทบทุกวัน ท่านพ่อ ท่านแม่
ท่านตาและท่านยาย ในตอนนี้เจี่ยฉงได้ให้เริ่มต้นจาก
การฝึกฝนร่างกาย เช่นเดียวกับจินเออร์และทดสอบ
พลัง
ปรากฏว่าในตอนนี้ท่านพ่อและท่านตานั้นก้าวมาสู่
ปราณสีเหลืองขั้นสูงแล้ว นับได้ว่าเวลาที่ผ่านไปทั้งคู่
พัฒนามาไกลมากจากจุดเดิม และตามมาด้วยท่านยาย
และท่านแม่ที่ตอนนี้อยู่ในระดับพลังปราณสีส้มขั้นต้น
แล้วเช่นกัน
“ท่านตาเจ้าค่ะ แล้วแต่เดิม พลังของท่านตาอยู่ใน
ขั้นไหนหรือเจ้าค่ะ”
“อืมมม จริง ๆ แล้วก็ขั้นสีครามนะ หึหึ”
ในวันที่พลังปราณกลับคืนมา จินเออร์จึงได้รู้ว่า แต่
เดิมท่านตานั้นมีพลังปราณในระดับสีคราม ซึ่งเป็นเพียง
บุคคลเดียวในตำนานที่ไปถึง และโดนกล่าวถึงว่าเป็น
อัจฉริยะวัยเยาว์ที่หายไป ส่วนพลังนั้น ท่านตามีพลัง
ธาตุไฟและและธาตุพิเศษคือสายฟั้า ซึ่งเป็นขั้นสูงทั้ง
สองสาย
“แล้วท่านยายละเจ้าค่ะท่านตา” ข้าหันหน้าไปถาม
ท่านตาอีกรอบ
“ยายของเจ้านะหรือ ระดับสีเขียวนะ”
ส่วนท่านยายนั้น พลังปราณเดิมที่เคยมีคือ ระดับ
ปราณสีเขียว เนื่องจากท่านยายเพียงฝึกฝนเพื่อ
คุ้มครองและเป็นข้ารับใช้เท่านั้น จึงไม่ได้มีพลังปราณที่
สูงกว่าคนอื่นๆ กล่าวถึงพลังธาตุ ท่านยาย มีธาตุลม
และธาตุน้ำอยู่ในขั้นสูงเช่นกัน
“พักทานข้าวกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่
ท่านตาท่านยาย”
“หืมมม เที่ยงแล้วหรือ”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ แล้วลูกก็หิวมากเลยเจ้าค่ะ”
“ได้ๆ เช่นนั้นพวกเราไปพักกันก่อนเถิด”
หลังจากที่ภายในมิติจิต ทุกคนพักทานข้าวกัน
กลับมาที่โลกภายนอก ในตอนนี้ตระกูลซูก็ต้องรับศึกกับ
ภารกิจหนักเช่นกัน นั้นก็คือ ครอบครัวคนตระกูลเจีย
“มีใครอยู่ด้านในออกมาหน่อย” ปัง ปัง ปัง เสียง
กระหน่ำเคาะประตูดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ใครกันหรือขอรับท่านพ่อ” หยางคงวิ่งออกมา
หน้าบ้านพอดีกับที่ซูจงอวี้กำลังจะเดินออกไปดู
“พ่อก็ไม่รู้จักเช่นกัน เดี๋ยวพ่อออกไปดูก่อน”
“ขอรับ เช่นนั้น ข้าไปกับท่านพ่อด้วยดีกว่า” หยาง
คงเมื่อเห็นว่าท่านพ่อกำลังจะออกไป จึงอาสาไปด้วยกัน
“อืม” หยางคงขานรับเบา ๆ จากนั้นจึงเดินไปเปิด
ประตูบ้าน
“อ่ะ เปิดประตูไวๆ หน่อย” เสียงหนึ่งเล็ดลอดเข้า
มาเมื่อเห็นว่ามีคนด้านในมาเปิดประตูแล้ว
“ขออภัยขอรับ พวกท่านมีอันใดหรือ ใยถึงมาเคาะ
ประตูบ้านเสียงดังเช่นนี้กัน”
“ข้ามาหาคนตระกูลเปั่ย ต้องมีธุระอันใดกัน” เสียง
ของหญิงชราตอบกลับออกมา พร้อมทำหน้าเชิ่ดใส่คน
ด้านในอย่างเต็มที่
“เอ่อ ขอรับ ว่าแต่พวกท่านเป็นใครกันหรือขอรับ”
ซูจงอวี้ที่กำลัง สับสนมึนงงเบาๆ ที่มีใครไม่ทราบมาทำ
ท่าทีอวดดีใส่ตนจึงถามกลับออกไป
“ข้านะหรือ บิดามารดาเจ้าเปั่ยซานนะสิ” เจียซ่ง
หรือก็คืออดีตบิดาบุญธรรมของเปั่ยซานหลงเอ่ยออกมา
พร้อมกับเจียฮุ่ยฮูหยินของตนเอง ที่ลอบมองเข้าไปใน
ตัวบ้านของบ้านเปั่ย แล้วส่งสายตาแวววาว อยากได้
ออกมาไม่ปิดบัง
“ใช่ๆ เปิดให้ข้าเข้าไปนั่งพักก่อนสิ ข้าหิวน้ำมาก
พวกเจ้าเปั้นใครกันละ คนรับใช้เช่นนั้นรึ” เมื่อสบโอา
กาสเจียเหมยสะใภ้ใหญ่ตระกูลเจียจึงเอ่ยออกมาสมทบ
“เอ่อ ขอประทานโทษนะขอรับ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่
คงมิอาจให้พวกท่านเข้าไปได้” จงอวี้ที่เห็นว่า เรื่องราว
เริ่มไม่ชอบมาพากล จึงตัดสินใจว่าไม่ควรให้คนเหล่านี้
เข้าบ้านโดยเด็ดขาด คงต้องรอถามนายท่านทั้งหลาย
ก่อนดีกว่า
“ทำไมข้าจะเข้าไปไม่ได้ พวกเจ้ามันแค่คนรับใช้
อย่าบังอาจมาออกคำสั่งในบ้านของบุตรชายข้า” เจีย
ฮุ่ยเริ่มแสดงความต้องการของตนเองออกมา
“หึหึ แต่บ้านนี้เป็นของตระกูลเปั่ยนะขอรับ และ
นายท่านของข้ามีนามว่า เปั่ยตงหลิน ที่เป็นเจ้าของบ้าน
หลังนี้” หยางคงที่เห็นท่านพ่อโดนดุด่า จึงทนไม่ไหว
และเอ่ยออกมาบ้าง
“ไม่จริง ไปตามบุตรชายข้าออกมา ไม่เช่นนั้นข้าไม่
ไปไหน” เจียฮูหยินที่ไม่ยอมแพ้เอ่ยออกเสียงดัง
“ไม่ได้ขอรับ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ทุกคนออกไปทำ
ธุระด้านนอกกันหมด” จงอวี้ตอบกลับไปตามความจริง
“งั้นเจ้าก็ให้ข้าเข้าไปด้านในสิ อย่ามาพูดมากที่นี่”
เจียฮูหยินเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ อย่างน้อยๆ ให้
นางเข้าไปแล้วตอนกลับก็แอบหยิบของออกมาสักสอง
สามชิ้นก็ยังดี
“เรื่องนั้นยิ่งมิได้ขอรับ นายท่านสั่งไว้ว่า ห้ามใคร
เข้าบ้านเด็ดขาด”
“ได้ๆ คอยดูเถิด หากบุตรชายข้ากลับมา ข้าจะไล่
พวกเจ้าออกให้หมด เจ้าพวกสวะ” เจียซ่งเอ่ยออกมา
อย่างหมดความอดทน เพราะพุดอย่างไร ก็ไม่มีใครให้
เข้าบ้านของบุตรชายเสียที
“ขอรับ หลังจากนั้นซูจงอวี้จึงปิดประตูบ้านลง ใส่
หน้าคนตระกูลเจียในทันที”
“กรี๊ดดด เจ้าพวกสวะ พวกเจ้ากล้ามากที่ทำกับข้า
เช่นนี้” สะใภ้ใหญ๋เจีย กรี้ดออกมา เมื่อโดนปิดประตูใส่
หน้า
“ท่านพี่เราจะทำเช่นไรกันดีเจ้าค่ะ ถ้าเราไม่ได้พบ
เจ้านั้น แล้วลูกเล็กของเราจะทำเช่นไร” เจียฮูหยินที่เมื่อ
ไม่ได้ตามสิ่งที่หวัง จึงหันไปปรึกษาเฒ่าเจีย
“มิต้องห่วง ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่ เรารออีกสักหน่อย
พวกนั้นก็คงกลับมา” เจียซ่งเอ่ยออกมาอย่างปลอบ
ประโลมจิตใจตนเอง
“เจ้าค่ะท่านพี่” หลังจากนั้นคนตระกูลเจียจึง
กลับไปที่พักเพื่อรอให้คนตระกูลเปั่ยกลับมา ทางด้าน
จินหลงที่คอยสังเกตการณ์ จึงรายงานไปยังจินเออร์
เพื่อสอบถามว่าจะทำอย่างไรดีกับคนตระกูลนี้ จินเออร์
จึงจำเป็นต้องออกมาเพื่อหารือกับจินหลง
ก่อนหน้านี้ นางได้นำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับท่านพ่อ
และท่านแม่แล้ว เมื่อท่านพ่อได้ฟังเรื่องรา่วเกี่ยวกับคน
ตระกูลนั้นอีกครั้งถึงกับซึมลงไปถนัดตา หลังจากนั้น
เมื่อตั้งสติได้แล้ว ท่านพ่อจึงหันไปถามความคิดเห็นจาก
ท่านตาท่านยาย ท่านจึงบอกว่าให้แล้วแต่ ท่านพ่อเป็น
คนจัดการเถิด ท่านพ่อจึงบอกให้ข้าจัดการตามความ
คิดเห็นของข้า เนื่องจากไม่ต้องการออกไปเจอหน้าผู้ใด
ในตอนนี้
“จินหลงเจ้าคิดว่า มีวิธีใดที่สามารถทำให้คน
ตระกูลเจีย เลิกยุ่งกับพวกเราได้บ้างหรือไม่”
“อืม ก็มีหลายวิธีอยู่นะ เจ้าจะเอาวิธีใดละ”
“เจ้าลองพูดมาก่อนสิ”
“ฆ่า ฆ่าทิ้งไม่เว้น” พูดพร้อมทำสายตาเหี้ยมเกรียม
ออกมา
“เจ้าจะบ้าเรอะ ฆ่าอันใดกัน เจ้าโหดร้ายไปแล้วเจ้า
กระต่าย”
“กระต่ายบ้านเจ้าสิ ก็เจ้าถามข้าเองนี่”
“เออๆ เช่นนั้นวิธีอื่นเล่า”
“อืมม ให้เงินไปก็จบ พวกนั้นต้องการเงินไม่ใช่
หรือ”
“หึ ไม่ ข้าไม่ต้องการให้เงินที่บ้านข้าหามาได้ไหล
ไปให้ครอบครัวนั้นอีกแล้ว”
“เช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่ดูเป็นคนอกตัญูหรือ”
“ช่างสิ ข้าไม่สนหรอกนะ”
“เช่นนั้นวิธีใดเล่า ข้าคิดไม่ออกแล้ว พวกมนุษย์นี่
ช่าง น่าปวดหัวเสียจริง”
“งั้นเอาเช่นนี้ดีหรือไม่”