เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 47 จัดการตัวปัญหา
หลังจากที่จินเออร์คิดเแผนการได้ จึงบอกกล่าวให้
จินหลงและคนตระกูลซูรับรู้ถึงแผนการและรอคอยวันที่
คนบ้านเจียกลับมาอีกครั้ง ถึงจะเริ่มแผนการได้ แล้วไม่
นานนัก เพียงสองวันให้หลังคนตระกูลเจียก็กลับมาจริง
ๆ
“เปิด ๆ ข้าเห็นนะว่ามีคนอยู่ในบ้านออกมา
เดี๋ยวนี้” ปัง ปัง ปังเสียทุบประตูที่ดังมากกว่าครั้งก่อน
ดังขึ้น เพื่อบ่งบอกให้คนในบ้านทั้งหมดและรอบข้าง
ได้รับรุ้ว่ามีคนมาหาบ้านเปั่ย
“มาแล้วสินะ หึหึ” จินเออร์ที่รับรู้ได้จึงออกไปเปิด
ประตู
“คาระวะท่านปูั่ท่านย่าเจ้าคะ มีธุระอันใดหรือไม่”
จินเออร์ที่แสร้งใส่ชุดเสื้อผ้าที่อยู่ในระดับกลางๆ เอ่ย
ออกมา ด้วยสีหน้าอมทุกข์
“เจ้าเป็นใคร ไปตามคนบ้านซานหลงมาเดี๋ยวนี้”
เมื่อคนบ้านเจียได้ยินเสียงเด็กสาวจึงเงยหน้าขึ้นมอง
เมื่อพบว่าตนเองไม่ได้รู้จักจึงเอ่ยออกไป
“ข้าจินเออร์เองเจ้าค่ะ” จินเออร์แนะนำตนเองต่อ
คนบ้านเจียอีกครั้ง
“ห๊าา ทำไมเจ้าถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้กัน” คนบ้าน
เจีย เมื่อทราบว่าคนตรงหน้าคือจินเออร์ก็อุทานออกมา
ด้วยยความตกใจ และแสดงสีหน้า งุนงงออกมา
“ไม่เห็นจะแปลกนะเจ้าค่ะ นี้ก็หลายเดือนผ่าน
มาแล้ว แถมตอนนี้ข้ายังอยู่ดีกินดี ร่างกายข้าก็เลย
เปลี่ยนแปลงไปในด้านดีๆ มากขึ้น” จินเออร์เอ่ยตอบ
คำถามด้วยสีหน้าเศร้าแต่ก็แอบยิ้มมุมปากออกมาเบาๆ
เพื่อกระตุ้นความโมโหของคนบ้านเจีย
“เจ้าๆ เจ้าจะพูดว่าอยู่บ้านข้า มันไม่มีดีเช่นนั้นหรือ
นังเด็กสารเลว” การที่คนที่นี้ไม่มีความรู้เรื่องการ
เปลี่ยนแปลงของร่างกายของคนที่มีพลังปราณ นั้นก็
เพราะว่าอย่างที่บอกแถบนี้ห่างไกลจากเมืองหลวง
พอสมควร อีกทั้งเรื่องของการมีพลังปราณยังมีแค่คนใน
ชนชั้นสูง ที่มีเงินปลุกพลังเสียส่วนมาก ทำให้คน
บ้านเจียไม่สงสัยอันใดเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
ของจินเออร์ อีกทั้งใบหน้าของจินเออร์ยังมีเค้าโครงเดิม
อยู่จึงน่าเชื่อถือมากขึ้น
“เปล่านะเจ้าค่ะท่านย่า ข้า ข้า แค่พูดว่ามาอยู่กับ
ท่านตาท่านยายแล้ว ข้าสามารถกินอาหารได้ทุกมื้อจึง
ทำให้ร่างกายข้าแข็งแรงขึ้นเพียงเท่านั้นเจ้าค่ะ” จิน
เออร์รีบเอ่ยแก้ตัวพร้อมกับแสดงสีหน้าลำบากใจที่ต้อง
เอ่ยความจริงออกมาทันที เมื่อเห็นว่าเวลานี้ เริ่มมี
ชาวบ้านมามุงดูมากขึ้น
“ดี ๆ เช่นนั้นก็แปลว่าพวกเจ้าคงมีเงินสินะ ไป ๆ
ไปเรียกพ่อเจ้ามา ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย” เจียฮูหยินที่พยา
ยามจะไม่ใส่ใจเรื่องอื่น เพราะต้องการคุยกับซานหลง
ไวๆ จึงไม่ได้ใส่ใจอันใดต่อไปในคำพูดของจินเออร์
“ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่ฟืนเจ้าค่ะ ตอนนี้มีเพียงข้า มี
อันใดท่านปูั่ท่านย่าคุยกับข้าได้เลยเจ้าค่ะ” จินเออร์ยัง
เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเศร้าหมองเช่นเดิม
“เช่นนั้นเราเข้าไปคุยกันด้านในดีหรือไม่ จินเออร์
หลานปั้า” สะใภ้ใหญ่ที่เห็นว่าชาวบ้านเริ่มเข้ามามุงดู
เยอะมากขึ้นจึงกลัวว่าแผนจะแตก รีบชวนจินเออร์เข้า
ไปในตัวบ้าน เพื่อที่จะได้จัดการอะไรได้ง่ายๆ
“ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านตาท่านยายสอนไว้ว่า ห้ามคน
แปลกหน้าเข้าบ้านเจ้าค่ะ” จินเออร์ที่รู้ทันแผนการของ
คนตรงหน้าจึงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีใสซื่อ
“กรี้ดด นังเด็กอกตัญู ข้าเป็นปั้าเจ้านะ” สะใภ้
ใหญ่เจียที่เห็นว่าจินเออร์ตอบกลับมาแบบนี้จึงส่งเสียง
โวยวายทันที
“จริงหรือเจ้าค่ะ เรายังเป็นญาติกันจริงๆ หรือ”
จินเออร์เมื่อได้ยินอีกฝั่ายกล่าวว่ายังเป็นปั้าหลานกัน
เช่นนั้นก็ตรงกับแผนการของนาง ถึงแม้คนที่เอ่ยออกมา
จะมิใช่นายท่านเจียหรือเจียฮูหยินก็ตาม
“จริงสิ หลานปูั่ มาเถอะ นำปูั่และย่าเข้าไปด้านใน
บ้าน จากนั้นเราค่อยมาคุยกันเถิด”
“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านปูั่ เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ
หลานกำลังต้องการคนช่วยเหลือ ตอนนี้หลานมีเงิน
เพียง 50 ตำลึงเงิน …” เอ๊ะ ฟังข้าให้จบก่อนไม่ได้หรือ
ท่านย่า
“ไหนๆ เงินหลานอยู่ที่ใด ขอย่าดูหน่อย” ไม่พูด
เปล่ารีบเข้ามาค้นตัวจินเออร์ทันที
“นี่เจ้าค่ะ ข้ากำลังจะเอาไปใช้หนี้ที่ยืมค่ายาจาก
ท่านหมอมาเจ้าค่ะ ยังขาดอีก 50 ตำลึงเงิน”
“ห๊าา ข้ายาอันใดกันแพงขนาดนั้น” พูดตัดหน้าไม่
พอ นี่ยังฉกไวยิ่งกว่างูไปอีกกกก
“ท่านปูั่ท่านย่าเจ้าค่ะ ข้าขอยืมเงินสัก 50 ตำลึง
เงินได้หรือไม่ รวมกับเงินที่ข้ามีอยู่จะได้ใช้หนี้ท่านหมอ
เจ้าค่ะ อีกทั้งยังสามารถซื้อยา มาให้ท่านพ่อท่านแม่ต่อ
ได้อีก”
“นั้นมันเรื่องของเจ้า เกี่ยวอะไรกับพวกข้า” เจียฮู
หยินพูดพลางนับเงินที่ฉกจากจินเออร์ไปพลาง
“ท่านปูั่เจ้าค่ะ เช่นนั้นขอเงินคืนข้าด้วยเถิด ข้าจะ
นำไปคืนท่านหมอเจ้าค่ะ” จินเออร์ยื่นมืออกไป ทำท่า
จะขอเงินคืนจากเจียฮูหยิน
“เงินอันใดกัน นี่มันเงินที่พวกเจ้าสมควรให้ผู้ใหญ่
เช่นข้า ที่มาเยี่ยมเยือนพวกเจ้า”
“ท่านย่าเจ้าค่ะ ข้าขอเงินคืนเถิดเจ้าค่ะ” จากนั้น
จินเออร์จึงเข้าไปยื้อถุงเงินจากมือของเจียฮูหยินเบาๆ
ไปมา เพื่อยื้อเวลา ให้คนตระกูลเจียโกรธมากกว่านี้
และสำเร็จ หลังจากนั้น เจียฮูหยิยจึงผลักจินเออร์ออก
และทำท่าจะล้มลงเพียงแต่อวี้จงที่ยืนอยู่นั้น รอรับ
คุณหนูของตนเองอยู่แล้ว จินเออร์จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ
ใดๆ
“อกตัญูแล้วเจ้าข้าเอ๊ย ออกมาดูเร็วๆ นังเด็ก
อกตัญูมันจะตีปูั่ย่าตนเองแล้วขโมยเงินข้า” เจียฮูหยิ
นรีบตะโกนเรียกชาวบ้านออกมามุงดูเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นทันที เพื่อใช้ประโยชน์จากขี้ปากชาวบ้านทำให้
จินเออร์ยอมแพ้
“ท่านปูั่ท่านย่าเจ้าขา หลานขอร้อง คืนเงินให้
หลานเถิด ท่านพ่อท่านแม่หลานไม่สบาย ต้องกรเงินไป
ใช้หนี้และซื้อยาจากท่านหมอจริงๆ นะเจ้าค่ะ” จินเออร์
การละคร พวกท่านเคยดูหรือไม่ หึ หลังจากนั้นจินเออร์
จึงเอ่ยไปพลางน้ำตาไหลไปพลาง
ชาวบ้านที่มุงดูจึงเอ่ยออกมาด้วยความสงสารเด็ก
สาวตรงหน้า ที่ต้องมาอ้อนวอนขอเงินของตนเองคืน
จากปูั่ย่าแปลกหน้า แต่หลังจากนั้นไม่นาน ชาวบ้าน
ที่มามุงดุต่างเอ่ยออกมาอย่างออกอรรถรส ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องความอกตัญูของจินเออร์ เพียงแต่ไม่นาน
ชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือจากบ้านเปั่ยมาก่อน
หลายๆ คนต่างก็เอ่ยแย้ง
และเล่าให้คนอื่นๆ ฟังว่า แท้จริงแล้วเปั่ยซานหลง
หาใช้บุตรชายจริงๆ ของคนเหล่านี้ไม่ เพียงแต่พบเจอ
แล้วจึงนำกลับบ้านมาเลี้ยงเพื่อใช้งานแทนบุตรของ
ตนเอง จนไปถึงเรื่องที่ทำไมซานหลงถึงพาครอบครัว
กลับมาที่บ้านเดิมของภรรยา นอกจากนี้ชาวบ้านบาง
คนยังถึงขั้น วิ่งออกไปตามผู้ใหญ่บ้านมาที่นี้ เพื่อ
ช่วยเหลือเด็กน้อยอย่างจินเออร์
“เกิดอันใดขึ้นหรือจินเออร์”
“คารวะท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าค่ะ”
“อืม แล้วคนพวกนี้คือใครกัน ทำไมมาวุ่นวายที่
บ้านของเจ้ากันเล่า”
“อึก อือ ท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าคะ คนเหล่านี้ เดิมคือ
ท่านปูั่ท่านย่าของข้าเจ้าค่ะ”
“อืมม เดิม งั้นแปลว่าตอนนี้หาใช่แล้ว ใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“อกตัญูที่สุด พวกข้าเลี้ยงดูเจ้าและพ่อแม่เจ้ามา
ขนาดนี้ ยังว่าไม่ใช่หรือ”
“อ้าว เรื่องเป็นเช่นไรกันจินเออร์”
“คือ..คือว่า หลังจากนั้นจินเออร์จึงเล่าเรื่องราว
ต่างๆ ให้ผู้ใหญ่บ้านฟัง ด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดที่แม้แต่
ชาวบ้านรอบๆ ยังต้องได้ยินออกไป รวมไปถึงเรื่องที่
เกิดขึ้นตอนนี้”
“เช่นนั้นเจ้าไปตามอาซานอาหลินมาเถิด จินเออร์
จะได้คุยกัน”
“คืออ..ว่า..ท่านพ่อท่านแม่ของข้าปั่วยเจ้าค่ะ
ตอนนี้ยังนอนอยู่บนเตียงไม่สามารถออกมาได้จริงๆ เจ้า
ค่ะ”
“อืมม เป็นอันใดมากหรือไม่ ทำไมเจ้าไม่แจ้งข่าวให้
ข้ารู้ ข้าจะได้ช่วยเหลือพวกเจ้า”
“ข้าเกรงใจเจ้าค่ะ อีกอย่างตอนนี้เงินก็ใกล้
หมดแล้ว ข้าเกรงว่า…”
“มารยา นังเด็กมารยา ปั่วยที่ไหนกัน ข้าจะเข้าไปดู
สิ”
“อย่านะขอรับ นายท่านเปั่ยสั่งห้ามใครเข้าไป
รบกวนบุตรสาวและบุตรเขยขอรับ”
“เช่นนั้น เชิญนายท่านเปั่ยมาคุยดีหรือไม่จินเออร์”
“ท่านตาและท่านยายไม่อยู่เจ้าค่ะ เข้าเมืองไปตาม
หาหมอมารักษาท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าค่ะ อึก อืออ”
“อืมๆ เช่นนั้น มีใครพอจะเป็นพยานให้นังหนูจิน
เออร์ได้หรือไม่ เรื่องบิดามารดา”
เมื่อผู้ใหญ่เอ่ยถามออกไปเช่นนี้ ชาวบ้านที่มามุงดู
ต่างเงียบกริบ พร้อมกับตั้งตารอดู
“ข…ข้า ข้าเจ้าค่ะ ข้าเอง ก้าวออกมา”