เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 50 ร้านขายสมุนไพรและโอสถเลี่ยงเฟิง
“ห๊าาา นางพูดว่าอันใดนะ”
“ระดับ สมุนไพรนางมีระดับ เช่นนั้นหรือ”
“มิใช่ว่า สมุนไพรที่มีระดับคือสมุนไพรสำหรับการ
ฝึกพลังปราณหรอกหรือ”
“อ๊าาา แย่แล้วๆ ข้าต้องรีบไปแจ้งนายท่านบ้านข้า
ก่อน”
“ข้าด้วยๆ ต้องรีบไปแจ้ง”
“ใจเย็นๆ เจ้าค่ะทุกท่าน อย่างที่ทุกท่านทราบ
หากสมุนไพรมีระดับนั้นก็แสดงว่าร้านเลี่ยงเฟิงจะขาย
สมุนไพรราคาแพงกว่าปกติ ซึ่งอาจจะมากกว่าสมุนไพร
ธรรมดาที่ใช้รักษาโรคทั่วไป เช่นร้านของท่านปูั่หลิงนะ
เจ้าคะ
เพียงแต่ ข้าหวังว่าทุกท่านจะสามารถตัดสินใจได้
อย่างถูกต้อง โดยที่สมุนไพรจะวางไว้ด้านในตู้อย่างที่ทุก
ท่านจะได้เห็น ทุกคนสามารถทราบราคาและสรรพคุณ
ได้จากปั้ายแนะนำ และปั้ายนั้นยังสามารถบอกได้ว่า
สมุนไพรแต่ละชนิดนั้นล้ำค่าแค่ไหนเจ้าค่ะ”
“นางเอ่ยว่าอย่างไรนะเจ้าอ้วน ข้าฟังไม่ถนัด”
“นางบอกว่าสามารถพิจารณาราคาสมุนไพรจาก
ภาชนะที่บรรจุได้ แต่มันคงจะราคาแพงเกินเอื้อม
ชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างพวกเรานั้นแหละ เห่อ”
“ถัดมาที่ชั้นที่สอง จะเปิดเป็นร้านขายโอสถ โดย
โอสถที่จะวางขายนั้น จะเป็นโอสถตั้งแต่ขั้นต่ำสุด
ระดับกลาง ระดับสูง ระดับเทวะ ระดับสวรรค์ ระดับ
เซียน และระดับ อนันตกาล ที่ยังไม่เคยมีผู้ใดปรุงได้เจ้า
ค่ะ” เมื่อเอ่ยจบจินเออร์จึงสังเกตสีหน้าทุกคนไปด้วย
“เจ้าตบหน้าข้าหน่อยเจ้าแห้ง”
“เปียะ/// หันหน้าตามแรงตบ”
“เจ้าๆ ตบหน้าข้าแรงไปหรือไม่”
“แหะๆ เจ้าอยากรู้มิใช่หรือว่าเจ้าฝันไปหรือไม่”
“เห้อออ เจ้า ช่างเถิด เมื่อกี้นางพูดว่าระดับอนันต
กาลเช่นนั้นหรือ”
“นางเป็นใครกันแน่ ไปสืบเรื่องของนางมา”
“ขอรับนายท่าน”
“ข้าว่าราคาที่นางตั้งใจจะขายก็คงสูงตามกันไป
เพราะทั้งแต่ระดับเทวะเป็นต้นไป ก็ใช่ว่าจะพบเจอได้
ง่ายๆ”
“และเช่นเดิมเจ้าค่ะ โอสถระดับต่างๆ ราคาก็จะ
ต่างกันไป และข้าจะขายตามใบสั่งเท่านั้น” เมื่อปล่อย
ให้หลายๆ คน วิจารณ์กันไปแล้ว จึงเริ่มเอ่ยต่อ
“ตามใบสั่งเช่นนั้นรึ นางพูดเหมือนนางเป็นคน
หลอมเองเช่นนั้นแหละ”
“ใช่ๆ กล้าที่จะพูดเหลือเกิน”
“ข้าก็เห็นด้วย แค่สมุนไพรยังพอรับได้ แต่นี่นาง
กล้าที่จะเอ่ยถึงโอสถ ว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะหลอม
เช่นนั้นรึ”
“เจ้ากล้าหลอกลวงพวกเราหรือ แม่นางน้อย” ชาย
คนหนึ่งในกลุ่มฝูงชนชี้นิ้วมาทางจินเออร์พร้อมตะโกน
ออกมา
“ใช่ๆ เจ้าจะมีปัญญาอันใดหลอมมันขึ้นมาเอง
เช่นนั้นหรือ”
“ใช่ ข้าเห็นด้วย พวกเรากลับกันเถิด”
“ข้ากลับด้วย เลี่ยงเฟิงเช่นนั้นรึ ถุย” ชายอีกคน
เมื่อเริ่มไม่สบอารมณ์ จึงเอ่ยดูถูกและถ่มน้ำลายใส่
จากนั้นจึงทำท่าจะเดินออกไป
หลังจากนั้นก็มีเสียงเซ็งแซ่ต่างๆ ของชาวบ้านและ
ชาวเมืองดังออกมา คนบ้านเปั่ยเริ่มหน้าเสีย เนื่องจาก
ตอนนี้ พวกคนเหล่านั้นกำลังด่าว่าบุตรสาวของพวกเขา
ซานหลงที่เริ่มเก็บอาการไว้ไม่อยู่เริ่มปล่อยพลัง
ออกมากดดัน ทำให้เถ้าแก่หลิงต้องรีบห้ามปราม เพราะ
ผู้คนที่นี้ น้อยนักที่จะมีพลังปราณและรองรับความ
กดดันที่แผ่ออกมาได้ ยิ่งระดับพลังของคนบ้านตระกูล
เปั่ยด้วยแล้ว
“อาซาน เก็บพลังของเจ้าไปซะ” เถ้าแก่หลิงที่รับรู้
ถึงพลังกดดันที่เริ่มแผ่ออกมาจากตัวคนข้างกาย จากนั้น
จึงหันไปห้ามปรามด้วยน้ำเสียงขรึมทันที เพียงแค่ระดับ
พลังปราณสีขาวก็แล้วไปนี่ แต่นี่…เหอะ เจ้าเด็กหน้า
เหม็นเอ๋ย ไม่สิ หน้าเหม็นกันทั่งบ้านนั้นแหละ หึ
“อ๊ะ ท่านพ่อบุญธรรม ข้าขอโทษขอรับ ข้าเผลอตัว
ไปหน่อย” ซานหลงที่สติกลับมา เก็บพลังของตน
กลับคืนจากนั้นจึงหันมามองคนที่เตือนสติตนเองต่อ
สาเหตุนั้นก็เพราะเหล่าคนที่ยืนออกันในร้าน และนอก
ร้านที่กล่าววาจาดุถูกบุตรสาวของตนเอง
“อืม ไม่เป็นไร” เถ้าแก่หลิงที่เห็นว่าไม่มีใครในที่นี้
รับรู้ถึงพลังที่แผ่ออกมาจากซานหลง จึงเอ่ยปัดไป
“ขอรับ”
“ท่านพ่อบุญธรรมเจ้าคะ เช่นนั้นจะปล่อยให้คน
เหล่านั้นกล่าววาจาใส่ร้ายจินเออร์เช่นนั้นหรือเจ้าคะ”
หลินเหมย มารดาที่ทนฟังไม่ได้จึงเอ่ยปากถามผู้ที่
อาวุโสที่สุดอย่างเถ้าแก่หลิงออกมา
“เชื่อใจจินเออร์เถิด นางไม่ได้โตเพียงร่างกาย
เท่านั้น ความคิดและประสบการณ์ของนางก็เติบโตไม่
แพ้กัน” เถ้าแก่หลิงที่รับรุ้เรื่องราวต่างๆ เอ่ยออกมา
อย่างเชื่อมั่นในตัวหลานสาวบุญธรรมผู้นี้
“เจ้าค่ะ ข้าเชื่อฟังท่าน” เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เถ้าแก่หลิง
กล่าวออกมาคือความจริง เมื่อย้อนคิดกลับไปหลายๆ
ครั้งก่อนหน้านี้ จึงเลือกที่จะวางใจในตัวบุตรสาวของ
ตนเองเช่นกัน
“อืม ดูต่อเถอะ ให้นางได้เรียนรู้ด้วยตนเอง”
“เอ๊ะ กลิ่นอันใดกัน”
“นั้นสิ หอมเหลือเกิน อ๊าาาา”
“นั้น กลิ่นมาจากตัวแม่นางน้อยคนนั้น”
หลังจากที่คนที่กำลังเดินออกไปได้กลิ่นหอม
บางอย่าง ต่างพากันหยุดเดินและหันหลังกลับมาตาม
กลิ่นหอมนั้น ปรากฏว่ามันหยุดอยู่ที่เด็กสาวนางเดิม
นั้นคือจินเออร์
จินเออร์ที่เห็นภาพดังกล่าว ได้ยกยิ้มขึ้นมาที่มุม
ปากเพียงเสี้ยววิ หากไม่สังเกตหรือตั้งใจมองก็จะไม่มี
ผู้ใดเห็น เพียงแต่ยกเว้นคนที่นั่งอยู่ชั้นสามของฝังตรง
ข้าม ที่กำลังนั่งเอามือยันโต๊ะและท้าวคางไว้บนโต๊ะ
รับรองพร้อมกับเสหน้ามองมาทางร้านเลี่ยงเฟิง ใน
ตำแหน่งที่จินเออร์กำลังยืนอยู่พอดิบพอดี
เมื่อเห็นดังนั้น จินเออร์จึงเอามือล้วงเข้าไปในแขน
เสื้อของตน พร้อมกันนั้นจึงแสร้งหยิบกล่องกำมะหยี่สี
แดงเพลิงออกมา และเปิดออก ทันทีที่เปิดออกนั้นกลิ่น
ความหอมของสมุนไพรที่อัดแน่นอยู่ภายในเม็ดยาก็ได้
สำแดงฤทธิ์เดชออกมา
“นั้นมิใช่ว่าคือเม็ดโอสถระดับเทวะหรอกหรือ”
“ใช่ๆ มิใช่โอสถเสริมพลังปราณอัคคีใช่หรือไม่”
“อ๊าาา ข้าตายตาหลับแล้ว ชีวิตมีโอกาสได้เห็น
โอสถระดับเทวะจริงๆ”
“เดี๋ยวสิ เราจะแน่ใจได้เช่นไรว่านางมิได้หลอกพวก
เรา”
“นั้นสิ ต้องหาผู้ยืนยัน”
“เถ้าแก่หลิงเช่นไร”
“มิได้ แม้ข้าจะทราบถึงความเป็นธรรมของเถ้าแก่
หากเพียงแต่ก็เป็นหลานบุญธรรมกันมิใช่หรือ”
“นั้นสินะ เช่นนั้นใครเล่า”
“ข้าเอง” พร้อมกับสาวเท้าเข้ามายังพื้นที่ๆ
ใกล้เคียงกับจินเออร์ที่สุด
“นั้นมิใช่ว่าคือคุณชายกู้ แห่งโรงประมูลเซี่ยงจ้าว
หลงหรอกรึ”
“ใช่ๆ ข้าจำได้ คุณชายกู้แน่นอน”
“เช่นนั้น แม่นางน้อย มิทราบว่าข้าสามารถพิสูจน์
โอสถเม็ดนั้นได้หรือไม่” คุณชายกู้ เมื่อเห็นว่าเด็กน้อย
ต้องการความช่วยเหลือ จึงเลือกที่จะเดินลงมาจากชั้น
สามของร้าน เรียกว่าเดินลงมาก็มิได้ เรียกว่าโดนเตะลง
มาจะถูก
“หากท่านต้องการข้าก็มิขัดเจ้าค่ะ” จินเออร์ที่
กำลังจะพิสูจน์ด้วยวิธีการของนางจึงเป็นอันชะงักไป
แต่เมื่อมีคุณชายกู้แห่งโรงประมูลเซี่ยงจ้างหลงเข้ามาได้
ทันเวลาพอดี อย่างกับรู้ทัน จึงไม่ลังเลที่จะตอบรับ
ความช่วยเหลือออกไป
“หืมม โอสถเม็ดนี้ มีสีแดงดั่งเพลิงประกายอยู่
ภายใน กลิ่นหอมที่ออกมา เกิดจากสมุนไพรระดับสูง
หลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ดอกเพลิงอัคคีที่เป็น
ส่วนผสมหลัก หญ้าวารีพิสุทธิ์…”
“ช่วยสรุปเลยได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าว่ามันเสียเวลาไป
นานแล้วนะเจ้าคะ” โถ่เอ้ย คุณชายกู้ ท่านจะบ่นอันใด
หนักหนา ข้ารอฟังคำตอบจากท่านนานแล้วนะ