เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 62 เยี่ยมเยือน
ตอนนี้สิ่งต่างๆ ก็ได้ผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ตระกูลเปั่ยในตอนนี้ มิได้ขาดแคลนทั้งเงินทองหรือ
พละกำลัง เรียกได้ว่าการย้อนอดีตของนางในครั้งนี้คง
ต้องขอบคุณเหล่าเทพเซียน และสัตว์เทพข้างกายของ
นาง ที่ทำให้นางสามารถใช้ชีวิตได้อย่างดี
เพียงแต่คลื่นลมมันสงบเกินไป จนนางอดหวั่นใจ
มิได้ว่าหลังจากนี้ นางจะได้เติบโตไปอย่างมีความสุข
เช่นนี้จริงหรือ
ท่ามกลางปั่าเขาระหว่างทางจากเมืองหลวงไปสู่ปั่า
ม่านหมอกนั้น ขณะนี้ได้มีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ หรืออาจจะ
เรียกได้ว่าเป็นขบวนเดินทางเลยก็ว่าได้ กำลังพักม้าอยู่
ไม่ไกลจากเมืองชายปั่า ซึ่งมีขบวนรถม้ามากถึง สิบคัน
รถด้วยกัน
การเคลื่อนขบวนในครั้งนี้นั้น ควรจะถึงจุดหมาย
ตั้งแต่ หนึ่งชั่วยามก่อนแล้ว แต่หากติดปัญหาจากคนที่
ร่วมขบวนมาด้วยระหว่างทาง ที่มีเสียงตะโกนให้หยุด
รถม้าตลอดการเดินทางไม่ขาดสาย ทำให้สารถีและคน
ทั้งขบวนต่างต้องหยุดรอเพราะขัดคำสั่งเสียมิได้
เนื่องจากมีอาการเมารถม้าอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าแปดไหวหรือไม่” องค์ชายห้าที่ทนเห็นสภาพ
เช่นนี้ของน้องชายมานานเอ่ยถามออกมา
“ไหวขอรับ ข้าจะไปด้วย” ถึงข้าจะไร้เรี่ยวแรง
ท่านก็ต้องรอข้านะท่านพี่
“อืม เช่นนั้นก็มานั่งกับพี่ดีหรือไม่” องค์ชายแปดที่
เห็นว่าคนตรงหน้าดูท่าจะไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงเอ่ยชวน
ให้ไปนั่งบนม้าตัวเดียวกับตนโดยตนเองจะเป็นคนบังคับ
ม้าและให้น้องชายนั่งด้านหน้าแทน
“อีกไกลหรือไม่ขอรับ” หลังจากอาเจียนเสร็จจึง
เงยหน้าขึ้นมาถามพี่ชายต่อ
“ไม่ไกลใกล้จะถึงแล้ว หากไม่เสียเวลาาไปกับเจ้า”
องค์ชายห้าที่ตอนนี้ใกล้จะทนสภาพน้องชายตนเอง
ไม่ได้แล้ว จึงลุกขึ้นและทำท่าจะเดินหนีออกมา
“ก็ข้าไม่ชอบขี่ม้านี่ขอรับ นั่งนานๆ มันเมื่อย อีก
อย่างหากข้าไม่เวียนศีรษะแต่แรก คงจะสลับไปขี่ม้า
พลางนั่งรถม้าพลางๆ ได้แล้ว” องค์ชายแปดเอ่ยพลาง
เช็ดปากตนเองไปพลางและเดินตามพี่ชายตนเองไป
“เอาเถิด อ้วกเสร็จ พักสักครู่ แล้วมาขี่ม้ากับข้า จะ
ได้ถึงจวนสักที”
“โถ่ ท่านพี่ อุ๊บบ อ้วกก แหวะ” ไม่ไหวๆ มันมาอีก
แล้ว อืออ ข้าเกลียดดด
“เห่อออ”
ชายหนุ่มที่กำลังอาเจียนนั้นคือองค์ชายแปด โดย
ขบวนที่ว่าคือขบวนขององค์ชายห้าและองค์ชายแปด
นั้นเอง หากมิใช่เพราะคำสั่งของพระสนมเย่ว ที่ต้องการ
สืบหาความจริงและตามหาคน ผนวกกับความดื้อรั้น
ของตนเอง องค์ชายแปดคงมิได้อยู่ในสภาพเช่นนี้
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ขบวนเดินทางจากเมือง
หลวงก็ได้เดินทางมาถึง ขบวนรถม้าขนาดใหญ่ก็ได้
เดินทางมาถึงโรงประมูลเซี่ยงจ้าวหลง เรียกความสนใจ
ให้กับชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาได้อย่างดี
ขณะที่ขบวนรถม้าจอดสนิท ก็ได้มีคุณชายกู้เดิน
ออกมาจากโรงเตี๊ยมเพื่อ เพื่อมารอรับคนที่มากับขบวน
ในตอนนี้
“พี่กู้ ข้าคิดถึงท่านจังเลยขอรับ มาให้ข้ากอดหน่อย
เร็วววว” ไม่พูดเปล่า คนที่พึ่งกระโดดลงจากม้าก็วิ่งเข้า
หาคนที่มารอรับทันที ทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับเซ
ถอยหลังไปหลายก้าวเลยทีเดียว
“อืม เจ้าแปด หายเวียนหัวแล้วหรือ ถึงพุ่งตัวไป
เช่นนั้น หืม” องค์ชายห้าที่ลงจากม้าเดินตามมาและเอ่ย
ถามคนที่กระโดดไปกอดคนที่มารอรับอย่างเหนื่อยใจใน
ความดื้อรั้น
“หายแล้วขอรับ ข้าหายแล้ว” องค์ชายห้าที่กำลัง
กอดคนตรงหน้าอยู่ถึงกับชะงักไปและตอบออกมาเสียง
เบา
“ว่าแต่ทำไมข้าได้กลิ่นแปลกๆ จากเจ้ากันอาหลิง”
กู้หมิงซื่อที่แกะมือปลาหมึกตรงหน้าไม่ออก เอ่ยถาม
ออกมา เมื่อได้กลิ่นเปรี้ยวๆ ออกมา
“แหะ ๆ พี่กู้ เผอิญว่ารถม้ามันโครงเครงมากเลย
ขอรับ ข้าเลย…อาเจียน” อย่าตีข้าน่า อืออออ พร้อมกับ
เงยหน้าทำสายตาปริบๆ ใส่คนที่กำลังกอดอยย่างขอ
ความเห็นใจ
“อ๊าาาา เจ้า เจ้าา หึย ปล่อยข้าเลยอาหลิง” กู้หมิ
งซื่อเอ่ยพร้อมกับผลักหัวคนตรงหน้าให้ออกห่างจาก
ตนเอง พร้อมกับหันหน้าไปคุยกับพี่ชายของคนตรงหน้า
แทน
“แงงงง ไม่ปล่อยยย ข้าจะเกาะท่านไปจนกว่าจะ
กลับเลย รังเกียจข้าใช่มั้ย ชิ”
เมื่อเอ่ยจบองค์ชายห้าก็ทำท่าเกาะแขนข้างหนึ่ง
ของคนที่เอ่ยอย่างรังเกียจตนเองออกมา พร้อมกับ
ทำท่าไม่สนใจสิ่งใด กู้หมิงซื่อเมื่อเมื่อเห็นท่าทางอยาก
เอาชนะของคนตรงหน้าจึงทำท่าปลงตก เนื่องจากความ
เอาแต่ใจของอีกฝั่ายใช่ว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ
หลังจากนั้นจึงหันไปคุยกับองค์ชายห้าถึงสาเหตุที่
เร่งเดินทางมาที่แห่งนี้
“อาหมิง ที่เร่งเดินทางมาที่นี่ มิใช่ว่าคิดถึงข้าหรอก
กระมัง” กู้หมิงซื่อที่ทำอันใดไม่ได้จึงเอ่ยถามออกไป
แกมปราชด
“เพ้อเจ้อ” พูดจบองค์ชายห้าจึงเสหน้าไปด้านอื่น
แทน
“เช่นนั้นมาทำไม” เอ่ยกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
“ไว้คุยกันเถิด”
“อืม เช่นนั้นจะพักที่ใด” เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้ท่าจะ
เป็นความลับ จึงเลิกเอ่ยล้อเล่นทันที
“ข้ากับอาหลิงจะพักที่จวนเจ้า ส่วนคนที่เหลือ
รบกวนส่งไปโรงเตี๊ยมเจ้าหน่อย”
“ได้ๆ เช่นนั้น เซิ่นหัว เจ้านำขบวนทั้งหมดไป
โรงเตี๊ยมเซี่ยงจ้าวหลงแล้วจัดการให้เรียบร้อย”
“ขอรับนายท่าน”
“ส่วนพวกเรากลับจวนกันเถิด ดูท่าคนที่กำลังเกาะ
ข้าอยู่ตอนนี้ ท่าจะไม่ไหวแล้วล่ะ” กู้หมิงซื่อที่หันไปมอง
ลูกลิงที่เกาะเขาอยู่ตอนนี้พร้อมกับส่ายหัวไป
ที่เห็นว่ากู้หมิงซื่อและองค์ชายทั้งสองสนิทกันเช่นนี้
ล้วนมีสาเหตุจากตระกูลของทั้งสองที่มีความสนิทกัน
อีกทั้งเมื่อตอนเด็กนั้นองค์ชายแปดทรงติดคุณชายกู้
หนักมาก
“อืม ไปเถิด”
หลังจากนั้นกู้หมิงซื่อและองค์ชายทั้งสองคนจึง
เดินทางกลับจวนกู้ และแยกย้ายกันไปพักผ่อน จนถึง
ยามเย็นจึงออกมาทานอาหารเย็นด้วยกัน ด้วยคน
อาเจียนจนหมดท้องไส้ในระหว่างการเดินทางต้องการ
ทานอาหารพร้อมกัน เดือดร้อนให้พี่ชายทั้งสองต้องมา
นั่งรอทานข้าวด้วย
“พี่กู้ จานนี้อันใดกัน อร่อยมากกกก ข้าชอบ” เมื่อ
มาถึงก็ไม่รออันใด องค์ชายแปดใช้ตะเกียบของตนคีบ
อาหารจากจานที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดขึ้นมาลองชิม
ในทันที
“อืม อันนี้หรือผัดสามเซียน ชอบหรือ ไว้มื้อต่อไป
ข้าจะสั่งให้นำมาขึ้นโต๊ะใหม่” กู้หมิงซื่อหันไปสนใจคนที่
กำลังคีบไปพลางพูดไปพลาง
“จริงหรือขอรับ ขอบคุณขอรับ” องค์ชายแปดที่ดี
ใจ รีบเอ่ยออกมาพร้อมกับหันไปยิ้มให้กู้หมิงซื่อทันที
กู้หมิงซื่อที่โดนรอยยิ้มพิฆาตของคนตรงหน้าเข้าไป
ถึงกับชะงักไปชั่วครู่ พร้อมกับเอ่ยเรื่องอื่นขึ้นมาแทน
“ว่าแต่อาหมิง เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง ว่าเร่งรีบ
เดินทางมาที่นี่เพราะอันใด”
“อืม มาตามหาคน”
“คน ใครกัน ข้าช่วยอันใดได้หรือไม่”
“แน่นอนว่าเจ้าต้องช่วยอยู่แล้ว” องค์ชายแปด
ตอบออกไปตามตรงพร้อมกับคีบอาหารไปด้วย
“งั้นข้าไม่ช่วย” หึ ขอร้องข้าสิเจ้าคนหน้าตาย
“พระมารดาข้าคงมิพอใจ หากข้าเอ่ยว่าคุณชายกู้มิ
ยินดีที่จะช่วย” เจ้านะหรือจะเอาชนะข้า กู้หมิงซื่อเอ๋ย
กู้หมิงซื่อ
“หึยยย เจ้าคนเจ้าเล่ห์” ข้าแพ้เจ้าคนหน้าตายนี่อีก
แล้ว
“ท่านแม่ให้พี่ห้ามาตามหาคนขอรับ คนในราชวงค์
ที่หายไป” พูดพลางคีบอาหารเข้าปากตนเองไปพลาง
“อืม ใครกัน มิได้มีใครหายตัวไปมิใช่หรือ สายข่าว
ข้ามิเคยพลาด” กู้หมิงซื่อที่มีลูกน้องมากมายเอ่ยขึ้นมา
อย่างสงสัย เพราะสายข่าวของเขานั้น ถือได้ว่าเป็นหนึ่ง
ในแผ่นดินนี้แน่นอน
“อืม ในตอนนี้มิมีใครหายไป แต่เมื่อก่อนมิใช่”
“เมื่อก่อน…ใครกัน” ใครกัน พ่อแม่เจ้านี่ก็มิน่าใช่
เจ้าลิงน้อยก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ ข้า แล้วใครกันถึงมี
ความสำคัญขนาดที่พระสนมเย่วต้องส่งบุตรชายที่รักยิ่ง
ออกมาตามหาด้วยตนเอง อืมม
“องค์หญิงที่หายสาญสูญไป ข่าวนี้คุ้นเคยหรือไม่”