เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 64 จดหมายเชิญ
“ข้าจะเปิดสำนักคุ้มภัยซีจ้าว” หยอกนิดหยอก
หน่อยไม่ได้เลยนะเจ้ากระต่าย โถ่
“อืม แล้วเช่นไร” นางเรียกข้าออกมาแค่นี้เองเรอะ
ยัยเด็กนี่
“ข้า…กังวล” สีหน้าและท่านทางขี้เล่นของจินเออร์
ได้แปรเปลี่ยนไปในทันที แสดงให้ทั้งสองเห็นว่า จิน
เออร์นั้นรู้สึกเป็นกังวลจริงๆ มิได้เอ่ยเล่นๆ เช่นเดิม
“กังวลเรื่องอันใด” อ่ะๆ ข้าไม่หยอกเจ้าแล้วก็ได้
เจ้าเด็กน้อย
“ไม่รู้สิ ข้าแค่รู้สึกว่ากิจการครั้งนี้มันยิ่งใหญ่
เหลือเกิน” มันยิ่งใหญ่ซะจนข้ารู้สึกว่า มันจะมีอุปสรรค
ที่ยิ่งใหญ่ตามมาหรือไม่…
“จินเออร์ เจ้ายังมีข้าและเจี่ยฉง รวมไปถึงหน่วย
ราตรีกาล” เจ้าเด็กคนนี้ พอเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นาง
มักจะแสดงด้านอ่อนแอออกมา มากเสียจนข้า…อดเป็น
ห่วงมิได้เลยสินะ
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจพวกเจ้ามากที่อยู่กับข้า
มาจนถึงวันนี้” จินเออร์เอ่ย พลางมองออกไปยังทั้งสอง
แววตาของนางในตอนนี้นั้น มันเต็มไปด้วยคำพูด
มากมาย
แววตาที่บอกว่าขอบคุณ แววตาที่บอกว่าดีใจ แวว
ตาแห่งความสุข ขอบคุณที่อยู่กับนางจนถึงตอนนี้ ดีใจที่
นางสามารถทำทุกอย่างออกมาได้ และความสุขที่ได้มี
ทั้งสองและครอบครัวที่แสนอบอุ่นในโลกนี้
แม้ว่านางจะโตกว่า ก็คงมิต้องกังวลแล้วสินะ นาง
ในตอนนี้นั้น มีทั้งเงิน ทอง กองกำลัง ที่สำคัญนางมี
เพื่อนและครอบครัวที่รักและดีกับนาง ชักจะไม่อยากโต
เสียแล้วสิ
“อีกอย่างเพียงแค่ให้บิดาของเจ้าเป็นประมุขสำนัก
คุ้มภัย เช่นนี้มิง่ายกว่าหรือ เจ้าจะได้ไม่ต้องคอยตอบ
คำถามอันใดจากผู้คน”
“จริงสิ ทำไมข้าคิดมิได้กัน อืออ มาให้ข้ากอด
หน่อยจินหลง” นางอยากกอดจินหลงและเจี่ยฉงเสีย
จริงๆ
“เพราะอันใดนะหรือ อยากรู้หรือไม่ ข้าจะบอก
เจ้า” เหอะ อย่ามาทำสายตาซาบซึ้งใส่ข้ายัยเด็ก
อัปลักษณ์
“ไม่ดีกว่า สายตาของเจ้ามันคล้ายจะบอกข้ามา
หมดแล้ว เจ้ากระต่ายเจ้าเล่ห์ หึ” หึยย นางอยากจะเข้า
โหมดซึ้งเสียหน่อย แต่จินหลงดันรู้ทันเสียก่อน เห่ออ
“คิดว่าเจ้าอยากรู้เสียอีก ฮ่าๆ” ปราชดข้าได้คงดี
ขึ้นแล้วใช่หรือไม่เด็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรพวกข้าก็จะอยู่
เคียงข้างเจ้าไปเรื่อยๆ นั้นแหละ จนกว่าทุกสิ่งจะ
เหมาะสม
เช้าวันถัดมา เปั่ยจินตัดสินใจที่จะเอ่ยย้ำกับคนใน
ครอบครัวอีกรอบถึงเรื่องที่จะดำเนินการ แผนการขั้น
ต่อไปของนาง เพื่อเสริมกำลังให้กับครอบครัวนาง
“ทุกคนเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ข้า
จะเปิดสำนักคุ้มภัยเจ้าค่ะ”
“หืม ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่จินเออร์”
ท่านตาถามออกมา เมื่อได้ยินหลานสาวของตนเอ่ยเรื่อง
นี้ออกมา
“เจ้าค่ะ ตอนนี้ทั้งสถานที่และคนงาน ข้า
เตรียมพร้อมไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ เหลือแค่การทำพิธีเปิด
ร้าน จึงอยากถามท่านตาว่า ต้องเพิ่มเติมอันใดหรือไม่”
“อืม เช่นนั้นจินเออร์อยากเชิญใครมาเปิดสำนักให้
เจ้าล่ะ หืม” ท่านตาเอ่ยถามเรื่องที่คาดว่าสำคัญพอๆ
กับการเปิดร้านออกมา ยิ่งคนที่มาเปิดร้านยิ่งใหญ่และมี
อำนาจมากเพียงใด ยิ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้คนที่อยู่ฝั่ายตรง
ข้ามรับรู้ว่า หากต้องการมีปัญหา หรือก่อกวนอันใด
หลังจากนี้ ให้มองกลับไปยังความสัมพันธ์ของสำนัก
และคนที่มาร่วมงานไว้ให้ดี ว่ารับมือกับสิ่งที่จะตามาได้
หรือไม่
“เอ่อ เอาจริงๆ ข้าไม่ทราบเเลยเจ้าค่ะ หลานมิได้
รู้จักคนอื่นเลย เช่นนั้นท่านตาคิดถึงใครไว้บ้างหรือไม่
เจ้าค่ะ” เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ จินเออร์จึงได้ตอบออกไป
ตามสิ่งที่คิด แต่ใช่ว่านางจะมิได้คิดเตรียมไว้ เพียงแต่
ต้องการให้คนในครอบครัวแสดงความคิดเห็นมากกว่า
“คุณชายกู้ เถ้าแก่หลิง ดีหรือไม่” ท่านตาเอ่ย
ออกมา
“อืม ดีเจ้าค่ะ ข้าว่าดี อีกอย่างการที่เรามีคนเหล่านี้
มาร่วมงานก็ช่วยสร้างความมั่นคงให้กิจการของเราอีก
ด้วย”
“ตาก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า”
“เพียงแต่ท่านตาเจ้าค่ะ ทั้งสองคนจะยินดีมา
ร่วมงานของเราหรือไม่” ถึงจะเป็นคู่ค้าในกิจการต่างๆ
ร่วมกันก็เถอะ แต่คนมีอำนานเช่นนี้จะยินดีหรือไม่กัน
“เช่นนั้นคงต้องเข้าไปส่งบัตรเชิญด้วยตนเองกระมัง
เพื่อเป็นการให้เกียรติและแสดงให้เห็นถึงความจริงใจใน
การผูกมิตรกับโรงประมูลและร้านสมุนไพรของคนทั้ง
สอง” ท่านตาเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“เจ้าค่ะ เพียงแต่ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะที่อยาก
รบกวนท่านพ่อ” เมื่อเห็นว่าเรื่องการเปิดร้านมีคนที่
ต้องการแล้ว จินเออร์จึงหันมาทางด้านซานหลงและ
เอ่ยบางสิ่งออกไป พร้อมกับสายตาเปร่งประกาย
แปลกๆ
“อันใดกันหรือจินเออร์” นางมองข้าด้วยแววตา
เช่นนี้อีกแล้ว บุตรข้าเอ๋ย ข้าชักจะกลัวเสียแล้วสิ
“นั้นสิจินเออร์” หลินเมหมยเอ่ยออกมาอย่างสงสัย
ที่บุตรสาวมีเรื่องรบกวนบิดาตนเอง นั้นก็มิแปลก
หากแต่แววตาที่มองมานั้นต่างหากที่ชวนให้ตั้งคำถาม
ออกมา
“ลูกอยากให้ท่านพ่อขึ้นเป็นประมุขของสำนักคุ้ม
ภัยเจ้าค่ะ”เปั่ยจินเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง จริงจัง
เสียยิ่งกว่าเด็กวัยไม่ถึงสิบหนาวจะแสดงออกมาได้
“หืม จะดีหรือจินเออร์ พ่อ…”
“ลูกคิดว่าดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อลองฟังเหตุผลของ
ลูกก่อนตัดสินใจนะเจ้าค่ะ” ท่านฟังข้าก่อนเจ้าค่ะท่าน
พ่อ
“อืมพูดมาเถิด” ซานหลงที่เห็นว่าบุตรสาวแสดง
น้ำเสียงจริงจังออกมา จึงยอมหยุดกล่าววาจาและฟัง
บุตรสาวอธิบาย
“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุที่ยังน้อยของลูก การที่ลูก
เป็นสตรี ยังไม่รวมถึงพลังปราณที่ลูกไม่สามารถเปิดเผย
ได้”
“พ่อขอโทษเจ้าด้วย พ่อคิดว่าพ่อเข้าใจเจ้าแล้วและ
ยินยอมที่จะขึ้นเป็นประมุขของสำนักคุ้มภัยซีจ้าว ตามที่
เจ้าบอกจินเออร์” เอ่ยจบจึงยื่นมือไปลูบหัวบุตรสาว
ตนเองเบาๆ
“เย่ๆ เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ ลูกจะได้มีเวลาไปทำ
อย่างอื่นต่อ อิอิ” นี่สิเจ้าค่ะ ท่านพ่อของข้า
“อืมม แล้วเจ้าคิดจะทำอันใดต่อกันหลานยาย แค่
นี้เจ้าก็เหนื่อยแล้วหนา” เปั่ยฮูหยินที่นั่งฟงัคนอื่นๆ คุย
กันเอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆ ในความซุกซนของหลานสาว
ตนเอง แววตาที่อ่อนโยนและแสดงออกให้เห็นว่าห่วงใย
และยินดีในสิ่งที่หลานสาวทำมากแค่ไหน
“ยังเจ้าค่ะ หลานยังไม่เหนื่อย หลานสนุกมากกว่า
อีกทั้งเปั้าหมายของหลานก็คือ เงินทอง อิอิ หลานจะ
นอนกระดิกเท้าบนกองเงินกองทองเจ้าค่ะ หืมม”
พร้อมทั้งหันไปขยิบตาเบาๆ ให้กับท่านตาท่านยาย
“เจ้าเด็กคนนี้ แม่คงต้องจับเจ้าเข้าเรียนเรื่องความ
เป็นกุลสตรีเสียแล้วกระมัง คำพูดคำจาและการกระทำ
นับวันจะแก่นแก้วเสียจริง” บุตรสาวของข้าเติบโตไว
เสียแล้ว
“ฮ่าๆ ท่านแม่เจ้าขา ลูกรักท่านแม่นะเจ้าค่ะ” ไม่
พูดเปล่า ยังลุกไปกอดมารดาพร้อมกับซุกอกมารดา
อย่างอ้อนๆ
“หึ เจ้านี่หนา”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เราเข้าเมืองกันเถิด นำจดหมายเชิญ
ไปให้แก่คุณชายกู้และเถ้าแก่หลิงเสียด้วย อีกทั้งยังถือ
โอกาสตรวจสอบกิจการเสียด้วยกันทีเดียว”
“เจ้าค่ะท่านตา”
เช้าวันใหม่ ตระกูลเปั่ยต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่
ของตนเอง เปั่ยจินและคนที่เหลือต่างเดินทางเข้าเมือง
เพื่อนำจดหมายเชิญให้แก่คุณชายกู้และเถ้าแก่หลิง
“ท่านตาเจ้าค่ะ เราจะไปที่ใดกันก่อนดี” อืม ที่ไหน
ก่อนดีนะ
“อืม ไปหาเถ้าแก่หลิงก่อนดีกว่า”
“เจ้าค่ะ” เดินตามผู้ใหญ่ แมวไม่กัด หึหึ
หลังจากนั้นสองตาหลานและอีกหนึ่งบิดาของ
หลาน ก็ได้พากันเดินเข้าไปยังร้านขายสมุนไพรของ คน
ที่มีศักดิ์เป็นบิดาบุญธรรมของซานหลงบิดาของจินเออร์
นั้นเอง
ในระหว่างนั้น โชคดีที่ตอนนี้เถ้าแก่หลิงได้ออกมา
เดินดูหน้าร้านด้วยตนเอง จึงเจอกันพอดิบพอดี
“คารวะท่านปูั่หลิงเจ้าค่ะ”เปั่ยจินเอ่ยพร้อมกับ
คารวะท่านปูั่บุญธรรมของตนเองอย่างเต็มพิธี ราวกับ
ว่าจะแสดงให้คนตรงหน้าได้รับรู้ว่าตนเองมีเรื่องให้ช่วย
“โถ่ หลานรัก มาได้อย่างไรกัน หืม เชิญๆ ว่าแต่
วันนี้พวกเจ้ามีอันใดกันหรือ ถึงได้ยกโขยงกันมาหาข้า”
ไม่พุดเปล่าเถ้าแก่หลิงก็เดินไปหาเปั่ยจินพร้อมกับจับจูง
มือหลานสาวเดินเข้าห้องรับรอง
“หืม ให้หลานรักเจ้าพูดเองเถิด” ตงหลินเอ่ย
ออกมาพลางหยิบชาจิบไปด้วย
“แหะๆ เช่นนั้นท่านปูั่หลิงเจ้าค่ะ ท่านได้ข่าวว่าจะ
มีสำนักคุ้มภัยเปิดใหม่หรือไม่” พูดไปทำใบหน้าออด
อ้อนไปด้วย
“หืม ปูั่ได้ยินมานะจินเออร์ กำลังจะไปสืบหาตัว
ของเจ้าของอยู่เช่นเดียวกัน หรือมีอันใดเกิดขึ้นกับพวก
เจ้า”
“คือว่า…”
“หรือสำนักนั้นทำอันใดเจ้ากันจินเออร์บอกปูั่มาได้
เลย”
“เปล่าเจ้าค่ะ”
“เจ้าฟังหลานข้าพูดก่อนเถิด” ตงหลินที่เห็นว่าหาก
ไม่ขัดเสียแต่ตอนนี้ คงจะอีกนานกว่าจะได้เข้าใจกัน
“ฮ่าๆ ข้าขอโทษที ข้าเป็นห่วงเจ้าตัวน้อยนี่มากไป
หน่อย เช่นนั้นมีอันใดกันจินเออร์”