เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 65 กู้หมิงซื่อคือคนต่อไป
“หลานมาส่งจดหมายเชิญเจ้าค่ะ” จดหมายเชิญ
ที่ว่าถูกยกออกมาอย่างเบามือ แสดงให้เห็นถึงความ
ตั้งใจทำของคนที่นำมาให้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น ซอง
จดหมายที่เป็นสีน้ำตาลแดง ปิดซองด้วยยางของไม้สี
แดง ตราปัมที่เป็นสัญลักษณ์ของสำนักคุ้มภัยซีจ้าว อีก
ทั้งจดหมายนั้นยังระบุชื่อของผู้ที่ถูกเชิญด้วยลายมือของ
ประมุขสำนักคุ้มภัยอย่างซานหลงด้วยตนเอง
“เชิญอันใดกันหรือตาเฒ่า” เถ้าแก่หลิงรับจดหมาย
เชิญมาไว้ในมือของตนเองพลาง เบี่ยงใบหน้าที่สงสัยเสีย
เต็มประดาไปหาเปั่ยตงหลินเพื่อคลายข้อสงสัย
เพียงแต่คนที่โดนตั้งคำถามกลับไม่ตอบ ทำเพียง
พยักเพยิดใบหน้าไปทางหลานสาวของตนเอง
“เชิญท่านปูั่ไปร่วมพิธีเปิดสำนักคุ้มภัยซีจ้าวเจ้า
ค่ะ” เปั่ยจินกล่าวออกมาเสียงดังฟังชัด แทบจะทันทีที่
เถ้าแก่หลิงหันมา
“ล้อเล่นหน่ายัยหนู สำนักคุ้มภัยของเจ้างั้นหรือจิน
เออร์” เหอะๆ คิดจะหลอกท่านปูั่ผู้นี้หรือไงกันเจ้าเด็ก
คนนี้นี่
“เจ้าค่ะท่านปูั่ เรียกว่าของหลานคนนี้คงจะไม่
ถูกต้อง เพราะท่านพ่อของข้าต่างหากที่เป็นประมุขของ
สำนักคุ้มภัยเจ้าค่ะ” ท่านปูั่หลิงเจ้าค่ะ ท่านจะไม่ฟัง
ไม่ได้ ข้าพูดเรื่องจริงอยู่นะเจ้าค่ะ อือ
“ห๊าาา อาซานนะหรือ” เถ้าแก่หลิงที่อยู่ๆ ก็
ตะโกนขึ้นมาอย่างไม่มีปีไม่มีขลุ่ย พร้อมกันหันหน้าไป
มองคนนู้นทีคนนี้ทีอย่างไม่เชื่อ เอ่ยออกมา
“ขอรับท่านพ่อบุญธรรม ข้าเอง” ซานหลงเอ่ยตอบ
รับกับข้อสงสัยของท่านพ่อบุญธรรมตนเองเบาๆ
“เรื่องราวเป็นมาเช่นไรกันแน่ ตาเฒ่า” เถ้าแก่หลิง
ที่เมื่อหมดความตกใจไปแล้วในตอนนี้ เอ่ยออกมาพร้อม
กับสะกดกลั้นน้ำเสียงสั่นไหวของตนเองเอาไว้ พร้อมกับ
หันไปหาเปั่ยตงหลินอีกครั้งเพื่อสอบถามหาความจริง
จากปากของผู้ที่อาวุโสที่สุดในที่นี้ นอกจากตน
ท่านปูั่หลิงท่านจะเชื่อข้ามิได้เลยหรือไร หึยยย ข้า
ออกจะน่าเชื่อถือเชียวนะ หึ
“มาๆ ข้าอธิบายให้เจ้าฟังดีกว่า นั่งก่อนเถิด”
เปั่ยตงหลินที่เห็นว่าสมควรอธิบายไขข้อสงสัยให้คน
ตรงหน้าเสียก่อนจะมีเรื่องอันใดต่ออีกจึงอาสาออกไป
“อ่ะ ไหนเล่ามาสิ ทำไมพวกเจ้าถึงจะเปิดสำนักคุ้ม
ภัยได้กัน” เล่ามาสิ ข้ารอฟัง
“ก็ไม่มีอันใดมาก จินเออร์เพียงเสนอกิจการใหม่
ขึ้นมา อีกทั้งในตอนนี้อาซานและคนในครอบครัวข้า
ต่างมีพลังปราณกันแล้ว จึงอยากจะทำการค้าเพิ่มขึ้นมา
ก็แค่นั้น” เปั่ยตงหลินเอ่ยออกมาอย่างหน้าตายใน
สายตาคนที่รอฟังคำอธิบายเป็นอย่างมาก
“เดี๋ยวนะ เจ้าบอกว่าการค้า แค่นั้นหรือเจ้า เจ้า …
ข้าอยากกัดลิ้นตนเองตายเหลือเกิน” การค้าบ้าบออัน
ใดของพวกเจ้ากัน ตาแก่หน้าตา หึ หน้าตายกันทั้ง
ตระกูลเสียจริง หึ
“ก็ใช่นะสิ มีอันใดต้องกังวลกัน” เปั่ยตงหลินยังคง
เอ่ยวาจาหน้าตายออกไปอีกครา
“อึยยยย แล้วแต่พวกเจ้าเถิด หากคิดว่าเหมาะสม
ดีแล้ว ข้าก็คร้านจะพูดอันใด แต่หากมีสิ่งให้ให้ข้ายื่นมือ
เข้าช่วย อย่าได้รีรอเข้าใจหรือไม่อาซาน” เถ้าแก่หลิงที่
ได้ฟังจึงมิได้เอ่ยอันใดเพิ่มนอกจากเสียแสดงความ
ห่วงใยในฐานะคนที่เอ็นดูคนในตระกูลนี้
อีกทั้ง หากมิใช่ว่ารับรู้ได้ถึงพลังปราณอันแข็งแกร่ง
ของคนในตระกูลนี้แล้ว ไม่นับคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าเด็ก
น้อยแสนซนนั้นอีก
“ขอรับท่านพ่อบุญธรรม ขอบพระคุณมากจริงๆ
ขอรับที่เมตตาพวกข้า” ซานหลงเอ่ยออกไปอย่างซึ้งใจ
ในความหวังดีที่ท่านพ่อบุญธรรมคนนี้มีให้คนใน
ครอบครัวของตน
“ท่านปูั่หลิง ขอขอบพระคุณมากจริงๆ เจ้าค่ะ ข้า
รักท่านปูั่มากๆ เลย” เปั่ยจินที่มั่นใจอยู่แล้วว่า เถ้าแก่ห
ลิงจะยินดีที่จะช่วยเหลือตนเอง จึงยิ้มออกมาอย่างดีใจ
แม้นจะสงสัยในความหวังดีที่ดูท่าจะเกินไปเสียหน่อย
นั้นก็ตาม
“เอาเถิดๆ ว่าแต่แล้วจะทำอย่างไรต่อเพียงเชิญแค่
ข้าคนเดียวเท่านั้นหรือ” เมื่อจบโหมดซึ้งใจกันไปแล้ว
เถ้าแก่หลิงจึงเอ่ยถามออกไป
“ข้าว่าจะส่งจดกมายเชิญคุณชายกู้ด้วยเจ้าค่ะ”
“หืม คุณชายกู้หมิงซื่อนะหรือ” เถ้าแก่หลิงเอ่ย
ออกมาด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อคิดอีกคราหนึ่งนั้นก็มิ
แปลกอันใด เพราะนอกจากร้านของเขาแล้ว เปั่ยจินยัง
ส่งสินค้าเข้าร่วมประมูลที่โรงประมูลของคุณชายกู้ออก
จะบ่อยเสียจนได้ปั้ายหยกมาไว้ในการครอบครอง
“เจ้าค่ะ เพราะเป็นคู่ค้ากันมานาน อีกทั้งอำนาจ
ของโรงประมูล ก็ช่วยส่งเสริมพร้อมเป็นเกราะให้พวกข้า
ด้วยอย่างไรละเจ้าค่ะ อิอิ” อย่าหาว่าข้าใช้ผลประโยชน์
จากคนอื่นเลยนะเจ้าค่ะ ข้าทำเพื่อครอบครัวของข้า
เพียงเท่านั้น หาได้คิดร้ายกับใครอื่นเลยจริงๆ
“หืมม เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่รับเจ้า
เข้ามาเป็นหลานของข้า ฮ่าๆ” เช่นนี้สิ ถึงจะต่อกรกับ
เจ้าคนหน้าตายผู้นั้นได้ ฮ่าๆ
ท่านลำบากแล้วล่ะ จวินเทียนหลง ฮ่าๆ
“ท่านปูั่ ข้ามิได้เจ้าเล่ห์เจ้าค่ะ เค้าเรียกว่าหัวการค้า
อิอิ” ข้าเปล่าสักหน่อย
“เหอะ เอาเถิด เช่นนั้นข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย ไป
กันเถิด” เช่นนั้นถือโอกาสไปเยี่ยมเจ้าหนูกู้เสียด้วย
ดีกว่า
“ท่านปูั่ เกรงใจเหลือเกินเจ้าค่ะ เช่นไรนั่งรถม้าของ
ท่านไปดีหรือไม่ อิอิ” เปั่ยจินเสนออกมา
“หืมมม เจ้าเด็กปลิ้นปล้อน ฮ่าๆ ไปๆ เดี๋ยวจะสาย
เสียก่อน” หันไปมองใบหน้าเว้าวอนนั้นแล้วก็ได้แต่ถอน
หายใจออกมาในความเจ้าเล่ห์แสนซนของเด็กน้อย
ตรงหน้า
หลังจากนั้นคนทั้งหมด ต่างก็เดินทางมาถึงโรง
ประมูลที่กู้หมิงซื่อกำลังทำงานอยู่ เรียกว่าทำงานก็คง
จะผิดไปเสียหน่อย เรียกว่ากำลังรับมือกับสองพี่น้องตัว
ปั่วนจะถูกต้องยิ่งกว่า
หันซ้ายก็คนพี่ หันขวาก็คนน้อง วุ่นวายเสียดีจริง ที่
อื่นก็มีใยไม่ไปหางานทำกัน
เมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาในโรงประมูลก็ได้มีผู้ดูแลเดิน
เข้ามาทันที
“คารวะเถ้าแก่หลิงขอรับ คารวะนายท่านทุกท่าน
มิทราบว่ามีอันใดหรือไม่ขอรับ” ผู้ดูแลรีบถามออกไป
ทันที เมื่อเห็นว่านอกจากจะมีเถ้าแก่หลิงแล้วยังมีนาย
ท่านตระกูลเปั่ยอีกด้วย
“มี ข้าต้องการพบคุณชายกู้ เจ้าไปบอกหน่อยเถิด”
เถ้าแก่หลิงเอ่ยออกไป
“ได้ขอรับ เช่นนั้นเชิญท่านไปรอที่ห้องรับรองก่อน
ได้เลยขอรับ” จากนั้นผู้ดูแลจึงนำคนทัง้หมดไปยังห้อง
รับรองห้องประจำที่เคยรับรองเสมอมา โดยมิต้องให้
ผู้ใดบอกกล่าว
“อืมม ไปกันเถิดจินเออร์ อาซาน ตาเฒ่า”
หลังจากที่เชิญเถ้าแก่หลิงและตระกูลเปั่ยไปยังห้อง
รับรองแล้วก็ได้เดินไปยังห้องทำงานของคุณชายกู้หมิ
งซื่อทันที
ปัง ปัง ปัง /// เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น เพื่อปลุกให้
คนด้านในรู้ตัว
“เรียนนายท่านขอรับ เถ้าแก่หลิงและและคน
ตระกูลเปั่ยมาพบขอรับ” ผู้ดูแลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
กล่าวออกมาต่อหน้าคนทั้งสามที่อยู่ภายในห้อง
เนื่องจากมิใช่ความลับอันใด
“อืม เดี๋ยวข้าออกไป” กู้ซื่อหมิงตอบรับ
“ขอรับ” หลังจากรายงานจบ ผู้ดูแลก็ได้เดิน
ออกไป ทิ้งไว้แต่เพียงความสงสัยให้กับสองพี่น้องในห้อง
ทำงานที่ดูท่าจะต้องได้รับคำตอบ
“คนตระกูลเปั่ยงั้นหรือ พี่กู้” องค์ชายแปดเอ่ย
ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชวนสงสัยในความสัมพันธ์ของคน
ทั้งหมด
“อืม พวกเจ้าก็นั่งรอที่นี้ก่อน เดี๋ยวข้ากลับมา” กู้ห
มิงซื่อที่เห็นว่า หากไม่รีบออกไปตอนนี้อาจจะถูกเจ้าคน
ที่อายุน้อยสุดในห้องซักถามจนเป็นเหตุให้คนที่มาพบ
ต้องรออีกนานจึงรีบเอ่ยขอตัวออกไปก่อน
“พี่กู้ขอรับ ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่” ท่านจะไม่เล่า
งั้นหรือ มิเป็นไรข้าไปด้วยก็ได้ หึหึ
“เจ้าแปด มิใช่เรื่องของเจ้า” องค์ชายห้าที่รับรู้ว่า
หลังจากนี้ กู้หมิงซื่อต้องกลับมาอธิบายด้วยอีกแน่จึง
เอ่ยห้ามเสียก่อน
“โถ่พี่ห้า ข้าแค่อยากออกไปเดินเล่น” ในเมื่อแผน
นี้ไม่ได้ผล ก็ออกไปเดินเล่นก็ได้ใช่มั้ยล่ะขอรับ
“เอาเถิดอย่างไรเจ้ารอที่นี้ก่อน ไว้ข้าจะกลับมา”
กู้หมิงซื่อที่เอ่ยอย่างอับจนหนทาง จึงหันไปหาคนข้าง
กายพร้อมกับเอ่ยออกมา
“เช่นนั้นก็ได้ขอรับ” หึ รอก็รอ
“อืม”
ระหว่างที่ตระกูลเปั่ยกำลังรอกู้หมิงซื่ออยู่นั้น จิน
เออร์ก็ได้ทำการชิมรสชาติอาหารที่ทำมาจากผักของ
นางไปพลางๆ
ปัง ปัง ปัง// กู้หมิงซื่อที่ถือคติว่า แม้จะเป็นห้อง
รับรองของตนเองก็ต้องให้เกียรติเจ้าของห้องเช่นกันจึง
เคาะห้องเพื่อขออนุญาตคนในห้องก่อนจะเข้าไป
“คารวะคุณชายกู้ขอรับ” เถ้าแก่หลิงที่หันมาเห็น
คนแรกเอ่ยออกไป