เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 68 เปิดสำนักคุ้มภัย
“ฮ่าๆ บ้าหน่า ท่านพี่ พวกท่านคิดไปเองหรือไม่”
จะใช่ได้เยี่ยงไรกัน คนหายไปตั้งนานแล้ว พวกท่านนะ
คาดหวังเกินไปหรือเปล่าขอรับ หึ
“เช่นนั้นวันเปิดกิจการข้าขอไปด้วยได้หรือไม่กู้หมิ
งซื่อ” องค์ชายห้าเอ่ยออกมา
ระหว่างองค์ชายห้าและกู้หมิงซื่อนั้น หากมิได้มี
เรื่องที่เป็นความลับหรือจริงจัง จริงจังเพียงใดก็
อย่างเช่นว่า หากเทียบเรื่องก่อการกบฏกับเรื่องที่ตนเอง
สนใจแล้วนั้น เรื่องก่อการกบฏยังไม่นับเป็นอันใดเสีย
ด้วยซ้ำนะสิ
ดังนั้นน้อยครั้งมากที่ทั้งสองจะเอ่ยต่อกันด้วยการ
เรียกนามที่แท้จริงออกมา
“อืม ไปสิ อย่างน้อยหากเจ้าได้พบเจอคนในตระกูล
นั้นอีกครั้งก็คงดี…” กู้หมิงซื่อที่หันกลับมามององค์ชาย
ห้า ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความคาดหวัง
“อืม ขอบใจเจ้ามากอากู้”
หากเป็นเรื่องจริงดั่งที่ข้าคาดไว้
“ข้าละขอรับ ข้าละ ข้าขอไปด้วยนะขอรับ” ว่า
พลางเข้าไปเขย่าแขนออดอ้อนคนซ้ายทีขวาที
“ข้าห้ามเจ้าได้หรืออาหลิง” เจ้านี่ช่าง อายุเท่าใด
แล้วยังมาออดอ้อนข้าเช่นนี้อีก เห่ออเจ้าลิงน้อย
“เช่นนั้นก็…ขอบพระคุณขอรับ ฮ่าๆ” องค์ชาย
แปดที่ได้สมดั่งใจตนเองแล้วก็กลับไปนั่งถักสร้อยข้อมือ
ของตนต่อไป
หลังจากนั้นกำหนดวันเปิดกิจการสำนักคุ้มภัยก็
ได้มาถึง ทุกคนในตระเปั่ยนั้นตื่นเต้นกันเป็นอย่างมาก
เรียกได้ว่าตื่นเต้นกว่าการทำการค้นรูปแบบอื่นเสียอีก
ในการทำกิจการครั้งนี้นั้น พวกเขาต้องอาศัยทุกสิ่ง
ทุกอย่างเข้ามาช่วย อีกทั้งหากกิจการเป็นไปได้ด้วยดี
นั้นหมายถึงนอกจากเงินแล้วสิ่งที่จะตามมาคืออำนาจ…
อำนาจที่มีไว้เพื่อปกปั้องคนในครอบครัวของตนเองได้
อย่างเปิดเผยและมิต้องกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน
อนาคต
“ท่านตาเจ้าค่ะ ปั้ายกิจการเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ”
เปั่ยจินที่กำลังเดินไปเดินมาทำตัวราวกับไก่จิกข้าวสาร
นั้น ได้ตะโกนถามท่านตาของตนเองออกไป ในขณะที่
ตนเองนั้นอยู่อีกฝากหนึ่งของร้าน
“ติดเรียบร้อยแล้ว” ตงหลินเอ่ยตะโกนตอบ
หลานสาวกลับไป พร้อมกับทำหน้าเอือมระอาในตัว
หลานสาวที่ยังวักถามไปหยุดมาราว สองชชั่วยามแล้ว
เสียที เพียงแต่ใบหน้านั้นช่างแตกต่างกับแววตาที่แสดง
ออกมาเสียกระไร
คนในร้านต่างหันไปมองสองเสียงตอบประสานกัน
ไปมาอยู่เช่นนั้น พร้อมกับอมยิ้มให้กับท่าทีของทั้งสอง
ไปด้วย แม้ว่าใบหน้าจะเอือมระอา แต่สายตานั้นมีแต่
ความยินดีและภูมิใจ
“ท่านพ่อเจ้าค่ะ ม่านสีแดงด้านหน้าละเจ้าค่ะ”
เปั่ยจินยังคงถามต่อไป พร้อมเดินไปทางท่านพ่อของ
ตนเองที่ตอนนี้นั้นดูแลความเรียบร้อยในด้านนี้อยู่
“เรียบร้อยแล้วจินเออร์” ซานหลงที่หันไปตอบ
บุตรสาวของตนเองพลางเดินไปหาภรรยาของเขาต่อไป
“จินหลง เจี่ยฉง อักขระที่วางไว้ละเป็นเช่นไรบ้าง”
เปั่ยจินที่เห็นว่าทุกอย่างถามไปหมดแล้ว จึงเลือกที่จะ
หันมาถามสัตว์ในพันธะของตนเองต่อเป็นรายต่อไป
“เรียบร้อยแล้ว เจ้าหยุดตื่นเต้นสักทีเถิด ลำบากคน
ที่ตอบคำถามจากเจ้าจะแย่” จินหลงเอ่ยไปอย่าง
รำคาญ ในท่าทีของเด็กน้อยตรงหน้า เพราะตัวมันเองก็
โดนถามประโยคนี้มาหลายรอบแล้วเช่นกัน
“หึยยย ก็ข้าตื่นเต้นนี่หนา ข้ากลัวเกิดปัญหาขึ้น”
ข้าตื่นเต้นนี่หน่า พวกเจ้าไม่เข้าใจข้า อือ
“เจ้าจะกลัวอันใดกัน ทุกอย่างไร้ปัญหาอยู่แล้ว มี
สัตว์เทพที่แข็งแกร่งอย่างข้าทั้งตัว หึหึ” จินหลงเอ่ย
กลับไปอย่างหยอกล้อ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเปั่ยจินกังวล
เรื่องใดบ้าง
“หึ หลงตัวเอง” เปั่ยจินที่ได้ยินเช่นนั้น ตอบ
กลับไป แล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างๆ จินหลงที่ตอนนี้นั่งอยู่
กับเจี่ยฉง
“แน่นอน” ข้านะเก่งจะตาย หึหึ
“พี่หยางเจ้าค่ะ คนของเราเรียบร้อยหรือไม่” ข้าไม่
เถียงกับเจ้าแล้ว เชอะ ว่าจบเปั่ยจินก็หันไปหาคนสนิท
ของตัวเองพร้อมกับถามคำถามออกไปเช่นเดิม ทำให้
คนที่สั่งห้ามเมื่อกี้ ถึงกับหันไปมองแล้วถอนหายใจ
ออกมาทันที
“เรียบร้อยแล้วขอรับคุณหนู ตอนนี้ทุกคนที่ได้
คัดเลือกตามหน้าที่ต่างๆ ประจำตามจุดต่างๆ แล้ว
ขอรับ และที่สำคัญทุกคนยังใส่แหวนที่คุณหนูมอบให้ใน
การพลางพลังปราณมิให้ผู้ใดล่วงรู้แล้วขอรับ” หยางคง
ตอบออกไป
“เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ” เปั่ยจินที่ได้ฟังกับตอบ
เช่นนั้นก็อารมณ์ดีขึ้น เนื่องจากตอนนี้นางได้ถามคำถาม
ที่คิดว่าอาจเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วพบว่าทุกอย่าง
เรียบร้อยดี
“ขอรับ” หยางคงตอบรับพร้อมกับยิ้มออกไป
จากนั้นจึงเดินออกไปคุยงานกับคนอื่น ๆ ต่อ
หลังจากเตรียมตัวไม่นาน เถ้าแก่หลิงเดินทางมาถึง
เป็นคนแรก รอเพียงไม่นานคุณชายกู้หมิงซื่อจากโรง
ประมูลก็ตามมา พร้อมด้วยสองพี่น้องที่ตามมาด้วย
ซึ่งในตอนนี้นั้นทั้ง ตงหลิน ซานหลงและเปั่ยจินก็อ
อกมารอต้อนรับด้านนอกแล้ว ส่วน เปั่ยฮูหยินและหลิน
เหมยนั้น ขอเตรียมการรับรองอยู่ด้านใน
“คารวะเถ้าแก่หลิงขอรับ” ซานหลงที่ตอนนี้ได้รับ
บทบาทจากบุตรสาวตนเองให้เป็นเจ้าของกิจการเอ่ย
ขึ้นมา
“ดีๆ ข้าขอให้พวกกิจการของพวกเจ้ามีแต่ความ
เจริญรุ่งเรื่อง แล้วก็นี่ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากข้าให้แก่
เจ้า” เถ้าแก่หลิงที่เดินเข้ามาแล้ว ยื่นของขวัญแด่ซาน
หลง จากนั้นจึงอวยพรแก่ซานหลงพร้อมกับเดินไป
หาเปั่ยจินหลานสาวบุญธรรมของตนเอง
“ขอบพระคุณท่านมากขอรับ เช่นนั้นเชิญท่านเข้า
มานั่งในห้องรับรองก่อนเถิด” ซานหลงเอ่ยออกมา
“อืม มิต้องเกรงใจข้าหรอก เราคนกันเอง ไป
ต้อนรับคนอื่นเถิดอาซาน” เถ้าแก่หลิงที่เห็นว่าซานหลง
เกรงอกเกรงใจตนเองมากเสียเหลือเกิน จึงเอ่ยออกมา
“ขอรับท่านพ่อบุญธรรม” ซานหลงรับคำ
หลังจากนั้นไม่นานขบวนของคุณชายกู้ซื่อหมิงจาก
โรงประมูลเซียงจ้าวก็เดินทางมาถึงพร้อมด้วยสองพี่น้อง
ที่มาจากเมืองหลวงเดินเคียงข้างกายมา
“คารวะนายท่านซานหลงขอรับ นี่เป็นของขวัญ
ยินดีสำหรับกิจการของท่านขอรับ” คุณชายกู้ซื่อหมิง
เอ่ยออกอมาา เมื่อเดินมาถึงตัวซานหลง
“ขอบพระคุณที่มาเป็นเกียรติให้ข้าเช่นกันขอรับ
เอ่ออแล้ว…” สายตาซานหลงเหลือบมองไปยังด้านหลัง
ของกู้ซื่อหมิง
“อ่อ สองคนด้านหลังคือลูกพี่ลูกน้องของข้าขอ
รับมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมประมูลของ ด้านซายคือ
อู่หมิง และด้านขวาคืออูหลิงขอรับ” กู้ซื่อหมิงที่เห็นว่า
ซานหลงสงสัยจึงเอ่ยแนะนำตัวทันที
“คารวะคุณชายอู่ทั้งสองขอรับ” ซานหลงเอ่ย
ออกไป
“… คารวะนายท่านซานหลงเช่นกันขอรับ ขอให้
กิจการของท่านรุ่งเรืองขอรับ” อู่หมิงและอู่หลิงเอ่ย
ออกมาอย่างเคารพ หลังจากที่ได้มองใบหน้าของคน
ตรงหน้าแล้วอย่างชัดเจน
“ท่านพี่…” อู่หลิงเอ่ยออกมาอย่างกระซิบ
“อืม ไว้ค่อยคุย” อู่หมิงที่ทราบว่าน้องชายต้องการ
เอ่ยอันใดออกมาเอ่ยปรามไว้
“ขอรับ”
“เช่นนั้น ขอบคุณคุณชายทั้งสองเช่นกันขอรับ เชิญ
ในห้องรับรองเถิดขอรับ” ซานหลงที่มีความสงสัยใน
ท่าทีของคนทั้งสองพี่น้องนั้น มิได้แสดงสิ่งใดออกมา
“เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อนขอรับ ท่านซานหลงจะ
ได้รับแขกคนอื่นๆ ต่อ” กู้หมิงซื่อเอ่ยออกมา เมื่อเห็นว่า
ปฏิกิริยาของสองพี่น้องอาจจะสร้างความสงสัยให้แก่
ซานหลงได้
“ให้ข้านำทางดีหรือไม่เจ้าค่ะ คุณชายกู้ซื่อหมิง”
เปั่ยจินที่เดินออกมาหาท่านพ่อและท่านตาของตนเอง
เอ่ยออกมาอย่างนึกสนุกกับละครฉากนี้ จึงรีบเสนอตัว
ออกมา
“จ้าวหลิน…”
“ใครกันหรือเจ้าค่ะ จ้าวหลิน….” เปั่ยจินแกล้งเอ่ย
ออกไปทันที เมื่อคนตรงหน้าในตอนนี้นั้น แรกพบสบตา
กับนาง ถึงกับหยุดนิ่งและเอ่ยคำบางคำออกมาอย่าง
เหม่อลอย เมื่อพบเจอนาง