เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 67 ความคาดหวัง
“อืม ไม่มีอันใดขอรับ จินเออร์เห็นว่าชื่อมงคล ข้า
และคนอื่นๆ ก็เห็นว่าดีเลยมิได้ขัดข้องขอรับ” ซานหลง
ตอบพร้อมกับยิ้มกลับไปบางๆ เพิ่มความน่าเชื่อถือมาก
ขึ้น
“อืม ชื่อมงคลเสียจริงนะจินเออร์ ซี…จ้าว” กู้หมิ
งซื่อเอ่ยพร้อมกับหันไปมองเปั่ยจินที่ตอนนี้กำลังนั่งยิ้ม
และพูดคุยกับเถ้าแก่หลิง
“เอ่อ แฮะๆ เจ้าค่ะ มีอันใดหรือไม่เจ้าค่ะพี่กู้” ท่าน
สงสัยอันใดข้ากัน ท่านพี่… อยากสืบก็สืบเลยเจ้าค่ะ ข้า
มีเวลาให้ท่านสืบจนกว่าจะพอใจ ฮี่ๆ
“อืม เปล่าหรอกข้าแค่คุ้นเคยนะ คนที่ข้าตามหามี
ชื่อพยางค์ที่คล้ายกับชื่อร้านของเจ้า เลยทำให้ข้าหวน
คิดถึงความหลังขึ้นมา” เมื่อคิดว่าหากเอ่ยอันใดต่อไป
คงมิได้ความต่อแล้วจึง มิได้ต่อความยาวสาวความยืด
ต่อไปอีก
“อ่อออออ เช่นนั้นเองหรือเจ้าค่ะ ข้าขอให้ท่านตาม
หาคนๆ นั้น เจอไวๆ นะเจ้าค่ะ” ตามหาให้เจอไวๆ นะ
เจ้าค่ะ เพราะข้าก็อยยากรู้ความจริงเช่นเดียวกับท่าน
“อืม ข้าก็หวังเช่นนั้น” ใบหน้าที่ตอบรับในตอนนี้
ล้วนมีเพียงสายตาสงสัย คาดหวังและแววตาที่ทำให้
หวนคิดถึงอดีต
“เช่นนั้นทุกคนขอรับ เดี๋ยวข้าขอเลี้ยงฉลองมือ
เที่ยง เป็นการแสดงความยินดีให้กับกิจการของตระกูล
เปั่ยนะขอรับสักมื้อนะขอรับนายท่านเปั่ย”
“ขอรับ เช่นนั้นข้าก็ขอบคุณแทนอาซานและ
ตระกูลเปั่ยมากๆ ขอรับ” นายท่านผู้เฒ่าเปั่ยเอ่ย
ออกมาอย่างขัดมิได้ในความหวังดีของคุณชายกู้ในครั้งนี้
“ฮิฮิ ข้าก็ยินดีเจ้าค่ะ อาหารที่นี้เลิศรสข้าลาภปาก
อีกแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าตัวยาจกน้อย หึ”
หลังจากนั้นทั้งกู้หมิงซื่อ เถ้าแก่หลิงและคนตระกูล
เปั่ย ต่างก็ร่วมทานอาหารมื้อกลางวันด้วยกัน โดยคนที่
ทานไปเยอะที่สุดคือเปั่ยจินนั้นเอง
เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วคนทั้งหมดก็ได้แยกย้าย
กันไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ โดยคนตระกูลเปั่ยและ
เถ้าแก่หลิงต่างกลับไปด้วยกัน เนื่องจากร้านอยู่ตรงกัน
ข้าม
ส่วนกู้หมิงซื่อนั้น หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วก็เดิน
กลับไปยังห้องทำงานของตนเองที่มีสหายทั้งสองรั้งรอ
อยู่ เมื่อเข้ามาถึงห้องยังมิทันจะได้ย่างก้าวที่สอง เสียง
หนึ่งก็ลอยมาทันที
“เป็นอย่างไรบ้างขอรับคุณชายกู้ซื่อหมิง” องค์ชาย
ห้าเอ่ยขึ้นมา เมื่อเห็นว่า คนที่กำลังเดินเข้ามาดูมี
ความสุขเกินหน้าเกินตาเสียกระไร
“อย่างไรคืออันใด เจ้าหมายถึงสิ่งใดงั้นหรือ” กู้หมิ
งซื่อที่รับรู้ว่าคนที่นั่งในห้องทั้งสองอยากจะรู้เรื่องใน
ห้องรับรองแค่ไหน เอ่ยออกไป
“ก็เกี่ยวกับคนตระกูลเปั่ย เป็นอย่างไร” องค์ชาย
ห้าที่ตอนนี้เริ่มมีอารมณ์ครุกครุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว เอ่ย
ออกไป
“จากที่ข้าพูดคุย ก็ยังมิมีอันใด เพียงแต่…” กู้หมิ
งซื่อมองไปยังบุคคลทั้งสองที่กำลังตั้งใจฟังและหยุดเอ่ย
ออกไปเสียดื้อๆ
“เพียงแต่อันใดขอรับพี่กู้” องค์ชายแปดเอ่ย
ออกมาพร้อมกับเขยิบเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ คนที่กำลังพูดไป
หยุดไป
“เพียงแต่ตระกูลเปั่ยจะเปิดกิจการสำนักคุ้มภัย”
“แล้วมันแปลกที่ใดกัน ก็เพียงแค่สำนักคุ้มภัย”
องค์ชายห้าที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับทำหน้าเบื่อหน่าย
ออกมา ในความเล่นใหญ่ของกู้หมิงซื่อ
“นั้นสิขอรับ” องค์ชายแปดที่กำลังตั้งใจฟังอยู่
เช่นกัน รีบเอ่ยสนับสนุนพี่ชายตนเอง
“ก็คงมิแปลกอันใดหากชื่อสำนักคุ้มภัยมิใช่การรวม
ของคำว่าซี…และจ้าว” เมื่อเห็นว่าคนทั้งสองเริ่มไม่
สนใจจึงเอ่ยประโยคเด็ดออกมาเป็นเหตุให้คนทั้งสองตก
อยู่ในภวังค์ของตนเองไปชั่วขณะ
“…” สายตาและอาการขององค์ชายทั้งสอง
หลังจากที่ได้ยินคำว่าซีจ้าวนั้น ใบหน้าของทั้งสองต่าง
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่หยุด
“สำนักคุ้มภัยซีจ้าว พวกเจ้าคุ้นพอหรือไม่” หึ
หมัดเด็ดของข้า สมน้ำหน้าเจ้าพวกสองพี่น้องตัววุ่นวาย
เสียจริง หึหึ
“ซี และจ้าว อยากกับนำชื่อแซ่ของใครมารวมกัน
เลยนะขอรับ ฮ่าๆ แต่ข้าว่าก็เพราะดีนี่นา” องค์ชาย
แปดที่พยายามคิดไปด้านอื่นๆ เอ่ยออกมา
“อืม นั้นสิ อย่างกับการรวมชื่อแซ่” น้ำเสียงที่ดู
เคร่งขรึมแปลกไป ดังมาจากกู้หมิงซื่อที่ตอนนี้มิได้สนใจ
สีหน้าผู้ใด เพียงนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับ
เอ่ยออกมา
“ซีซานหลงและจ้าว…จ้าวหลินเหมยเช่นนั้นหรือ”
องค์ชายห้ากล่าวชื่อสองชื่ออกมาอย่างแผ่วเบา อดที่จะ
คาดหวังมิได้จริงๆ