เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 72 หวนคืนสู่ราชวงศ์
ริ้วสามสายคล้ายสายลมก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนหลัง
มือของคนทั้งสอง และสัญลักษณ์ที่ปรากฏนั้นก็คือ
สัญลักษณ์ของพลังธาตุปราณธาตุลม และแน่นอนว่ากู้ห
มิงซื่อก็ได้ปรากฏสายลมริ้วสามสายขึ้นมาที่หลังมือ
เช่นเดียวกับซานหลง
ในอดีตนั้นเล่ากันว่า ตระกูลใหญ่แต่ละตระกูลจะ
เป็นตัวแทนของพลังปราณธาตุนั้นๆ อย่างเช่น ตระกูลซี
เป็นตัวแทนของสายลม บรรพบุรุษของตระกูลซีมี
ความสามารถในการเคลื่อนที่ที่พริ้วไหวเป็นอย่างมาก
อีกทั้งสายลมยังเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น
การเคลื่อนไหว หรือการหลบซ่อนตัวที่กลืนไปกับ
ธรรมชาติ จึงทำให้เลือกที่จะใช้ความสามารถและพลังที่
มีในการปกปั้องราชวงศ์ บรรพบุรุษของตระกูลซีจึงทำ
หน้าที่หลักในการเป็นราชองครักษ์นับแต่นั้นเสมอมา
คนรอบข้างที่กำลังเฝั้าสังเกตการณ์ในขณะนี้ ต่างก็
มีสีหน้าที่แสดงออกแตกต่างกันไป แต่เรียกได้ว่าสีหน้าที่
แสดงออกชัดเจนที่สุดคงมิพ้น สายตาแห่งความยินดีที่
ส่งมาจาก ท่านตาท่านยายของเปั่ยจินข้ารับใช้ผู้จงรัก
และภักดี
กู้หมิงซื่อนั้น ได้ทราบแล้วว่า สิ่งที่ตนเองเฝั้าตามหา
มาตลอดหลายปีแทนตระกูล ตอนนี้ก็ได้พบเจอกันเสียที
แถมยังมีของขวัญชิ้นสำคัญถึงสองชิ้นด้วยกัน
“ท่านอา หลานกู้หมิงซื่อ ขอคารวะท่านอาขอรับ
ขอต้อนรับท่านกลับสู่ตระกูลของเรา”
“อืม หลานเช่นนั้นหรือ เป็นเรื่องจริงงั้นหรือขอรับ
ทุกคน” ซานหลงที่ยังคงมีสีหน้างุนงงอยู่นนั้น แม้จะ
อยากเชื่อแค่ไหน ยินดีแค่ไหน แต่จากคนไร้ญาติมิตรใน
อดีตกลับค่อยๆ มีเพิ่มขึ้นมา ถึงกับทำตัวไม่ถูกเลย
ทีเดียว
“ว้าววว ข้าก็เป็นญาติกับท่านงั้นหรือเจ้าค่ะพี่กู้ แต่
ยังไงสัญญาซื้อขายระหว่างเรายังเป็นการค้าเช่นเดิมนะ
เจ้าค่ะ ฮ่าๆ”
เปั่ยจินที่พอจะทราบความเป็นมาเป็นไปของ
เรื่องราวบ้างแล้วนั้น จึงแกล้งเอ่ยเย้าออกมา เพื่อกลบ
ความกังวลในจิตใจของทุกคนออกไป
“เจ้าเด็กคนนี้ ฮ่าๆ ดีๆ หลังจากนี้ข้าจะพาเจ้าไป
เจอท่านปูั่ท่านย่าของเจ้า” กู้หมิงซื่อเอ่ยออกมาด้วย
ใบหน้าเปือนยิ้ม
“เจ้าค่า แต่เอ๊ะ เหตุใดท่านถึงสกุลกู้เล่าเจ้าค่ะ”
ลืมไปเสียสนิทเลยนะเรา
“นามสกุลฝังมารดาข้าเองขอรับทุกคน หากออก
นอกตระกูลแล้วข้าจะใช้นามสกุลกู้เป็นหลักขอรับ” เมื่อ
คลายข้อสงสัยลงได้แล้วทุกคนจึงกลับมาที่ฝังของ
ราชวงศ์ต่อ
“เช่นนั้นรบกวนหลินเหมยฮูหยินแล้วขอรับ” องค์
ชายห้าเกล่าวออกมาเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
จนเกินไป อีกทั้งตนเองยังมั่นใจลึกๆ ว่าหลินเหมยฮู
หยิน คือท่านอาหญิงที่สูญหายของตนเองไปจริงๆ จึง
อยากจะรีบพิสูจน์แล้วดีใจเช่น กู้หมิงซื่อบ้าง
“เจ้าค่ะ” หลินเหมยฮูหยินตอบกลับออกมาเบาๆ
อย่างหวั่นใจเล็กน้อย แม้จะเชื่อว่าท่านพ่อท่านแม่ของ
ตนเองเล่ามาเมื่ออดีตคือเรื่องจริงก็ตาม แต่หากผลไม่
เป็นดังหวัง นางเองก็กลัวว่าทุกคนและตนเองจะเสียใจ
จริงๆ
และเช่นเดียวกันใช้เวลาในการเริ่มไม่นานก็ปรากฏ
แสงสีเหลืองทองหมุนวนร่วมไปกับเกลียวคลื่นสีเลือด
อันเป็นสัญลักษณ์ของเชื้อสายราชวงศ์ เรียกความตก
ตะลึงอีกรอบให้กับฝังของตระกูลเปั่ยและคนของฝัง
ราชวงศ์อย่างองค์ชายห้าและองค์ชายแปด
แม้ว่าตอนปลุกพลังและถอนผนึกแล้วนั้น จะไม่
ปรากฏพลังก็ตาม แต่อีกหนึ่งของความลับนั้นก็คือ
สัญลักษณ์ประจำราชวงศ์มิจำเป็นต้องควบคู่ไปกับพลัง
ปราณหรือพลังธาตุเสมอไป หากบุคคลนั้นๆ ไม่ได้
ฝึกฝนหรือเจาะจง
แต่สัญลักษณ์ประจำสายเลือดเช่นไรก็จะยังคงอยู่มิ
เปลี่ยนแปลงไป และสามารถซ่อน หรือเปลี่ยนแปลงได้
ตามความต้องการของผู้ครอบครอง แต่มิสามารถลบได้
แม้นจะตัดอวัยวะส่วนนั้นทิ้งไปแล้ว แต่หาก
ต้องการพิสูจน์จริงๆ สัญลักษณ์จะเลื่อนไปแสดงที่
อวัยวะหรือตำแหน่งอื่นแทน แต่อาจจะต้องแลกมาด้วย
ความเจ็บปวดของผู้ครอบครอง
และแน่นอนว่าสัญลักษณ์ของหลินเหมยก็คือ ปีก
ของหงส์เพียงข้างเดียว และตามตำราบอกไว้ว่าหากเป็น
ฝังองค์ชายจะปรากฏฝังซ้าย สตรีหรือองค์หญิงจะ
ปรากฏปีกหงส์ด้านขวา และหากเป็นผู้ที่ถูกสวรรค์ลิขิต
หรือเป็นผู้ที่อยู่ในคำทำนายจะมีสัญลักษณ์มังกรทอง
แทนที่ปีกหงส์
“คารวะท่านอาพะยะค่ะ องค์ชายห้าและองค์ชาย
แปดคุกเข่าลงคารวะ” เมื่อความจริงปรากฏทั้งสองจึง
ก้มลงทำความเคารพจ้าวหลินเหมยโดยทันที โดยมิได้
สนใจอดีตที่ผ่านมา
“ฮ่าๆ ดีๆ ตาเฒ่าเช่นข้าตายตาหลับแล้ว” เปั่ยตง
หลินหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างไม่เก็บอาการอีกต่อไป
แล้ว เมื่อเห็นว่าตอนนี้สิ่งที่รับปากในอดีตกลายเป็น
ความจริง
เมื่อเรื่องการพิสูจน์สายเลือดได้จบลงแล้ว หลังจาก
นั้นจึงเป็นการตกลงกันเรื่องการกลับคืนสู่ตระกูลและ
ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับข้อสงสัยในเรื่องของการตามล่าใน
อดีต
เรื่องการกลับคืนสู่ตระกูลนั้นตกลงกันได้ความว่า
ทางฝังของราชวงศ์องค์ชายห้าและองค์ชายแปดจะขอ
นำเรื่องกลับไปปรึกษากับพระสนมเย่วหรือมารดาของ
ตนก่อน เพราะเกรงว่าหากมีการเคลื่อนไหวที่เร็วเกินไป
ทางฝังของอำนาจเก่าราชวงศ์ก่อนจะคิดทำการสิ่งใด
ขึ้นมาอีก
ทางด้านของตระกูลซีนั้น คาดว่าหลังจากที่ตนเอง
ออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว หน่วยลับของตระกูลซึ่งเป็น
คนของท่านปูั่และท่านยายคงจะนำข่าวไปบอกแล้วเป็น
แน่ เพราะปรากฏการณ์ต่างๆ นั้น ถูกจับตามองไว้ด้วย
องครักษ์ระดับสูงของตระกูลและคาดว่า หัวหน้า
องครักษ์คงรออยู่ด้านนอกแล้วเป็นแน่
“เช่นนี้ข้าก็จะมีญาติพี่น้องเช่นคนอื่นๆ แล้วใช่
หรือไม่เจ้าค่ะ”
“อืม หากจะกล่าวละก็ ”
“เช่นนี้หลานรัก เดี่๋ยวตาผู้นี้จะอธิบายให้เจ้าฟัง”
“หากนับทางฝังตระกูลซีแล้ว บิดาของเจ้าเป็น
น้องชายของบิดาของเจ้าเด็กกู้หมิงซื่อ เช่นนั้นเจ้ากับเจ้า
เด็กกู้ก็จะเป็นพี่ชายของเจ้า”
“ส่วนทางราชวงศ์นั้มารดาของเจ้า หรือก็คือองค์
หญิงจ้าวหลินเหมยเป็นพระขนิษฐาของฮ่องเต้หรือบิดา
ขององค์ชายทั้งสอง เช่นนั้นเดียวกัน เจ้าจึงเป็นพระ
ขนิษฐาขององค์ชายทั้งสอง เป็นหลานของฮ่องเต้คน
ปัจจุบัน”
“ว้าวววว เช่นนั้นข้าจะมีตำแหน่งอันใดเจ้าค่ะ ข้า
งง”
“เจ้างั้นหรือ อืมมม หากกลับคืนสู่ราชวงศ์ ก็คง
เป็นท่านหญิงกระมัง” เถ้าแก่หลิงเอ่ยตอบกลับไป
“ว้าววว”
“พอก่อนเถอะจินเออร์ เช่นนั้นวันนี้ก็แยกย้ายกัน
ได้แล้วเถิดเจ้าค่ะ” จ้าวหลินเหมยเอ่ยออกมาอย่างห้าม
ปราม เมื่อบุตรสาวของตนดูท่าจะอยากรู้เรื่องราว
มากมายเสียเหลือเกิน
“หากท่านอาว่าเช่นนั้นพวกข้าคงต้องขอตัวลาก่อน
ขอรับ หากเรื่องราวเป็นเช่นไรข้าจะรีบกลับมา แต่โปรด
รับรู้ไว้ว่า พวกข้าจะกลับมาเอง มิผ่านผู้ใด” องค์ชายห้า
องค์ชายแปดและกู้หมิงซื่อเอ่ยลา ทั้งท่านอาชายและ
ท่านอาหญิงของตนเอง
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” ซานหลงตอบกลับออกไปอย่าง
เข้าใจในความหมายนั้น
เมื่อทั้งสี่คนเดินออกมาจากบ้านของเปั่ยจินแล้ว ใน
คราแรกนั้นองค์ชายทั้งสองต่างขอตัวกลับเมืองหลวง
แทบจะทันที เช่นเดียวกับคุณชายกู้ที่ขอจัดการภารกิจ
ให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วกลับเมืองหลวงไปรายงาน
เรื่องราวที่ผ่านมากับท่านปูั่และท่านย่า ตามที่หัวหน้า
องครักษ์ได้เอ่ยปากออกมา
เพียงแต่เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสามกลับคิดว่า ขอเล่นตัว
เสียก่อน ตนเองยังมิได้ทำความสนิทสนมใดๆ กับ
ครอบครัวท่านอาเลย เช่นนั้นเมื่อพวกตาแก่ที่เมือง
หลวงรู้อาจจะมาแย่งความสนิทสนมจากตนเองไป
เสียก่อน
จึงกลายเป็นว่าตอนนี้ กำลังเที่ยวเล่นมาได้ เกือบ
หนึ่งอาทิตย์ดดยมีคนนำเที่ยวหรือหัวหน้ากลุ่มเป็นเปั่ย
จิน ที่ตอนนี้สามารถเรียกนางว่าจินเออร์เช่นนู้น เช่นจิน
เออร์น้องรักได้แล้ว อีกทั้งในตอนเย็นเกือบอาทิตย์ที่
ผ่านมา ก็ฝากท้องไว้ที่ตระกูลเปั่ยแทบทุกวัน
ส่วนเถ้าแก่หลิง หากนับว่ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด
กับใครเขาก็กล่าวได้มิเต็มปาก เพราะตนเองนั้นก็ยังคง
ต้องรายงานเรื่องราวในวันนี้เช่นกัน
“ใครใช้ให้ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าเด็กหน้าตายจวิน
เทียนหลงนั้นกันนะ หึยยย” เถ้าแก่หลิงที่ตอนนี้กำลัง
นั่งเขียนจดหมายอยู่ในห้องทำงานเอ่ยออกมาเบาๆ
ณ ห้องบรรทม
“รายงานพะยะค่ะ ขณะนี้องค์ชายห้าและองค์ชาย
แปดทรงเข้าไปยังบ้านหลังหนึ่ง และหายตัวไปชั่ว
ขณะหนึ่ง หลังจากนั้นองค์ชายทั้งสองเสด็จออกมา
พร้อมกับคุณชายกู้หมิงซื่อและกลับจวนขอรับ”
“บ้านของผู้ใดกัน เหตุใดถึงทำให้ทั้งสามคนเข้าไป
ได้”
“บ้านหลังนั้นเป็นของสำนักคุ้มภัยซีจ้าวขอรับ”
หัวหน้าองครักษ์รายงานออกไป
“ซีจ้าวงั้นหรือ” หากเป็นเช่นที่ข้าคิดคงดี…
“พะยะค่ะ เป็นกิจการของตระกูลเปั่ย โดย
บุตรชายมีนามว่าเปั่ยซานหลงเป็นเจ้าของกิจการพะยะ
ค่ะ”
“ซานหลงงั้นหรือ ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้่นเคยกับชื่อนี้ ”
“มีฮูหยินนามว่าเปั่ยหลินเหมย และบุตรสาวหนึ่ง
คนนามว่าเปั่ยจินพะยะค่ะ จะให้ทรงทำอย่างไรต่อไป”
“ติดตามต่อไปเรื่อยๆ ข้ามั่นใจว่าทั้งสามจะกลับมา
รายงานข้า” องค์หญิงน้อยของพี่ พี่คาดหวังว่าจะเป็น
เจ้า
“พะยะค่ะ” เช่นนั้นข้าต้องรายงานหรือไม่ว่า
คุณชายทั้งสามกำลังเที่ยวเล่นและซื้อใจน้องสาวคนใหม่
ของพวกตนอยู่ โดยมิมีท่าทีจะกลับในเร็ววัน…