เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 71 พิสูจน์สายเลือด
“ขอรับ เช่นนั้นจะจัดการคนร้ายเช่นไรดีขอรับ”
หยางคงถามออกไป
“ปล่อยไปเจ้าค่ะ ข้ายังไม่อยากทำร้ายชีวิตผู้ใด
ในตอนนี้ อีกทั้ง ข้ายังอยากให้ท่านกลับไปรายงาน
เจ้านายของท่านด้วยนะเจ้าคะ ว่าเรื่องราวในวันนี้เป็น
เช่นใด แต่สิ่งใดที่ห้ามพูดท่านคงจะทราบ แล้วอีกมินาน
ข้าจะไปเยี่ยมเยี่ยนท่านแน่นอน”
หลักจากที่ได้ปล่อยตัวคนร้ายออกไปแล้ว เปั่ยจิน
ได้ให้หนึ่งในสมาชิกของหน่วยราตรีกาลเป็นคนติดตาม
และสะกดรอยดู หากอีกฝั่ายทรยศจริงๆ ก็ให้จัดการปิด
ปากเสีย จากนั้นก็รีบตรงกลับไปยังบ้านของตนเอง
ในทันที
เมื่อมาถึงก็พบว่าทุกคนกำลังนั่งรอตนด้วยความ
เงียบและมีรังสีความกดดันเป็นอย่างมากแฝงออกมา
จากคนทั้งสองกลุ่ม
“ท่านพ่อท่านแม่ ทุกคนเจ้าขา จินเออร์กลับ
มาแล้วเจ้าค่ะ” ทำไมห้องโถงมันแคบไปถนัดตาเสียจริง
“เป็นเช่นไรบ้างทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมจินเออร์
บาดเจ็บที่ใดหรือไม่” ท่านยายที่เห็นว่าเปั่ยจินกลับ
มาแล้วก็ถลาไปหาหลานสาวของตนเองอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับการหันไปมองบุคคลที่กำลังทำให้ทั้งห้องต้อง
มานั่งจ้องหน้ากันเช่นนี้ แต่ทำตัวร่าเริงเกินไป
“ข้าปลอดภัยดีเจ้าค่าาาาา หิวมากๆ เลย ดูสิเจ้าคะ
พุงข้าหายไปเยอะเลย อืออ” เปั่ยจินว่าพลางตบพุง
แปะๆ หากมองตามการเจริญเติบโตแล้วร่างกายนี้ก็
ราวๆ สิบสามหนาวเอง อย่างไรก็คงไม่น่าเกลียดเกินไป
“เจ้านี่นะ ” ท่านยายที่เห็นว่าหลานสาวตนเองทำ
กิริยาไม่สมกับความเป็นกุลสตรีได้แต่มองและส่ายหน้า
ไปมาเบาๆ แต่สิ่งที่แสดงบนใบหน้าของใครหลายๆ คน
รอบๆ คือความเอ็นดูที่มีมากล้น
“ข้าหยอกท่านยายเล่นเจ้าค่ะ แอ่ๆ” เมื่อเห็นว่าทุก
คนเริ่มยิ้มออกแล้ว จึงเดินไปนั่งที่ของตนเอง ในขณะที่
ทุกคนก็ต่างหันกลับมานั่งตามที่ทางตำแหน่งเดิมของ
ตนเองอย่างเป็นระเบียบ แตกต่างจากก่อนหน้านี้ ที่ทำ
ราวกับคนกำลังจะฆ่าฟันกัน
“เอาเถอะๆ เช่นนั้นมาถึงแล้วก็เข้าเรื่องเสียทีเถิด
หลานตา” เถ้าแก่หลิงเอ่ยออกมา แต่พริบตาเดียวถึงกับ
ต้องตัวแข็งไปทันที
“ข้ามีท่านตาคนเดียวเจ้าค่ะ” หึหึ
“เอ๊ะ จินเออร์” ท่านแม่ที่เห็นเช่นนั้นรีบหันมามอง
ข้าและเรียกข้าเสียงดัง
“แฮร่ๆ ข้าล้อเล่นเจ้าค่ะท่านตาหลิง ข้ารักท่านตา
นะเจ้าค่ะ อิอิ” เปั่ยจินรีบขยับไปหาเถ้าแก่หลิงเพื่อออด
อ้อน โถ่ ข้าก็แค่หมั่นไส้นี่น่า ท่านตาเอาแต่หลอกข้ามา
ตั้งแต่เมื่อใดก็หารู้ไม่
“เกือบลืมไปแล้วเชียว คารวะองค์ชายทั้งสองเพคะ
ข้ามีนามว่าเปั่ยจิน และท่านคงจะพูดคุยเไปแล้วบ้างกับ
ท่านพ่อท่านแม่และท่านตาท่านยายของข้า”
“อืม” องค์ชายห้าตอบรับกลับมา ส่วนองค์ชาย
แปดทำเพียงแค่พยักหน้าให้เปั่ยจินเบาๆ
“เช่นนั้นมีอันใดสงสัยหรือไม่เพคะ” หน้าพวกท่าน
นี้มันอันใดกัน ข้าแค่ให้พวกท่านมารอที่บ้านข้า เพียงไม่
นานเอง อยากสืบเขา แต่ไม่อยากรอเขา โถ่ เอาแต่ใจ
เสียจริง
หลังจากนั้นจินเออร์จึงได้เริ่มต้นเล่าเรื่องราวที่ผ่าน
มาในชีวิตให้ทั้งสองคนฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น
จนถึงตอนนี้ อีกทั้งยังมีเรื่องราวที่ท่านตาและท่านยาย
ช่วยเสริมเข้ามา
นั้นทำให้ทั้งสองคนมั่นใจว่า ซานหลงและหลิน
เหมย คือซีซานหลงบุตรชายขององครักษ์ซี หรือท่านอา
ของพวกเขาจริงๆ ที่หายตัวไปพร้อมกับองค์หญิงจ้าว
หลินเหมยในอดีต
อีกทั้งเจ้าก้อนน้อยๆ น่ารักๆ คนที่ยืนต่อล้อต่อ
เถียงกับพวกเขามาตั้งแต่ต้น คือบุตรสาวเพียงผู้เดียว
ของทั้งคู่ รวมไปถึงสาเหตุที่ว่าเหตุใด เปั่ยตงหลิน
และเปั่ยเจียงฮวา ข้ารับใช้ทั้งสองถึงไม่กลับไปตามหา
หรือทวงถามถึงเรื่องราวในอดีต
“ถึงพวกท่านจะมั่นใจเช่นนั้น แต่หากคนภายนอก
จะมั่นใจได้เช่นไรว่าท่านพ่อและท่านแม่คือคนที่พวก
ท่านตามหาจริงๆ เจ้าค่ะ”
“สัญลักษณ์ประจำตระกูลที่จะสืบต่อได้เพียงแค่
สายเลือดเดียวกันเท่านั้นเช่นไรเล่า” องค์ชายห้าได้ตอบ
กลับไป
เพียงเท่านี้ก็เรียกสีหน้าที่เหลอหลาของเปั่ยจินได้
แล้ว เปั่ยจินจึงหันไปมองท่านตาท่านยายของตนเพื่อหา
คำตอบจากพวกเขา
“ว้อททท อันใดกันเจ้าค่ะ ท่านตาท่านนยาย”
แต่เสียงที่ตอบออกมานั้นหาใช่ ท่านตาท่านยาย
ของนาง แต่เป็นจินหลงที่ตอนนี้กำลังทำสมาธิอยู่ภายใน
มิติจิตของเปั่ยจินกล่าวออกมาแทน
“ข้าไม่ได้บอกเจ้าไปหรอกหรือ” ตายละหว่า ข้า
ต้องโดนยัยเด็กอัปลักษณ์เล่นงานแน่ๆ ลืมกล่าวเรื่อง
สำคัญไปเสียได้
“อันใดกันจินหลง” เปั่ยจินที่ได้ฟังจินหลงเอ่ย
เช่นนั้นก็รับรู้ได้ว่า ต้องมีเรื่องราวอันใดที่นางยังไม่รู้อีก
เป็นแน่
“อืมมม ก็วิธีพิสูจน์สายเลือดของคนยุคนี้อย่างไร
เล่า” จินหลงเอ่ยออกมาพร้อมกับหยิบตำราเรื่องการ
พิสูจน์สายเลือดที่หายสาบสูญไปนานแล้วส่งออกมาให้
นางแทบจะทันทีทันใด
เนื่องจากวิธีการนี้เป็นวิธีที่ต้องใช้พลังปราณเข้ามา
เป็นตัวช่วย อีกทั้งเป็นวิธีการพิสูจน์สายเลือดของ
ตระกูลใหญ่และราชวงศ์มากกว่าชาวบ้านหรือขุนนาง
ชนชั้นล่าง
“ห๊ะ ทำไมข้าไม่เคยรู้” เปั่ยจินถามออกไป
“ข้าคงลืมบอก แต่ๆ เจ้ามิได้ถามข้านี่นา” จินหลง
ตอบกลับไปแบบอึกๆ อักๆ จะโทษตนเองว่าขี้ลืมก็มิได้
เพราะความรู้บนโลกนี้มีหลากหลายมากนัก หากนาง
อยากรู้ก็ต้องเรียนรู้เองบ้างสิ ใช่จะให้อาจารย์อย่างข้า
มาสอนทุกเรื่องไป อืม เช่นนั้นแหละ ถูกแล้ว
“หึยยยยย”เสียงกัดฟันเสียงดังกรอด เพื่อระงับ
อารมณ์ตนเองของเปั่ยจินดังออกมา “เช่นนั้นเล่ามา”
“ก็วิธีพิสูจน์สายเลือดของคนที่นี้นะสิ หากต้องการ
พิสูจน์สายเลือดเพียงนำเลือดของคนในตระกูลมาหยด
รวมกัน หากเป็นสายเลือดเดียวกัน จะเกิดประกายแสง
แล้วพุ่งตรงไปที่หลังมือของคนทั้งสองและมีสัญลักษณ์
ประจำตระกูลขึ้นมา ส่วนสัญลักษณ์ที่ว่าก็แล้วแต่
ตระกูลว่าจะเป็นแบบใด”
“เช่นนั้นจะทดสอบเช่นไรเล่าเจ้าค่ะ” เปั่ยจินถาม
คนมาเยือนออกไป เพราะตนเองก็ไม่แน่ใจว่าองค์ชาย
ทั้งสองจะยินดีกรีดเลือดเพื่อพิสูจน์สายเลือดจริงๆ
หรือไม่ หรือเพียงแค่มาสืบข่าวเท่านั้น
“ก็ทดสอบมันทั้งบิดาและมารดาของเจ้าไปเลย”
ในเมื่อตัวแทนของทั้งสองตระกูลอยู่กันครบแล้วจะ
เสียเวลาไปใย
“เอ๋……” เปั่ยจินเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย ด้วย
นางยังไม่รู้แน่ชัดว่าทั้งสองคนและคุณชายกู้เกี่ยวข้อง
ทางใดบ้างกับตระกูลของนาง
“ก็ข้าและน้องชายคือตัวแทนจากราชวงศ์ ส่วน
คุณชายกู้ก็เป็นตัวแทนจากคนตระกูลซีไปเสีย”
หลังจากนั้นเมื่อตกลงกันได้แล้ว ครอบครัวของฝัง
เปั่ยจินจึงลงมือพิสูจน์พิธีกรรมทางสายเลือดทันที โดย
เริ่มต้นจากฝังบิดาก่อน เริ่มจากที่คุณชายกู้ได้ทำการ
กรีดเลือดที่บริเวณปลายนิ้วของตนเอง จากนั้นจึงใช้
พลังปราณที่ตนเองมีนั้น ห่อหุ้มหยดเลือดของตนเองไว้
กลางอากาศ เพื่อรอคอยหยดเลือดจากฝังของซานหลง
ฝั่ายซานหลงที่เห็นว่าอีกฝั่ายลงมือกรีดเลือดตนเอง
แล้วนั้น ก็มิรอช้าเนื่องจากภายในจิตใจของตนเองนั้น
ก็ปรารถที่จะได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดของ
ตนเองเช่นกัน นอกจากความทรงจำอันเลือนลางที่
ปรากฏบ่อยครั้งแล้วนั้น
รอเพียงไม่นานซานหลงก็ใช้พลังปราณของตนเอง
ผลักดันหยดเลือดของตนเองให้เข้าไปใกล้กับหยดเลือด
ขององค์ชายห้า โดยคนที่เหลือต่างกำลังเฝั้ารอ
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
ชั่วพริบตา หยดเลือดทั้งสองได้ดึงดูดเข้าหากันและ
หมุนวนเป็นเกลียวคลื่น คล้ายเกิดการผสานกันของหยด
เลือดทั้งสอง และกลายเป็นแสงลอยขึ้นไปบนฟั้า
จากนั้นแสงประกายสีขาว ก็พุ่งตรงกลับมาที่หลังมือ
ของทั้งสองคน
แต่นั้นก็ไม่เท่าสัญลักษณ์ที่แสดงขึ้นมาบนมือของ
คนทั้งสองฝั่าย…