เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 8 กลับบ้านกันเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่
“เดี๋ยวก่อนอาซาน ข้าอยากให้เจ้าไตร่ตรองดีๆ
หากเจ้าไป เจ้าจะไม่ได้เงิน แม้แต่อีแปะเดียวหรือสมบัติ
ใดสักชิ้น” เจียซ่งเอ่ยออกมา
เจียซ่งเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มิสามารถบ่ง
บอกอารมณ์ใดๆ ได้ในตอนนี้ เพียงแต่ลึกๆ แล้วเจี่ยซ่ง
เองก็มิอยากให้บุตรชายที่ตนเองเลี้ยงมาจนเติบใหญ่
ตัดสินใจทำเช่นนี้
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น การขัดใจภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก
ของตนเองก็มิอาจทำได้เช่นเดียวกัน
‘ท่านปูั่ ท่านใจดำกว่าที่ข้าคิดไว้อีกนะเจ้าคะ’ เจี่ย
จินได้แต่หันไปมองตามประโยคนั้นพร้อมกับนิ่งไป
“ขอรับ…ท่านพ่อ”ซานหลงเอ่ยตอบรับกลับไปโดย
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้น มีความเบาและสะอื้น
เล็กน้อย นอกจากความเสียใจและชินชากับความ
โหดร้ายที่ได้รับแล้ว ก็มิได้ต่อรองอันใดออกไป
“ดี ดี ดี งั้นเจ้าก็ไสหัวออกไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้”
เจียซ่งเอ่ยออกมาพร้อมกับชี้ไปยังหน้าของซานหลง
ด้วยความมิคิดว่าบุตรชายอย่างซานหลงที่
ตลอดเวลาเคารพตนและภรรยามาตลอดจะเอ่ยเช่นนั้น
มือที่ถือไม้เท่าสั่นเทาอย่างห้ามมิอยู่พร้อมกับอารมณ์ที่
โกรธพุ่งทะลุออกมาทันที
‘เยี่ยม ม มมม ท่านพ่อ ท่านเด็ดขาดมาก ในที่สุด
ข้าจะได้ออกไปจากบ้านนี้สักที’
“ท่านพ่อขอรับ ท่านใจเย็นๆ เถอะ อย่าเพิ่งไล่น้อง
รองเลย” ท่านลุงใหญ่เจียซิงเอ่ยออกมา พร้อมกับเดิน
ไปและทำท่าจะคุกเข่าต่อหน้าเจี่ยซ่งเพื่อขอร้อง
“ท่านพี่ คิดมิถึงว่าท่านจะดีกับข้าจริงๆ” ซานหลง
ที่เห็นว่าสุดท้ายแล้ว พี่ชายของตนเองยื่นมาเข้ามา
ช่วยเหลือให้ จึงเผลอใจซาบซึ้งและเข้าไปประคองตัวไว้
มิอาจให้พี่ใหญ่ของตนเองต้องมาทำเรื่องเช่นนี้แทน
ตนเอง
เพียงแต่ความซาบซึ้งนั้นคงอยู่ได้มินานนัก
เจียซิงหันมามองซานหลงเพียงชั่วครู่คล้ายคนกำลัง
ตัดสินใจ แล้วหันไปพูดกับบิดาตนเองต่อ
“ท่านพ่อ ถ้าน้องรองแยกบ้าน ใครจะเป็นคนทำไร่
ทำนาละขอรับ ข้าก็ต้องไปทำงานที่อำเภอ ส่วนเมียข้าก็
ต้องคอยดูแลอาหานบุตรชายของข้านะขอรับ”
ฉึก
“ใช่ขอรับท่านพ่อ ข้าไม่ทำนะขอรับ มันเหนื่อย”
ท่านอาเล็กเจียเซียงบ่นออกมาเช่นกัน
ฉึก
“หรือเจ้าจะยอมเสียเงิน หนึ่งตำลึงของพวกเจ้าให้
เจ้ารองละ เจ้าใหญ่ เจ้าเล็ก” เจียซ่งที่แม้จะเห็นด้วยกับ
ความคิดของบุตรชายทั้งสอง เพียงแต่เงินหนึ่งตำลึงนั้น
ก็มิใช่น้อยๆ ที่จะยอมให้เสียไป และความเก่งกาจที่
อยากจะโผบินของเจ้านกกระจอกตนนี้ มันอยากจะทำ
ให้เจียซ่งสั่งสอนเสียบ้าง
“ไม่/ไม่ ขอรับ” ท่านลุงใหญ่และท่านอาเล็ก
เจียเซียงเอ่ยปากออกมาพร้อมกัน
‘พวกท่านพร้อมใจกันตะโกนออกมา อย่างกับว่าที่
ผ่านมาท่านพ่อข้าไม่เหนื่อยเลย แล้วเงินหนึ่งตำลึง
ครอบครัวข้าก็เป็นคนหามานะ’
“หึหึ” ข้าซานหลงผู้นี้คงคิดไปเองฝั่ายเดียวจริงๆ
และเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น รอยยิ้มหยันริม
ฝีปากจากซานหลง ทำให้เจียซ่งอดทนมิไหวพร้อมสั่ง
การบุตรชายตนเองออกไปทันที
“งั้นเจ้า ไปตามเฒ่ามู่มา ร่างหนังสือแยกบ้านซะ”
เจียซ่งเอ่ยออกมา
“ขอรับท่านพ่อ” เจียซิงที่เห็นว่าทำอันใดมิได้แล้ว
จึงได้แต่เอ่ยปากรับคำและเดินคอตกออกไป
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ก้านธูป ซานหลงก็ได้ทำเรื่อง
แยกบ้านและลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้หนังสือ
แยกบ้านยังระบุไว้อีกว่า หลังจากวันนี้ไม่ว่าครอบครัว
ของซานหลงจะยากดีมีจนเช่นไร ครอบครัวใหญ่ร่ำรวย
หรือมีฐานะเพียงใด ก็ห้ามมาข้องแวะกันเด็ดขาด และ
ให้ตัดเรื่องความกตัญูออกไปเสีย
“ข้าจะไม่ถามเจ้านะ ตาเฒ่าเจียว่าเกิดอะไรขึ้น” ผู้
เฒ่ามู่เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่การลงนามในหนังสือสัญญา
เสร็จสิ้นลง
“อืม ข้ารู้ เจ้ามีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไป” เจียซ่งเอ่ย
ขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปเพียงอึดใจ
“เรียบร้อยนะอาซาน” ผู้เฒ่ามู่หันไปถามซานหลง
เพียงแต่คำตอบที่ได้รับกลับมามิใช่เพียงแค่การ
ตอบรับ แต่เป็นการเพิ่มข้อเรียกร้อง ที่หลายคนมิ
คาดคิดว่าซานหลงจะเอ่ยออกมา
“ขอรับ แต่ข้าขอให้ร่างหนังสือ ตัดข้าออกจากผัง
ตระกูลด้วยขอรับ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมามั่นคงและ
เรียบนิ่ง
“นี่…เจ้าซานหลง ไอ้คนอกตัญูเจ้ากล้ารึ” แม่
เฒ่าเจียที่ได้ยินถึงกับร้อนรนขึ้นมา
นั้นก็เพราะว่า…
“ไม่จำเป็นหรอกตาเฒ่ามู่ เพราะตั้งแต่แรก ก็ไม่มี
ชื่ออาซานอยู่แล้ว” เจียซ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเบา
คล้ายจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเสหน้า
มองไปทางด้านอื่นแทน เพื่อเลี่ยงสายตาที่มองมาคล้าย
กับผิดหวังอย่างรุนแรงจากใคร…บางคน
และเป็นอีกครั้งหนึ่งตั้งแต่เกิดเรื่อง ที่ความจริง มัน
ทำร้ายซานหลงอีกครา
“ท่านพ่อ ท่านแม่ อึก…นี่มันเรื่องอันใดกันหรือ
ขอรับ” ซานหลงเอ่ยเรียกอย่างลืมตัว
“ก็เพราะว่าเจ้านะ…มิใช่บุตรของข้านะสิ เจ้ามันก็
แค่เด็กที่หลงทางมา เพราะความจำเจ้าหายไป ข้าจึงรับ
เลี้ยงเจ้าไว้อย่างไรเล่าเจ้าลาตาขาว หึ” เจียฮูหยินเอ่ย
ขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“จริงหรือ…ขอรับท่านพ่อ” ซานหลงที่มิอาจทำใจ
เชื่อได้ จึงหันไปหาเจียซ่งอย่างต้องการหาคำตอบ
“เป็นความจริง เพราะเช่นนั้น เจ้าก็ไปเถอะ เพราะ
ตั้งแต่แรกเจ้าก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลนี้อยู่แล้ว”
เจียซ่งเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันเสหน้าไปอีกทาง เพียงเพราะ
มิอยากสบตากับคนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นบุตรชายของตน
“ท่านพ่อเจ้าขา…” เจียจินที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่
เพียงเอ่ยเรียกบิดาของตนเองเบาๆ
‘ท่านพ่อไม่ตอบข้าเลย อืออ ข้าสงสารท่านพ่อเสีย
จริง’
ตอนนี้ท่านพ่อของข้าช็อกไปแล้ว ข้าก็ตกใจไม่แพ้
กัน ไม่เคยคิดเลยว่า ท่านพ่อจะไม่ใช่บุตรของท่านปูั่ท่าน
ย่าจริงๆ ก็ในนิยายที่ข้าอ่านมา มันเป็นเรื่องปกติที่มีลูก
รักลูกชังนี่นา
แต่ข้าว่ามันก็ดีแล้วล่ะ ครอบครัวข้าจะได้หลุดพ้น
จากบ้านใหญ่สักที แถมได้รู้ความจริงเรื่องท่านพ่ออีก
ข้าว่ามันคุ้มจะตายไป หึหึ
“ท่านพ่อเจ้าขามิเป็นไรนะเจ้าคะ” ข้าเอื้อมมือไป
ไปจับบริเวณแขนท่านพ่อเบาๆ
“พ่อมิเป็นไรจินเออร์” ซานหลงพยายามกลั้นน้ำตา
แล้วตอบคำถามบุตรสาวของตน พร้อมกับหันไปมอง
หน้าภรรยาของตนเอง
“เจ้าไหวนะอาซาน” ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์
เมื่อเห็นอาการของครอบครัวซานหลงแล้วจึงเอ่ยปาก
ถามขึ้นมา ด้วยความสงสารเช่นกัน
“ข้าไหวขอรับผู้ใหญ่บ้าน ข้าขอขอบพระคุณท่าน
นะขอรับที่มาเป็นธุระให้ข้า ไว้ข้าจะหาโอกาสไปตอบ
แทนท่านนะขอรับ”
“เออๆ ไม่เป็นไร ข้าเอ็นดูเจ้าเหมือนบุตรเหมือน
หลานแค่นี้เอง เช่นนั้นข้าไปก่อน เจ้าก็รีบพาเมียเจ้าไป
หาหมอเถอะ”
“ขอรับผู้ใหญ่บ้าน”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอกตัญูต่อท่านแล้ว ข้าขอ
ลาขอรับ ชีวิตินี้ ข้าถือว่าข้าตอบแทนบุญคุณพวกท่าน
มาตลอดชีวิตแล้ว เงินหรือสมบัติใดๆ แม้แต่อีแปะเดียว
ข้าไม่ขอรับ ขอขอบพระคุณที่ท่านเลี้ยงดูครอบครัวข้า
มาตลอด ลาก่อนขอรับ”
ครอบครัวเจียเมื่อเห็นว่าเหล่าผู้อาวุโสกลับกัน
หมดแล้ว จึงมิจำเป็นต้องไว้หน้าผู้ใดอีก เมื่อซานหลงจะ
ทำการคารวะเป็นครั้งสุดท้าย จึงมิได้ใส่ใจและเดินกลับ
เข้าบ้านไปทันที
เมื่อเหตุการณ์ลงเอยเช่นนี้ ท่านพ่อก็ได้ไปเอ่ย
ปากขอยืมเกวียนผู้ใหญ่บ้าน เพื่อพาท่านแม่ไปโรงหมอ
ในตัวอำเภอเพื่อรักษา
ส่วนเรื่องเงินนั้น พวกข้าไม่กังวลเลย เพราะมีโรงรับ
ฝากเงินที่ได้ไว้จากคราวก่อนอยู่แล้ว
เมื่อมาถึงโรงหมอในอำเภอ ท่านพ่อก็ให้ท่านแม่
และข้าไปรับการรักษาจากท่านหมอ
ท่านหมอบอกว่าอาการของข้าไม่มีอะไรมาก เพียง
แค่หมั่นทำความสะอาดแผลให้ดีๆ
ส่วนท่านแม่นั้น ท่านหมอขอให้ท่านแม่รักษาตัวที่
โรงหมอไปก่อน เพราะกลัวพิษไข้ท่านแม่จะกำเริบ
“เมียข้าเป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านหมอ” ซานหลง
เอ่ยถามขึ้นมา
“อืม ไม่เป็นอะไรแล้วหล่ะ นางสลบไปเพราะพิษไข้
จากบาดแผลที่ได้รับ ให้นอนดูอาการแล้วก็จัดเทียบยา
อีกสักสามเทียบก็ดีขึ้น”
“ขอบพระคุณมากขอรับท่านหมอ”
“ส่วนเรื่องค่ายาค่ารักษานั้น พูดก็พูดเถอะอาซาน
ข้าจำเป็นต้องเก็บ เพราะโรงหมอข้ามิอาจรักษาผู้ปั่วย
โดยปราศจากเงินซื้อสมุนไพรได้หรอกนะ หวังว่าเจ้าคง
เข้าใจ”
“ข้าเข้าใจดีขอรับท่านหมอ แล้วค่ารักษาทั้งหมด
เท่าไหร่หรือขอรับ”
“สองตำลึงเงิน แต่ข้าคิดแค่ค่ายาก็พอหนึ่งตำลึง
ส่วนค่ารักษาและนอนค้างที่นี้ ข้าไม่คิด”
“ขอบพระคุณมากขอรับท่านหมอ แต่ข้าพอจะมี
เงินอยู่บ้าง อีกอย่างบุตรสาวข้าก็ได้ท่านหมอดูแล ไม่
จำเป็นต้องลดราคาให้ข้าหรอกขอรับ ข้ารู้ว่าท่านหมอ
พยายามคิดค่ารักษาอย่างเป็นธรรมที่สุดแล้ว”
“ได้ๆ เอาตามเจ้าว่า งั้นข้าไปดูคนปั่วยคนอื่นต่อ
ก่อนละกัน”
“ขอรับท่านหมอ”
หลังจากท่านหมออกไป ท่านพ่อก็หันมามองข้า
และท่านแม่ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาสำนึกผิด
ท่านควรจะสำนึกผิดจริงๆ เจ้าค่ะท่านพ่อ แต่ไม่
เป็นไรนะเจ้าคะ ในเมื่อท่านต่อสู้เพื่อข้ากับท่านแม่ จาก
นี้ไป ข้าจะดูแลและปกปั้องท่านเอง ครอบครัวที่แท้จริง
ของท่านคือพวกเรานะเจ้าคะท่านพ่อ
“ท่านพ่อเจ้าขา พวกเรา…พวกเราเราไม่มีบ้าน
แล้ว” แต่ก่อนอื่นท่านพ่อ ท่านต้องหาที่อยู่ให้ข้าก่อน
“เจ้ากลัวหรือไม่จินเออร์” ท่านพ่อถามข้าทั้ง ๆ ที่
สายตาของท่านพ่อตอนนี้ มันหว้าเหว่ไปถึงดวงตาด้วย
ซ้ำ
มือข้างหนึ่งก็เอื้อมไปจับท่านแม่ อีกข้างก็หันมาลูบ
หัวข้าเบาๆ
“ไม่กลัวเจ้าค่ะ ข้าดีใจมากๆ เลยต่างหาก” ข้ายิ้ม
และตอบออกไปตามความรู้สึกจริงๆ แล้วข้าก็ต้องการ
ให้ท่านลืมครอบครัวจอมปลอมนั้นเสียเถิดท่านพ่อ
ประโยคหลังข้ามิได้เอ่ยออกไป เดี๋ยวจะโดนท่านพ่อ
เฆี่ยนเอา
“เด็กดี” ท่านพ่อลูบหัวข้าเสมอ เวลาชื่นชมข้า
“แต่ว่า… คืนนี้พวกเราจะพักที่ไหนเจ้าคะ”