เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 9 ย้ายตระกูล
“แต่ว่า… คืนนี้พวกเราจะพักที่ไหนเจ้าคะ” นั้นสิ
นอนไหนละ เรื่องนอนไม่เท่าไหร่ กินข้าวที่ไหนดีเจ้าคะ
ข้ายังคงยึดถือคำที่ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้องเสมอนะ
“เรายังพอมีเงิน ก่อนแม่เจ้าจะฟืนเราคงต้องนอน
พักในโรงเตี๊ยมไปก่อนนะลูก ส่วนเรื่องอาหารเราคงต้อง
กินในโรงเตี๊ยมหรือร้านแถวๆ นี้ ไปก่อนนะจินเออร์”
“ได้เจ้าค่าา” อืออ ข้าดีใจจนแทบกระโดด อย่าง
น้อยก็ได้นอนพักดีๆ สักคืนสองคืนละว่ะ
“งั้นเจ้ารอพ่อที่นี้ เดี๋ยวพ่อจะออกไปโรงรับฝากเงิน
เบิกเงินมาจ่ายค่ายากับค่าที่พักของพวกเรา”
“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ อยู่เฝั้าท่านแม่
เองเจ้าค่ะ”
“ได้ เดี๋ยวพ่อกลับมานะจินเออร์”
“เจ้าค่าาา อย่าลืมซื้อขนมมาฝากจินเออร์นะเจ้าคะ
ข้าหิวมากๆ เลย”
คล้อยหลังท่านพ่อไปไม่นาน ท่านแม่ก็ฟืนขึ้นมา ข้า
มองดูรูปร่างของท่านแม่ แม้จะอายุไม่มาก แต่จากการ
ตรากตรำทำงานหนักทุกวัน
ทั้งท่านพ่อและท่านแม่ ต่างมีผิวที่หยาบ กร้านแดด
ริ้วรอยที่เกิดก่อนวัยนั้นอีก ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ ข้าสัญญา
ว่าพวกท่านต้องสุขสบายขึ้นกว่านี้แน่นอน
“ท่านแม่ฟืนแล้วหรือเจ้าคะ”
“อืมม แม่ฟืนแล้ว ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนหรือจิน
เออร์”
“โรงหมอเจ้าค่ะ ท่านแม่กำลังปั่วย ท่านพ่อจึงพา
พวกเรามาโรงหมอเพื่อรักษาเจ้าค่ะ”
“งั้นหรือ ดีจริงๆ ท่านปูั่ท่านย่ายอมให้เงินมารักษา
แม่ด้วย ดีจริงๆ” ท่านแม่…ท่านคิดผิดเจ้าค่าาา ข้า
อยากตะโกนออกไป แต่เดี๋ยวจะโดนท่านแม่ดุ
“ท่านแม่เจ้าคะ” ข้าเอ่ยเรียกท่านแม่ด้วยน้ำเสียง
เรียบเฉย จากนั้นท่านแม่ก็หันมามองหน้าข้า
“ว่าอย่างไรหรือจินเออร์”
“ท่านย่าไม่ได้ให้เงินมาเจ้าคะ…. แต่ท่านพ่อตัดขาด
กับตระกูลแล้วเจ้าคะ”
“ห๊ะ เจ้าว่าอย่างไรนะจินเออร์ มันมิใช่เรื่องที่ควร
นำมาล้อเล่น ลูกรู้หรือไม่ ย้ำให้แม่ฟังอีกทีได้หรือไม่”
“ท่านพ่อตัดขาดจากตระกูลแล้วเจ้าค่ะ” ท่านฟัง
ชัดๆ นะเจ้าคะท่านแม่ ท่านอย่าเป็นลมไปก่อนนะเจ้า
คะ
“ดีๆ ดีจริงๆ อึก อืออ จินเออร์ พวกเราเป็นอิสระ
ละหรือ” อ้าววว ท่านแม่ร้องไห้เพราะดีใจเฉยเลย
“เจ้าค่ะท่านแม่ พวกเราไม่ต้องอยู่ในบ้านนั้นอีก
ต่อไปแล้ว” ข้าค่อยๆ เดินเข้าไปกอดปลอบท่านแม่ให้
หยุดร้องไห้
ท่านแม่กอดข้าร้องไห้อย่างดีใจ ก็แน่ละ ถึงท่านแม่
จะกตัญูแค่ไหน แต่ถ้าต้องทนเห็นข้าโดนรังเกียจและ
ใช้งานอย่างข้ารับใช้ ก็ทนไม่ได้แน่นอน
“อืม แย่จริงเชียว แม่นี่ร้องไห้เหมือนเด็กไปได้ แล้ว
พ่อของเจ้าละไปไหน” หลังจากที่ท่านแม่ตั้งสติได้ก็
พยายามเช็ดน้ำตาออกไปและถามหาท่านพ่อ
“ท่านพ่อไปเบิกเงินมาจ่ายค่ารักษาเจ้าค่ะท่านแม่”
“แพงหรือไม่”
“สองตำลึงเงินเจ้าค่ะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ ทำไมถึงแพงอเช่นนั้นละจินเออร์”
ท่านแม่ตกใจจนหน้าซีดคล้ายจะสลบไปอีกรอบ
แต่ท่านแม่ ท่านลืมหรือ เรามีเงินแล้วนะเจ้าคะ
ท่านจะมาตกใจแรงขนาดนี้ไม่ได้
“รวมค่าที่พักค่ายาของท่านแม่และข้าด้วยเจ้าค่ะ”
“หืม คงเป็นเช่นนั้น เพราะโรงหมอแห่งนี้ แม่เคยได้
ยินมาว่ามีความยุติธรรมต่อผู้ยากไร้”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่พักผ่อนต่อดีหรือไม่เจ้าคะ จะได้
หายไวๆ”
“ได้ๆ แม่เชื่อฟังเจ้า” หลินเหมยเอ่ยออกมาด้วย
รอยยิ้มบางเบาที่เกิดขึ้นจากความสบายใจในรอบหลาย
ปีมานี้
“ข้าจะนั่งตรงนี้ ที่นี้ นิ่งๆ ไม่ไปไหนเลยเจ้าคะ” ข้า
รีบตอบออกไป
“จินเออร์ พ่อกลับมาแล้ว ส่วนนี่ขนมของเจ้า แต่
ทานข้าวก่อนนะลูก พ่อซื้อข้าวมาให้เจ้า”
“ท่านพ่อ ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้ารักท่านพ่อมากๆ
เลย”
“เจ้านี่นะ…” เจ้านี่น่ะ ประจบเก่งจริงเชียวใช่มั้ยละ
ท่านพ่อ อิอิ
“ท่านพ่อทานหรือยังเจ้าคะ” ก่อนที่ข้าจะกินก็หัน
ไปถามท่านพ่อก่อน
“ทานแล้วๆ เจ้าทานเลย แล้วนี่แม่ของเจ้าฟืนหรือ
ยัง พ่อซื้อโจ๊กมาด้วย เผื่อแม่ของเจ้าฟืนจะได้กินของดีๆ
บำรุงร่างกายแม่เจ้า” ซานหลงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่
กว้างมาก มากเสียจนหากคนอื่นมาเห็น คงคิดว่ามีเรื่อง
ดีๆ เกิดขึ้นเป็นแน่
“ฟืนแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ แต่ดูเหมือนยังเพลียอยู่
ท่านแม่เลยทานยาแล้วหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”
“แล้วแม่ของเจ้ารู้เรื่องหมดแล้ว”
“เจ้าค่ะ ข้าเล่าให้ฟังหมดเลย ท่านแม่ดูคล้ายจะดี
ใจนะเจ้าคะ” ข้าพูดไปพลางสังเกตสีหน้าของท่านพ่อไป
พลาง
“อืม งั้นหรือ…เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
“งั้นเดี๋ยวเจ้ากินเสร็จเราไปโรงเตี๊ยมกันเถอะ พ่อ
จองห้องพักของโรงเตี๊ยมจินหู่ไว้แล้วลูกจะได้พักผ่อน”
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ”
หลังจากที่ท่านแม่ออกจากโรงหมอในตัวอำเภอ
แล้ว ท่านพ่อก็ได้เช่าเกวียนวัวราคาคนละสามอีแปะ
เพื่อที่จะนำท่านแม่และข้ากลับไปยังหมู่บ้านซ่านหยาง
ท่านพ่อบอกว่าหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านของท่านแม่
ท่านแม่เคยอาศัยอยู่ที่นี่กับท่านตาท่านยาย แต่หลังจาก
แต่งออกไปแล้วก็ไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเก่าอีกเลย
เนื่องจากท่านปูั่ท่านย่าเห็นว่าระยะทางไปกลับมัน
ไกล และต้องเสียเงินค่าเกวียนเพื่อที่จะไปกลับหลาย
อีแปะ ท่านแม่จึงไม่มีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านเดิม
ตามธรรมเนียมสักครั้งเดียว
หลังจากท่านพ่อเล่าจบ ท่านแม่ก็เล่าต่อว่าเดิมที
ท่านแม่อาศัยกับท่านตาท่านยาย อยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับ
ปั่าม่านหมอกซึ่งก็คือปั่าเดียวกับที่ข้าและท่านพ่อไปหา
สมุนไพรนั้นแหละ
ระหว่างการเดินทาง ข้าจึงขอให้ท่านแม่เล่า
เหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงประวัติศาสตร์ในยุคนี้ให้ฟัง
ว่ากันว่าปั่าม่านหมอกกินอาณาเขตพื้นที่ปั่า ตรง
กลางระหว่าง แคว้นทั้งสี่อันได้แก่ ทิศเหนือแคว้นโจวชิง
ทิศใต้แคว้นจ้าวฉิน ทิศตะวันตกแคว้นต้าเฉียง และ
แคว้นชิงโหรวทางด้านทิศตะวันออก โดยได้รับการ
คุ้มครองจากสัตว์เทพทั้ง4
อีกทั้งทิศใต้ ที่ข้าอาศัยอยู่ เป็นทิศประจำของสัตว์
เทพอย่าง หงส์เพลิง หรือจูเชวี่ย
ทิศเหนือได้รับความคุ้มครองจาก เต่าดำ หรือ
เสวียนอู่
ส่วนแคว้นทิศตะวันตก คือ เสือขาว หรือไปั๋หู่
และแคว้นทิศตะวันออก คือ มังกรฟั้าหรือ ชิงหลง
นั้นเอง
มีหลายสิ่งที่ทำให้ข้าแปลกใจบนโลกอดีต แต่คงไม่
มากเท่า…จริงๆ แล้วในยุคนี้ มีกำลังภายใน ข้าอยากจะ
กรีดร้องออกมา แต่ท่านแม่เล่าว่าเพราะชาวบ้านแถบนี้
ยากจนมาก
เมื่อเทียบกับชาวบ้านแถบอื่นๆ จึงไม่มีเงินพอค่ายา
บำรุงปราณ กำลังภายใน ต่างๆ จึงไม่ค่อยเห็นชาวบ้าน
ธรรมดาๆ อย่างพวกเรามีพลังภายในมากนัก
แต่ช่างมันก่อนละกัน ตอนนี้เรื่องปากท้องสำคัญ
ที่สุด เมื่อมาถึงหมู่บ้านซ่านย่าง ชาวบ้านต่างออกมามุง
ดูเกวียนที่กำลังบังคับเข้าไป
“ตาเฒ่า ออกไปดูสิใครมาหน้าบ้าน”
“เออๆ เจ้าไม่ออกไปล่ะ”
“ข้ากำลังเก็บผัก เจ้าออกไปหน่อย มัวแต่นั่งพักอยู่
ได้นานสองนาน”
“จ๊ะๆ ข้าไปเองยัยแก่”
“ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าหลินเออร์เองเจ้าค่ะ”
“หลินเออร์ หลินเออร์เจ้าจริงๆ หรือ ยัยแก่ มา
เร็วๆ มาหน้าบ้าน” ท่านตาตะโกนเรียกท่านยายเสียง
ดังไปถึงหลังบ้าน
“เสียงดังโวยวายอะไรตาเฒ่า แล้วเรียกข้ามามี
อะไร”
“เจ้าก็ลองเงยหน้ามองไปรอบๆ ดูสิ”
“ท่านแม่เจ้าขา อึก อืออ” ท่านแม่เดินเข้าไปกอด
ท่านยาย
“จะ…เจ้าเองหรือ หลินเออร์ บุตรสาวของแม่”
ท่านยายพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เจ้าค่ะท่านแม่ ส่วนนี่จินเออร์และสามีของข้าเจ้า
ค่ะ”
“ข้าน้อยซานหลงขอรับ ท่านพ่อตาท่านแม่ยาย ขอ
อภัยที่ข้าอกตัญูเถอะขอรับ” ท่านพ่อคุกเข่าลงไป
ตรงหน้าท่านตาท่านยาย
“ไม่เป็นไรๆ ลุกขึ้นเถอะ”
“จินเออร์คารวะท่านตาท่านยายสิลูก”
“ท่านตาจินเออร์คารวะเจ้าค่ะ /ท่านยายจินเออร์
คารวะท่านยายเจ้าค่ะ”
“ดีๆ จินเออร์โตแล้วหรือนี่”
“แล้วทำไมขนอะไรกันมาเยอะแยะ มีปัญหาอะไร
หรือเปล่า”
“เอ่อคือ…ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ ข้าขอย้ายกลับมา
อยู่ที่นี่ได้หรือไม่”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ พ่อกับแม่ไม่เคยคิดว่าเจ้าจะเป็น
คนนอก เจ้าคือบุตรสาวของพวกข้า ไปๆ เข้าไปข้างใน
กันเถอะ กินน้ำกินท่าเสียก่อน”
“เจ้าค่ะ /ขอรับ/เจ้าค่ะ”
หลังจากที่ครอบครัวของจินเออร์ได้เข้าไปในบ้าน
แล้ว เหล่าชาวบ้านที่มุงดุเหตุการณ์ต่างก็ได้หายไป
พร้อมที่จะไปกระจายข่าว เล่าลือเล่าอ้างต่างๆ
อย่างการที่บุตรสาวบ้านเปั่ย โดนตระกูลฝังสามีตัด
ขาด จึงได้หอบบุตรกลับบ้านเก่า ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวถึงกับ
ไม่ได้สนใจใดๆ ยังคงเข้ามาออดอ้อนบิดามารดาต่อไป
“ท่านพ่อตาท่านแม่ยายขอรับ ข้ามีเรื่องขอร้อง
พวกท่าน” ท่านพ่อว่าแล้วลงไปคุกเข่าอีกรอบ คุกเข่า
เก่งจริงๆ เลยท่านพ่อ
“ว่าอย่างไรหรืออาซาน”
“ตอนนี้ข้าและครอบครัวตัดออกจากตระกูลเจีย
แล้วขอรับ”
“ห๊ะ เจ้าว่าอย่างไรนะ”
“ขอรับ ข้าจึงอยากรบกวนพวกท่าน ขอเป็นบุตร
หลานบ้านเปั่ย ตายก็เป็นผีตระกูลเปั่ย โปรดเมตตาข้า
ด้วย”
“โถ่ อาหลินบุตรแม่ ได้ๆ ต่อไปนี้พวกเจ้า ทั้งหมด
คือบุตรหลานตระกูลเปั่ย เปั่ยซาน เปั่ยหลิน แล้วก็ยัย
หนู เปั่ยจิน”
“ขอขอบพระคุณท่านพ่อท่านแม่ขอรับ/
ขอบพระคุณท่านแม่ท่านแม่เจ้าค่ะ”
“ข้าด้วยๆ ขอบพระคุณท่านตาท่านยายเจ้าค่า
หลานรักพวกท่านที่สุดเลย อิอิ” และแน่นอน งาน
ประจบคืองานของข้า ฮี่ๆ
“ตอนนี้ก็ยามเซิน (15.00-16.59 น.) แล้ว ไปๆ ยัย
หนูหิวแล้วล่ะ เดี๋ยวยัยแก่คนนี้ไปทำอาหารมาให้ ส่วน
เรื่องอื่นๆ ไว้คุยกันทีหลังตาเฒ่า”
“ได้ๆ หลินเออร์ อาซาน พวกเจ้าไปพักผ่อนที่ห้อง
เก่าของอาหลินเถอะ”
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะเดี๋ยวข้าตามไปช่วย
ท่านนะเจ้าคะ”
“ได้ๆ แล้วแต่เจ้าเถอะ”
“ท่านตาท่านยายเจ้าขา ข้าหิวแล้วเจ้าค่า” ข้าหิว
มากๆ พวกท่านเลิกคุยกันก่อนเถอะ กว่าจะเดินทาง
มาถึง กว่าพวกท่านจะพูดคุยกันจบ อือออ ท่านพ่อท่าน
แม่ ท่านตาท่านยายเจ้าขาาาา