หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 18 ตอนที่ 535 แก้แค้นแทนนาง
เฟิ่งหลิงเดินเข้ามาใกล้ด้วยความกังวล บนหน้าผากของอวิ๋นซูมีเหงื่อบางๆ ไหลซึมออกมาชั้นหนึ่ง แต่กลับแย้มยิ้มเล็กน้อย “ไม่เป็นไร”
เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไป ไหนเลยจะรู้ว่าเพียงสัมผัสเบาๆ อวิ๋นซูจะขมวดคิ้ว
เฟิ่งหลิงราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จับมืออวิ๋นซูขึ้นมาดู พบว่าฝ่ามือที่เดิมทีขาวนวล ในยามนี้ถึงกับมีรอยดำอยู่รอยหนึ่ง เห็นได้ลางๆ ว่าเนื้อหนังมีเลือดซึมออกมา
ทุกคนถูกภาพเบื้องหน้าทำเอาตกตะลึงจนกล่าวคำใดไม่ออก คุณหนูกงซุนได้รับบาดเจ็บเมื่อใดกัน? พวกเขาพลันคิดไปถึงเมื่อครู่นี้ อวิ๋นซูจับไข่มุกเจ็ดสีเม็ดนั้น…
“บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
อวิ๋นซูแย้มยิ้มบางๆ อย่างไรก็ตามมีเพียงนางที่รู้ว่า ตนได้รับความเจ็บปวดจากการกัดกร่อนเช่นไร
ไข่มุกเม็ดนั้นเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งจริงๆ เพียงแต่เพื่อจะช่วยให้หลานหลิงหลบหนีความผิดไปได้ อวิ๋นซูจึงซ่อนผงยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงเอาไว้ในฝ่ามือโดยเฉพาะ ถูลงไปบนไข่มุกยามที่นางจับมัน ไข่มุกถูกฤทธิ์ยาเต็มที่เมื่ออยู่ในน้ำเกลือ จึงปกปิดประกายแสงบนตัวไข่มุกไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเขวี้ยงแรงๆ ก็ทำให้แตกเป็นเสี่ยงๆ
หลานหลิงพลันมีปฏิกิริยากลับมา “กล่าวคือ ไข่มุกนั้นเป็นของจริง…” คิดไม่ถึงว่าเพื่อตนแล้ว คุณหนูกงซุนจะทำลายของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง!
หลานอวิ๋นมองนางอย่างลึกล้ำครั้งหนึ่ง ในดวงตาเจือไปด้วยความตำหนิตนเองอยู่หลายส่วน จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นซูจะทำถึงขั้นนี้เพื่อนน้องสาวของตน
“คุณหนู มือของท่าน…” ชุนเซียงมีน้ำตาเอ่อออกมาอย่างอดไม่อยู่ อาการบาดเจ็บนี้ไม่เบาเลยทีเดียว ยากจะจินตนาการว่าเมื่อครู่นี้คุณหนูฝืนกลั้นความเจ็บปวดเช่นนี้ได้อย่างไร ทั้งยังแสดงท่าทีนิ่งเฉยออกมาได้อีก
“ตามหมอหลวงมา!”
“ไม่ ทายารักษาอาการบาดเจ็บนี้ก็พอแล้ว” ในดวงตาของอวิ๋นซูมีประกายลึกล้ำ นางรู้ว่าความคิดของซ่างกวนเมิ่งมิใช่แค่โหดเหี้ยมธรรมดา คนผู้นี้มีการวางแผนมาก่อน ตนหลอกลวงนางได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น ไม่แน่ว่ายามใดนางจะสังเกตุเห็นเส้นสนกลใน ดังนั้นจึงไม่อาจปล่อยให้นางรู้ว่าตนได้รับบาดเจ็บ
เมื่อคิดถึงการกระทำทุกอย่างเมื่อครู่นี้ของซ่างกวนเมิ่ง พบว่านางมีการเตรียมการณ์มาก่อน นางต้องการใส่ร้ายหลานหลิงว่าขโมยของล้ำค่าที่นางจะถวายให้ฮองเฮา ดังนั้นอวิ๋นซูจึงวางแผนใช้แผนการนี้สั่งสอนนาง! เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเดิมทีนางคิดจะกระทำก่อนรายงานทีหลัง ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างนางและฮองเฮา ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไรจุดจบของหลานหลิงล้วนไม่ดีทั้งสิ้น แต่อวิ๋นซูรู้ดีว่าซ่างกวนเมิ่งทำเช่นนี้ คนที่นางเพ่งเล็งแท้จริงแล้วคือตน!
คนผู้นี้ไม่อาจดูเบาได้!
“คุณหนูกงซุน ล้วนเป็นความผิดของข้า…หากไม่ใช่เพราะข้า…” หลานหลิงก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าในพระราชวังแห่งนี้ หากท่านไม่ตายข้าก็ม้วย ทั้งๆ ที่ตนช่วยนางข้าหลวงผู้นั้นด้วยความจริงใจ แต่อีกฝ่ายกลับแว้งกัดตน ตอนนี้ยังพัวพันมาถึงคนบริสุทธิ์อีกด้วย
“ไม่ คุณหนูหลานไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเอง หากไม่ใช่เพราะข้า คุณหนูหลานคงไม่ต้องถูกใส่ร้ายให้แปดเปื้อนเช่นนี้”
หลานหลิงไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของอวิ๋นซู นางไม่รู้ว่าควรจะชดเชยความผิดพลาดของตนได้อย่างไร
ในใจของเฟิ่งหลิงราวกับมีหินก้อนใหญ่กดทับเอาไว้ อาการบาดเจ็บบนมือของอวิ๋นซูเจ็บปวดมาถึงใจเขาอย่างลึกล้ำ เพิ่งจะเข้าวังมาไม่ถึงครึ่งวันก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแล้ว ความเห็นแก่ตัวของตนทำร้ายนางจริงๆ!
ในดวงตาของเฟิ่งหลิงมีประกายแห่งความลังเลลุกโชน อวิ๋นซูสังเกตุเห็นความผิดปกติของเขาจึงเผยคำพูดหยอกล้อออกมา “ทำอย่างไรดี ตอนนี้กระทั่งตะเกียบก็ถือไม่ไหวแล้ว”
“…” ทุกคนพากันชะงักไป คิดไม่ถึงว่าในยามนี้คุณหนูกงซุนจะยังพูดล้อเล่นออกมาได้
เฟิ่งหลิงใจสั่น ประคองมือของนางขึ้นมาด้วยความปวดใจ “เช่นนั้น…ให้ข้าป้อนเจ้าก็พอแล้ว”
หลานหลิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความแปลกใจ หรือระหว่างคุณหนูกงซุนและองค์ชายใหญ่…หันมองไปทางพี่ใหญ่ของตนโดยไม่รู้ตัว ทว่าท่าทีของหลานอวิ๋นกลับเจือไปด้วยความลึกล้ำอยู่หลายส่วน ไม่ทราบว่าเขากำลังคิดอะไร
ทั้งๆ ที่ทราบถึงความคิดของกันและกันอย่างกระจ่างชัด ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดมากเกินความจำเป็นก็สามารถทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงการตัดสินใจของตนได้ ในใจของเฟิ่งหลิงซาบซึ้งต่อน้ำใจไมตรีของอวิ๋นซูไม่น้อย อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจได้แล้วว่า หลังจากวันนี้จะไม่ปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด! ซ่างกวนเมิ่ง อย่าได้คิดจะแตะต้องนางอีกแม้แต่เส้นผม!
ในลานอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยทิวทัศน์ยิ่งใหญ่สง่างาม
งานเลี้ยงในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นในตำหนักฮองเฮา ทุกคนเข้าสู่ที่นั่งด้วยใจระมัดระวัง
สายตาของเฟิ่งหลิงจ้องมองไปตามอวิ๋นซู ทว่าการปรากฏตัวของซ่างกวนเมิ่งทำให้ดวงตาของเขามืดครึ้มลง
บนตำแหน่งที่นั่งชั้นสูง องค์ชายทั้งห้าเข้าสู่ที่นั่ง อวิ๋นซูมองไปรอบๆ ราวกับไม่ตั้งใจ นางพบเบาะแสมากมายในนั้น
บุตรหลานของราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนต่างมีจุดเด่นของตน ดวงหน้างดงามหล่อเหล่าบรรยากาศสูงศักดิ์ มีเพียงเฟิ่งหลิงที่ดูคล้ายจะไม่เข้าพวก ขุนนางไม่น้อยพากันใช้โอกาสนี้เข้ามาประจบประแจง เพียงแต่บนร่างของเฟิ่งหลิงมีกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้แผ่ออกมา ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาพูดกับเขาแม้เพียงครึ่งประโยค
“พี่ใหญ่ เหตุใดข้างกายองค์ชายใหญ่จึงไม่มีผู้ใดเลยเล่า?” หลานหลิงสังเกตเห็นถึงความผิดปกติอันชัดเจนนี้เช่นกัน คล้ายกับว่าองค์ชายใหญ่ถูกผู้คนปฏิเสธก็มิปาน
หลานอวิ๋นไม่ได้กล่าวคำใด ทำเพียงมองไปยังอวิ๋นซูเล็กน้อย
สตรีสุขุมงดงามผู้นั้นราวกับไม่สนใจทุกสิ่งทุกอย่างนี้ เบนสายตาขึ้นมาเป็นบางครั้ง สบตากับเฟิ่งหลิงด้วยรอยยิ้ม
เขาตัวคนเดียวจริงๆ หรือ? อวิ๋นซูคิดว่าด้วยสถานการณ์ของเฟิ่งหลิง แม้จะไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงอย่างละเอียด แต่คิดได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเขาเพิ่งจะมาถึงแคว้นเหลียน เห็นได้ว่าองค์ชายใหญ่ที่กลับแคว้นมาอย่างกะทันหันท่านนี้ยังไม่ได้ใจคน ผู้ใดจะเต็มใจเสี่ยงอันตรายทุกอย่างเพื่ออยู่ข้างกายองค์ชายที่เติบโตมาจากแคว้นอื่นตั้งแต่เด็กบ้าง? จากการเตรียมการมานานหลายปี อำนาจขององค์ชายท่านอื่นลึกล้ำมั่นคงไปนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้านี้มิอาจปกปิดเมฆหมอกแห่งความจริงได้ ตัวอย่างเช่นท่ามกลางผู้คน มักมีคนมองมาทางเฟิ่งหลิงด้วยสายตาเคารพหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว
คณะดนตรีอันหรูหราบดบังสถานการณ์อันแปลกประหลาดนี้ไว้ ราวกับทุกคนคุ้นชินในความเย็นชาขององค์ชายใหญ่จนเป็นเรื่องปกติ
บริเวณไม่ไกลมีสาวใช้ในอาภรณ์สีชมพูปรากฏตัวขึ้นกลุ่มหนึ่ง ซ่างกวนเมิ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าทุกคนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สายตาของนางหยุดอยู่บนใบหน้าเฟิ่งหลิงราวกับต้องการสำรวจว่าเขาจะจดจำความแค้นไว้ในใจเพราะเรื่องเมื่อครู่นี้หรือไม่ เพียงแต่บุรุษผู้นั้นยังคงจิบชาอย่างสงบนิ่งราวสายลมบางเบา ไม่มองมาที่นางแม้เพียงนิด
“องค์ชาย คุณหนูเมิ่งมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีที่อยู่ด้านหลังกล่าวขึ้นประโยคหนึ่งด้วยรอยยิ้ม พลันนั้นมีคนไม่น้อยมองมายังตำแหน่งที่นั่งด้านบน
มุมปากของอวิ๋นซูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา คนเหล่านี้ขาดแคลนความสามารถในการเล่นละครเสียจริง หากพวกเขาไม่ใส่ใจองค์ชายใหญ่ เหตุใดจึงรับรู้ถึงคำพูดของขันทีผู้นั้นท่ามกลางเสียงดังเช่นนี้ได้?
ซ่างกวนเมิ่งสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาจากรอบๆ ทุกคนล้วนทราบว่านางคือผู้ที่เหมาะสมจะเป็นคู่หมั้นขององค์ชายใหญ่ เป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ในอนาคต
หยิบจอกสุราเลิศรสเบื้องหน้าขึ้นมา เดินเยื้องย่างไปยังบุรุษหล่อเหลาเป็นเอกผู้นั้น
ไม่ว่าองค์ชายอีกสี่ท่านจะโดดเด่นเพียงใด แต่เมื่อเทียบกับองค์ชายใหญ่กลับเป็นดังภาพวาดที่แตกต่างกันสองประเภท ความสูงส่งและบรรยากาศราวเซียนสวรรค์บนโลกมนุษย์นั้น ไม่ว่าความรู้สึกใดล้วนทำให้ผู้คนวิ่งไล่ตามราวฝูงนกกระมัง?
“ฝ่าบาทเพคะ เมื่อครู่เป็นเรื่องเข้าใจผิด หวังว่าฝ่าบาทจะไม่เก็บไปใส่พระทัย เมิ่งเอ๋อร์ขอคารวะฝ่าบาทหนึ่งจอกเพคะ”
ใบหน้างดงามเขินอายอยู่เบื้องหน้า เฟิ่งหลิงเบนสายตาขึ้นเล็กน้อย ดวงตาลึกล้ำสบเข้ากับนาง ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่วทั้งร่าง
แต่ไหนแต่ไรฝ่าบาทไม่เคยทอดพระเนตรมองนางมาก่อน ยามนี้หัวใจของนางอดไม่ได้ที่จะเต้นระรัว
บรรยากาศรอบด้านแปลกประหลาดอยู่บ้าง ราวกับทุกคนกำลังรอปฏิกิริยาของเฟิ่งหลิง
“หึ คนถ่อยสาระเลวนั่น!” หลานหลิงอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงออกมาเบาๆ นางไม่ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ซ่างกวนเมิ่งกระทำไปได้ตลอดกาล! ล้วนเป็นเพราะนาง จึงทำร้ายคุณหนูกงซุนที่เกี่ยวข้องกับตน!
เฟิ่งหลิงขยับเล็กน้อย ในใจซ่างกวนเมิ่งรู้สึกยินดียิ่ง ในที่สุดฝ่าบาทก็ยอมสนใจนางแล้วหรือ? เป็นการแสดงว่าฝ่าบาทไม่ใส่ใจเรื่องเมื่อครู่นี้แล้วใช่หรือไม่?
พบว่าบุรุษรูปงามหยิบจอกสุราด้านข้างขึ้นมา เทลงบนหลังมือซ่างกวนเมิ่งโดยตรง ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น “กรี๊ด!”
ในจอกสุราบรรจุน้ำร้อนเอาไว้
เสียงเพล้งดังขึ้น ซ่างกวนเมิ่งถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตื่นตระหนก จอกสุรากระจ่างใสในมือร่วงลงสู่พื้น แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บนหลังมือของนางถูกน้ำร้อนลวกจนเป็นรอยแดงพองออกมา ดวงตาพลันเปียกชื้น พยายามอดกลั้นความเจ็บปวดบนหลังมือพลางมองไปยังเฟิ่งหลิงด้วยความสงสัย “ฝ่าบาท…”
ทุกคนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความแปลกใจ ไม่เข้าใจชัดเจนว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น
“เหตุใดญาติผู้น้องจึงทำน้ำร้อนลวกตัวเองได้เล่า?”
อะไรนะ?! ซ่างกวนเมิ่งตกตะลึง นี่ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไร
เฟิ่งหลิงหน้าตาไร้อารมณ์ มองไปยังจอกสุราอันว่างเปล่าในมือ “หลังจากนี้อย่าได้ทำเรื่องอันตรายเช่นนี้อีกเป็นอันขาด ต่อให้ทำอะไรผิดไปเพียงกล่าวขอโทษดีๆ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องล้อเล่นกับร่างกายตนเอง”
ในคำพูดของเขาเจือไปด้วยความเย็นชาที่ผู้อื่นมิอาจสังเกตุเห็น ซ่างกวนเมิ่งพลันสะท้อนใจขึ้นมา ที่ฝ่าบาทปฏิบัติเช่นนี้กับตนก็เพื่ออวิ๋นซู!
“ทำไม? หรือเป็นข้าเข้าใจญาติผู้น้องผิดไป?”
ท่ามกลางการจับจ้องของทุกคน ซ่างกวนเมิ่งจะพูดว่าเฟิ่งหลิงเทน้ำร้อนลวกนางได้หรือ? นี่จะเป็นการไม่รู้จักแยกแยะเกินไป!
ในใจอัดแน่นไปด้วยความอยุติธรรม ซ่างกวนเมิ่งก้มหน้าลงอย่างอดกลั้น สถานการณ์ในตอนนี้ตนจะปฏิเสธได้อย่างไร?! สิ่งที่นางต้องการคือความรักและความสงสารขององค์ชายใหญ่ ต่อให้เขาปฏิบัติกับตนเช่นนี้ นางล้วนต้องยิ้มรับ!
“ไม่ ปะ เป็นเมิ่งเอ๋อร์ไม่ระวังเองเพคะ”
เฟิ่งหลิงมองสตรีที่มีน้ำตาเอ่อล้นเบื้องหน้าอย่างเย็นชาอยู่เช่นนั้น จากนั้นจึงวางจอกเหล้าลง “เช่นนั้นหรือ? เช่นนั้นวันหน้าญาติผู้น้องต้องระวังให้ดี”
มือของนางสั่นระริก นางในยามนี้ไม่กล้ามองท่าทีของเฟิ่งหลิงอีก ข้างกายมีเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังแว่วมา ซ่างกวนเมิ่งทนไม่ได้ อยากหารูบนพื้นมุดเข้าไปเสียจริง “ขอบพระทัยที่ฝ่าบาททรงใส่พระทัย วันหน้า…เมิ่งเอ๋อร์จะระวังแน่นอนเพคะ”
หากนางรู้จักเข็ดหลาบเช่นนั้นย่อมดีที่สุด เฟิ่งหลิงไม่มองนางอีกแม้เพียงสายตา ก้มหน้าลงลิ้มรสชาเพียงลำพัง
“ฮ่าๆๆ เสด็จพี่ทำเช่นนี้จะไม่รู้จักรักหยกถนนบุปผาเกินไปหรือไม่?” ตอนนี้เอง องค์ชายที่นั่งอยู่ข้างเฟิ่งหลิงหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อครู่นี้เขาเห็นอย่างกระจ่างชัด ไม่ทราบว่าซ่างกวนเมิ่งไปล่วงเกินอะไรองค์ชายใหญ่ ความพัวพันของสตรีผู้นี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างทราบดี เพียงแต่ไม่ว่าก่อนหน้านี้นางจะทำเช่นไร องค์ชายใหญ่ล้วนไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย วันนี้อัศจรรย์ยิ่งนัก เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นองค์ชายใหญ่ปฏิบัติเช่นนี้กับซ่างกวนเมิ่ง
ช่างทำให้ผู้คนรู้สึกอัศจรรย์ใจจริงๆ