หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 18 ตอนที่ 536 ยั่วโทสะแม่ทัพ
องค์ชายรองยิ้ม ราวกับคิดจะค้นหาอะไรบางอย่างบนใบหน้าเฟิ่งหลิง อย่างไรก็ตาม บุรุษงดงามผู้นี้กลับทำราวไม่ได้ยิน ไม่สนใจเขาโดยสิ้นเชิง
“เกิดอะไรขึ้นหรือ? พี่ใหญ่ ท่านเห็นหรือไม่? เหตุใดซ่างกวนเมิ่งจึงเดินไปด้วยท่าทีโศกเศร้าเช่นนั้น?” หลานหลิงที่นั่งอยู่บนตำแหน่งที่นั่งเห็นซ่างกวนเมิ่งเดินจากไปด้วยสีหน้าอดกลั้นความเจ็บปวด จากมุมของนางไม่เห็นการกระทำเมื่อครู่นี้ของเฟิ่งหลิงโดยสิ้นเชิง
หลานอวิ๋นไม่ได้กล่าวคำใด ในดวงตามีประกายกังวลพาดผ่าน เห็นได้ว่าฝ่าบาทใส่ใจกับเรื่องเมื่อครู่นี้เป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ตนกังวลที่สุดก็คือ เขาจะเสียสตินึกคิดเพราะเหตุนี้ ต้องทราบว่าเบื้องหลังซ่างกวนเมิ่งมีฮองเฮาค้ำชู ไม่ทราบว่าสตรีเลวทรามผู้นี้จะกราบทูลเบื้องพระพักตร์ฮองเฮาเช่นไร ไม่เป็นผลดีต่อฝ่าบาทจริงๆ
พวกเขาคนสะสมกำลังมานานเพียงนี้ ไม่อาจยั่วโทสะของฮองเฮาในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ได้
“คุณหนูซ่างกวน…”
สาวใช้ที่อยู่ด้านหลังมองซ่างกวนเมิ่งที่ยามนี้มีสีหน้าขาวซีดเล็กน้อยด้วยความกังวล สายตาหยุดอยู่บนหลังมือของอีกฝ่าย ต่อให้ถูกลวกจนบาดเจ็บก็ไม่ควรเจ็บปวดเช่นนี้ถึงจะถูก ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อมองไปจะถึงกับทำให้สาวใช้ต้องสูดหายใจเย็นยะเยือกอย่างยากจะเชื่อ
หลังมือที่เดิมทีมีรอยแดงเล็กน้อย ในยามนี้ถึงกับมีชั้นหนังสีม่วงลอกออกมา ทั้งยังมีของเหลวเหนียวหนืดส่องประกายที่ทำให้ผู้คนต้องหวาดผวา
“บ่าวจะไปเชิญหมอหลวงมา!”
“หยุด!” ซ่างกวนเมิ่งตะโกนหยุดนางอย่างดุดันโดยพลัน “บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น…ทำให้เจ้าตกใจจนกลายเป็นเช่นนี้เชียวหรือ?!” เสียงของนางสั่นเทาอย่างยากจะควบคุม ใช้แขนเสื้อปกปิดบาดแผลของตนไว้ “ไปทายาให้ข้าด้านหลังก็พอแล้ว!”
นางไม่อาจให้หมอหลวงตรวจแผลของนางได้ มิเช่นนั้นความลับของนางอาจจะถูกค้นพบ
แผลน้ำร้อนลวกเล็กน้อยเช่นนี้ สำหรับผู้อื่นอาจเป็นการบาดเจ็บเล็กน้อย เพียงแต่สำหรับนางแล้ว กลับมีผลกระทบอันยากจะรับไหว เดิมทีร่างกายของนาง…ไม่อาจบาดเจ็บภายนอกได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ทันรอให้นางหาสถานที่ปลอดภัย ความเจ็บปวดบนหลังมือก็ทำให้การก้าวเดินของซ่างกวนเมิ่งล่องลอย ในที่สุดจำต้องพิงเสาด้านข้างอย่างอดรนทนไม่ไหว หอบหายใจเล็กน้อย “ประ ประคองข้าไปที่ศาลา”
หยิบขวดยาที่พกติดตัวมาโดยตลอดออกมาจากแขนเสื้อ เปิดออกอย่างยากลำบาก “ทาให้ข้า!”
“…คุณหนูซ่างกวน นี่…บาดแผลร้ายแรงถึงเพียงนี้ ให้บ่าวไปเชิญหมอหลวงมาเถิดเจ้าค่ะ!” เพียงมองด้วยตาก็ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวยิ่งแล้ว นอกจากนี้สาวใช้พบว่าในเวลาเพียงไม่นาน บาดแผลก็ร้ายแรงยิ่งขึ้น ถึงกับเริ่มมีเลือดสีดำซึมออกมาด้านนอก
“กล่าวแล้วว่าไม่ต้อง! เจ้าเห็นคำพูดของข้าเป็นสายลมพัดผ่านหูหรือไร?!”
“บ่าวไม่กล้า! บ่าวไม่กล้า!”
ซ่างกวนเมิ่งกัดฟันแน่น เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อครู่นี้ก็ยิ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “น่ารังเกียจ! ความแค้นนี้ข้าจะต้องทวงคืนจากกงซุนซูผู้นั้นให้ดีเป็นแน่!”
“คุณหนูเจ้าคะ…ขออภัยที่บ่าวปากมาก บ่าวได้ยินมาว่าแม่ทัพกงซุนรักบุตรีของตนยิ่งนัก หากเขาทราบเรื่อง…”
“บุตรีอันใด! นางเป็นตัวปลอม!” ไหนเลยจะรู้ว่า ไม่รอให้สาวใช้กล่าวจบ ซ่างกวนเมิ่งจะตะโกนแทรกนางอย่างดุดัน
สตรีที่กำลังโกรธแค้นอยู่ในศาลาไม่รู้ตัวเลยว่าบริเวณไม่ไกลมีขุนนางหลายท่านยืนอยู่ บุรุษผู้เดินนำหน้ามีสีหน้าเคร่งขรึมลง ขุนนางทั้งหลายที่อยู่ด้านหลังไม่ทราบว่าควรทำเช่นไรดี คุณหนูซ่างกวนผู้นี้กล่าวอันใดกัน? ไม่อาจอาศัยที่นางเป็นหลานสาวฮองเฮามากล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้ได้! พวกเขาล้วนมองออกว่าแม่ทัพกงซุนเห็นบุตรีที่ได้กลับมาจากการพรากจากผู้นี้เป็นของล้ำค่า!
“ท่านแม่ทัพ มิสู้…พวกเราเดินไปอีกด้านหนึ่งกันเถิด…”
“ไม่ ให้แม่ทัพเช่นข้าฟังเสียหน่อย!”
ขุนนางหลายท่านอดไม่ได้ที่จะร่างกายสั่นเทา แย่แล้ว คุณหนูซ่างกวนนับว่ามีภัยจากปากจริงๆ! แม่ทัพกงซุนไม่สนใจว่านางจะเป็นหลานสาวของผู้ใดเป็นแน่!
“คุณหนู…คำพูดเช่นนี้มิอาจกล่าวออกมาได้…”
ซ่างกวนเมิ่งกลับจ้องสาวใช้เบื้องหน้า “เจ้าจะรู้อะไร?! ยังกล้ามาสั่งสอนข้าอีก! กงซุนซูผู้นั้นเป็นตัวปลอม! แม่ทัพกงซุนช่างโง่งมเสียจริง ไม่ว่าผู้ใดก็นำมาเป็นบุตรีของเขาได้ทั้งสิ้น…ข้าอยากจะเห็นเสียจริง เขาจะรักใคร่บุตรีราคาถูกผู้นี้อย่างไร! แต่แม่ทัพหยาบกร้านผู้นั้นจะกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับฮองเฮาหรือ? ไม่ดูฐานะตนเองเสียบ้าง!”
ถูกต้อง! แม่ทัพตัวเล็กๆ เพียงผู้เดียว คิดว่าตนมีความสามารถมากเพียงใดกัน สุดท้ายก็เป็นได้แค่สุนัขตัวหนึ่งของราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียน! หรือเขาคิดจะให้บุตรีราคาถูกของตนเป็นพระชายาองค์ชาย เป็นไก่คิดจะบินขึ้นฟ้าหรือ?!
บรรยากาศบนร่างแม่ทัพกงซุนเปลี่ยนไปโดยพลัน เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนจะถึงกับถูกเด็กน้อยผู้หนึ่งดูเบาถึงขั้นนี้! ไม่ว่าจะเป็นฮองเฮาหรือจักรพรรดิล้วนต้องไว้หน้าเขาอยู่สามส่วน เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นี้ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ!
“คุณหนู แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งสิ้น! ข้าจะต้องทำให้นางอยากอยู่ก็มิได้อยากตายก็มิได้!”
ทันใดนั้น สาวใช้ที่อยู่เบื้องหน้าพลันหน้าเปลี่ยนสี ถึงกับถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว
“เจ้าเป็นอะไรไป?” เมื่อซ่างกวนเมิ่งเอ่ยปาก พลันสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดจากด้านหลัง เงาร่างกำยำเงาหนึ่งปกคลุมนางไว้ ในใจเริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดี
“คุณหนูซ่างกวน เช่นนั้นหรือ?”
บนมือของแม่ทัพกงซุนปรากฏเส้นเลือดสีเขียว ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธ
ซ่างกวนเมิ่งร่างกายสั่นเทา หันกลับไปด้วยอาการแข็งเกร็ง พบกับใบหน้าที่มีความโกรธอัดแน่นจนน่าหวาดผวา “…มะ แม่ทัพกงซุน…”
มือใหญ่อันหยาบกร้านทั้งสองยื่นออกไปจับแขนซ่างกวนเมิ่งแน่น นางรู้สึกราวกับกระดูกของตนถูกบดขยี้จนแตกหัก “กรี๊ด! ท่านทำอะไร?!”
“เมื่อครู่นี้เจ้ากล่าวอันใด ข้าแม่ทัพได้ยินไม่ชัดเจน พูดอีกรอบสิ!”
“ปล่อยมือ! ข้าบอกให้ท่านปล่อยมือ! ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?! โอหัง!” ซ่างกวนเมิ่งเจ็บจนมีน้ำตาเอ่อล้นออกมา แม้ยามฝันนางล้วนคิดไม่ถึงว่าแม่ทัพกงซุนจะถึงกับลงมือกับนาง!
“ข้าแม่ทัพไม่รู้!”
อะไรนะ?! ซ่างกวนเมิ่งแทบจะกระอักเลือดออกมา เหตุใดจึงมีคนไม่รู้ว่านางเป็นหลานสาวของฮองเฮาอยู่ด้วย?! “โอหัง! ท่านจะต่อต้านหรือ!”
ขุนนางทั้งหลายที่อยู่ด้านหลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พวกเขาอดไม่ได้ที่จะลอบหลั่งเหงื่อเย็นให้ซ่างกวนเมิ่ง ต้องทราบว่าแม่ทัพกงซุนไม่ใช่คนที่จะใช้เหตุผลพูดคุยได้ ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดเมื่อครู่นี้ของซ่างกวนเมิ่งพวกเขาล้วนได้ยินทั้งสิ้น โอหังอยู่มากจริงๆ
“แม่ทัพกงซุน…นี่…เชื่อว่าคุณหนูซ่างกวนเพียงพลั้งปากไปชั่วครู่เท่านั้น จะอย่างไรนางก็เป็นแม่นางผู้หนึ่ง…”
ขุนนางบางท่านอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขึ้นมา แต่กลับถูกตอบแทนด้วยสายตาเย็นชาของแม่ทัพกงซุน “พลั้งปากหรือ? หากข้าแม่ทัพไม่สั่งสอนนังเด็กไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำผู้นี้ให้ดี นางคงคิดว่าข้ากลัวนางแล้ว!”
กล่าวจบก็สะบัดซ่างกวนเมิ่งลงพื้นอย่างแรง “เจ้าคิดจะทำอะไรบุตรีของข้า?! เจ้าคิดจะรังแกนางใช่หรือไม่?!”
การสะบัดครั้งนี้ทำให้ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกสมองมึนงง ฟังไม่ชัดเจนว่าแม่ทัพกงซุนกำลังกล่าวอันใด
ขุนนางทั้งหลายตกใจจนไม่กล้าเดินเข้าไป เมื่อก่อนพวกเขาได้ยินว่าแม่ทัพกงซุนเคยปะทะอารมณ์กับองค์จักรพรรดิ เพียงแต่สุดท้ายองค์จักรพรรดิยังคงส่งคนไปที่จวนกงซุน ประทานโน้นประทานนี่ให้ เขามีความสามารถและต้นทุนมากพอที่จะยโสจริงๆ
ซ่างกวนเมิ่งผู้นี้โชคร้ายแน่แล้ว! ถึงกับกล้าหาเรื่องแม่ทัพกงซุน!
“ทะ…ท่านถึงกับกล้า…ผลักข้า…” ซ่างกวนเมิ่งเจ็บปวดจนต้องแสยะยิ้ม แม้ในฝันนางก็คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพที่สง่างามจะลงมือกับสตรีอ่อนแอ!
…
ในยามนี้ ณ สวนบุปผาของฮองเฮามีเสียงดนตรีและการร่ายรำดำเนินอย่างสงบ
สาวใช้ผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นบริเวณไม่ไกลด้วยความร้อนรน แม่นมพลันจ้องมองนางด้วยความเย็นชา ไม่เห็นหรือว่าฮองเฮากำลังชื่นชมบทเพลงและการร่ายรำกับพระสนมทั้งหลายอยู่? วันนี้เป็นวันพระราชสมภพของฮองเฮา อีกครู่หนึ่งยังต้องไปรับการคารวะจากขุนนางทั้งหลาย ไม่ทราบหรือว่าเหนียงเหนียงลำบากเช่นไร? ไม่ว่าเรื่องอะไรล้วนต้องรอพูดคุยกันภายหลัง!
สาวใช้ผู้นั้นมีสีหน้าลำบากใจ ลังเลไม่กล้าจากไป
เนิ่นนานผ่านไป สตรีสูงศักดิ์ผู้มีรอยยิ้มเต็มหน้าจึงเบนสายตาขึ้นด้วยความเกียจคร้าน “มีเรื่องอะไร?”
พระสนมทั้งหลายพลันเก็บสีหน้า บรรยากาศเปลี่ยนไป
สาวใช้ผู้นั้นเดินเข้ามาด้วยอาการสั่นเทา “ทูลฮองเฮา คุณหนูซ่างกวน…อยู่ที่ลานด้านหลัง…ถูกแม่ทัพกงซุนทำร้าย…”
อะไรนะ?! พระสนมทั้งหลายพลันหน้าเปลี่ยนสี ใจกล้าโอหังยิ่งนัก! ถึงกับกล้าก่อเรื่องในตำหนักของเฮาเชียวหรือ! ซ่างกวนเมิ่งผู้นี้เป็นอะไรไป? เรื่องใหญ่เช่นนี้อาจทำลายความสุนทรีย์ของฮองเฮาได้!
จริงดังคาด ฮองเฮาขมวดขนงเล็กน้อย “เพราะเหตุใด?”
“…เพราะ คุณหนูซ่างกวนกล่าว…กล่าวเรื่องคุณหนูกงซุนเพคะ…”
ไม่จำเป็นต้องให้นางข้าหลวงอธิบายให้มากความ ฮองเฮาก็เข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ ในดวงเนตรของพระนางมีความเย็นชาส่องประกาย “ปล่อยนางไปเถิด ที่สำคัญก็คือทำให้แม่ทัพกงซุนลดความโกรธลงให้ได้”
ราวกับทุกคนคาดเดาผลลัพธ์เช่นนี้ได้นานแล้ว ต้องทราบว่าต่อให้เป็นพวกนาง ล้วนไม่มีผู้ใดกล้าหาเรื่องแม่ทัพที่สร้างผลงานใหญ่หลวงทั้งยังมีอารมณ์ร้อนผู้นี้
ในลานกว้าง
องครักษ์ผู้หนึ่งเดินมาข้างกายหลานอวิ๋น ก้มหน้าลงกล่าวอะไรบางอย่าง
ดวงตาของอีกฝ่ายส่องประกาย มองไปทางอวิ๋นซูโดยไม่รู้ตัว
“แม่ทัพหลาน เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
หลานอวิ๋นลังเลครู่หนึ่ง “นี่…แม่ทัพกงซุนอยู่ที่ลานด้านหลัง ดูเหมือนว่า…จะปะทะอารมณ์กับคุณหนูซ่างกวน” จะว่าอย่างไรดี ช่างทำให้ผู้คนมีความสุขเสียจริง! เพียงแต่หลานอวิ๋นกลับมองภาพรวมเป็นสำคัญ หากทำให้แม่ทัพกงซุนโกรธ เชื่อว่าซ่างกวนเมิ่งคงไม่อาจมีชีวิตรอดแล้ว ทว่าในยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยให้นางตาย
อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
“ท่านแม่ทัพโปรดระงับโทสะ! ท่านแม่ทัพโปรดระงับโทสะ! วันนี้เป็นวันพระราชสมภพของฮองเฮา ถือว่าเห็นแก่พระพักตร์ฮองเฮา…ปล่อยคุณหนูซ่างกวนไปเถิด..”
สตรีบนพื้นดูคล้ายจะลมหายใจขาดห้วง ในที่สุดขุนนางทั้งหลายก็อดรนทนไม่ไหว เข้ามาหยุดบุรุษที่โกรธจนคลั่งผู้นั้น
“ท่านแม่ทัพ! อย่าได้คิดเล็กคิดน้อยกับดรุณีน้อยผู้หนึ่งเลย นางสำนึกผิดแล้ว! ใช่หรือไม่? คุณหนูซ่างกวน?!”
ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกเพียงว่าเจ็บปวดไปทั้งร่างจนทนไม่ไหว อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกแม่ทัพกงซุนสะบัดทิ้ง นางคิดว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีเหตุผลโดยสิ้นเชิง เพียงแต่นางกลับเข้าใจชัดเจน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ตนอาจจะตายภายใต้น้ำมือของแม่ทัพกงซุนผู้นี้ก็เป็นได้!
“แค่กๆ…แค่กๆ…”
“อย่ามาขวางข้า! นางถึงกับกล้ารังแกซูเอ๋อร์ของข้า!”
เป็นสตรีแล้วอย่างไรเล่า ต่อให้เป็นบิดา เมื่ออยู่ในสนามรบก็ต้องดิ้นรน หากไม่ตายก็รอด! แม่ทัพกงซุนจดจำหลักการเช่นนี้ได้เท่านั้น! ผู้ใดรังแกบุตรีของเขา เขาจะทำให้ผู้นั้นได้เห็นดีกัน!
ตอนนี้เอง เสียงประหลาดใจเสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมหนึ่ง อวิ๋นซูมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นตกใจ “ท่านพ่อ?!”
ขุนนางหลายท่านราวกับเห็นตัวช่วยก็มิปาน “คุณหนูกงซุน ในที่สุดท่านก็มาแล้ว!”