หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 18 ตอนที่ 537 ขายหน้า
บริเวณลานกว้าง ขันทีผู้หนึ่งก้มตัวกล่าวอะไรบางอย่างข้างหูเฟิ่งหลิง บุรุษรูปงามดวงตาเป็นประกาย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
มีแม่ทัพกงซุนอยู่ ย่อมไม่ปล่อยให้ซูเอ๋อร์ได้รับความอยุติธรรมอย่างเด็ดขาด ควรจะกล่าวว่าซ่างกวนเมิ่งโชคไม่ดีจริงๆ
“คุณหนูกงซุน รีบโน้มน้าวท่านแม่ทัพเถิด!” ขุนนางทุกคนรีบเดินเข้ามา ตอนนี้ไม่มีผู้ใดหยุดทุกสิ่งทุกอย่างนี้ได้แล้ว
ซ่างกวนเมิ่งที่อยู่บนพื้นได้สติกลับมา สายตาอันพร่าเลือนตกอยู่บนร่างของอวิ๋นซูที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ สายตาพลันเปลี่ยนไป สมควรตาย! ไม่อาจปล่อยให้นางเห็นตนในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ได้!
แม่ทัพกงซุนสังเกตุเห็นความคิดของซ่างกวนเมิ่ง ยื่นมือออกไปจับคอเสื้อนางไว้ “คิดจะหนีหรือ?!”
“ท่าน…ปล่อยข้า มีเหตุผลเช่นนี้ที่ไหนกัน!”
“รังแกซูเอ๋อร์ของข้า เจ้าคิดจะไปง่ายๆ ก็ไปเช่นนี้ได้หรือ?!”
ชุนเซียงที่อยู่ข้างๆ ข้างมองเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างยากจะเชื่อ คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพกงซุนผู้สง่าผ่าเผยจะลงมือกับสตรีอ่อนแอผู้หนึ่งเพื่อคุณหนูของตน นางไม่อาจไม่เห็นใจซ่างกวนเมิ่ง เพียงแต่…ยังคงมีความสุขยิ่งนัก!
“ท่านพ่อ” อวิ๋นซูยื่นมือออกไปดึงแขนแม่ทัพกงซุนเบาๆ นางไม่พลาดความเคียดแค้นที่อัดแน่นเต็มดวงตาของซ่างกวนเมิ่ง เพียงแต่ตอนนี้นางไม่อยากให้แม่ทัพกงซุนทำเรื่องบุ่มบ่ามอันใดออกไป ถึงแม้จะยินดีชั่วครู่ แต่ผลลัพธ์กลับอาจจะนำพาความยุ่งยากนับไม่ถ้วนมาได้
“ซูเอ๋อร์ อย่าขวางพ่อเลย! พ่อเคยกล่าวแล้วว่าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกเจ้า!”
“ทะ ท่านคิดจะทำอะไร?!” ซ่างกวนเมิ่งกัดฟันแน่น เมื่ออยู่ต่อหน้านางเอง นางไม่คิดจะแสดงท่าทีอ่อนแอเด็ดขาด!
ท่าทางไม่รู้จักสำนึกผิดเช่นนี้ของนางทำให้แม่ทัพกงซุนโกรธราวกับอยู่ในเปลวเพลิง ถึงกับจับคอเสื้อซ่างกวนเมิ่งคิดจะยกนางลอยขึ้นกลางอากาศ “ขอโทษซูเอ๋อร์เสีย มิเช่นนั้นวันนี้ข้าแม่ทัพไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆ แน่!”
“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพโปรดระงับโทสะ!” ขุนนางทุกท่านตกใจนัก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คุณหนูซ่างกวนต้องถูกท่านแม่ทัพบีบคอตายเป็นแน่ “คุณหนูซ่างกวน ท่านสำนึกผิดเถิด! คุณหนูกงซุนต้องให้อภัยท่านแน่!”
ทุกคนพากันโน้มน้าว ทว่าซ่างกวนเมิ่งที่ถูกตรึงอยู่กลับหลับตาลงในสภาพน่าอนาจ ไม่อยากมองอวิ๋นซูแม้เพียงสายตา
“สมควรตาย!” แม่ทัพกงซุนออกแรงที่มือ ขาทั้งสองของซ่างกวนเมิ่งค่อยๆ ลอยห่างจากพื้น
“ท่านพ่อเจ้าคะ เรื่องเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องลงไม้ลงมือจนบาดเจ็บเพียงนี้ ปล่อยนางลงก่อนเถิด” อวิ๋นซูในยามนี้สัมผัสถึงเจตนาเป็นศัตรูอันยากจะเอ่ยที่ซ่างกวนเมิ่งมีต่อตนได้อย่างลึกล้ำ ตอนนี้ชีวิตอยู่ในอันตราย นางยังคงไม่ยอมก้มหัวให้ตนเชียวหรือ?
“…ฮองเฮา…จะไม่ยอมปล่อยเจ้าแน่…เจ้า…” ซ่างกวนเมิ่งใช้พละกำลังทั้งหมดกล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมา ขุนนางรอบๆ ที่ได้ยินอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นยะเยือก เหตุใดมาถึงตอนนี้แล้ว คุณหนูซ่างกวนยังคิดยั่วโทสะท่านแม่ทัพกงซุนอยู่อีกเล่า?!
ตอนนี้เอง แม่นมท่านหนึ่งค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าทุกคน ขุนนางทุกท่านมีสีหน้ายินดี ฮองเฮาส่งคนมาแล้ว! ไม่แน่ว่าคุณหนูซ่างกวนอาจมีทางช่วยแล้วกระมัง?
“ทำไม? ฮองเฮาต้องการตรัสสิ่งใด?!”
แม่ทัพกงซุนปรายตามองแม่นมผู้นั้นอย่างเย็นชา ในดวงตาของซ่างกวนเมิ่งมีประกายยินดีพาดผ่าน ฮองเฮามาช่วยนางแล้ว
ไหนเลยจะรู้ว่า แม่นมกลับเผยรอยยิ้มประจบประแจงขึ้น “ตอบท่านแม่ทัพ เหนียงเหนียงทรงตรัสว่า ขอเพียงทำให้แม่ทัพกงซุนลดโทสะลงได้ จะให้คุณหนูกวนทำสิ่งใดย่อมได้ทั้งสิ้น”
อะไรนะ?! ซ่างกวนเมิ่งกรีดร้องในใจ เป็นไปได้อย่างไร…เหตุใดฮองเฮา…จึงปล่อยให้แม่ทัพผู้นี้กำเริบเสิบสานได้?! ตนเป็นหลานสาวของพระนาง…แม่ทัพกงซุนทำเช่นนี้ มิใช่เป็นการตบลงบนพระพักตร์หรอกหรือ?!
ท่าทีบนใบหน้าของขุนนางทั้งหลายยากจะบรรยาย คิดไม่ถึงว่าฮองเฮาจะไม่ต้องการแม้ชีวิตหลานสาวตนเพื่อแม่ทัพกงซุนเช่นนี้ เห็นได้ถึงตำแหน่งของแม่ทัพกงซุนในพระทัยฮองเฮาและองค์จักรพรรดิ
ในเมื่อฮองเฮาเอ่ยปากแล้ว เช่นนั้นพวกเขาเหล่านี้จะพูดอะไรแทนคุณหนูซ่างกวนได้อีกเล่า? พวกเขาเองก็ไม่อยากล่วงเกินท่านแม่ทัพเช่นกัน!
ซ่างกวนเมิ่งในยามนี้รับรู้ได้ถึงรสชาติของความสิ้นหวังในที่สุด นางมองใบหน้าโกรธเกรี้ยวเบื้องหน้า แล้วมองไปยังอวิ๋นซูที่อยู่ด้านข้างอีกครั้ง สภาพของตนในดวงตาของอีกฝ่ายน่าสังเวชเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ความเห็นใจในดวงตาของนางทำให้ซ่างกวนเมิ่งยิ่งรู้สึกไม่พอใจ!
ลมหายใจค่อยๆ กระชั้นถี่ ในยามนี้นางพลันคิดไปถึงช่วงเวลาที่นางมายังแคว้นเหลียน คิดถึงความยากลำบากทั้งหมดที่ได้รับ นางไม่อาจตายเช่นนี้ได้! ไม่อาจตายง่ายๆ เช่นนี้! มิเช่นนั้นนางจะไม่กลายเป็นเรื่องน่าขำขันหรอกหรือ?
“คะ คุณหนูกงซุน…ขะ ข้าผิดไปแล้ว…”
ขุนนางทั้งหลายที่คิดจะยืนดูเฉยๆ พากันสบตา มองแม่ทัพกงซุนคลายมือของตนช้าๆ หากทำเช่นนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่มีอะไรแล้ว! ไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องไปถึงฮองเฮา คุณหนูซ่างกวนผู้นี้ไม่รู้จักดีชั่วเลยจริงๆ !
“เจ้าพูดอะไร? เสียงดังเสียหน่อย ข้ากับซูเอ๋อร์ได้ยินไม่ชัดเจน!”
ซ่างกวนเมิ่งพลันล้มลงกับพื้น ไอออกมาอย่างเจ็บปวด ในดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา พยายามฝืนไม่ให้มันไหลออกมา “คุณหนูกงซุน…ขะ ข้าผิดไปแล้ว…ล้วนเป็นความผิดของข้า…”
“ซูเอ๋อร์ เจ้าให้อภัยนางหรือไม่? หากไม่ให้อภัย พ่อจะช่วยเจ้าสั่งสอนนางอีกครั้ง!”
ในยามนี้มีคนไม่น้อยพากันตามมาเนื่องจากได้ยินเรื่องราว ทุกคนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นตกใจ ถึงกับมีคุณหนูกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจว่า “นั่นมิใช่คุณหนูซ่างกวนและคุณหนูกงซุนหรอกหรือ? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
คุณหนูซ่างกวนที่เดิมทีหยิ่งผยอง ยามนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าแดงก่ำ นั่งอยู่บนพื้นด้วยสภาพน่าอนาจยิ่ง ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
แม่ทัพกงซุนปรายตามองทุกคน “ดีมาก ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ รีบขอโทษซูเอ๋อร์เสีย!”
ขอโทษ?! คุณหนูหลายท่านสบตากัน มิใช่ว่า…คำพูดเหล่านั้นที่คุณหนูซ่างกวนกล่าวในวันนี้ถูกแม่ทัพกงซุนได้ยินเข้าหรอกหรือ? สวรรค์! เหตุใดแม่ทัพกงซุนจึงลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้ อีกฝ่ายเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้หนึ่งเท่านั้น! อย่างไรก็ตาม ในใจของทุกคนยิ่งรู้สึกหวาดกลัวและรู้สึกผิด เนื่องจากในยามนั้นพวกนางก็กล่าวตามน้ำซ่างกวนเมิ่งไปเช่นกัน
สตรีที่อยู่บนพื้นสั่นระริก สายตามีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นมองมาจากรอบด้าน มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น ความแค้นในวันนี้ นางจะต้องตอบแทนคืนเป็นเท่าตัว!
“คุณหนูกงซุน…ขออภัย…ข้า ผิดไปแล้ว!”
“เสียงยังดังไม่พอ!” แม่ทัพกงซุนก้าวไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง อวิ๋นซูยื่นมือไปดึงเขาเอาไว้ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เพียงพอแล้ว แสดงละครเช่นนี้ออกไปจะมีประโยชน์กับตนมากเพียงใดอีก?
“คุณหนูซ่างกวนลุกขึ้นเถิด เพียงเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น”
บุตรีของตนล้วนเอ่ยปากแล้ว แม้ว่าแม่ทัพกงซุนจะรู้สึกว่ายังไม่อาจระบายความโกรธได้ ทว่าก็ไม่อยากให้อวิ๋นซูคิดว่าเขาเป็นคนไม่มีเหตุผล พลันนั้นจึงแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง “รู้ว่าผิดก็ดี! หลังจากวันนี้ หากข้าแม่ทัพรู้ว่าเจ้ารังแกซูเอ๋อร์อีก ไม่คุยกันง่ายๆ เช่นนี้แน่!”
ซ่างกวนเมิ่งถูกแม่ทัพกงซุนทำให้โกรธจนแทบกระอักเลือดออกมา เขาคุยง่ายเช่นนั้นหรือ?! เขาบีบบังคับตนจนกลายเป็นเช่นนี้แล้ว!
บุรุษร่างกำยำเดินไปเบื้องหน้า มองไปยังคุณหนูและขุนนางที่ล้อมดูอยู่รอบๆ “วันนี้ข้าแม่ทัพขอพูดให้ชัดเจน! ต่อไปนี้หากข้ารู้ว่ามีผู้ใดรังแกบุตรีของข้า เช่นนั้นก็นับว่าตั้งตัวเป็นศัตรูของตระกูลกงซุนของพวกเราทั้งหมด! ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าจะไม่ยอมปล่อยไปแน่!”
เสียงอันทรงพลังดังขึ้น ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นยะเยือก สายตาที่มองไปยังอวิ๋นซูพลันเปลี่ยนไป เต็มไปด้วยความเคารพหวาดกลัวและระมัดระวัง
“แค่กๆ…” ซ่างกวนเมิ่งในวันนี้นับว่าขายหน้าผู้คนจนถึงที่สุดแล้ว นางหันหน้าไปไม่อยากเห็นใบหน้าของคนเหล่านั้น ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ในที่สุดแม่นมที่อยู่ด้านข้างจึงกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชาประโยคหนึ่ง “ยังมัวแต่อึ้งอะไรอยู่ ประคองคุณหนูซ่างกวนกลับไป!”
“เอ๋? เจ้าค่ะ! เจ้าค่ะ!” สาวใช้ที่ตกใจจนโง่งมรีบเดินเข้ามาประคองร่างกายอันสั่นระริก
แม่นมเดินยิ้มมาเบื้องหน้าแม่ทัพกงซุน “ท่านแม่ทัพอย่าได้โกรธเป็นอันขาด ล้วนเป็นเพราะคุณหนูซ่างกวนทำไม่ถูกต้อง เหนียงเหนียงทรงตรัสแล้วว่า กลับไปจะทำโทษนางให้ดี!”
“หึ! ข้าโกรธยังมิเป็นไร ที่สำคัญก็คือบุตรีของข้าไม่โกรธ!”
“ใช่ๆๆ!” แม่นมผู้นั้นรีบพูดคล้อยตามพลางมองไปยังอวิ๋นซู “คุณหนูท่านนี้คือคุณหนูกงซุนกระมัง ร้อยปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น เป็นคนงามที่โดดเด่นผู้หนึ่งจริงๆ !”
อวิ๋นซูของโค้งเล็กน้อย “แม่นมชมเกินไปแล้ว”
“จุ๊ๆๆ ดูท่าทางเข้าใจเหตุผลเช่นนี้ ขอให้คุณหนูกงซุนโปรดอภัย อย่าได้คิดเล็กคิดน้อยกับคุณหนูซ่างกวนเลยเจ้าค่ะ”
“ท่านพ่อรักและทะนุถนอมข้ายิ่งนัก เกรงว่าเดิมทีทุกสิ่งทุกอย่างนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดเท่านั้น ขอให้ฮองเฮาโปรดประทานอภัยด้วยเจ้าค่ะ” อวิ๋นซูรู้สึกถึงความผิดปกติ วันนี้เป็นวันพระราชสมภพของฮองเฮา ต่อให้ซ่างกวนเมิ่งมีความผิดก่อน บิดาของตนก็ไม่ควรหน้าใหญ่เพียงนี้ หรือพระทัยของฮองเฮาจะกว้างขวางเช่นนี้จริงๆ?
หรือจะกล่าวว่า มีเรื่องที่ตนไม่รู้อยู่ด้วย
“คุณหนูกงซุนเป็นผู้มีจิตใจงดงามจริงๆ บ่าวจะต้องกราบทูลถึงความจริงใจของคุณหนูกงซุนเป็นแน่”
กล่าวจบแม่นมก็คารวะครั้งหนึ่งแล้วหมุนตัวเดินจากไป ทุกคนพากันเปิดทางให้ ราวกับรอให้พวกอวิ๋นซูเดินจากไปก่อน ผู้ใดจะทราบว่าแม่ทัพกงซุนผู้นี้จะพาลหาความยากลำบากมาให้พวกเขาหรือไม่?
สถานที่ย่ำแย่เช่นนี้ไม่อาจอยู่นานได้จริงๆ อย่างไรก็ตาม ความรักของแม่ทัพกงซุนทำให้อวิ๋นซูรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก แต่ก็รู้สึกปวดหัวเช่นกัน เดิมทีนางไม่คิดดึงดูดสายตาผู้คนเช่นนี้ ทว่าเรื่องในวันนี้ได้พานางไปอยู่ท่ามกลางคลื่นลมโดยไม่ต้องสงสัย หากตนคิดจะยืนให้มั่นคง เช่นนั้นย่อมไม่กลัวหอกเปิดเผย กลัวแต่เกาทัณฑ์ในทางลับ
คนที่มีใจคิดไม่ซื่ออย่างแท้จริงเหล่านั้นจะไม่เปิดเผยเจตนาอันเป็นศัตรูของพวกเขาออกมาต่อหน้าตนอีก กลับจะวางแผนกันลับหลังเพื่อหลบเลี่ยงแม่ทัพกงซุน
“ซูเอ๋อร์ กำลังตำหนิพ่อใช่หรือไม่?” แม่ทัพกงซุนที่อยู่ด้านข้างเห็นอวิ๋นซูจมลงสู่ความใคร่ครวญจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม เขารู้ว่าตนบุ่มบ่าม แต่เขาไม่อาจทนเห็นผู้อื่นรังแกบุตรสาวของตนได้!
“ไม่ ลูกจะตำหนิท่านพ่อได้อย่างไรเจ้าคะ”
แม่ทัพกงซุนแย้มยิ้ม “ซูเอ๋อร์วางใจเถิด พ่อย่อมรู้จักแยกแยะ! เชื่อว่าหลังจากวันนี้คงไม่มีผู้ใดกล้ารังแกเจ้าอีก!”
ทุกคนได้ยินคำพูดของแม่ทัพกงซุน ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมีรอยยิ้มอันยากจะบรรยาย ในใจของหลานอวิ๋นรู้สึกจนใจ คำพูดนี้ของแม่ทัพจะไม่น่าเชื่อถือเกินไปแล้ว เขารู้หรือไม่ว่าเรื่องในวันนี้จะนำพาความยุ่งยากเช่นไรมาให้คุณหนูกงซุน? เพียงแต่…เขาใส่ใจจนวุ่นวายไปหมด
อีกด้านหนึ่ง
ฮองเฮาให้ทุกคนแยกย้ายไปหมดแล้ว แม่นมผู้นั้นกลับมาถึงพลันกลั้นใจเดินเข้ามาด้วยความระมัดระวัง “เหนียงเหนียง”
เสียงเจือรอยยิ้มอ่อนโยนดังขึ้น “นางเป็นคนเช่นไรกัน?”