หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 18 ตอนที่ 539 ทรมานให้ยอมรับผิด
ภายในพระราชวังอันเย็นยะเยือก
สตรีสูงศักดิ์มองใต้เท้าซูที่หมอบอยู่บนพื้นด้วยความเย็นชาเต็มพระพักตร์ “ยังไม่ยอมรับมาตามจริงอีก!”
“ฮองเฮาโปรดตรวจสอบให้กระจ่าง! บุตรีของกระหม่อมไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้เด็ดขาด! จะต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!” ใต้เท้าซูกล่าวอย่างหนักแน่นจริงใจ โขกศรีษะจนผิวหนังหลุดลอก ดูแก่ชราลงสิบปีเนื่องด้วยความเคร่งเครียดและกังวล
“เข้าใจผิดหรือ?! มีสายตามากมายมองอยู่เช่นนี้ เหตุใดเมื่อซูหว่านหรงปรากฏตัว ซูเฟยก็สิ้นใจตายกะทันหัน! หากมิใช่ว่าใช้วิธีการอันใด เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ได้!” คำพูดของฮองเฮาทรงพลังยิ่ง ไม่มีการพูดจากลับกลอกแม้แต่ครึ่งส่วน
“ไม่ ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ ยามปกติซูเฟยดูแลบุตรีของกระหม่อมดียิ่งนัก เหตุใดบุตรีของกระหม่อมต้องฆ่าซูเฟยด้วย!”
“อ้อ? ดูแลอย่างดี?” ยามนี้เอง คำพูดของฮองเฮาพลันเปลี่ยนไป พระพักตร์เผยรอยสรวลมากขึ้น “ยามปกติซูเฟยมิชอบใกล้ชิดผู้อื่น ไปมีความสัมพันธ์สนิทสนมเช่นนี้กับคุณหนูซูตั้งแต่เมื่อใดกัน หือ?”
ใต้เท้าซูพลันหน้าเปลี่ยนสี เขารู้ตัวในทันทีว่าตนเองติดกับฮองเฮาเข้าแล้ว! ซูเฟยไปมาหาสู่กับพวกเขาในทางลับ เมื่อครู่เขาเพิ่งจะหลุดปากออกไปด้วยความร้อนรน “มิใช่พ่ะย่ะค่ะ ความหมายของกระหม่อมก็คือ ซูเฟยปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างอ่อนโยน บุตรีของกระหม่อมและเหนียงเหนียงไร้ซึ่งความแค้นต่อกัน…”
“พอแล้ว! กล่าวแต่วาจาไร้สาระ! ดูแล้วหากเปิ่นกงไม่มอบบทเรียนให้เจ้าเสียหน่อย เจ้าคงไม่พูดความจริง” คำพูดเพิ่งจะหลุดจากปาก พลันมีองครักษ์เข้ามาจากทุกสารทิศ กดใต้เท้าซูลงกับพื้นอย่างรุนแรง
“โบย! โบยให้หนัก!”
จากนั้น ไม้กระดานที่ทำให้ผู้คนยากจะรับไหวฟาดลงไปโดยไม่ไว้ไมตรี ใต้เท้าสู่ร่างกายสั่นสะท้าน ภายในตำหนักมีเสียงกรีดร้องโอดครวญที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวดังขึ้น
อีกด้านหนึ่ง
องค์ชายทั้งห้ารวมตัวเข้าด้วยกัน มีเพียงเฟิ่งหลิงที่นั่งอยู่ในมุมหนึ่งเพียงลำพัง
“หึ วันนี้ช่างคึกคักเสียจริง พวกเจ้าว่าจุดจบของซูหว่านหรงผู้นั้นจะเป็นเช่นไร?”
“เสด็จพี่สามควรจะกล่าวว่า จุดจบของตระกูลซูจะเป็นเช่นไรมากกว่า”
องค์ชายทั้งสี่หัวเราะ ปรายตามองไปยังเฟิ่งหลิงที่เงียบมาโดยตลอด มองอารมณ์อันใดไม่ออก “เสด็จพี่คิดอย่างไร?”
เฟิ่งหลิงเบนสายตาขึ้นเล็กน้อย มองไปยังรอยยิ้มราวกับไม่ใช่เรื่องของตนเหล่านั้น “เรื่องนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสิน”
“อ้อ? หรือเสด็จพี่คิดว่าซูหว่านหรงผู้นั้นเป็นผู้บริสุทธิ์?” ดวงตาขององค์ชายรองเปล่งประกาย ราวกับกำลังทดสอบอะไรบางอย่าง
“จะบริสุทธิ์หรือไม่ เสด็จแม่ย่อมมีพระวินิจฉัยของตน” เฟิ่งหลิงเข้าใจกระจ่าง ทุกประโยคที่ตนกล่าวอาจกลายเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ องค์ชายรองต้องการขุดกับดักให้ตนกระโดดลงไป หากคำพูดนี้แพร่ไปถึงพระกรรณฮองเฮา กระทั่งตนก็จะถูกสงสัยไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เฟิ่งหลิงเข้าใจชัดเจนว่าคนที่ฮองเฮาเพ่งเล็งในครั้งนี้คือผู้ใด
บุรุษรูปงามเป็นเอกไม่กล่าวคำใดอีก องค์ชายห้าที่เงียบมาโดยตลอดสังเกตสีหน้าเฟิ่งหลิง สุดท้ายมุมปากยกโค้งเป็นรอยยิ้ม “ได้ยินว่าซูหว่านหรงถูกจับขังคุกแล้ว และกำลังรอรับการทรมาน ส่วนใต้เท้าซูอยู่กับเสด็จแม่ ข้าพนันว่า…เขาจะต้องยอมรับความจริงแน่นอน!”
สายตาไม่ละไปจากเฟิ่งหลิง ในดวงตาองค์ชายห้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง เนื่องจากเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ของตนแล้วองค์ชายใหญ่ถึงกับไม่มีปฏิกิริยาอันใด หรือตนเองคาดเดาผิด?
ภายในท้องพระโรง บรรยากาศแปลกประหลาดหาใดเปรียบ
ใต้เท้าซูที่อยู่บนพื้นเหลือเพียงลมหายใจรวยระริน แผ่นหลังของเขาอยู่ในสภาพเละเทะ
ฮองเฮาจิบชาอย่างสบายอารมณ์ มองใต้เท้าซูที่ปิดปากแน่นไม่ยอมเอ่ยคำใด แย้มสรวลบางๆ โบกพระหัตถ์ครั้งหนึ่ง องครักษ์ทั้งสองจึงหยุดมือลง
“ใต้เท้าซู ตอนนี้บุตรีของท่านยังอยู่ในคุก ไม่ทราบว่านางจะทนรับการทรมานได้เช่นใต้เท้าหรือไม่?”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา สายตาอ่อนแรงของใต้เท้าซูพลันมีความกังวลไหลผ่าน
“คุณหนูดีงามล้ำเลิศเช่นนั้น เฮ้อ ช่างน่าเสียดายจริงๆ เปิ่นกงคิดว่าคุณหนูซูคงไม่มีความกล้าที่จะสังหารซูเฟย มิแน่ว่านี่อาจจะมีผู้อื่นบงการ ใต้เท้าซู ท่านว่าใช่หรือไม่?”
บุรุษที่อยู่บนพื้นหายใจรวยระริน “กระหม่อม…มิทราบ…”
ดวงเนตรของฮองเฮาเย็นยะเยือก “ได้ยินว่าราชครูหลี่เป็นอาจารย์ผู้มีพระคุณของใต้เท้าซูหรือ? แม้เขาจะกลับมาแล้ว แต่เปิ่นกงยังคงคิดถึงอักษรอันยอดเยี่ยมที่เขาเป็นผู้เขียน”
อาจารย์ผู้มีพระคุณ?! หรือฮองเฮาคิดร้ายต่ออาจารย์?
“ใช่แล้ว ยังมีใต้เท้าสวี่ ได้ยินว่าหลายปีก่อนจะเข้าสู่ราชสำนัก พวกเจ้าเรียกขานกันเป็นพี่น้องหรือ? หาได้ยากจริงๆ หากเขารู้ว่าใต้เท้าซูกระทำความผิดเช่นนี้ เชื่อว่าจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ใต้เท้าซูหลุดจากความผิดกระมัง?”
มือของใต้เท้าซูสั่นระริก เขาทนปวดใจให้ลูกสาวสุดที่รักของตนถูกทรมานได้ เขาเป็นบิดาที่ย่ำแย่นัก เพียงแต่เขาจะให้เกี่ยวพันไปถึงท่านอาจารย์และพี่หลี่ได้อย่างไร? นี่…เดิมทีนี่ก็เป็นเรื่องของเขาเอง
บุรุษบนพื้นอ้าปากเล็กน้อย ฮองเฮาส่งสายตาครั้งหนึ่ง แม่นมจึงเดินเข้ามาใกล้ “ใต้เท้าต้องการกล่าวคำใดใช่หรือไม่? พูดให้บ่าวฟังเถิด บ่าวจะช่วยใต้เท้ากราบทูลต่อฮองเฮาเอง”
แม่นมหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ด้านบนมีอักษรเขียนอยู่ก่อนแล้ว “หากใต้เท้าไม่มีแรงกล่าวก็ไม่เป็นไร ขอเพียงประทับตราด้านบนก็นับว่าใต้เท้าซูล้างความผิดวันนี้ได้แล้ว! ฮองเฮาทรงมีพระทัยกว้างขวาง ย่อมไม่ทำให้คุณหนูซูลำบากเป็นแน่”
สายตาอันพร่าเลือนของใต้เท้าซูรวบรวมอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ด้านบนเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้เป็นการกระทำขององค์ชายใหญ่ สิ่งที่ทำให้เขาสั่นสะท้านยิ่งกว่าก็คือ ด้านบนเขียนว่าระหว่างองค์ชายใหญ่และซูเฟยมีความสัมพันธ์ลับต่อกัน จนใจที่ซูเฟยพัวพันไม่เลิกลา องค์ชายใหญ่จึงมีใจคิดสังหาร ชี้นำให้ซูหว่านหรงวางยาพิษซูเฟย! ยิ่งไปกว่านั้นองค์ชายใหญ่และขุนนางจำนวนไม่น้อยในราชสำนักยังมีการไปมาหาสู่กัน สมรู้ร่วมคิดกันวางแผนกระทำชั่ว!
นี่…นี่ต้องการให้องค์ชายใหญ่ตาย!
“ใต้เท้าซู เพียประทับรอยนิ้วมือตรงนี้ เมื่อองค์จักรพรรดิเสด็จมาก็กล่าวความจริงเล็กน้อย เช่นนั้นคุณหนูซูย่อมไม่ต้องถูกทรมานให้ลำบากแล้ว!”
แม่นมค่อยๆ โน้มน้าว ใบหน้าเปล่งประกายใจดีราวกับกำลังมอบบุญคุณอันใหญ่หลวงให้แก่ใต้เท้าซูก็มิปาน
บุรุษบนพื้นหลับตาลง “รับ กระหม่อมยอมรับแล้ว!”
“ในที่สุดใต้เท้าก็คิดตกแล้ว! เช่นนั้นก็ลงนามบนกระดาษนี้เถิด ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก ลำบากใต้เท้าแล้ว เหนียงเหนียงต้องให้หมอหลวงมารักษาใต้เท้าแน่!”
ใต้เท้าซูสูดหายใจลึก “ไม่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับองค์ชายใหญ่ ล้วนเป็น ล้วนเป็นเรื่องที่กระหม่อมทำ…ทุกสิ่งทุกอย่างนี้…ล้วนเป็นกระหม่อมทำเอง…เป็นกระหม่อมที่วางยาพิษในเหล้าของซูเฟย…”
อะไรนะ?! รอยสรวลบนพระพักตร์ของฮองเฮาพลันนิ่งค้าง “ใต้เท้าซู ท่านรู้หรือไม่ว่าตนกำลังกล่าวอันใดอยู่? ท่านไม่สนใจชีวิตของบุตรีตนเองเลยหรือไร?”
หางตาของเขามีน้ำตาไหลออกมาสองสาย เขาผิดต่อบุตรีของตนแล้ว ผิดต่อตระกูลซูนับร้อยชีวิต! แต่เขารู้ดีว่าตนเองไม่สามารถทำเรื่องที่จะทำร้ายองค์ชายใหญ่ออกมาได้ หากฮองเฮาต้องการหาแพะรับบาป ก็ให้ตนยอมรับไปเถิด!
องค์จักรพรรดิย่อมไม่ฟังความจากฮองเฮาฝ่ายเดียว ดังนั้นนางจึงต้องการให้ตนยอมรับต่อพระพักตร์ฝ่าบาทว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้เป็นการบงการขององค์ชายใหญ่
ขอเพียงตนเองตาย ทุกสิ่งทุกอย่างนี้จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับองค์ชายใหญ่อีก!
“เป็นความผิดของกระหม่อม! เป็นกระหม่อม…ที่เป็นผู้บงการ…”
เสียงเพล้งดังขึ้น ฮองเฮาปาจอกชาในมือจนแตก มองใต้เท้าซูบนพื้นที่ยอมตายแต่ไม่ยอมรับ พระพักตร์เผยรอยสรวลเย็นชาอันไร้ขีดจำกัดออกมา “ดี ดียิ่ง! เด็กๆ ส่งซูหว่านหรงไปค่ายทหาร ให้นางปรนนิบัติทหารแคว้นเหลียนไปชั่วชีวิต!”
อะไรนะ? ฮองเฮาถึงกับ…ถึงกับส่งบุตรีของตนไปค่ายทหารเชียวหรือ…
“หึ! ใต้เท้าซู เป็นท่านรนหาที่เอง!” แม่นมกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้อย่างดุดัน ลุกขึ้นยืนเหยียบลงไปบนหลังมือของใต้เท้าซูอย่างแรง ภายใต้ความเจ็บปวด นิ้วทั้งห้าหักงอโดยพลัน สีหน้าใต้เท้าซูซีดขาวราวกระดาษ ไม่มีแรงแม้แต่จะกรีดร้อง
“ลากเขาออกไป! โบยให้ตาย!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
องครักษ์รีบลากใต้เท้าซูออกไป บนพื้นหลงเหลือเพียงรอยเลือดเสือดแทงนัยน์ตาอันน่าหวาดกลัว
พระพักตร์ของฮองเฮาย่ำแย่ยิ่งนัก นางคิดไม่ถึงว่าซูชิงเฉิงผู้นี้จะใจแข็งเช่นนี้ องค์ชายใหญ่ทำเช่นไร คนผู้นี้จึงแน่วแน่มั่นคงต่อเขาถึงเพียงนี้ กระทั่งบุตรีของตนก็ไม่สนใจ!
“เหนียงเหนียงโปรดระงับโทสะ บ่าวคิดว่าซูหว่านหรงผู้นั้นยังไม่อาจตายได้” แม่นมรู้ว่าฮองเฮากำลังกริ้ว ทว่าเรื่องนี้ไม่มีทางให้หันกลับแล้ว
“เปิ่นกงย่อมไม่ยอมให้นางตาย ซูชิงเฉิงหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่บุตรีของเขายังไม่แน่!”
ฮองเฮาเบนสายตาขึ้นมองแม่นม อีกฝ่ายเข้าใจโดยพลัน เผยรอยยิ้มเคารพนอบน้อมออกมา จากนั้นจึงถอยออกไปอย่างรู้ความ
บริเวณลานกว้าง
องครักษ์ผู้หนึ่งเดินมาข้างกายหลานอวิ๋นเงียบๆ ก้มลงกล่าวอะไรบางอย่าง
อวิ๋นซูสังเกตุเห็นว่าสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง กำมือแน่นจนข้อต่อกลายเป็นสีขาว
“แม่ทัพหลาน เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
แม่ทัพหลานอดกลั้นเพลิงแห่งโทสะที่อัดแน่นอยู่เต็มปอด เนิ่นนานผ่านไปจึงเอ่ยปากอย่างคับแค้นใจ “ใต้เท้าซู…ตายแล้ว”
“ตายแล้ว?”
“…ฮองเฮาต้องการโบยให้เขายอมรับผิด แต่เขายอมตายไม่ยอมรับ…” หลานอวิ๋นยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ ใต้เท้าซูเป็นแขนขาที่ซื่อสัตย์จริงใจของฝ่าบาท ระยะนี้เขาแบกรับภาระหนักหนา คิดทุกวิถีทางเพื่อประจบเอาใจฮองเฮาจนได้รับข่าวจากกลุ่มอำนาจของฮองเฮามาไม่น้อย คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะมีจุดจบน่าอนาจเพียงนี้
อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดัน นางมองไปยังทิศทางหนึ่งโดยไม่รู้ตัว หากเฟิ่งหลิงรู้ข่าวนี้ เขาจะทำเช่นไร?
“แม่ทัพหลาน ข้าต้องการพบคุณหนูซู”
หลานอวิ๋นพลันสายตาเปลี่ยนไป “คุณหนูกงซุน เรื่องนี้…”
“บางทีข้าอาจช่วยอะไรได้” นางไม่อยากให้เฟิ่งหลิงมาปกป้องไปตลอด ใต้เท้าซูตายเพื่อเฟิ่งหลิง หากไม่ทำสิ่งใดให้เขา ตนต้องรู้สึกไม่สงบใจเป็นแน่ “ฮองเฮามิอาจลงมือกับใต้เท้าซูได้แล้ว ย่อมต้องเบนเข็มมายังคุณหนูซูแน่นอน! จำเป็นต้องเร็วกว่าฮองเฮาก้าวหนึ่ง ให้ข้ารวบรวมข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น”
ใช่แล้ว! เหตุใดเขาจึงคิดไม่ถึง! ฮองเฮาไม่เลือกวิธีการเช่นนี้จะต้องทรมานคุณหนูซูเป็นเท่าตัวเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของตนเป็นแน่! จะต้องช่วยชีวิตคุณหนูซูให้ได้ มิเช่นนั้นพวกเขาคงรู้สึกผิดต่อความจริงใจของใต้เท้าซู!
นอกคุกหลวง
“ผู้มาเยือนเป็นใคร?!”
เบื้องหน้ามีสตรีในอาภรณ์สีชมพูผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น “บ่าวได้รับคำสั่งจากฮองเฮาให้มาเยี่ยมคุณหนูซู” นางหยิบป้ายคำสั่งออกมาจากเอว หลังจากองครักษ์มั่นใจแล้วจึงเก็บกระบี่บริเวณเอวกลับไป
บันไดหินคดเคี้ยวและคับแคบ บรรยากาศฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นเหม็นที่ทำให้ผู้คนยากจะรับไหว อวิ๋นซูไม่ต้องคิดก็ทราบว่าคุกแห่งนี้มีบรรยากาศน่าหวาดกลัวเช่นไรแผ่ออกมา สำหรับคุณหนูผู้หนึ่งแล้ว ย่อมเป็นการทรมานจิตใจอีกทางหนึ่งโดยไม่ต้องสงสัย
จริงดังคาด ด้านล่างมีเสียงเหล็กกระทบกันฟังดูน่าหวาดกลัวดังขึ้น “ผู้ใด?”