หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 19 ตอนที่ 541 อาการแพ้ถึงตาย
แม่นมเห็นความลังเลในดวงตาซูหว่านหรง มุมปากพลันยกโค้ง “คุณหนูซูลำบากเพียงใดกัน? หรือต้องการเสียสละเพื่อองค์ชายใหญ่จริงๆ ? ความจริงเหนียงเหนียงทรงทราบแล้วว่าพวกท่านมีความสัมพันธ์อันดีกับองค์ชายใหญ่เป็นการส่วนตัว คุณหนูซูลองคิดให้ดีเถิด หากมิใช่เพราะองค์ชายใหญ่ พวกท่านต้องมาพบกับการปฏิบัติเช่นนี้หรือ?”
ร่างกายของซูหว่านหรงสั่นเทาไม่หยุด คิดไม่ถึงว่าฮองเฮาจะมีหูตากว้างขวางเช่นนี้ ท่านพ่อติดต่อกับองค์ชายใหญ่เป็นการส่วนตัว ทว่าในราชสำนักยามปกติไม่มีการสนทนาใดๆ ต่อกัน เดิมทีคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นความลับอย่างยิ่ง ผลกลับกลายเป็นว่าถูกฮองเฮาร่วงล่วงรู้
หรือว่า…เป็นเพราะเช่นนี้ ฮองเฮาจึงเพ่งเล็งมาที่นาง?
“คุณหนูซูคิดให้ดี ตอนนี้ท่านรับความลำบากอยู่ที่นี่ องค์ชายใหญ่เคยคิดจะช่วยพวกท่านหรือ? ใต้เท้าซูเสียสละเพื่อองค์ชายใหญ่ไปแล้ว ในสายตาของข้า ไม่คู่ควรเลยจริงๆ ”
เสียสละ?! “จะ เจ้าพูดอะไร?”
ซูหว่านหรงเงยหน้าขึ้นด้วยความสั่นสะท้าน ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนได้ยิน
“ทำไม คุณหนูซูยังไม่ทราบหรือ? ใต้เท้าซูถูกโบยจนตายต่อหน้าองค์ชายใหญ่ไปแล้ว! แต่องค์ชายใหญ่ยังคงไม่มีการเคลื่อนไหว ฮ่าๆๆ ใต้เท้าซูตายอย่างอนาถยิ่งนัก”
“ท่านพ่อของข้า ท่านพ่อของข้าตายแล้ว?!” ในสมองปรากฏคำพูดของสตรีเมื่อครู่นี้ขึ้น นางกล่าวอย่างชัดเจนว่าบิดาของตนปลอดภัยไร้อันตราย พวกเขาหลอกตนหรือ?!
แม่นมมองท่าทีของซูหว่านหรงในยามนี้อย่างพึงพอใจ “ใช่แล้ว กระทั่งคำพูดขอร้องแม้เพียงประโยคเดียว องค์ชายใหญ่ยังมิยอมเอ่ย”
ไม่เป็นไปไม่ได้…องค์ชายใหญ่เห็นคนจะตายย่อมไม่นิ่งดูดายเป็นแน่!
น้ำตาไหลลงมาอย่างหยุดไม่อยู่ “ท่านพ่อ…ท่านพ่อ…” เพราะเหตุใด เพราะเหตุใดจึงหลอกนาง?! หรือเป็นดังที่แม่นมกล่าวจริงๆ ฝ่าบาทไม่สนใจความเป็นความตายของท่านพ่อ?
“คุณหนูซู อย่าร้องไปเลย ทำเช่นนี้จะทำให้ใต้เท้าซูฟื้นจากความตายหรือ? คิดดูเถิด ใต้เท้าซูตายอย่างไร้ค่าเพียงนั้น หากคุณหนูซูมีใจกตัญญู ควรจะแก้แค้นให้ใต้เท้าซู!”
แก้แค้น?! สีหน้าของซูหว่านหรงพลันเปลี่ยนไป
“ขอเพียงคุณหนูซูลงนามรับผิดในหนังสือรับผิดนี้ และกราบทูลกับองค์จักรพรรดิด้วยปากของท่านว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้เป็นการบงการขององค์ชายใหญ่ เช่นนั้นฮองเฮาจะรับประกันว่า คุณหนูซูจะมีอนาคตอันเปล่งประกาย จะยอมตายอยู่ที่นี่หรือจะแก้แค้นให้ใต้เท้าซูแล้วใช้ชีวิตอีกครึ่งที่เหลือด้วยดี คุณหนูซูใคร่ครวญดูเถิด”
รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่นมลึกล้ำ มองสายตาที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปของซูหว่านหรง ในใจยิ่งรู้สึกลำพองใจ
ความเจ็บปวดบนมือมิอาจสู้ความเจ็บปวดในใจ ซูหว่านหรงค่อยๆ หลับตาทั้งสองของตนลง จมลงสู่ความสับสนอันไร้ก้นบึ้ง เหตุใดฝ่าบาทจึงปฏิบัติต่อบิดาของตนเช่นนี้? เช่นนั้น นางต้องช่วยฮองเฮาชี้ตัวฝ่าบาทหรือ? แต่ว่า…แต่ว่านางรักเขาอย่างลึกซึ้ง…
เคร้งๆๆ
เสียงเสียดแทงหูดังขึ้น บริเวณจมูกได้กลิ่นเผาใหม้อันเข้มข้น
แม่นมคิดว่า ถึงเวลาที่จะมอบยาแรงให้นางแล้ว!
“คุณหนูซู รู้หรือไม่ว่านี่คืออะไร?” นางข้าหลวงผู้หนึ่งหยิบแท่งเหล็กที่ถูกเผาไหม้ออกมาจากถ่านร้อน เหล็กร้อนจนกลายเป็นสีแดง มีควันลอยขึ้นมา
สายตาของซูหว่านหรงพลันเปลี่ยนไป แม่นมแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ “คุณหนูซูงดงามเพียงนี้ เชื่อว่าคงไม่เต็มใจให้ใบหน้าของตนถูกเหล็กร้อนแนบจนมีบาดแผลน่าเกลียดกระมัง? ฮ่ะๆๆ ดูเหล็กนี้เถิด ขอเพียงข้าแนบลงไปบนดวงหน้าของคุณหนูซูเบาๆ ก็เสียโฉมไปครึ่งหน้าแล้ว!”
“ยะ อย่า!”
“เอาล่ะ ไม่พูดมากแล้ว คุณหนูซูลงนามเถิด ข้ายังต้องรีบกลับไปกราบทูลอีก!”
ซูหว่านหรงมองหนังสือรับผิดที่ถูกส่งมาเบื้องหน้าตน ในสมองขาวโพลน นางไม่อยากตาย นางไม่อยากตาย…
นางข้าหลวงปล่อยมือทั้งสองของซูหว่านหรง สตรีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา เจ็บ! เจ็บยิ่งนัก!
“วางใจเถิด! ขอเพียงคุณหนูซูยอมร่วมมือด้วยดี ฮองเฮาต้องเชิญหมอหลวงที่ดีที่สุดมารักษาคุณหนูซูแน่นอน คุณหนูซูจะยังมีมืองดงามสมบูรณ์แบบดุจหยก ไร้ซึ่งความเสียหาย”
ฝ่าบาท…ขออภัย อภัยให้นางด้วยเถิด นาง นางไม่อยากตายจริงๆ !
ในที่สุดซูหว่านหรงก็เคลื่อนไหว นิ้วมือที่เต็มไปด้วยเลือดกำลังจะสัมผัสหนังสือรับผิดฉบับนั้น คิดไม่ถึงว่าเหนือศีรษะจะมีเสียงตะโกนอันเย็นชาดังขึ้นมา “หยุดมือ!”
อะไรกัน?! แม่นมหันไปด้วยความแปลกใจ พบว่าหลานอวิ๋นพาองครักษ์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน เมื่อเขาเห็นซูหว่านหรงที่ถูกทรมานจนดูราวกับมิใช่มนุษย์ ในใจพลันเกิดความรู้สึกผิด “คุณหนูซู!”
“โอหัง! พวกเจ้าถึงกับกล้าบุกคุกหลวงเชียวหรือ!”
ไหนเลยหลานอวิ๋นจะสนใจมากมายเพียงนั้น เขาถีบนางข้าหลวงเหล่านั้นออก ประคองซูหว่านหรงขึ้น มองไปยังแม่นมที่ทำอะไรไม่ถูกด้วยสายตาเย็นชา “ข้าได้รับราชโองการจากองค์จักรพรรดิให้พาตัวคุณหนูซูไป เจ้าสงสัยหรือ?!”
องค์จักรพรรดิ?!
ในยามนี้สตรีสูงศักดิ์กำลังนั่งจิบชาอยู่ในศาลาอย่างสบายอารมณ์ รอแม่นมกลับมารายงานข่าวดีอย่างสงบ
ไหนเลยจะรู้ว่า เงาร่างกระวนกระวายกลับปรากฏขึ้นในคลองจักษุของตนด้วยอาการร้อนรน “ฮองเฮาเพคะ!”
ดวงเนตรของฮองเฮาเปลี่ยนไป เข้าใจได้โดยพลันว่าเกิดอะไรขึ้น
แม่นมคุกเข่าลงจนส่งเสียงดัง “เหนียงเหนียง องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งให้คนมาช่วยซูหว่านหรงออกไปแล้วเพคะ!”
องค์จักรพรรดิ?! ฮองเฮาคิ้วขมวดพระขนง นี่มันเกิดอะไรขึ้น แต่ไหนแต่ไรฝ่าบาทไม่เคยสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องในวังหลัง หรือพวกเขาสังเกตุเห็นแผนการของตนแล้ว?
แต่อาศัยอะไรกันเล่า? คนเป็นนางจับมา หากจะปล่อยย่อมต้องมีคำสั่งจากนางถึงจะถูก!
“เตรียมเกี้ยว!”
ภายในท้องพระโรงสีทองอร่าม ทุกคนมองไปยังสตรีที่ถูกประคองเข้ามา อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
อวิ๋นซูมองไปนิ้วมือทั้งสิบที่มีแผลลึกจนเห็นกระดูกของซูหว่านหรง ในใจเกิดความรู้สึกผิดวาดผ่าน หากตนเคลื่อนไหวให้เร็วเสียหน่อย คุณหนูซูคงไม่ต้องรับความทรมาณเช่นนี้กระมัง?
หลังม่านมุกมีเสียงสงบนิ่งดังขึ้น “เจ้าคือซูหว่านหรงหรือ?”
สตรีอ่อนแรงเงยหน้าขึ้นด้วยอาการสั่นระริก “หม่อมฉัน ถวายพระพรฝ่าบาท…” เพียงแต่นางไม่มีแรงจะขยับแล้ว ปล่อยให้นางข้าหลวงประคองอยู่เช่นนั้น อย่างไรก็ตาม สายตาของนางยังคงอดไม่ได้ที่จะปลายมองไปทางอวิ๋นซู เป็นคนผู้นี้! เป็นคนผู้นี้ที่หลอกตน กล่าวว่าท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่!
“อืม พาออกไป รักษาให้ดี”
ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงเล็กแหลมของขันทีดังขึ้น “ฮองเฮาเสด็จ!”
ฮองเฮา? สายตาของซูหว่านหรงพลันเปลี่ยนไป หลับตาลงด้วยความหวาดกลัว นางไม่อยากถูกพาไปยังคุกหลวงที่เปรียบดั่งขุมนรกแห่งนั้นอีกแล้ว!
สตรีสูงศักดิ์ปรากฏตัวเบื้องหน้าทุกคนด้วยความรวดเร็ว พระเนตรของฮองเฮากวาดมองไปยังคนที่อยู่ในท้องพระโรง ทำไม แม่ทัพกงซุนถึงมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย?
“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท”
“ฮองเฮามีอะไร?” พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนยังคงไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย นี่ทำให้ในใจอวิ๋นซูเกิดความรู้สึกแปลกๆ อดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าระหว่างจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนและฮองเฮามีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่
“ทูลฝ่าบาท ซูหว่านหรงมีความผิดโทษฐานทำร้ายซูเฟยจนตาย เหตุใดจึงปล่อยนางออกมาเพคะ?”
“ซูเฟยตายอย่างไร?”
“ถูกซูหว่านหรงวางยาพิษจนตาย ฝ่าบาทเพคะ เรื่องนี้หม่อมฉันให้หมอหลวงตรวจสอบจนมั่นใจแล้ว”
“เช่นนั้นหากซูเฟยไม่ได้ถูกพิษตาย ย่อมพิสูจน์ได้ว่าซูหว่านหรงไร้ความผิด เป็นเช่นนี้หรือไม่?”
คำพูดของฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไร? หรือเขารู้อะไรบางอย่าง? ไม่ เป็นไปไม่ได้ “หากซูเฟยไม่ได้ถูกพิษตาย เช่นนั้นย่อมต้องมีความจริงที่ถูกปิดซ่อนอยู่เป็นแน่เพคะ”
ตอนนี้เอง แม่ทัพกงซุนกลับก้าวออกมา น้ำเสียงเย็นชาเคร่งขรึม “ฮองเฮา ฝ่าบาททรงตรัสถามพระองค์ว่า หากซูเฟยมิได้ถูกพิษตาย ซูหว่านหรงย่อมเป็นผู้ไร้ความผิด ใช่หรือไม่?!”
“…ย่อมเป็นเช่นนี้” แม่ทัพกงซุนผู้นี้ฉลาดยิ่งนัก
บุรุษร่างกำยำแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง พลันมีคนเดินเข้ามาจากด้านนอก นำพระศพของซูเฟยที่ถูกผ้าขาวคลุมเอาไว้เข้ามาในท้องพระโรง
“ฝ่าบาท! ของโชคร้ายเช่นนี้ นำมาที่ตำหนักจินเตี้ยนให้ติดโชคร้ายไปด้วยได้อย่างไร?” ในพระทัยฮองเฮาเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี มองไปยังบุรุษหลังม่านมุกโดยพลัน
พบว่ามีเสียงเรียบเฉยดังขึ้น “คุณหนูกงซุน เจ้าอธิบายให้ฮองเฮาฟังเถิด”
พระเนตรของฮองเฮาจับจ้องไปทางอวิ๋นซูที่ยืนสงบนิ่งมาโดยตลอด นางเดินก้าวออกมาก้าวหนึ่งแล้วจึงคารวะฮองเฮา “หม่อมฉันกงซุนซู ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ การวินิจฉัยของหมอหลวงทั้งหลายไม่ผิด ซูเฟยถูกพิษจริงๆ เพียงแต่ไม่ได้ตายเพราะถูกพิษ”
กงซุนซู?! สายตาของซูหว่านหรงพลันเปลี่ยนไป นาง นางถึงกับเป็นบุตรีอันเป็นที่รักของแม่ทัพกงซุนเชียวหรือ! ตนเตรียมการแสดงอยู่หลังเวทีมาโดยตลอด เพียงได้ยินคนในวังกล่าวถึงนางเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะเป็นสตรีเบื้องหน้าผู้นี้
“คำพูดนี้ของคุณหนูกงซุนหมายความว่าอย่างไร?” มุมพระโอษฐ์ของฮองเฮายกเป็นวงโค้ง นางไม่เชื่อว่าเด็กสาวผู้นี้จะพบเบาะแสในเรื่องราวได้ ต่อให้พวกเขารู้ว่าซูเฟยมิได้ถูกพิษตาย แล้วจะพิสูจน์อะไรได้เล่า?
กระทั่งหมอหลวงยังระบุเป็นเอกฉันท์ เด็กสาวผู้นี้จะใช้เหตุผลอันใดมาทำให้ทุกคนเชื่อ?
บนใบหน้าของอวิ๋นซูไม่ปรากฏความหวาดกลัวแม้เพียงนิด นางคารวะอีกครั้งหนึ่ง “หม่อมฉันเสียมารยาทแล้ว”
ด้านหลังมีขันทีน้อยผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น ถาดในมือถูกคลุมไว้ด้วยผืนผ้า ไม่ทราบว่าบรรจุสิ่งใดไว้ด้านใน
“เนื่องจากได้รับคำอนุญาตจากฝ่าบาทแล้ว หม่อมฉันจะทำการตรวจสอบพระศพของซูเฟย” คำพูดเพิ่งจะกล่าวออกมา หมอหลวงทั้งหลายที่เคยตรวจสอบซูเฟยก่อนหน้านี้พลันเดินออกมาจากอีกด้านหนึ่ง ยืนอยู่ด้านข้างอย่างสงบ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
พวกเขาได้ยินว่ามีคนตรวจสอบพบว่าซูเฟยไม่ได้ตายเพราะถูกพิษ ในใจอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ หรือจะเป็นคุณหนูกงซุนท่านนี้?
“แล้วอย่างไรต่อ?” สุรเสียงของฮองเฮาเต็มไปด้วยความเย็นชา
“นี่คือชิ้นส่วนเล็บเล็กๆ ของซูเฟย เชิญฮองเฮาทอดพระเนตร”
“ไม่จำเป็น!” ฮองเฮาผลักจานที่ยื่นเข้ามาใกล้ด้วยความรังเกียจ “คุณหนูกงซุนต้องการกล่าวอะไร?”
อวิ๋นซูแย้มยิ้มเล็กน้อย จากนั้นจึงหันไปมองหมอหลวงทั้งหลายเหล่านั้น “ไม่ทราบว่าใต้เท้าท่านใดเคยสังเกตหรือไม่ เล็บของซูเฟยเป็นสีชมพู มิปรากฏสีดำเหมือนคนถูกพิษ”
“นี่…” ทุกคนสบตากัน พวกเขาไม่ได้สังเกตจริงๆ “แต่ซูเฟยมีเลือดออกจากทวารทั้งเจ็ดจริงๆ สภาพทุกอย่างพิสูจน์ได้ว่าเหนียงเหนียงถูกพิษ…”
“เลือดออกจากทวารทั้งเจ็ดมิได้หมายความว่าจะถูกพิษ” คำพูดประโยคนี้ของอวิ๋นซูทำให้ทุกคนจมลงสู่ความสงสัยอันไร้ขีดจำกัด
พบว่านางข้าหลวงผู้หนึ่งถูกนำตัวเข้ามา “บ่าวถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรฮองเฮา”
“นี่เป็นสาวใช้ข้างกายซูเฟย นางพิสูจน์ได้ว่าซูเฟยแพ้ป๋อเหอ[1] ยิ่งไปกว่านั้นยังแพ้ถึงขั้นรุนแรงอีกด้วย”
“เจ้าค่ะ แต่ไหนแต่ไรเหนียงเหนียงไม่เคยใช้สิ่งของที่ผลิตจากป๋อเหอมาก่อน ก่อนหน้านี้สูดกลิ่นป๋อเหอเข้าไปโดยไม่ทันระวัง จึงมีเลือดไหลออกมาจากดวงตาทั้งสอง”
ป๋อเหอ? นี่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เช่นไร?
อย่างไรก็ตาม ในดวงเนตรของฮองเฮากลับมีประกายมืดครึ้มพาดผ่าน นังเด็กคนนี้…
—————-
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ป๋อเหอ หมายถึง สะระแหน่