หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 19 ตอนที่ 543 มอบอนุ
นอกรถม้า สายตาเฟิ่งหลิงแฝงไปด้วยคำขออภัย “ซูเอ๋อร์ ใต้เท้าซูตายเพราะข้า หากเป็นไปได้ มือของคุณหนูซู…”
“มือของนางรักษาได้ ข้าเข้าใจ” อวิ๋นซูยิ้มเรียบเฉย ไร้ซึ่งสีหน้ากล่าวโทษใดๆ
เห็นนางมีท่าทีสงบนิ่งเช่นนี้ เฟิ่งหลิงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงคำพูดของหลานอวิ๋น ความใจกว้างของนางทำให้ตนยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ “ซูเอ๋อร์โกรธอยู่หรือ?” เหตุใดนางถึงไม่ถามตนว่าคิดจะจัดการเรื่องซูหว่านหรงเช่นไร
“เหตุใดต้องโกรธ?” ตนผ่านมาสองชีวิต พบผู้คนและเรื่องราวต่างๆ มาไม่น้อย บางครั้งสายตาของตนยังสามารถหลอกผู้อื่นได้ แต่นางกลับเชื่อความรู้สึกตน ยิ่งไปกว่านั้นยังเชื่อบุรุษเบื้องหน้าผู้นี้ด้วย
สิ่งใดไม่ใช่ของนาง ต่อให้จับแน่นเพียงใด จะต้องมีสักวันหนึ่งที่จะไปจากนาง สิ่งใดเป็นของนาง ไม่ว่าจะปล่อยให้โบยบินไปไกลเพียงใด โซ่คล้อยใจจะผูกรัดมือของตนไปตลอดกาล ไม่อาจแยกจาก
เฟิ่งหลิงพลันรู้สึกว่าตนใจแคบเกินไป อย่างไรก็ตามเขายังคงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “ความจริงข้าหวังว่าเจ้าจะพูดให้มากเสียหน่อยว่าไม่ชอบหรือไม่ก็ไม่ยินยอม เช่นนี้จะทำให้ข้ารู้สึกว่าเจ้าใส่ใจ” ในใจของเขามีความคิดไร้เดียงสาเช่นนี้จริงๆ เพียงแต่เขารู้ดีว่าการได้พบอวิ๋นซูเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดในชีวิตนี้ของเขาแล้ว
อวิ๋นซูชะงักไปเล็กน้อย มองท่าทีจริงจังหาใดเปรียบเบื้องหน้านี้ ถึงกับอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“ฝ่าบาท!”
ตอนนี้เอง เสียงอ่อนแรงดังขึ้นจากด้านข้าง ขันทีเดินเข้ามาใกล้โดยหันหลังให้ซูหว่านหรง เพียงแต่สายตาของสตรีผู้นั้นกลับหยุดอยู่บนใบหน้าของเฟิ่งหลิง ราวกับจงใจทำให้อวิ๋นซูเห็น นางอยากให้อวิ๋นซูรับรู้ถึงความรู้สึกที่ตนมีต่อฝ่าบาท!
“คุณหนูซู ระยะนี้คุณหนูกงซุนจะรักษาอาการบาดเจ็บให้ท่านเต็มที่ คุณหนูซูรักษาอาการบาดเจ็บอย่างสงบอยู่ในจวนกงซุนเถิด”
ซูหว่านหรงยิ้มอย่างอ่อนแรง ยังคงไม่มองอวิ๋นซูแม้เพียงสายตา “ขอบพระทัยที่ฝ่าบาทใส่พระทัยเพคะ”
ในดวงตาของเฟิ่งหลิงมีความไม่พอใจไหลผ่าน นี่ไม่เหมือนการกระทำของคุณหนูซู ที่นางขอบคุณคงเป็นเพราะซูเอ๋อร์กระมัง
ไหนเลยอวิ๋นซูจะไม่เข้าใจถึงเจตนาละเลยบนร่างของซูหว่านหรง นางรู้ดี ก่อนหน้านี้ตนหลอกลวงอีกฝ่าย แต่ในยามนั้นหากให้คุณหนูซูรู้ว่าใต้เท้าซูตายไปแล้ว เกรงว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อซูหว่านหรงจนสูญเสียความตั้งใจแน่วแน่สุดท้ายไป
“ที่นี่ลมแรง พาคุณหนูซูเข้าไปในรถม้าเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
“ฝ่าบาท!” ซูหว่านหรงส่งเสียงเรียกเฟิ่งหลิงโดยพลัน ใบหน้าของนางปรากฏสีหน้าเขินอายที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเห็นอกเห็นใจ “ฝ่าบาทจะ…จะมาเยี่ยมหว่านหรงหรือไม่เพคะ?”
นางจงใจมองไปที่อวิ๋นซู ในดวงตาเจือไปด้วยประกายแห่งความยั่วยุชั่วครู่ นางไม่มีวันลืมเรื่องที่อวิ๋นซูหลอกลวงนาง ในใจของนาง อวิ๋นซูเป็นสตรีมากเล่ห์ผู้หนึ่ง สตรีเช่นนี้จะเหมาะสมกับฝ่าบาทได้อย่างไร?
“พาคุณหนูซูเข้าไป”
ขันทีสังเกตุเห็นบรรยากาศเช่นนี้ได้อย่างชัดเจน รีบพาสตรีที่มีความผิดหวังอยู่เต็มหน้าเข้าไปในรถม้าอย่างระมัดระวัง
“รอให้บาดแผลของนางหายดีเสียก่อน ข้าจะจัดเตรียมคน พานางออกไปจากเมืองหลวง”
เฟิ่งหลิงราวกับต้องการรับประกันกับอวิ๋นซูว่าจะไม่ใจอ่อนเพราะซูหว่านหรงโดยเด็ดขาด เรื่องนี้เป็นเพราะตน มิฉะนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้ผู้อื่นกำเริบเสิบสานต่อหน้าอวิ๋นซู
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย ตอนนี้เอง บุรุษที่อยู่ไม่ไกลค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ ดวงตาแฝงไปด้วยประกายแปลกประหลาดครู่หนึ่งแล้วเลือนหายไป
“คุณหนูกงซุน?”
หนานฟางเฟยเดินมาเบื้องหน้าอวิ๋นซูโดยมีผู้คนติดตามเป็นกลุ่ม เขามองเฟิ่งหลิงด้วยความสงสัย เหตุใดคุณหนูกงซุนจึงอยู่กับองค์ชายใหญ่ที่นี่เพียงลำพัง? “กระหม่อมหนานฟางเฟย ถวายพระพรฝ่าบาท”
คุณชายตระกูลหนาน?! เฟิ่งหลิงแย้มยิ้มเล็กน้อย “คุณชายหนานมากมารยาทแล้ว”
บุรุษโดดเด่นเหนือผู้คนทั้งสองสบตากันโดยไร้ซึ่งคำพูด มีบรรยากาศแปลกประหลาดไหลวนระหว่างกัน ทั้งสองมองอวิ๋นซูอย่างรู้กัน ราวกับต้องการขัดขวางอีกฝ่ายแต่ไม่รู้ควรจะกล่าวอันใด ความรู้สึกแปลกๆ ยิ่งทวีความลึกล้ำ
“คุณชายหนาน ฮองเฮาเชิญเข้าเฝ้าขอรับ”
ข้ารับใช้ตระกูลหนานเดินเข้ามาจากด้านหนึ่ง ฮองเฮาหรือ? เฟิ่งหลิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว คุณชายหนานตอบรับเบาๆ “คุณหนูกงซุน วันหน้าฟางเฟยจะไปเยี่ยมถึงจวน! ฝ่าบาท กระหม่อมขอตัวก่อน”
สายตาลึกล้ำแฝงความหมายของเขาหยุดอยู่บนใบหน้าอวิ๋นซู ในใจเจือไปด้วยความลังเลหลายส่วน จากนั้นจึงหมุนตัวเดินจากไปพร้อมข้ารับใช้ผู้นั้น
ฮองเฮาคิดจะทำอะไรกับตระกูลหนาน? เฟิ่งหลิงพยายามคิดให้ลึกซึ้ง อย่างไรก็ไม่ควรประมาทอำนาจทรัพย์สินของตระกูลหนาน เกรงว่าต้องมีแผนการอันใดเองแฝงอยู่เป็นแน่
ภายในตำหนักอันหรูหรางดงาม
ภาพเมื่อครู่วนเวียนอยู่ในสมองของหนานฟางเฟยเนิ่นนาน เหตุใดคุณหนูกงซุนจึงรู้จักองค์ชายใหญ่? หนานฟางเฟยรู้เรื่องเกี่ยวกับองค์ชายใหญ่พระองค์นี้ไม่มากนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องใส่ใจก็คือ ฮองเฮาทรงประกาศต่อสาธารณะว่าองค์ชายใหญ่ตายไปตั้งแต่เด็กแล้ว ทว่าก่อนหน้านี้ไม่นานกลับประกาศข่าวองค์ชายใหญ่กลับมาจากการเดินทางไกล
กระทั่งท่านพ่อยังกล่าวว่าท้องฟ้าแคว้นเหลียนใกล้จะผลัดเปลี่ยนแล้ว ตอนนั้นหนานฟางเฟยไม่ได้ใส่ใจ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อตระกูลหนานของพวกเขา
เพียงแต่วันนี้เมื่อดูแล้ว หากคุณหนูกงซุนมีความเกี่ยวพันกับองค์ชายใหญ่ เขากังวลว่าจะเกิดเรื่องที่ทำให้ผู้อื่นไม่อยากคาดคิด
“คุณชายหนาน เชิญด้านใน”
นอกตำหนักฮองเฮา นางข้าหลวงในอาภรณ์สีชมพูรออยู่บริเวณนั้น หนานฟางเฟยพยักหน้าเล็กน้อย ยกชายอาภรณ์เดินตามเข้าไป
ภายในศาลา สตรีสูงศักดิ์มีท่าทางสบายอารมณ์ ที่นั่งถูกจัดเตรียมไว้แล้ว ด้านบนมีขนมอันปราณีตและผลไม้สดใหม่วางเรียงราย ท่าทางมากความสุขราวกับวันนี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“หนานฟางเฟยถวายพระพรฮองเฮา” บุรุษรูปงามคารวะ พระพักตร์ฮองเฮาเผยรอยสรวลรับแขก
“เหตุใดคุณชายหนานต้องมากมารยาทด้วย? เชิญนั่งเถิด”
ในใจหนานฟางเฟยเกิดความระแวง จะอย่างไรเขาก็ไม่อาจคาดเดาจุดประสงค์ที่ฮองเฮาเชิญตนมาในวันนี้ได้
ข้ารับใช้สองคนประคองกล่องไหมในมือเข้ามา “วันนี้เป็นวันพระราชสมภพของเหนียงเหนียง ท่านพ่อสั่งให้ฟางเฟยนำของขวัญมาถวายโดยเฉพาะ หวังว่าฮองเฮาจะโปรดปราน”
“นายท่านหนานเกรงใจจริงๆ! วันนี้น่ายินดีนัก หากไม่เกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย เปิ่นกงคงเชิญคุณชายหนานแล้ว”
ฮองเฮาส่งสายตาครั้งหนึ่ง แม่นมที่อยู่ด้านหลังรีบเดินเข้ามารับกล่องไหมไปอย่างระมัดระวัง ต้องทราบว่าของขวัญที่ตระกูลหนานมอบให้ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าควรเมือง
“ได้ยินว่าคุณชายหนานยังไม่ได้แต่งงานหรือ? บุคคลมีความสามารถเช่นนี้ เปิ่นกงรู้สึกเสียดายแทนสตรีใต้หล้าจริงๆ เปิ่นกงมีหลานสาวผู้หนึ่ง ชื่นชมคุณชายหนานมาหลายปี นางขอร้องเปิ่นกงหลายวันจนรู้สึกจนใจ วันนี้จึงพานางมาพบ ขอคุณชายหนานโปรดอภัย”
เมื่อกล่าวจบก็ได้ยินเสียงไพเราะเฉลียวฉลาดดังขึ้น “ท่านอาหญิง!”
เงาร่างในอาภรณ์สีแดงชาดปรากฎตัวออกมาจากมุมหนึ่ง ใบหน้างดงามมากอารมณ์ราวบุปผางาม ดวงตาราวหยาดน้ำหยุดอยู่บนใบหน้าหนานฟางเฟย สบสายตาเขาพอดี พลันนั้นใบหน้าแดงระเรื่อ เดินมาข้างกายฮองเฮาด้วยความเขินอาย เข้ามาคลอเคลียอย่างใกล้ชิดสนิทสนม
“เหลียนเฉียว เหตุใดจึงเสียมารยาทเช่นนี้ ยังไม่รีบคารวะคุณชายหนานอีก”
“ท่านอาหญิง…” แม่นางเหลียนเฉียวก้มหน้าเล็กน้อย แอบเหลือบตามองหนานฟางเฟยเป็นบางครั้ง ท่าทีสนใจโดยไม่ปิดบังเช่นนี้ทำให้เขาเพียงยิ้มบางๆ จากนั้นจึงก้มหน้าไม่มองนางอีก
“เด็กคนนี้นี่! ถูกเลี้ยงตามใจจนเสียนิสัยหมดแล้ว! เหตุใดก่อนหน้านี้จึงกล่าวกับเปิ่นกงว่าเจ้ารอวันนี้มานานเล่า?” ฮองเฮาทรงสรวล ในพระสุรเสียงเต็มไปด้วยความรักใคร่
“เหลียนเฉียวเพียงแค่…ได้พบคุณชายหนานจนอดตื่นเต้นไม่ได้เพคะ”
สตรีผู้นี้น่ารักสดใส กระพริบตาอย่างซุกซน จากนั้นจึงหยิบน้ำชาบนโต๊ะเข้ามาใกล้หนานฟางเฟย
“คุณชายหนาน เหลียนเฉียวไม่ดื่มสุรา ขอใช้น้ำชาแทนสุราคารวะคุณชายหนึ่งจอกเจ้าค่ะ” บนร่างของนางส่งกลิ่มหอมของดอกโม่ลี่[1] ดวงตางดงามทรงเสน่ห์ เกรงว่าหากบุรุษใดได้พบคงอดใจอ่อนมิได้
อย่างไรก็ตาม หนานฟางเฟยทำเพียงหยิบแก้วกระจกขึ้นมาจากบนโต๊ะ ตอบกลับอย่างมีมารยาท “ผู้น้อยก็ไม่นิยมดื่มสุราเช่นกัน ขอบคุณแม่นางเหลียนเฉียว”
น้ำเสียงไม่ได้มีอารมณ์มากมายนัก ใบหน้าของเหลียนเฉียวเผยความน้อยเนื้อต่ำใจออกมาโดยพลัน “คุณชายไม่ชอบเหลียนเฉียวหรือเจ้าคะ?”
การแสดงออกอย่างใจกล้าเช่นนี้ ช่างอยู่เหนือการคาดเดาจริงๆ
สายตาของหนานฟางเฟยเปล่งประกายไม่เป็นธรรมชาติ จากนั้นจึงแย้มยิ้มบางๆ “แม่นางเหลียนเฉียวสดใสใจกว้าง เชื่อว่าคงมีบุรุษมากมายชมชอบ”
“แต่เหลียนเฉียวชอบเพียงคุณชาย!”
“น้ำใจของแม่นาง ผู้น้อยรับไว้ด้วยใจ” หนานฟางเฟยไม่ได้กล่าวคำใดอีก เงยหน้าดื่มน้ำชาลงไป ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนอยู่ในสายพระเนตรของฮองเฮา แย้มพระโอษฐ์เอ่ยว่า “เหลียนเฉียว กลับมาเถิด”
บนใบหน้าสตรีงามปรากฏความน้อยเนื้อต่ำใจ กลับไปข้างกายฮองเฮาโดยไม่เต็มใจ
“หลานสาวของเปิ่นกงผู้นี้ทำให้คุณชายหนานต้องหัวเราะแล้ว เมื่อกลับไปเปิ่นกงจะสั่งสอนนางให้ดี ว่าแต่ คุณชายหนานชอบสตรีเช่นไรหรือ? เปิ่นกงอยากทำตัวเป็นแม่สื่อ หาสตรีให้คุณชายเสียหน่อย”
สตรีเช่นไร? ความจริงหนานฟางเฟยเองก็ไม่ทราบ
“เจตนาดีของฮองเฮาฟางเฟยซาบซึ้งนัก เพียงแต่ฟางเฟยมีการหมั้นหมายอยู่กับตัวแล้ว จึงไม่คิดให้มากความอีก”
หมั้นหมาย?! ฮองเฮาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่รู้ว่าจริงๆ หนานฟางเฟยมีการหมั้นหมายอยู่แล้วหรือ? หากว่ามี เขาที่เลยวัยเหมาะสมต่อการแต่งงานมานานแล้ว เหตุใดยังตัวคนเดียวอยู่จนถึงตอนนี้เล่า?
“ไม่ทราบว่าแม่นางตระกูลใดมีวาสนาเช่นนี้?”
หนานฟางเฟยกำลังจะเอ่ยปากตอบ ทว่าในสมองกลับปรากฏภาพที่อวิ๋นซูกับเฟิ่งหลิงยืนอยู่ด้วยกัน มองไปยังสตรีสูงศักดิ์อีกครั้ง ใคร่ครวณครู่หนึ่งแล้วจึงแย้มยิ้ม แต่กลับไม่ได้ตอบ
ในพระทัยฮองเฮายิ่งทวีความสงสัย หรือว่า…เขาเพียงแค่หาเหตุผลมาปฏิเสธตนตามใจ? ดวงเนตรปลายมองไปยังเหลียนเฉียวที่ยืนอยู่ข้างกายอย่างเงียบสงบ กระทั่งคนเช่นนี้ก็ยังไม่ถูกใจคุณชายหนานหรือ? คนตระกูลหนานจะสายตาสูงส่งเกินไปหรือไม่!
“ความจริง แม้คุณชายนั้นจะมีการหมั้นหมายแล้วก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ บุรุษใต้หล้ามีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องปกติ หลานสาวของเปิ่นกงมีใจต่อคุณชายหนาน ต่อให้ต้องเป็นอนุ นางก็ยินดี”
ชั่วขณะนี้หนานฟางเฟยเข้าใจถึงจุดประสงค์ที่ฮองเฮาเชิญตนมาอย่างกะทันหันได้อย่างกระจ่างแจ้งแล้ว ในพระราชวังแห่งนี้มีขุนนางและผู้สูงศักดิ์มากน้อยเพียงใดต้องการดองกับตระกูลหนาน ก่อนหน้านี้ถูกท่านพ่อปฏิเสธไปแล้ว แต่ครั้งนี้ฮองเฮาทรงตรัสด้วยพระองค์เอง เชื่อว่าท่านพ่อคงไม่อยากหักหน้าฮองเฮาจึงให้ตนมาตัดสินใจ
“ในเมื่อฟางเฟยยังไม่ได้แต่งงานจะคิดถึงเรื่องรับอนุก่อนได้อย่างไร เจตนาดีของฮองเฮา ฟางเฟยรับไว้แล้ว แต่ไม่อาจทำให้แม่นางเหลียนเฉียวเสียเวลาชีวิตได้อีก”
มอบอนุให้ เขาก็ไม่ต้องการ?! รอยยิ้มบริเวณมุมพระโอษฐ์ของฮองเฮาลึกล้ำยิ่งขึ้น
——–
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ดอกโม่ลี่ คือ ดอกมะลิ