หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 19 ตอนที่ 562 ขนมมีปัญหา
“โธ่ หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ อย่าให้น้องแปดมาร่วมงานยังจะดีเสียกว่า! เสียอารมณ์ดีๆ หมด!” องค์ชายสี่หวงฝู่อี้อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา องค์ชายรองที่อยู่ด้านข้างแย้มยิ้ม “น้องสี่ไม่จำเป็นต้องร้อนใจ มิใช่ว่าพวกเราก็อยู่เป็นเพื่อนเจ้าหรอกหรือ?”
“อา! องค์ชายรองกล่าวได้ถูกต้อง กล่าวได้ถูกต้อง”
หวงฝู่อี้แย้มยิ้ม เขาไม่กล้าพูดจาล้อเล่นกับองค์ชายรองหวงฝู่อวี้ ต้องทราบว่าหากมิใช่ว่ามีองค์ชายใหญ่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน แผ่นดินแคว้นเหลียนแห่งนี้คงอยู่ในมือองค์ชายรองแล้ว เพียงแต่ผู้ใดจะทราบว่าภายหลังจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
พระสนมทุกคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมาเสียงเบา สีหน้าของอวี๋เฟยย่ำแย่ยิ่งนัก ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าหมอหลวงกล่าวว่าอาการป่วยของรุ่ยเอ๋อร์ยังไม่เลวร้ายหรือไร เหตุใดจู่ๆ จึงได้…ยิ่งไปกว่านั้นยังเกิดขึ้นต่อหน้าขุนนางอีกด้วย! นี่จะมิทำให้ตนและเซียวเอ๋อร์ดูแย่หรอกหรือ?!
“อวี๋เฟย องค์ชายแปดหมดสติไปแล้ว ท่านไม่ไปดูหน่อยหรือ” ตอนนี้เองอวี้กุ้ยเฟยเอ่ยปากอย่างถากถาง นางเห็นเพลิงโทสะในดวงตาของอวี๋เฟยชัดเจน “แม้องค์ชายห้าจะยอดเยี่ยม แต่จะกล่าวเช่นไรองค์ชายแปดก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ปฏิบัติแตกต่างกันเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่ดีกระมัง?”
อวี๋เฟยรู้นานแล้วว่าฝีปากขององค์ชายสี่หวงฝู่อี้ได้มาจากผู้ใด อย่าแสร้งทำท่าทางใจดีเลย ก่อนหน้านี้มิใช่ว่านางถากถางตนว่าให้กำเนิดองค์ชายขี้โรคขึ้นมาหรือไร ตอนนี้กลับถือโอกาสแสร้งทำเป็นคนดีเสียแล้วหรือ?
“อวี้กุ้ยเฟยกล่าวได้ถูกต้อง เปิ่นกงร้อนรนไปชั่วครู่จึงลืมไป นี่จะไปดูเสียหน่อยแล้ว”
รอยยิ้มบนใบหน้าของนางดูกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง จากนั้นจึงมีนางข้าหลวงผู้หนึ่งประคองลุกขึ้น เดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักของหวงฝู่รุ่ย
อวี้กุ้ยเฟยมองเงาร่างเสแสร้งนั้น จากนั้นจึงหันไปยิ้มให้เหล่าพระสนมที่อยู่ด้านข้าง “หากเปิ่นกงพบเรื่องเช่นนี้คงอับอายจนไม่กล้าออกมาแล้ว! ในส่วนนี้ พวกเราต้องเรียนรู้จากอวี๋เฟยจริงๆ!”
มีคนรีบเอ่ยปากคล้อยตาม “ใช่แล้ว ทุกคนล้วนรู้ดีว่าอวี๋เฟยไม่โปรดปรานองค์ชายขี้โรคของตนผู้นี้ มิเช่นนั้น เหตุใดผ่านมานานหลายปีเพียงนี้แล้ว เพิ่งจะให้ฮองเฮาจัดงานพระราชสมภพให้องค์ชายเป็นครั้งแรกเล่า!”
สมควรตาย! หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ตอนนั้นควรหาเหตุผลปฏิเสธเจตนาดีของฮองเฮาไปเสีย! ตอนนี้ตนกลายเป็นตัวตลกของพระสนมอื่นแล้ว! ฝีเท้าของอวี๋เฟยดูเร่งรีบ ตัดสินใจแล้วว่าเมื่อหวงฝู่รุ่ยได้สติ จะกักบริเวณเขาเสียหลายวัน!
ภายในห้อง
หวงฝู่เซียวเดินไปเดินมาอยู่ด้านข้างด้วยความหงุดหงิด อยู่ดีๆเหตุใดจึงหมดสติไปได้! ช่างหาเรื่องลำบากจริงๆ!
“อา นะ นี่คือ…” ทันใดนั้นหมอหลวงหลิวส่งเสียงตื่นตระหนกออกมา หวงฝู่เซียวหมุนตัวไปด้วยความสงสัย “ทำไม?”
“องค์ชายห้า องค์ชายแปดถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ! เป็นพิษร้ายแรงด้วย!”
อะไรนะ?! “ถูกพิษ?!”
…
เพียงไม่นาน หมอหลวงสวีก็กลับมาที่งานด้วยท่าทีร้อนเร่ง รอบด้านพลันเงียบลง “ทูลฮองเฮา องค์ชายแปดมิได้อาการเก่ากำเริบ แต่ถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา พลันเกิดความโกลาหล
ฮองเฮามีพระพัตร์เย็นยะเยือกลงโดยพลัน “ถูกพิษ? เจ้าตรวจดีแล้วหรือไม่!”
“ถูกพิษจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นพิษยังเเล่นเข้าสู่หัวใจแล้ว หากไม่รีบนำกินยาแก้พิษ เกรงว่าวันนี้องค์ชายแปดคง…”
ในสมองของทุกคนพลันปรากฏความคิดเช่นเดียวกันขึ้นมา ล้วนกล่าวกันว่าองค์ชายแปดจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงสิบสี่ปี ท่าทางจะเป็นจริงเข้าแล้ว! เช่นนั้นพวกเขานับว่ามอบสมุนไพรดีเพียงนั้นให้เสียเปล่าจริงๆ เสียของยิ่งนัก!
“ถูกพิษได้อย่างไร?!” ฮองเฮาหรี่พนะเนตรลงเล็กน้อย หมอหลวงสวีที่อยู่บนพื้นเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “กระหม่อมได้ยินว่าองค์ชายแปดอาจจะกินของที่มีพิษลงไป…”
“เอ๋?!” พริบตานั้นทุกคนพากันหน้าเปลี่ยนสี มองไปยังขนมและกับแกล้มอันปราณีตที่วางเรียงรายอยู่บริเวณตำแหน่งที่นั่งของตน มีคนวางยาพิษหรือ? เช่นนั้นเหตุใดพวกเขาจึงไม่เป็นไร? หรือในขนมขององค์ชายแปดจะถูกวางยาพิษ?
ฮองเฮาส่งสายตาครั้งหนึ่ง ขันทีใหญ่ที่อยู่ข้างกายจึงรีบเดินมายังตำแหน่งที่นั่งของหวงฝู่รุ่ย แล้วจึงหยิบเข็มเงินออกมาทดสอบ “ทูลเหนียงเหนียง ในอาหารเหล่านี้ไม่มีพิษพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็นไปได้ว่าวันนี้องค์ชายอาจจะกินอาหารอื่นลงไปก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงสวีพูดถึงความเป็นไปได้นี้ออกมา
ดวงตาของเฟิ่งหลิงเกิดประกายแปลกประหลาดพาดผ่าน คิดไปถึงคำพูดในตอนนั้นของหวงฝู่รุ่ย ขนม? หรือจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?
“ปล่อยข้า! ปล่อยข้า!” ตอนนี้เอง ขันทีน้อยผู้หนึ่งถูกพาตัวเข้ามา ซานสุ่ยที่บาดแผลเก่ายังไม่หายดีถูกกดลงบนพื้นอีกครั้ง เจ็บปวดจนต้องกัดฟันแน่น
สายตาคมกริบมองมา ซานสุ่ยเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว พบเข้ากับพระเนตรเย็นชาของฮองเฮา
“เจ้าเป็นผู้ติดตามข้างกายองค์ชายแปดหรือ?”
“…บ่าว บ่าวถวายพระพรฮองเฮา…”
“พูดมา! วันนี้องค์ชายกินอะไรไปบ้าง?” สุรเสียงของฮองเฮากระทบลงสู่ใจของซานสุ่ยอย่างลึกล้ำ เขาเอ่ยปากขึ้นโดยไม่รู้ตัว “วันนี้องชายตื่นมาก็ทรงสรงน้ำ ไม่ได้…” อย่างไรก็ตามชั่วขณะนั้นราวกับเขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เช้านี้องค์ชายกินขนมกล่องนั้นที่องค์ชายใหญ่มอบให้!
สีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยของซานสุ่ยตกอยู่ในดวงเนตรของฮองเฮา มุมพระโอษฐ์ของนางยกขึ้นเป็นรอยสรวลคล้ายมีคล้ายไม่มี
“คิดอะไรออกหรือ?”
ซานสุ่ยมองไปทางเฟิ่งหลิงโดยไม่รู้ตัว พวกเขากล่าวกันว่าองค์ชายแปดถูกพิษ หรือว่า…ไม่ นี่เป็นไปไม่ได้ องค์ชายใหญ่ไม่ทำร้ายองค์ชายแปดแน่นอน ไม่เช่นนั้นวันนั้นคงไม่ช่วยพวกเขา!
“ยังไม่รีบพูดอีก!”
ซานสุ่ยเก็บสายตากลับมาด้วยความหวาดกลัว “องค์ชาย…ไม่ ไม่ได้เสวยอะไร…”
“บ่าวโอหัง! ยังกล้าปิดบังอีก! หรือเจ้าเป็นคนวางยาพิษองค์ชายแปด?!” คำพูดของฮองเฮาทำให้ซานสุ่ยร้อนรนขึ้นมาโดยพลัน “ไม่ บ่าวถูกใส่ร้าย บ่าวจะทำร้ายองค์ชายได้อย่างไร!”
“หากเจ้ามิใช่ผู้ลงมือ เช่นนั้นก็กล่าวมาตามจริง มิฉะนั้นวันนี้เปิ่นกงคงต้องโหดเหี้ยมแล้ว” คำพูดของฮองเฮาแฝงไปด้วยเจตนาข่มขู่ ซานสุ่ยยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ เขาเพียงต้องการกลับไปดูองค์ชายให้เร็วเสียหน่อย ไม่รู้ว่าสภาพขององค์ชายตอนนี้เป็นเช่นไร
“บ่าว…บ่าว…”
ตอนนี้เอง องครักษ์หลายคนเดินเข้ามาจากด้านนอก “ทูลฮองเฮา พบของสิ่งนี้ในตำหนักองค์ชายแปดพ่ะย่ะค่ะ!”
ทุกคนพบว่ามีกล่องไหมใบหนึ่งถูกประคองเข้ามา ด้านในมีขนมอันงดงามหลายชิ้นวางเรียง ซานสุ่ยดวงตาเป็นประกาย แย่แล้ว เหตุใดพวกเขาจึงนำขนมขององค์ชายใหญ่ออกมาได้?
“หมอหลวงสวี ท่านลองดูเถิด ขนมนี้มีปัญหาหรือไม่”
หมอหลวงสวีรีบเข้ามา หยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมาดม จากนั้นจึงใช้เข็มเงินทดสอบ ไม่นานพลันต้องหน้าเปลี่ยนสี “ทูลฮองเฮา! นี่ ในขนมมีพิษจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!”
อะไรนะ?!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ถึงกับมีคนวางยาพิษองค์ชายแปดเชียวหรือ…” ทุกคนเกิดความสงสัย เนื่องจากในใจของพวกเขา องค์ชายแปดเป็นคนใกล้ตาย ผู้ใดต้องกระทำมากมายเช่นนี้?
ซานสุ่ยในตอนนี้รู้สึกสมองขาวโพลน ในขนมที่องค์ชายใหญ่มอบให้มีพิษ เขา เขาต้องการวางยาพิษสังหารองค์ชายแปดหรือ?! หรือจะกล่าวว่า…ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ องค์ชายใหญ่เป็นผู้กระทำจริงๆ?
“เจ้ายังไม่พูดอีกหรือ? เปิ่นกงเองย่อมมีวิธีตรวจสอบที่มาที่ไปของขนมนี้! เด็กๆ ลากบ่าวผู้นี้ออกไป ห้าม้าแยกร่าง!”
“ไม่! ไม่! บ่าวถูกใส่ร้าย! บ่าวพูดแล้ว บ่าวพูดแล้ว…” หากองค์ชายใหญ่ถูกใส่ร้าย เช่นนั้นตนกล่าวออกไปคงไม่เป็นไร ซานสุ่ยไม่กลัวตาย เพียงกลัวว่าเมื่อตนตายแล้วจะไม่มีผู้ใดปรนนิบัติองค์ชายแปดอีก! “ขนม…เป็นของขวัญอวยพรที่องค์ชายใหญ่มอบให้…”
“อา…” รอบด้านพลันจมลงสู่ความเงียบอันแปลกประหลาด
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว มองไปยังบุรุษรูปงามเป็นเอกที่อยู่ตรงข้าม ในดวงตาของเฟิ่งหลิงไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเข้าใจกระจ่างที่กำลังส่องประกาย
ท่าทีของฮองเฮาดูแปลกอยู่หลายส่วน “เจ้าพูดความจริงหรือ?”
“บ่าว…บ่าวไม่กล้าปิดบัง ขนมนี้องค์ชายใหญ่มอบให้จริงๆ …” ซานสุ่ยไม่กล้ามองตาเฟิ่งหลิง ทำได้เพียงกล่าวด้วยอาการสั่นเทา
ตอนนี้มีงิ้วสนุกๆ ให้ดูแล้ว! ในดวงตาของคนไม่น้อยปรากฏความสนุกสนานขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมีเรื่องให้แปลกใจเช่นนี้ด้วย
“องค์ชายใหญ่ มีอะไรจะกล่าวหรือไม่?” ฮองเฮาหันไปทางเฟิ่งหลิง ในดวงตาเจือไปด้วยรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตุเห็น ครั้งนี้องค์ชายใหญ่ผู้ฉลาดเฉลียวจะใช้วิธีใดหนีความผิดได้เล่า?
“ของขวัญอวยพรที่ข้ามอบให้น้องแปดมีเพียงตำราหนึ่งชุดเท่านั้น”
ซานสุ่ยตื่นตะลึง นี่องค์ชายใหญ่มิยอมรับหรือ? ขนมนั้นเขาเป็นผู้ส่งมาแท้ๆ…
“กล่าวเช่นนี้ หมายความว่าบ่าวสุนัขผู้นี้ใส่ร้ายเจ้าหรือ?”
“ไม่บ่าวไม่ได้โกหก! ที่กล่องไหมนั้นมีตราประทับอยู่!” ซานสุ่ยรีบอธิบาย เขามองไปยังเฟิ่งหลิงอย่างยากจะเชื่อ เหตุใดองค์ชายใหญ่จึงปฏิเสธเล่า หรือเขาเป็นผู้กระทำจริงๆ?
หมอหลวงหลิววิ่งเข้ามาจากด้านนอกอย่างร้อนใจ “ทูลฮองเฮา ชีวิตขององค์ชายแปดอยู่ในความเป็นความตายแล้ว! จำเป็นต้องรีบหายาถอนพิษออกมาพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฝ่าบาท…ฝ่าบาท…องค์ชายใหญ่ ได้โปรดช่วยองค์ชายแปดด้วยเถิด! บ่าวขอร้องพระองค์!” ซานสุ่ยในยามนี้ไม่ได้ไตร่ตรองอีก พุ่งเข้าไปโขกศีรษะให้เฟิ่งหลิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ท่าทางเช่นนี้เมื่อผู้อื่นได้เห็น ราวกับองค์ชายใหญ่เป็นผู้กระทำจริงๆ
สายตาลึกล้ำแฝงความหมายนับไม่ถ้วนมองมาจากรอบด้าน แต่ใบหน้าของเฟิ่งหลิงยังคงไม่มีความตึงเครียดแม้แต่น้อย “ในเมื่อข้าองค์ชายไม่ได้ทำ จะมียาแก้พิษได้อย่างไรเล่า?”
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีแผนร้ายเช่นนี้!” แม่ทัพกงซุนเพิ่งจะได้สติกลับมาจากความตื่นตกใจ เขาย่อมเชื่อใจองค์ชายใหญ่ นี่ต้องมีผู้ใดชักใยอยู่เบื้องหลังอีกกระมัง? เขารีบก้าวออกมาโดยพลัน “ทูลฮองเฮา นี่เป็นเพียงการฟังความจากบ่าวผู้นี้ฝ่ายเดียว วันนี้ผู้ที่มอบของขวัญมีมากเพียงนั้น เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นองค์ชายใหญ่มอบให้ มิสู้ถามตัวองค์ชายแปดดีหรือไม่…”
“ตอนนี้องค์ชายแปดสลบไสลไม่ได้สติ หากไม่มียาถอนพิษ พระองค์คงไม่ฟื้น!” มีคนตอบแม่ทัพผู้เปิดเผยตรงไปตรงมาโดยพลัน
“เช่นนั้นก็ให้หมอหลวงอื่นไปตรวจดู!”
“องค์ชายแปดมีหมอหลวงหลิวและหมอหลวงสวีรับผิดชอบดูแลมาตลอด สภาพขององค์ชายแปดพวกเขาย่อมรู้ดี”
สายตาเย็นยะเยือกของแม่ทัพกงซุนกวาดมองไปยังขุนนางที่สอดปากผู้นั้น “ข้าแม่ทัพไม่เชื่อพวกเขาสองคน แล้วจะอย่างไร?!”
“…” แย่แล้ว แม่ทัพกงซุนเซ้าซี้ขึ้นมาอีกแล้ว!
ฮองเฮามองไปยังหมอหลวงหลิวอย่างลึกล้ำ หากไม่สามารถอุดปากแม่ทัพกงซุนผู้นี้ได้ วันนี้คงไม่อาจทำโทษองค์ชายใหญ่ได้ อีกฝ่ายได้สติกลับมา ราวกับต้องการให้ฮองเฮาวางพระทัย ต่อให้เป็นหมอหลวงอื่นก็ไม่อาจตรวจสอบเบาะแสใดๆ พบ
ในที่สุดฮองเฮาก็ตรัสขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เชื่อว่าคงมีใต้เท้าหลายคนสงสัยเช่นกัน เช่นนั้นให้เรียกรวมรวมทั้งหมด ตรวจรักษาให้องค์ชายแปด!”