หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 19 ตอนที่ 564 เปิดโปงสนมอวี๋
ทุกคนมองไปยังหมอหลวงสวีที่ถูกแม่ทัพกงซุนหิ้วขึ้นสูงด้วยความสงสัย เหตุใดใต้เท้าสวีจึงดูตื่นเต้นเพียงนั้น หรือยานี่จะเกี่ยวข้องกับเขา?
เงาร่างลับๆ ล่อๆ ร่างหนึ่งดึงดูดความสนใจหลานอวิ๋น ได้ยินเสียงอุทานครั้งหนึ่ง หมอหลวงหลิวส่งเสียงร้องโอดครวญ ทั้งร่างสะดุดล้มลงบนพื้นอย่างรุนแรง หน้าผากโขกพื้นจนเลือดซึมออกมา
“ใต้เท้าหลิว รีบร้อนเพียงนี้จะไปที่ใดหรือ?” หลานอวิ๋นแย้มยิ้ม เอ่ยพลางดึงเท้าของตนกลับมา
หมอหลวงผู้มีสภาพย่ำแย่ทั้งสองถูกกักตัวไว้ในมุม ยาเม็ดนั้นถูกพวกหมอหลวงจางนำออกมาแล้ว เพียงไม่นานผลลัพธ์อันน่าตื่นตกใจก็ทำให้สีหน้าของอวี๋เฟยซีดขาวลงในพริบตา
“ทูลฮองเฮา ยาเม็ดนี้ผสมมีส่วนผสมของสมุนไพรอันซับซ้อนหลายอย่าง กระหม่อมคิดว่าคงจะใช้ในการถอนพิษพ่ะย่ะค่ะ”
พระพักตร์ของฮองเฮาไม่ผ่อนคลายเหมือนเมื่อครู่นี้อีกต่อไป พระนางปลายพระเนตรมองไปยังหมอหลวงหลิวและหมอหลวงสวีที่คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างเย็นยะเยือก เศษสวะทั้งสองนี่ ทำงานไม่สำเร็จแล้วยังนำพาความยุ่งยากมาให้อีก! จากนั้นพระพักตร์ของฮองเฮาจึงเผยรอยสรวลลึกล้ำขึ้นหลายส่วน หันไปมองอวิ๋นซูอย่างเงียบงัน “คุณหนูกงซุนช่างละเอียดยิ่งนัก”
อวิ๋นซูทำราวกับไม่เห็นความลึกล้ำในดวงตาของอีกฝ่าย ทำเพียงแย้มยิ้มเรียบเฉย “เหนียงเหนียงชมเกินไปแล้วเพคะ เช่นนั้นขอเชิญใต้เท้าจางและใต้เท้าทั้งหลายตรวจรักษาให้องค์ชายแปดเถิด บางทีอาจพบอะไรที่ต่างออกไปก็เป็นได้”
หมอหลวงหลายท่านสบตากัน คำพูดนี้ของคุณหนูกงซุนหมายความว่าอย่างไร? พวกเขาพลันคิดถึงยาเม็ดนั้นขึ้นมาได้จึงรีบเข้าไปห้อมล้อมหวงฝู่รุ่ย
อวี๋เฟยคิดไม่ถึงว่าแผนที่หมอหลวงสวีคิดขึ้นมาจะถูกทำลายเร็วเพียงนี้! นางในยามนี้มิสนใจใคร่ครวญแล้วว่าผู้ใดคือผู้วางยาพิษที่แท้จริง ยาเม็ดนั้นสามารถควบคุมพิษในร่างกายของรุ่ยเอ๋อร์ได้ชั่วคราว ทว่าตอนนี้ถึงกับถูกอาเจียนออกมาแล้ว เช่นนั้นผู้อื่นจะพบพิษในร่างกายของเขาหรือไม่?
“นี่…นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!”
จริงดังคาด ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของใต้เท้าจางทำให้อวี๋เฟยขาอ่อน หวงฝู่เซียวที่อยู่ด้านหลังรีบประคองนางขึ้นมา “หมู่เฟย หมู่เฟย ท่านเป็นอะไรไป?”
ฮองเฮาปลายพระเนตรมองไปยังสตรีร้อนตัวอย่างเรียบเฉย อวี๋เฟยจะเป็นจะตายนางล้วนไม่ใส่ใจ แต่จะให้ดีที่สุด อย่าได้ปล่อยให้องค์ชายใหญ่หนีไปได้อีก!
ใต้เท้าหลายคนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามา ทุกคนมีท่าทีเช่นเดียวกับใต้เท้าจางดังคาด
“ทูลฮองเฮา นี่…ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เมื่อครู่นี้พวกกระหม่อมจึงมิอาจตรวจพบพิษอื่นในพระวรกายขององค์ชายแปดได้”
ฮองเฮาในยามนี้ค่อยๆ เดินไปนั่งลงด้านข้าง ในพระทัยกำลังใคร่ครวญไม่หยุดว่าจะสาดโคลนใส่องค์ชายใหญ่เช่นไร และจะกำจัดอวี๋เฟยผู้โง่งมให้อย่างสะดวกเช่นไร “พิษอื่นหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ ในพระวรกายขององค์ชายแปดมีพิษอยู่จำนวนมากจนน่าเหลือเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอยู่หลายปีแล้ว…ความเป็นไปได้ก็คือ ได้รับมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์…”
“เช่นนั้นหรือ?” พระสุรเสียงของฮองเฮาเจือไปด้วยรอยสรวลอยู่หลายส่วน เช่นนั้นตนควรจะผลักเรือไปตามน้ำ นำเรื่องเลวร้ายเมื่อปีนั้นที่อวี๋เฟยใช้บุตรในท้องของตนมาใส่ร้ายผินเฟยออกประกาศต่อใต้หล้าหรือไม่?
หวงฝู่เซียวขมวดคิ้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ก่อนหน้านี้หมอหลวงหลิวและหมอหลวงสวีกล่าวเพียงว่ารุ่ยเอ๋อร์ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เกิด ส่วนหมู่เฟยก็กล่าวกับตนว่ายามตั้งครรภ์รุ่ยเอ๋อร์ นางถูกผู้อื่นวางแผนร้ายทำร้ายจนส่งผลต่อครรภ์ ในใจของเขาจึงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง หากในร่างกายของรุ่ยเอ๋อร์มีพิษ เช่นนั้นเขาอาจคิดได้ว่าหมู่เฟยถูกผู้อื่นทำร้าย เพียงแต่เหตุใดหมอหลวงทั้งสองจึงต้องปิดบังด้วย?
“อวี๋เฟย”
ฮองเฮาแย้มพระโอษฐ์เอ่ย เนิ่นนานผ่านไปอวี๋เฟยผู้มีสีหน้าขาวซีดจึงค่อยมีปฏิกิริยากลับมา “เหนียงเหนียง?”
“ในเมื่อองค์ชายแปดถูกพิษนานแล้ว เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมเอ่ยออกมา? เหตุใดจึงปล่อยให้องค์ชายแปดทรมานหลายปีเพียงนี้?”
“ไม่ ไม่ใช่เพคะ…หม่อมฉันไม่ทราบ…หมอหลวงหลิว หมอหลวงสวี พูดมา! พวกเจ้ามีแผนอย่างไรกันแน่? เหตุใดจึงต้องปิดบังเปิ่นกงมาหลายปีเพียงนี้!” อวี๋เฟยชี้ไปทางหมอหลวงทั้งสองพลางเอ่ยอย่างรุนแรง ทั้งสองหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน “เหนียงเหนียง…”
“ยามปกติเปิ่นกงปฏิบัติต่อพวกเจ้าอย่างดีเยี่ยม เหตุใดพวกเจ้าจึงทำกับรุ่ยเอ๋อร์ของเปิ่นกงเช่นนี้?! ต่อให้พวกเจ้าไร้ความสามารถจะรักษาพิษในร่างกายของรุ่ยเอ๋อร์ เปิ่นกงย่อมไม่ตำหนิพวกเจ้า!” อวี๋เฟยนำความรับผิดชอบทุกอย่างไปโยนใส่หมอหลวงทั้งสอง
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของนาง ในดวงตาของอวิ๋นซูพลันเกิดประกายเย็นชา หรือว่า…จะเป็นเช่นที่นางคาดเดา? หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ องค์ชายแปดคงน่าสงสารยิ่งนัก
“เป็นเช่นนั้นจริงๆ อวี๋เฟยกล่าวได้ถูกต้อง หมอหลวงทั้งสองปิดบังอาการป่วยขององค์ชายแปดเช่นนี้ มีโทษประหาร”
คำพูดของฮองเฮาทำให้หมอหลวงทั้งสองเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว “ไม่ ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนเป็นอวี๋เฟยบงการให้พวกกระหม่อมทำ!”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา รอบด้านพลันโกลาหล
“หึ ไร้สาระ พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร?! อะไรคือหมู่เฟยของข้าบงการให้พวกเจ้ากระทำเช่นนี้?” หวงฝู่เซียวคิดว่าหมอหลวงไร้ประโยชน์ทั้งสองคิดจะใส่ร้ายหมู่เฟยของตน
“องค์ชายห้าทรงไม่ทราบ เมื่อปีนั้น อวี๋เฟยต้องการใส่ร้ายลี่ผินและหยางเฟย จึงให้พวกกระหม่อม…”
“หุบปาก! หุบปาก! พวกเจ้ากำลังกล่าวไร้สาระอันใดกัน?! ระวังเถิดเปิ่นกงจะให้ฝ่าบาทประหารพวกเจ้าเก้าชั่วโคตร!” อวี๋เฟยที่อยู่ด้านข้างตะโกนออกมา ทำราวกับต้องการบีบคอหมอหลวงหลิว แต่กลับถูกองครักษ์สองคนหยุดเอาไว้
ฮองเฮาทอดพระเนตรทุกอย่างด้วยความเย็นชา “กล่าวต่อไป”
หมอหลวงหลิวร่างกายสั่นเทา เพื่อปกป้องตัวเอง เขาทำได้เพียงนำความจริงเมื่อปีนั้นออกมาพูดแล้ว! “เมื่อปีนั้นอวี๋เฟยต้องการใส่ร้ายลี่ผินและหยางเฟยจึงเสวยยาพิษลงไปด้วยพระองค์เอง แต่กลับกล่าวว่าได้รับยาพิษจากของบำรุงที่พวกนางส่งมาให้ ตอนนั้นองค์จักรพรรดิทรงรับสั่งให้นำพวกนางสองคนไปขังที่ตำหนักเย็น! ไม่เพียงแต่ลี่ผินและหยางเฟย หญิงงามหลายท่านที่ได้รับความโปรดปรานเมื่อปีนั้นก็ถูกอวี๋เฟยกำจัดไปเช่นนี้ด้วย! แต่เป็นเพราะเหนียงเหนียงได้รับพิษมากเกินไป กระหม่อมทั้งสองจึงไม่อาจรักษา สุดท้ายจึงทำให้องค์ชายแปดเกิดมามีพระวรกายอ่อนแอโดยกำเนิด แต่สาเหตุเป็นเพราะพิษหลายประเภทในครรภ์ของมารดา…”
ทุกคนยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน เพื่อใส่ร้ายพระสนมท่านอื่น อวี๋เฟยถึงกับลงมือวางยาพิษเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเช่นนี้เชียวหรือ!
“เจ้า เจ้าพูดเหลวไหล! หมู่เฟยของข้าจะทำร้ายโอรสของตนได้อย่างไร!” หวงฝู่เซียวไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว! หมอหลวงโอหังทั้งสองต้องใส่ร้ายเป็นแน่!
“องค์ชายห้า! ทุกประโยคที่กระหม่อมกล่าวล้วนเป็นความจริง! มิเช่นนั้นพวกกระหม่อมคงไม่ปิดบังแทนอวี๋เฟยมานานหลายปีเพียงนี้! อวี๋เฟยเคยมีบุญคุณต่อพวกกระหม่อม ตอนนี้พวกกระหม่อมอุทิศตนรับใช้หลายปี นับว่าตอบแทนบุญคุณจนสิ้นแล้ว! หากพระองค์ไม่เชื่อ กระหม่อมยังเก็บยาพิษหลายชนิดที่อวี๋เฟยต้องการใช้เมื่อปีนั้นอยู่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
อะไรนะ?! อวี๋เฟยคิดไม่ถึงว่าหมอหลวงสองจะยังมีไพ่ตายเหล่านั้นอยู่ในมือ “พะ พวกเจ้า…”
“แค่กๆ …หมู่เฟย…” เสียงอันอ่อนแรงดังแว่วมาจากบนเตียง ทุกคนพลันตื่นตะลึง องค์ชายแปดฟื้นแล้วหรือ?!
แม้หวงฝู่รุ่ยจะหมดสติ แต่ตอนที่ฟื้นขึ้นมาเมื่อครู่เขาได้ยินคำพูดของหมอหลวงหลิวทุกคำอย่างชัดเจน ที่แท้ตนไม่ได้ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่กำเนิดอันใดนั่น แต่เป็นเพราะหมู่เฟย…
เขาหันมาอย่างยากลำบาก หางตาแขวนไปด้วยหยาดน้ำตา หวงฝู่เซียวในยามนี้ไม่ทราบว่าควรจะกล่าวเช่นไรดี เขายากจะเชื่อว่าอวี๋เฟยจะทำเรื่องเช่นนี้ออกมาจริงๆ
“รุ่ยเอ๋อร์…เจ้า เจ้าต้องเชื่อหมู่เฟย หมู่เฟยจะทำร้ายเจ้าได้อย่างไร…” อวี๋เฟยพยายามฉีกยิ้มที่ดูย่ำแย่ออกมาบนใบหน้า “พวกเขารักษาเจ้าไม่ได้จึงใส่ร้ายหมู่เฟย! หมู่เฟยย่อมไม่ทำร้ายเจ้าเป็นอันขาด!”
“อวี๋เฟย! เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วกระหม่อมจะกล้าพูดโกหกปิดบังฮองเฮาได้อย่างไร! ทุกการกระทำของพระองค์ในปีนั้น พวกกระหม่อมชัดเจนยิ่ง หากพระองค์ยังคิดจะปิดบัง พวกกระหม่อมก็สามารถนำเทียบยาทั้งหมดในตอนนั้นออกมาได้ เพื่อพิสูจน์ว่าเหนียงเหนียงทรงทราบทุกเรื่อง!” หมอหลวงสวีเอ่ยปากอย่างทรงพลัง ต้องทราบพวกเขาไม่อาจป้องกันการต่อสู้ในวังหลังได้ จึงทำให้เกิดเรื่องในวันนี้!
“เด็กๆ”
“ไม่ ฮองเฮา! หม่อมฉันบริสุทธิ์ หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!” อวี๋เฟยน้ำตาใหลเต็มหน้า “รุ่ยเอ๋อร์ เจ้าต้องเชื่อหมู่เฟย หมู่เฟยถูกใส่ร้ายจริงๆ เซียวเอ๋อร์ เจ้ารีบบอกไปเร็วว่าหมู่เฟยถูกใส่ร้าย!”
หวงฝู่เซียวย่อมไม่เชื่อเป็นแน่ เพียงแต่…จากทุกสิ่งทุกอย่างที่หมอหลวงทั้งสองกล่าว พวกเขามีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์…ความรู้สึกอันตรายอันไม่คุ้นเคยเอ่อล้นออกมาจากใจ หากหมู่เฟยของตนทำเรื่องเช่นนี้จริง หากเสด็จพ่อทรงตำหนิลงมา…เช่นนั้นสถานการณ์ของตนคงไม่ดีแน่! “รุ่ยเอ๋อร์ เจ้าพูดมา เจ้าเองก็ไม่เชื่อว่าหมู่เฟยจะทำเรื่องเช่นนี้ใช่หรือไม่?”
หวงฝู่เซียวหันไปที่เตียงโดยพลัน ในดวงตาเจือไปด้วยประกายเฉียบแหลม จับไหล่ทั้งสองของหวงฝู่รุ่ยแน่น
ความเจ็บปวดทางกายย่อมไม่อาจเทียบกับความเจ็บปวดทางใจ หวงฝู่รุ่ยมองไปยังอวี๋เฟยที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยสายตาเศร้าสร้อย แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้ของหมู่เฟยของตนมาก่อน แต่วันนี้เขาคล้ายจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดตั้งแต่เล็กจนโตหมู่เฟยจึงไม่ชอบตน ที่แท้ตั้งแต่แรกเริ่มเขาก็เป็นลูกที่ถูกหมู่เฟยละทิ้งแล้ว…
มุมปากยกเป็นรอยยิ้มขมขื่น “หมู่เฟย…หมู่เฟย…จะต้อง…ถูกใส่ร้ายเป็นแน่…”
ในแคว้นเหลียน ไม่ว่าจะเป็นองค์ชายพระองค์ใดล้วนต้องเรียกฮองเฮาว่าเสด็จแม่ เรียกมารดาผู้ให้กำเนิดของตนว่าหมู่เฟย แต่ในยามนี้ หวงฝู่รุ่ยกลับรู้สึกว่าบนร่างของตนไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย เดิมทีคนที่เขาเรียกว่าหมู่เฟยควรเป็นคนที่ใกล้ชิดเขาที่สุด แต่วันเกิดครั้งแรกและครั้งสุดท้าย กลับมาจากเสด็จแม่ฮองเฮา
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาสิบกว่าปีปรากฏขึ้นในสมอง หวงฝู่รุ่ยไม่ทราบว่าตนควรจะตำหนิผู้ใด เดิมทีตั้งแต่แรกนี่ก็เป็นเพียงโชคชะตาที่น่าหัวเราะของเขาเท่านั้น
“เรื่องของอวี๋เฟย ให้คุมตัวไว้ก่อนแล้วค่อยสอบสวนภายหลัง ส่วนเรื่องที่องค์ชายใหญ่วางยาพิษทำร้ายองค์ชายแปด จำเป็นต้องสืบให้กระจ่างชัด”
“ทูลฮองเฮา หม่อมฉันมีบางคำต้องการกล่าวเพคะ” อวิ๋นซูที่เงียบมาโดยตลอดดึงสายตากลับมาจากบนร่างของหวงฝู่รุ่ย ทุกคนได้สติกลับมาจากความตื่นตะลึง มองไปยังสตรีสุภาพงดงามที่ค่อยๆ เดินก้าวออกมาผู้นั้น
“อ้อ? คุณหนูกงซุนมีความเห็นใด?”
อวิ๋นซูทำเพียงคารวะให้หมอหลวงทั้งหลายเล็กน้อย “หม่อมฉันไร้ความสามารถ เข้าใจวิชาแพทย์เพียงเล็กน้อย ทว่าจากพี่หมอหลวงทุกท่านกล่าว พิษที่องค์ชายแปดได้รับคือพิษถัวหลัวเซียง เช่นนั้นหากองค์ชายใหญ่ต้องการวางยาพิษทำร้ายองค์ชายแปดจริงๆ เหตุใดจึงใช้พิษที่มีลักษณะออกฤทธิ์ช้าและมีความสามารถในการสังหารต่ำเช่นนี้? เนื่องจากไม่มีผู้ใดรับประกันได้ว่าพิษชนิดนี้จะกำเริบขึ้นเมื่อใด”
“บางทีองค์ชายคงคิดจะไม่ให้ผู้ใดรู้ตัว…” เมื่อใต้เท้าจางเอ่ยปากพลันรู้สึกตัวว่าตนพูดผิดไปแล้ว เช่นนี้มิใช่เป็นการแสดงให้เห็นว่าตนคิดว่าองค์ชายใหญ่วางยาพิษหรือ?
“เพียงแต่ใต้เท้าทุกท่านเคยคิดหรือไม่ว่า ด้วยพระวรกายขององค์ชายแปด…บางทีอาจไม่สามารถรอให้พิษที่ออกฤทธิ์ช้ากำเริบขึ้นมาได้?” อวิ๋นซูกล่าวถึงปัญหาที่ทุกคนมองข้ามออกมา