หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 19 ตอนที่ 565 อวี๋เฟยตายแทน
ทุกคนคิดขึ้นมาได้โดยพลัน ใช่แล้ว เสี่ยงอันตรายเพื่อวางยาพิษสังหารคนใกล้ตายผู้หนึ่ง เหตุใดจึงต้องสิ้นเปลืองความคิดเช่นนี้?
ใต้เท้าจางคิดว่ามีเหตุผล “เป็นเช่นนั้นจริงๆ หากต้องการรอให้พิษถัวหลัวเซียงออกฤทธิ์ ไม่ทราบว่าต้องรออีกกี่ปี” เขามองไปยังเด็กชายผู้มีสีหน้าซีดขาวบนเตียง องค์ชายใหญ่คงไม่จำเป็นต้องทำเรื่องมากเกินความจำเป็นเช่นนี้กระมัง?
ยามนี้ในสมองของหวงฝู่เซียวเกิดความคิดหนึ่งแล่นขึ้นมา จะต้องกัดองค์ชายใหญ่ไม่ปล่อยเท่านั้น หากหมู่เฟยของตนถูกเสด็จพ่อตำหนิ การถูกส่งเข้าตำหนักเย็นคงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นนั้นตนทำได้เพียงลากองค์ชายใหญ่ลงน้ำ ภายภาคหน้าค่อยคิดหาวิธีเข้าร่วมฝั่งองค์ชายรอง เช่นนี้ก็จะรับประกันอนาคตของตนได้แล้ว!
“พิษถัวหลัวเซียงที่ผสมอยู่ในขนมเหล่านี้ยังไม่เพียงพอให้พิษออกฤทธิ์อีกหรือ?!”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ทุกคนรอบๆ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ใบหน้าของใต้เท้าจางกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง ไม่กล้ารับคำหวงฝู่เซียว
อวิ๋นซูปรายตามองไปยังบุรุษที่กำลังหวั่นวิตกด้วยสายตาเรียบเฉย “ปีนั้นที่พบพิษถัวหลัวเซียงเป็นเพราะมีคนกินขนมหวานเป็นเวลานาน สุดท้ายจึงพบว่าไปกดข่มกับอาหารอีกชนิดหนึ่งจนพิษกำเริบตาย ลักษณะของพิษถัวหลัวเซียงต้องสะสมกว่าจะสังหารคนได้ ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในระยะเวลาสั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้น…ไม่ทราบว่าองค์ชายห้าจะเสวยขนมหมดภายในหนึ่งวันหรือไม่?”
ขนมกล่องใหญ่นั้นกินเพียงสองชิ้นก็อิ่มแล้ว ต่อให้องค์ชายแปดตะกละกินขนมทั้งสามมื้อก็ไม่อาจกินหมดกล่องได้ คำพูดนี้ของหวงฝู่เซียวไม่เพียงแต่จะแสดงถึงความคิดแอบแฝงของเขา แต่ยังแสดงถึงความไม่รู้ของเขาอีกด้วย
ในที่สุดหวงฝู่เซียวก็มีปฏิกิริยากลับมา ตนยังไม่ทันใคร่ครวญถึงความจริงก็กล่าวคำพูดโง่งมเช่นนี้ออกไปแล้ว! เขาจ้องมองไปทางอวิ๋นซูด้วยความอับอายจนกลายเป็นโกรธ ตอนนี้เอง เงาร่างสูงใหญ่กำยำร่างหนึ่งก้าวออกมาขวางสายตาเขาเอาไว้
จะแข่งความดุดันหรือ? แม่ทัพกงซุนดุดันยิ่งกว่าหวงฝู่เซียวเสียอีก ตอนนี้กำลังใช้สายตาโหดเหี้ยมจ้องมองกลับไป หวงฝู่เซียวอดไม่ได้ที่จะตกใจ เบนสายตาออกไปโดยไม่รู้ตัว เขารู้ว่าต่อให้เป็นตน แม่ทัพกงซุนก็จะไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย
“หมอหลวงทุกท่าน คิดว่าซูเอ๋อร์กล่าวได้มีเหตุผลหรือไม่?” แม่ทัพกงซุนหันไปทางหมอหลวงที่พากันพยักหน้าถี่ๆ รีบเก็บสีหน้าของพวกตนกลับมาแล้วเอ่ยตามน้ำ “มีเหตุผล! คุณหนูกงซุนกล่าวได้ดียิ่งนัก! ความจริงหากต้องการใช้พิษถัวหลัวเซียงฆ่าคนนั้นยากยิ่ง บนโลกนี้ยังไม่มีผู้ใดควบคุมได้!”
“ไม่ สามารถควบคุมได้” คำพูดของอวิ๋นซูทำให้หมอหลวงหลายคนตกใจจนชะงักไป “ข้ามีบางคำต้องการสอบถามหมอหลวงทั้งสองท่าน”
หมอหลวงหลิวและหมอหลวงสวีที่อยู่บนพื้นรีบเงยหน้าขึ้น “คุณหนูกงซุน…ชะ เชิญกล่าว”
“หมอหลวงทั้งสองท่านล้วนกล่าวว่าพิษในพระวรกายขององค์ชายแปดเป็นพิษที่อวี๋เฟยเสวยลงไปเมื่อปีนั้นด้วยพระองค์เอง เรื่องนี้มีบุคคลที่สี่รู้หรือไม่?”
บุคคลที่สี่…แผ่นหลังของหมอหลวงทั้งสองแข็งเกร็ง ยังมีฮองเฮาที่ทรงทราบ…แน่นอนว่าคำพูดนี้ ต่อให้พวกเขามีเก้าชีวิตก็ไม่กล้ากล่าวออกมา “มะ ไม่มีแล้ว หลายปีมานี้พวกเรารักษาความลับอย่างดี ไม่กล้าให้คนนอกรู้”
“ใต้เท้าทั้งหลาย คิดว่าพวกท่านคงเชื่อแล้วว่าองค์ชายใหญ่มิอาจลงมือสังหารคนด้วยพิษถัวหลัวเซียงเพียงอย่างเดียว แต่ครั้งนี้องค์ชายแปดพิษกำเริบขึ้นกะทันหัน ข้ามีเหตุผลให้เชื่อว่าผู้ลงมือที่แท้จริงคือผู้อื่น!”
สายตาของเฟิ่งหลิงและหลานอวิ๋นมองไปทางฮองเฮา ในใจของพวกเขามีความมั่นใจไม่มากก็น้อยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับฮองเฮา มิเช่นนั้นหมอหลวงทั้งสองที่ยอมปกป้องความลับแทนอวี๋เฟยมาโดยตลอด เหตุใดวันนี้จึงได้นำเรื่องนี้ออกมาพูดอย่างกะทันหัน เบื้องหลังต้องมีผู้บงการอยู่เป็นแน่! และผู้บงการคนนี้ยังสามารถรักษาชีวิตพวกเขาได้อีกด้วย!
อย่างไรก็ตามในใจของเฟิ่งหลิงกลับรู้สึกเป็นกังวล หากซูเอ๋อร์สืบสวนต่อไปและเกี่ยวพันไปถึงฮองเฮา เช่นนั้นสถานการณ์ของนางจะอันตรายยิ่งนัก
“อ้อ? คุณหนูกงซุนมีหลักฐานหรือไม่?” ฮองเฮาแย้มสรวลเล็กน้อย พระนางทอดพระเนตรไปยังดรุณีน้อยด้วยพระพักตร์สงบนิ่ง ในพระทัยยิ่งมั่นใจว่าคุณหนูกงซุนผู้นี้ไม่ธรรมดา
อวิ๋นซูสัมผัสได้ถึงความอันตรายและความสำรวจที่ซ่อนอยู่ในดวงเนตรของฮองเฮา อย่างไรก็ตามเพียงแค่พิสูจน์ว่าพิษถัวหลัวเซียงไม่อาจสังหารคนได้ยังไม่เพียงพอจะล้างความสงสัยออกจากตัวเฟิ่งหลิง มีเพียงต้องชี้ตัวผู้บงการหลังม่านที่แท้จริงออกมาเท่านั้น
“หากคนผู้นี้ต้องการสังหารองค์ชายแปดจริงๆ ย่อมต้องเลือกวิธีที่ไร้ข้อผิดพลาดเป็นแน่ หากมิใช่ เช่นนั้นคนผู้นี้เพียงต้องการใช้ชีวิตขององค์ชายแปดมาใส่ร้ายองค์ชายใหญ่เท่านั้น!”
ทุกคนในห้องได้ยินพลันรู้สึกหวาดกลัวในใจ คิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องราวมากมายเพียงนี้ มีคนต้องการวางยาพิษองค์ชายแปด ทั้งยังต้องการใส่ร้ายองค์ชายใหญ่! นี่ต้องมีจิตใจโหดเหี้ยมเพียงไรกัน!
“หากข้าเดาไม่ผิด ที่พิษถัวหลัวเซียงกำเริบเร็วเพียงนี้ ทั้งยังสามารถตรวจสอบออกมาได้เช่นนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าพิษถัวหลัวเซียงไปกดข่มพิษในพระวรกายขององค์ชายแปด ทำให้พิษถัวหลัวเซียงมีฤทธิ์เพิ่มขึ้น สุดท้ายองค์ชายแปดจึงหมดสติไปในงานเลี้ยงฉลองเช่นนั้น บุคคลผู้อยู่หลังม่านเรื่องนี้ต้องรู้เรื่องพิษในพระวรกายขององค์ชายแปดประดุจรู้ฝ่ามือของตน จึงเลือกพิษถัวหลัวเซียง และรอให้องค์ชายแปดพิษกำเริบต่อหน้าพวกเรา รอทำให้เรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา!”
“ใช่แล้ว! ถูกต้อง! มีเหตุผล! คุณหนูกงซุนฉลาดเฉลียวจริงๆ!”
“ใช่แล้ว! เหตุใดพวกเราจึงคิดไม่ถึง จะต้องมีคนใช้ประโยชน์จากพิษในพระวรกายขององค์ชายเป็นแน่!”
หมอหลวงทั้งหลายพากันเห็นด้วย ทั้งยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมา ทำให้แม่ทัพกงซุนมีความสุขยิ่งนัก ซูเอ๋อร์ของเขาเยือกเย็นฉลาดเฉลียวจริงๆ! สตรีเช่นนี้ถึงจะช่วยเหลือองค์ชายใหญ่ได้!
อย่างไรก็ตาม อวิ๋นซูเข้าใจกระจ่างว่าหากต้องการจับตัวบุคคลผู้อยู่หลังม่านออกมาจะต้องมีหลักฐานมากพอ หมอหลวงสองคนนี้ต้องมีบางอย่างปิดบังอยู่แน่นอน!
“หมอหลวงหลิว หมอหลวงสวี เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกท่านยังไม่สารภาพอีกหรือ บอกมาเถิด เหตุใดต้องวางยาพิษองค์ชายแปดและใส่ร้ายองค์ชายใหญ่!”
อะไรนะ?! หมอหลวงทั้งสองมองไปทางสตรีสุขุมเยือกเย็นด้วยความหวาดกลัว “ไม่ ไม่ใช่ คุณหนูกงซุน พวกเราไม่ได้ทำ! พวกเราจะมีความกล้าเช่นนั้นได้อย่างไร…”
“น่าขันยิ่งนัก หากพวกเจ้าไม่มีความกล้า จะกล้าช่วยอวี๋เฟยทำเรื่องนี้ได้อย่างไร!” แม่ทัพกงซุนเป็นคนตรงไปตรงมา คำพูดของเขาทำให้อวี๋เฟยที่อยู่บนพื้นใจสั่น ส่วนหวงฝู่เซียวยิ่งหน้าถอดสี
“พวกเรา…พวกเรา…” หมอหลวงทั้งสองคิดไม่ถึงว่าเรื่องจะมาถึงขั้นนี้ได้ พวกเขาเพียงคิดจะลากอวี๋เฟยออกมาเป็นแพะรับบาปเท่านั้น จะอย่างไรก็มีฮองเฮาปกป้องพวกเขาอยู่ ตอนนี้คุณหนูกงซุนกลับกล่าวว่าพวกเขาใส่ร้ายองค์ชายใหญ่! หากเรื่องนี้ไปถึงพระกรรณองค์จักรพรรดิ พวกเขาคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้แล้ว!
สมองของใต้เท้าสวีพลันเปล่งประกาย “ไม่ องค์ชายใหญ่ทรงทราบ! องค์ชายใหญ่ทรงทราบว่าองค์ชายแปดถูกพิษอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมาหาพวกกระหม่อมเพื่อดูเทียบยา ไม่มีผู้ใดใส่ร้ายองค์ชายใหญ่ องค์ชายใหญ่ต้องการวางยาพิษสังหารองค์ชายแปดจริงๆ!”
“อ้อ? ใต้เท้าสวี ประเดี๋ยวท่านก็กล่าวว่านอกจากอวี๋เฟยก็ไม่มีผู้อื่นทราบอีก ตอนนี้กลับกล่าวว่าองค์ชายใหญ่ทรงทราบ เช่นนั้นขอถามหน่อยเถิด องค์ชายใหญ่เพิ่งจะกลับแคว้นเหลียนมาเมื่อไม่นานนี้ พระองค์ทรงทราบเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อใด? หรืออวี๋เฟยกล่าวเรื่องนี้กับองค์ชาย?” ในคำพูดของอวิ๋นซูเจือไปด้วยความขำขัน “ก่อนหน้านี้ข้ายังคิดว่าใต้เท้าสวีฉลาด รู้จักใส่ยาถอนพิษลงในน้ำชาขององค์ชายแปดเพื่อไม่ให้หมอหลวงทั้งหลายตรวจชีพจรพบ เพียงแต่ใต้เท้าสวีโชคร้ายยิ่งนัก องค์ชายแปดร่างกายอ่อนแอ อีกทั้งยังถูกพิษรุนแรงจึงอาเจียนยาถอนพิษออกมา ทำให้เรื่องถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตามดูจากวันนี้แล้ว ผู้ที่ต้องการใส่ร้ายองค์ชายใหญ่คงเป็นใต้เท้าสวีจริงๆ!”
“เอ๋?! นี่…นี่…ข้าถูกใส่ร้าย!…ข้า ข้า…” ใต้เท้าสวีถูกคำพูดเหล่านี้โจมตีจนตอบไม่ได้ หมอหลวงหลายท่านพากันส่ายศีรษะ แม้ในยามฝันพวกเขาก็คิดไม่ถึงว่าใต้เท้าสวีที่ทำงานร่วมกันมาหลายปี จะมีความกล้าและโหดเหี้ยมเช่นนี้ ทั้งยังโง่งมเพียงนี้ด้วย
นังเด็กฉลาดอวดดี ถึงกับบีบบังคับใต้เท้าสวีจนอยู่ในสถานการณ์กระวนกระวายเช่นนี้เชียวหรือ ฮองเฮาคิดว่าตนไม่อาจปล่อยให้เรื่องดำเนินไปเช่นนี้ได้อีก มิเช่นนั้น จะช้าจะเร็วหมอหลวงโง่เขลาทั้งสองคงถูกดรุณีน้อยปั่นหัวจนพูดออกมาเป็นแน่
“อวี๋เฟย เรื่องนี้ เจ้ามีคำใดจะพูดหรือไม่?”
ในที่สุดฮองเฮาก็แย้มพระโอษฐ์ อวี๋เฟยชะงักไป “เหนียงเหนียง?” นี่หมายความว่าอย่างไร พระนางต้องการตรัสสิ่งใดกับตนกันแน่?
การชี้นำอันเห็นได้ชัดเจนเพียงนี้ทำให้หมอหลวงที่ต้องการรอดชีวิตทั้งสองบนพื้นมีปฏิกิริยากลับมา “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราไม่ขอปิดบังอีก ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนเป็นอวี๋เฟยสั่งให้ทำ!”
“อะไรนะ พวกเจ้ากล่าวไร้สาระอันใด?! ตอนนี้จะมาใส่ร้ายหมู่เฟยของข้าอีกแล้วหรือ?!” หวงฝู่เซียวรู้สึกว่ามีเพลิงแห่งโทสะลุกโชนอยู่รอบกาย อดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามาคิดจะตบตีหมอหลวงไร้ยางอายทั้งสอง
“หยุดเขาไว้! องค์ชายห้า เปิ่นกงยังอยู่ที่นี่ เจ้าอย่าได้คิดจะทำตัวโอหัง!”
หวงฝู่เซียวมีท่าทีย่ำแย่ยิ่งนัก เพียงแต่เมื่อมองไปยังสีหน้าเคร่งขรึมของฮองเฮา เขาจึงจำเป็นต้องระงับความโกรธในใจ เขา…ไม่อาจล่วงเกินฮองเฮาได้เลย
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองหรือ? ถูกซูเอ๋อร์บีบบังคับจนร้อนรน ฮองเฮาจึงคิดหาตัวตายตัวแทน สายตาที่เฟิ่งหลิงมองไปยังอวี๋เฟยไม่มีความเห็นใจแม้แต่น้อย เพื่อประโยชน์ของตน นางถึงกับยอมเสียสละบุตรชายที่ยังไม่เกิดโดยไม่เสียดาย ผลลัพธ์เช่นนี้นับว่าสวรรค์มีตาแล้ว
“ฮองเฮาโปรดไตร่ตรอง! หม่อมฉันไม่ได้บงการให้บ่าวสุนัขทั้งสองใส่ร้ายองค์ชายใหญ่! หากทำเช่นนี้ มิใช่ว่า…มิใช่ว่าจะทำให้เรื่องเมื่อปีนั้นถูกเปิดเผยหรอกหรือ? หม่อมฉันไม่มีเหตุผลที่จะเสี่ยงอันตรายเช่นนี้!”
ห้องเขาเลิกขนงขึ้น “เช่นนั้นเจ้ายอมรับว่าเรื่องเมื่อปีนั้นเป็นแผนการของเจ้าแล้วหรือ?”
“…” อวี๋เฟยร้อนใจจนคิดถึงกับกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกไป หวงฝู่รุ่ยที่อยู่บนเตียงรู้สึกปวดใจ ทั้งๆ ที่รู้คำตอบนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินจากปากของหมู่เฟยของตน เขาจึงได้รู้ว่านี่คือรสชาติของความเจ็บปวดขมขื่น
“ฮองเฮา! เมื่อปีนั้นอวี๋เฟยคิดจะเสียสละองค์ชายแปดเพื่อกำจัดพระสนมหลายท่าน ตอนนี้จะสนใจความเป็นความตายขององค์ชายแปดได้อย่างไร นางกล่าวว่าจะอย่างไรองค์ชายแปดก็อยู่ได้ไม่เกินสิบสี่ มิสู้ใช้องค์ชายกำจัดคู่แข่งขององค์ชายห้าเสียยังจะดีกว่า อีกทั้งยังเป็นองค์ชายใหญ่ที่ได้รับความโปรดปรานรักใคร่จากองค์จักรพรรดิที่สุด ดังนั้นจึงบงการให้กระหม่อมนำขนมกล่องนั้นไปมอบให้โดยใช้ชื่อองค์ชายใหญ่ ด้านในมีพิษถัวหลัวเซียงซึ่งกดข่มกับพิษในพระวรกายองค์ชายแปดอยู่! กระหม่อมปวดใจอยู่ลึกๆ แต่อวี๋เฟยใช้ชีวิตคนในจวนของกระหม่อมนับร้อยชีวิตมาข่มขู่ กระหม่อมจึงจำเป็นต้องทำ!” ทางเลือกของใต้เท้าหลิวชัดเจนยิ่งนัก คำพูดนี้ทำให้ผู้อื่นหาข้อตำหนิไม่พบแม้แต่น้อย
“ใช่ ใช่พ่ะย่ะค่ะ! และเป็นอวี๋เฟยที่ให้กระหม่อมใช้ยากดพิษในพระวรกายขององค์ชายแปดไว้ชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หมอหลวงทั้งหลายตรวจพบ จะได้ใส่ร้ายองค์ชายใหญ่โดยไร้ช่องโหว่! กระหม่อม กระหม่อมผิดไปแล้ว! หลายสิบปีมานี้กระหม่อมใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวมาโดยตลอด ขอฮองเฮาโปรดลงโทษสถานเบาด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“พวกเจ้า พวกเจ้า…” อวี๋เฟยโกรธจนหน้าบิดเบี้ยว ไหนเลยจะมีท่าทางงดงามเฉกเช่นยามปกติอยู่อีก
“อวี๋เฟย หลักฐานพยานแน่นหนา เจ้าควรได้รับโทษเช่นไรดี?!”