หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 20 ตอนที่ 573 ความลับของแคว้นเหลียน
อวิ๋นซูวางผ้าในมือลงเบื้องหน้าแม่ทัพกงซุน เมื่อเห็นตัวอักษรอันน่าตื่นตะลึงด้านบน ท่าทีเคร่งเครียดของแม่ทัพกงซุนพลันคละเคล้าไปด้วยความสั่นสะท้านอันยากจะเชื่อ “ขะ ของสิ่งนี้เจ้าได้มาจากที่ใด?”
“ลูกพบบนเส้นทางแห่งหนึ่งที่ไร้ผู้คน ผ้าพื้นนี้ถูกห่อไว้กับก้อนหินก้อนหนึ่ง ร่วงลงมาจากฟ้า คงจะมีคนโยนออกมาจากเรือนแถวๆ นั้น”
“มีคนเห็นเจ้าหรือไม่?” แม่ทัพกงซุนรู้ว่าผ้าผืนนี้จะต้องก่อให้เกิดคลื่นลมอันสั่นสะท้านเป็นแน่ เพียงแต่นี่จะเป็นไปได้หรือ?
อวิ๋นซูส่ายศีรษะเล็กน้อย แม่ทัพกงซุนค่อยๆ ปล่อยมือที่จับนางไว้ เดินไปด้านข้างราวกับกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด
ชุนเซียงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป จึงถอยออกไปอย่างรู้ความ ทั้งยังปิดประตูให้พวกเขาด้วย
“ท่านพ่อเจ้าคะ องค์หญิงเหมยพระองค์นี้คือใครหรือ?”
แม่ทัพกงซุนเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดจึงเก็บผ้าผืนนั้นกลับมา “ซูเอ๋อร์ เรื่องนี้อย่าได้บอกผู้อื่นเป็นอันขาด รอให้องค์ชายใหญ่กลับมาก่อนค่อยหารือกันอีกครั้ง”
“ท่านพ่อ!”
เมื่อเห็นเขาคิดจะเดินจากไป อวิ๋นซูจึงรีบเอ่ยปากหยุดเขาเอาไว้ หรือองค์หญิงเหมยพระองค์นี้จะมีความเกี่ยวพันอันสลับซับซ้อนกับเฟิ่งหลิง? มิเช่นนั้นเหตุใดแม่ทัพกงซุนจึงไม่ยอมบอกตน?
เมื่อเห็นดวงตาลึกล้ำคู่นั้น บุรุษร่างกำยำจึงจมลงสู่ความลังเล “ซูเอ๋อร์ ที่พ่อไม่บอกเจ้าก็เพื่อเจ้า เชื่อว่าองค์ชายใหญ่คงไม่หวังให้เจ้าเข้ามาเกี่ยวพันด้วยเช่นกัน”
เกี่ยวข้องกับเฟิ่งหลิงจริงดังคาด
“ท่านพ่อ เดิมทีซูเอ๋อร์ก็มาที่นี่เพราะเขา เหตุใดจึงต้องวางตนเป็นคนนอกด้วย? หากท่านพ่อไม่ยอมบอก ลูกสามารถสืบหาด้วยวิธีอื่นได้”
“ไม่! อย่าได้สืบเรื่ององค์หญิงเหมยเด็ดขาด!”
แม่ทัพกงซุนเอ่ยปากด้วยความเคร่งเครียดโดยพลัน อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นท่าทีแน่วแน่เพียงนั้นของอวิ๋นซู ดวงตาของเขาพลันสั่นไหว จากนั้นจึงทอดถอนใจเบาๆ “เรื่องขององค์หญิงเหมยนับเป็นเรื่องต้องห้ามในพระราชวังแห่งแคว้นเหลียน ไม่มีผู้ใดเต็มใจเอ่ยถึงนาง”
เป็นเรื่องต้องห้ามอีกแล้ว! มิใช่ว่าเป็นเช่นเดียวกับเหมยเฟยแห่งแคว้นเฉินหรอกหรือ ประเดี๋ยวก่อน เหมยเฟย?!
“องค์หญิงเหมยที่ท่านพ่อกล่าวถึงคือองค์หญิงที่ไปแต่งงานไกลถึงแคว้นเฉินท่านนั้นหรือเจ้าคะ?”
จริงดังคาด แม่ทัพกงซุนเผยท่าทีประหลาดใจออกมา จากนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อย “คิดไม่ถึงว่าเหมยเฟยจะยังมีชีวิตอยู่ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่านางตายในพระราชวังแห่งแคว้นเฉินแล้วมิใช่หรือ?”
ในแคว้นเหลียนแห่งนี้ นอกจากองค์หญิงเหมยท่านนั้นแล้วก็ไม่มีองค์หญิงเหมยอื่นใดอีก
“เรื่องนี้เกรงว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับฮองเฮา” แม่ทัพกงซุนไม่อาจมั่นใจได้ หากองค์หญิงเหมยอยู่ในวังจริงๆ เมื่อดูจากอักษรเหล่านี้แล้วเห็นได้ว่านางถูกกักขังเอาไว้ ต้องทราบว่าในยามที่องค์หญิงยังไม่ได้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ออกไป องค์จักรพรรดิมีความสัมพันธ์อันดีกับนางเป็นที่สุด ย่อมไม่กระทำถึงขั้นนี้เป็นแน่ เช่นนั้นฮองเฮา…
“แย่แล้ว! หรือว่าฮองเฮาพระองค์ก่อน…”
แม่ทัพกงซุนพลันหน้าเปลี่ยนสี อวิ๋นซูรีบเดินเข้ามา “ท่านพ่อ?”
ฮองเฮาพระองค์ก่อน? อวิ๋นซูมั่นใจว่าตนได้ยินไม่ผิด ฮองเฮาพระองค์ก่อนมิใช่มารดาแท้ๆ ของเฟิ่งหลิงหรอกหรือ มีความเกี่ยวข้องใดกับเหมยเฟย?
“ซูเอ๋อร์ เจ้ายังไม่ทราบ ก่อนหน้านี้องค์ชายไม่ยอมให้พ่อบอกเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะเป็นห่วง แต่ในความคิดของพ่อ ควรจะให้เจ้ารู้ถึงความเกี่ยวข้องอันร้ายแรงในเรื่องนี้” แม่ทัพกงซุนย้อนคิดไปถึงเรื่องราวเนิ่นนานในกาลก่อน
“เมื่อปีนั้นองค์หญิงเหมยได้รับพระบัญชาจากไท่ซ่างหวงให้ไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่แคว้นเฉิน ตอนนั้นองค์จักรพรรดิยังเป็นรัชทายาทอยู่ ส่วนพระมารดาขององค์ชายใหญ่ก็คือพระชายารัชทายาท ในตอนที่องค์หญิงเหมยไปแต่งงานได้ไม่นาน พระชายารัชทายาทก็ให้กำเนิดโอรสออกมาพระองค์หนึ่ง จากนั้นรัชทายาทจึงเลือกฤกษ์มงคลทำพิธีราชาภิเสก ส่วนพระชายารัชทายาทก็ได้รับการสถาปนาเป็นฮองเฮา เพียงแต่ในวันหนึ่ง จู่ๆ ฮองเฮาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีข่าวคราวแม้แต่น้อย ตอนนั้นองค์จักรพรรดิส่งคนไปตามหาทั่วทุกสารทิศแต่ยังคงไม่ได้รับข่าวคราวใด จนกระทั่งเลยเขตชายแดนออกไป”
เมื่อย้อนคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น ความทรงจำเดียวที่แม่ทัพกงซุนจดจำได้ก็คือ ท่ามกลางเมืองหลวงเต็มไปด้วยใบไม้ร่วงอันเปลี่ยวเหงากดดัน มีเสียงกีบเท้าม้าอันร้อนรนดังแว่วมาในยามค่ำคืน
“จากนั้นมีคนรายงานว่า มีคนเห็นฮองเฮามอบของบางอย่างให้องค์หญิงเหมยในวันที่นางออกเดินทางไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ด้วยเหตุนี้รัชทายาทจึงมั่นใจว่าของสิ่งนั้นต้องเกี่ยวข้องกับการจากไปของฮองเฮาเป็นแน่”
อวิ๋นซูย้อนนึกขึ้นมาได้โดยพลัน ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในพระราชวังแห่งแคว้นเฉิน ตนถูกคนของเหมยเฟยวางยาและจับตัวไป ตอนนั้นนางสติพร่าเลือน ทว่ายังคงจำได้ว่าเฟิ่งหลิงปรากฏตัวออกมาช่วยเหลือตน ที่แท้นั่นไม่ใช่ความฝันจริงๆ ตอนนั้นเขาหาเหมยเฟยพบแล้ว! หรือนี่ก็เพื่อของสิ่งนั้น?
“ซูเอ๋อร์ เจ้ารู้สึกว่านิสัยของฝ่าบาทแปลกประหลาดหรือไม่? ความจริงก่อนหน้านี้พระองค์มิได้เป็นเช่นนี้ ตั้งแต่ฮองเฮาหายตัวไป พระองค์ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เริ่มรับสนมงามมากมาย ทุกคืนต่างลุ่มหลงสุรนารี จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ สภาพเช่นนี้จึงดีขึ้นมาก”
ที่แท้จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนถึงกับมีเรื่องราวมากมายเพียงนี้เชียว
“ความจริงพ่อรู้ว่าความโศกเศร้าระทมทุกข์ในพระทัยขององค์จักรพรรดิไม่ใช่อะไรที่พวกเราจะเข้าใจได้ เมื่อปีนั้น เดิมทีตัวเลือกพระชายารัชทายาทเป็นผู้อื่น แต่รัชทายาทไม่สนใจการต่อต้านของไท่ซ่างหวงและฮองไทเฮา ต้องการรับบุตรีคนโตของราชครูมาเป็นพระชายาให้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังปฏิเสธรับชายารองหรือนางบำเรอใด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฝ่าบาทกับไท่ซ่างหวงเกิดการผิดใจกัน ส่วนฮองเฮาในยามนี้ก็คือตัวเลือกที่ไท่ซ่างหวงเลือกให้ฝ่าบาท”
“ไท่ซ่างหวง?”
แม่ทัพกงซุนเห็นอวิ๋นซูมีสีหน้าสงสัยจึงเข้าใจว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ “ไท่ซ่างหวงเร้นกายอยู่หลายปี พ่อก็ไม่ได้พบนานแล้ว ตอนนี้อาศัยอยู่ในจวนเล็กๆ บนเขาชิงซิว ไม่มีผู้ใดกล้าไปรบกวน”
บุคคลที่ตนรักหายตัวไปหลายปี แต่กลับต้องแต่งตั้งคนที่ตนไม่รักเป็นฮองเฮา อวิ๋นซูคิดว่าตนเข้าใจความคิดของจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนแล้ว เหตุที่เบื้องหน้าต้องทำตัวเป็นจักรพรรดิไร้ความสามารถ คงเป็นการต่อต้านอันไร้เสียงอย่างหนึ่งกระมัง การที่นำอำนาจในวังหลังทั้งหมดไปมอบให้ฮองเฮา เพียงเพราะเหตุผลง่ายๆ
ไม่รัก
เพราะพระองค์ไม่รักฮองเฮา ไม่รักพระสนมในวังหลังเหล่านั้น ดังนั้นจึงไม่ใส่ใจความเป็นความตายของพวกนาง และเป็นเพราะพระองค์กำลังต่อต้านฮองเฮาที่ไท่ซ่างหวงเป็นผู้เลือกให้ จึงเลือกที่จะไม่ต่อต้านไม่ประนีประนอมแม้แต่น้อย บางทีอาจเป็นเพียงเพราะต้องการแสดงความคิดจึงทำเช่นนี้ ไท่ซ่างหวงพอพระทัยแล้วหรือไม่?
“ท่านพ่อคิดว่าเหมยเฟยถูกฮองเฮากักขังหรือ? นี่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับฮองเฮาพระองค์ก่อน?” ใช่แล้ว! เมื่อครู่แม่ทัพกงซุนกล่าวว่าฮองเฮาพระองค์ก่อนมอบของสิ่งหนึ่งให้เหมยเฟย บางทีฮองเฮาคงต้องการของสิ่งนั้น เพียงแต่นางคิดจะหาตัวฮองเฮาพระองค์ก่อนหรือ?
“ไม่ใช่เพียงแค่ฮองเฮา กระทั่งองค์จักรพรรดิก็ไม่เคยละทิ้งการตามหาย่วนฮองเฮา แต่ฝ่าบาททำเพื่อความรัก ฮองเฮาทำเพื่ออำนาจ ท่านมหาราชครูเลือกที่จะเร้นกายเพราะการหายตัวไปของฮองเฮาย่วน ไม่ยุ่งเรื่องแว่นแคว้นมาหลายปี แต่ตระกูลของมหาราชครูยังคงกุมเส้นเลือดใหญ่ของแคว้นเหลียนเอาไว้”
“เส้นเลือดใหญ่?”
แม่ทัพกงซุนไม่ปิดบังแม้แต่น้อย เดิมทีนี่เป็นความลับสำคัญของแคว้นเหลียน แต่เขาเชื่อใจอวิ๋นซู เพราะอวิ๋นซูเป็นบุตรีของตน ทั้งยังเป็นคนในใจขององค์ชายใหญ่
“ในกาลก่อนมีข่าวลือว่า ความจริงคนของแคว้นเหลียนเป็นลูกหลานของเซียนสวรรค์กับคนธรรมดา เซียนสวรรค์องค์หนึ่งจุติลงมาและได้พบรักกับคนธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นยังนำของล้ำค่าจากตำหนักสวรรค์มาด้วย หลังจากก่อตั้งแคว้นเหลียน ของล้ำค่านี้ก็ถูกซ่อนเอาไว้และสืบต่อกันมานานนับพันปีจนกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของแคว้นเหลียน แต่ผู้ที่รู้ถึงการมีอยู่ของรากฐานนี้มีเพียงตระกูลของมหาราชครูเท่านั้น”
อวิ๋นซูเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว “ดังนั้นฮองเฮาจึงต้องการหาตัวฮองเฮาย่วนเพื่อเบาะแสเส้นเลือดใหญ่แห่งแคว้นเหลียนที่อยู่ในมือของฮองเฮาย่วนหรือเจ้าคะ?”
“ซูเอ๋อร์ฉลาดจริงๆ ” ประเดี๋ยวก่อน ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่ใช่เวลามาชมเชยบุตรีของตน แม่ทัพกงซุนกำผ้าผืนนั้นแน่น “เพียงแต่…ฮองเฮาทรงทำเช่นนี้ หากผู้อื่นรู้เข้าคงไม่มีประโยชน์อันใดต่อพระนางแม้แต่น้อย”
“เพราะเหตุใด?”
“การที่องค์หญิงเหมยกลายเป็นเรื่องต้องห้ามของแคว้นเหลียน เป็นเพราะเมื่อปีนั้นพระนางทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ในแคว้นเฉิน แม้จักรพรรดิแห่งแคว้นเฉินจะบอกกล่าวต่อใต้หล้าว่าเหมยเฟยป่วยตาย แต่ความจริงคนของแคว้นเหลียนต่างรู้ดีว่านางถูกจักรพรรดิแห่งแคว้นเฉินกักขังไว้เท่านั้น พระพักตร์ของเหมยเฟยงดงามเป็นหนึ่งในใต้หล้า จักรพรรดิแห่งแคว้นเฉินรักนาง จึงปกป้องนางไม่ยอมให้ตาย”
อวิ๋นซูจมลงสู่ความใคร่ครวญครู่หนึ่ง ความจริงเป็นเพราะความรัก จึงก่อให้เกิดความโศกเศร้าภายหลัง
“แต่ได้ยินว่า เหมยเฟยต่อต้านคำสั่งของไท่ซ่างหวง ทำให้ภายหลังแม้นางจะถูกกักขังอยู่ในแคว้นเฉิน ไท่ซ่างหวงยังคงมิส่งคนไปช่วย ต้องทราบว่าหากแคว้นเหลียนของพวกเราต้องการเข้าสู่แคว้นเฉินโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เป็นเรื่องง่ายมากจริงๆ ดังนั้นสำหรับไท่ซ่างหวงแล้ว องค์หญิงเหมยนับเป็นกบฏของแคว้นเหลียนของพวกเรา”
แต่ตอนนี้ฮองเฮากลับขังกบฏของแคว้นเหลียน อีกทั้งยังไม่กราบทูลรายงาน หากผู้อื่นรู้เข้าต่อให้ฮองเฮามีสิบโอษฐ์ก็ตรัสได้ไม่ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นอวิ๋นซูยังคาดเดาได้ มิใช่ว่าฮองเฮาต้องการครอบครองเส้นเลือดใหญ่แห่งแคว้นเหลียนนี้ไว้เองหรือ?
ความจริงไม่ว่าคำเล่าลือจะเป็นเช่นไร นางย่อมไม่ใส่ใจ อวิ๋นซูเข้าใจดีว่า คำเล่าลือเป็นเพียงการสร้างสีสันและความลึกลับให้สิ่งที่เรียกว่าเส้นเลือดใหญ่ของแคว้นเท่านั้น กล่าวไปแล้วเส้นเลือดใหญ่ซึ่งเป็นรากฐานของแคว้นเหลียนนี้คงจะเป็นขุมทรัพย์ที่ยากจะจินตนาการได้!
จินตนาการได้เลยว่าหากได้รับขุมทรัพย์อันแข็งแกร่งมาจะใช้ทำอะไรได้บ้าง? รับสมัครกองกำลัง ซื้อม้า พัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้แคว้นเหลียนที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรอยู่แล้วพัฒนาขึ้นอีกขั้น
“ดูแล้วตอนนี้ฮองเฮายังหาเบาะแสของฮองเฮาพระองค์ก่อนไม่พบ”
“ซูเอ๋อร์รู้ได้อย่างไร?”
อวิ๋นซูมองไปยังผืนผ้าในมือของแม่ทัพกงซุน “ในเมื่อเหมยเฟยเป็นกบฏของแคว้นเหลียน หากฮองเฮาต้องการกักขังนางย่อมเสี่ยงอันตรายอย่างใหญ่หลวง หากมิใช่เพราะยังไม่อาจล้วงข้อมูลใดออกมาได้ เชื่อว่าฮองเฮาคงฆ่าคนปิดปากไปนานแล้ว”
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเหมยเฟยอยู่ที่นี่ เรื่องกลายเป็นว่านางตายอยู่ที่แคว้นเฉินจริงๆ
“ใช่แล้ว! เหตุใดพ่อจึงคิดไม่ถึง เช่นนั้นต้องรีบทูลองค์ชายใหญ่ให้เร็วเสียหน่อย แต่องค์ชายมีเรื่องสำคัญจึงเสด็จออกไปจากเมืองหลวง ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อใด…”
“ท่านพ่อ ซูเอ๋อร์ยังมีบางเรื่องไม่เข้าใจ”
“หือ?”
“ตอนแรกผู้ใดเป็นคนหาองค์ชายใหญ่พบ และพาเขากลับมาที่แคว้นเหลียน?” คำพูดของอวิ๋นซูทำให้แม่ทัพกงซุนชะงักไป จากนั้นท่าทีของเขาดูกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “เป็น…ท่านมหาราชครู พ่อเคยได้รับบุญคุณจากท่านมหาราชครูมาก่อน หลายปีมานี้ยังไม่กล้าลืมเลือน มหาราชครูไม่เคยละทิ้งการตามหาฮองเฮาย่วนและองค์ชายเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังปิดบังองค์จักรพรรดิด้วย”
อวิ๋นซูจินตนาการได้เลยว่าความรู้สึกที่ต้องสูญเสียบุตรีและหลานที่รักมีรสชาติเช่นไร เชื่อว่าในใจของมหาราชครูคงรู้สึกกล่าวโทษจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนกระมัง
“ตอนนี้หาองค์ชายใหญ่พบแล้ว ท่านมหาราชครูตัดสินใจจะส่งพระองค์ไปอยู่ข้างพระวรกายองค์จักรพรรดิ เพื่อให้พระองค์ชดเชยเวลาที่ขาดหายไปหลายปี ยิ่งไปกว่านั้นเพียงอยู่ในวังเท่านั้นถึงจะได้รับความปลอดภัยที่แท้จริง ซูเอ๋อร์รู้หรือไม่ว่าส่วนที่ร้ายกาจที่สุดของแคว้นเหลียนคือสิ่งใด?”
เมื่อพูดถึงแคว้นเหลียน ย่อมต้องคิดถึงตระกูลอู่
“วิชาพิษ”
แม่ทัพกงซุนแย้มยิ้มเล็กน้อย “ทุกคนรู้จักแค่ตระกูลอู่แห่งแคว้นเหลียน ไม่รู้จักด่านค่ายกลของตระกูลมหาราชครูกระมัง? ว่ากันว่าตระกูลของมหาราชครูมีคนแปรพักตร์”