หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 20 ตอนที่ 578 ไปจากเขาเสีย
เล่มที่ 20 ตอนที่ 578 ไปจากเขาเสีย
เมื่อเห็นว่าบุรุษเบื้องหน้ามีความตึงเครียดเช่นนั้น อวิ๋นซูจึงทอดถอนใจเบาๆ “ท่านอย่าได้เข้าใจผิด พวกเขาไม่ได้จับข้ามา”
“ข้าได้ยินว่าระหว่างกลับแคว้นเจ้าถูกลอบโจมตี ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาจึงตามมา เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะอาศัยอยู่ที่นี่นานเพียงนี้ ไม่คิดกลับไปแล้วใช่หรือไม่?!” กู้สวิ๋นฟางเห็นอวิ๋นซูพูดแทนคนเหล่านั้นจึงอดไม่ได้ที่จะเกิดโทสะขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตำหนิ
ดวงตาของอวิ๋นซูเปล่งประกาย นิสัยมุทะลุเช่นนี้ขอกู้สวิ๋นฟางกลับไม่เปลี่ยนแปลง ตอนนี้ทั้งสองอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลท่านมหาราชครู ไม่ควรเผยข้อมูลให้มากเกินไปถึงจะถูก
“เหตุใดจึงไม่พูด? ที่นี่ดีกว่าแคว้นเฉินหรือ?”
“คุณชายท่านนี้กล่าวได้ถูกต้อง โน้มน้าวแม่นางให้กลับแคว้นเร็วเสียหน่อยจะเป็นการดี” ตอนนี้เอง มีเสียงหนึ่งดังแว่วออกมาจากที่ใดก็ไม่อาจทราบ พบว่าหลังม่านไม้ไผ่มีเงาร่างร่างหนึ่งค่อยๆ เดินใกล้เข้ามา บุรุษชุดขาวแหวกม่านออกอย่างนอบน้อม ชายชราผู้มีสีหน้าลึกล้ำค่อยๆ เดินออกมาจากม่านไผ่
อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าเคร่งขรึมลง กู้สวิ๋นฟางก็เงียบลงมาก คำพูดนี้ของชายชราหมายความว่าอย่างไร?
“ดูแล้วคุณหนูกงซุนจะรู้จักกับคุณชายท่านนี้จริงๆ เช่นนี้ผู้ชราก็วางใจ” ชายชราผมขาวมองไปทางกู้สวิ๋นฟางอย่างเรียบเฉย “คุณชายท่านนี้เดินทางมาไกลเพื่อตามหาคุณหนูกงซุน ตอนนี้ผู้ชราสั่งให้คนเตรียมการแล้ว คุณหนูกงซุนอย่าได้ปฏิเสธน้ำใจนี้เลย”
กู้สวิ๋นฟางชะงักไป ความหมายของชายชราผู้นี้ก็คือ อวิ๋นซูไม่ยอมไปจากที่นี่หรือ?
อวิ๋นซูขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจมีการคาดเดาอยู่หลายส่วน เกรงว่าตนจะไม่ได้รับการต้อนรับจากตระกูลของท่านมหาราชครูเสียแล้ว
“คุณหนูกงซุน? เจ้าเปลี่ยนไปเป็นคุณหนูกงซุนตั้งแต่เมื่อใด?” กู้สวิ๋นฟางหัวสมองคขาวโพลน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
บุรุษชุดขาวที่อยู่ด้านข้างเห็นกู้สวิ๋นฟางเอะอะโวยวายจึงเดินเข้ามา “คุณชายกู้ขอรับ มิสู้ไปรออยู่ในลานเรือนก่อน ใต้เท้าของผู้น้อยต้องการสนทนากับคุณหนูกงซุนเสียหลายประโยค จากนั้นพวกท่านค่อยไปด้วยกัน”
กู้สวิ๋นฟางมองท่าทีลึกล้ำของอวิ๋นซู จากนั้นจึงมองไปยังชายชราผู้แปลกประหลาด บางทีเรื่องราวอาจจะซับซ้อนยิ่งกว่าที่ตนคิดก็เป็นได้
“ข้าจะรอเจ้าอยู่ด้านนอก” หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งเอาไว้ เขาก็เลือกจะพาซูหลิงเอ๋อร์ไปรออีกด้านหนึ่ง
เพียงไม่นานรอบด้านพลันเงียบลง อวิ๋นซูคารวะชายชราเล็กน้อย “น้อมพบท่านมหาราชครู”
“เจ้ารู้จักผู้ชราด้วยหรือ? เป็นหลิงเอ๋อร์บอกเจ้ากระมัง”
ชายชราผมขาวลูบเคราของตน บนใบหน้าไม่ปรากฏอารมณ์อันใด “คุณหนูกงซุน เชิญนั่ง”
แม้คำพูดจะเกรงอกเกรงใจ แต่ในลักษณะการพูดการกระทำกลับปรากฏความเย็นชาและการปฏิเสธอย่างชัดเจน อวิ๋นซูดูจะเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายเชิญตนมาด้วยจุดประสงค์อันใด
“หลายวันก่อน คุณชายเมื่อครู่นี้บุกเข้ามาในจวนเล็กๆ อันเงียบสงบของข้า กล่าวว่าเดินทางมาจากแคว้นเฉินเพื่อมาตามหาสหายที่หายตัวไป เดิมทีคิดว่าเขาโกหก ดังนั้นวันนี้ผู้ชราจึงให้คุณหนูกงซุนได้พบหน้าเขาครั้งหนึ่ง”
อวิ๋นซูหลุบตาลงเล็กน้อย “คุณชายกู้เป็นสหายเก่าของข้าจริงๆ เขาไม่ได้มีเจตนาร้าย หากทำผิดประการใดขอให้ท่านมหาราชครูโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ”
“ท่าทางพวกท่านดูจะสนิทสนมกันยิ่งนัก หากเป็นสหายธรรมดา เหตุใดต้องขอร้องผู้อื่นแทนเขาหากเขาทำความผิดพลาดประการใดด้วยเล่า?” ในน้ำเสียงของชายชราเจือไปด้วยความเย็นชา จากนั้นจึงพูดต่อไปโดยไม่รอให้อวิ๋นซูเอ่ยปาก “ คุณหนูกงซุนเคยเป็นคุณหนูแห่งจวนชางหรงโหวแห่งแคว้นเฉิน จากบุตรีอนุภรรยาที่ไม่ได้รับความโปรดปรานผู้หนึ่งกลายมาเป็นขุนนางหญิงกินตำแหน่งหมอประจำพระองค์เพียงผู้เดียวของแคว้นเฉิน ทั้งยังได้เดินทางไปเป็นทูตที่แคว้นอี้ ผู้ชรารู้ว่ารัชทายาทแห่งแคว้นเฉินมีเจตนาแต่งตั้งคุณหนูกงซุนเป็นฮองเฮา กระทั่งจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้ก็มีใจแต่งตั้งท่านเป็นสนม เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ผู้ชราคิดว่าหนูกงซุนคงคุ้นชินกับการต้อนรับขับสู้บุรุษมากอำนาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าผู้ชราพูดถูกหรือไม่?”
ต้อนรับขับสู้? อวิ๋นซูย่อมฟังความหมายในคำพูดเมื่อครู่ของอีกฝ่ายออก ในคำพูดของท่านมหาราชครูแฝงไปด้วยเจตนาเย้ยหยันอย่างชัดเจน เขาต้องการกล่าวว่าตนเป็นสตรีเจ้าเล่ห์มากแผนการ เข้าใกล้ผู้มีอำนาจเพื่อตำแหน่ง
อย่างไรก็ตามอวิ๋นซูรู้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายยังไม่จบ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ชราคิดว่าคุณหนูกงซุนลงทุนลงแรงอย่างยากลำบากมาเนิ่นนาน ย่อมไม่ควรทำให้เสียเปล่าถึงจะถูก ดังนั้นวันนี้ผู้ชราจึงจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณหนูกงซุนเรียบร้อยแล้ว จะพาคุณหนูกงซุนไปส่งนอกแคว้นเหลียนอย่างปลอดภัย ส่วนคิดจะกลับแคว้นเฉินหรือแคว้นอี้ ทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับเจตนาของคุณหนูกงซุนเอง”
อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นช้าๆ สายตาสงบนิ่งกระจ่างใส “ท่านมหาราชครูโปรดอภัย ตอนนี้ข้าไม่อาจจากไปได้”
“เป็นเพราะเรื่องมือสังหารหรือ? โปรดอภัยที่ผู้ชราต้องพูดตามตรง แคว้นเหลียนมิใช่สถานที่ที่คุณหนูกงซุนจะอยู่นานได้ หากคุณหนูกงซุนเป็นห่วง กลัวว่าหลังจากไปจากแคว้นเหลียนแล้วจะไม่ปลอดภัย ผู้ชราสามารถสั่งให้คนพาคุณหนูกงซุนไปส่งถึงเขตแดนรัชทายาทแห่งแคว้นเฉินหรือข้างกายจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้ได้ เชื่อว่าพวกเขาสองคนคงปกป้องคุณหนูกงซุนเต็มกำลัง”
อวิ๋นซูทอดถอนใจเบาๆ “หากข้าเต็มใจจะอยู่ข้างกายพวกเขา ตอนนี้คงไม่ปรากฏตัวอยู่ที่นี่หรอกเจ้าค่ะ” นางรู้ว่าการที่ท่านมหาราชครูตรวจสอบเรื่องของตนจนกระจ่างชัดเพียงนี้ เนื่องจากต้องการให้นางถอยไปเพราะประสบการณ์อันซับซ้อนที่ผ่านมา ท่านมหาราชครูคือบิดาของฮองเฮาย่วนและเป็นท่านตาของเฟิ่งหลิง เหตุใดเขาต้องกำจัดตนเช่นนี้ อวิ๋นซูเข้าใจอารมณ์นั้นได้เป็นอย่างดี
คำพูดล้วนกล่าวมาถึงขั้นนี้แล้ว นางยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ?
“หรือคุณหนูกงซุนไม่เข้าใจ ในความคิดของผู้ชรา เจ้าไม่คู่ควรกับหลิงเอ๋อร์”
อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นอีกครั้ง สบตากับเขา แต่กลับไม่ได้ตอบสิ่งใด
“แม้จะกล่าวว่าหลิงเอ๋อร์เติบโตอยู่ในแคว้นเฉินตั้งแต่เด็ก ทว่าสิ่งที่เขาต้องแบกรับอยู่บนบ่าล้วนเป็นความรับผิดชอบและโชคชะตาที่แตกต่างกันออกไป ในส่วนนี้เขาไม่เหมือนกับคุณหนูกงซุน เขาไม่อาจมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองเพียงผู้เดียว เขามีเรื่องที่จำเป็นต้องทำให้สำเร็จ ไม่ทราบว่าคุณหนูกงซุนต้องการสิ่งใดจากหลิงเอ๋อร์กันแน่? หากพูดถึงความสามารถ รัชทายาทแห่งแคว้นเฉินและจักรพรรดิเซียวล้วนเป็นบุคคลผู้มีความสามารถที่หาได้ยากยิ่ง หากพูดถึงตำแหน่ง พวกเขาสูงศักดิ์ยิ่งกว่าหลิงเอ๋อร์ในวันนี้เสียอีก ทั้งสองล้วนมอบสิ่งที่คุณหนูกงซุนต้องการให้ได้ทั้งสิ้น เหตุใดต้องเสียเวลามาอยู่ข้างกายหลิงเอ๋อร์ด้วย”
ตั้งแต่เริ่มต้น ท่านมหาราชครูก็ปฏิเสธความรักที่ตนมีต่อเฟิ่งหลิงโดยสิ้นเชิง มั่นใจว่านางต้องการใช้ประโยชน์จากเฟิ่งหลิงเพื่อจิตใจอันทะเยอทะยานของตนที่ต้องการกลายเป็นหงส์ อวิ๋นซูคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของแม่ทัพกงซุนขึ้นมาโดยพลัน ให้คล้อยตามท่านมหาราชครูไปเสีย ตอนนี้นับว่าอวิ๋นซูสัมผัสถึงความหมายในคำพูดนั้นได้อย่างลึกล้ำแล้ว
เป็นผู้ที่เผด็จการเอาแต่ใจอย่างยิ่ง ไม่ชอบให้ผู้อื่นต่อต้าน
“ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่หลิงเอ๋อร์ทำเพื่อคุณหนูกงซุนทำให้เสียเวลาไปไม่น้อย ในเมื่อคุณหนูกงซุนเข้าใจก็ไม่ควรพัวพันให้มากความอีก”
พูดมาถึงขั้นนี้แล้ว ความหมายของท่านมหาราชครูชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่เห็นด้วยที่จะให้เฟิ่งหลิงอยู่กับอวิ๋นซู
เวลาราวกับหยุดเดินลงเท่านี้ ภายในห้องเงียบลงมาก ได้ยินเสียงนกเสียงแมลงจากด้านนอกชัดเจน
ในที่สุดอวิ๋นซูก็เคลื่อนไหว ย่อตัวลงคารวะอย่างหนักแน่น ดวงตาของชายชราเปล่งประกาย เดิมทีคิดว่าคำพูดนี้ของตนควรจะทำให้สตรีผู้นี้อับอายจนโกรธเกรี้ยว คิดไม่ถึงว่านางยังคงสงบนิ่งถึงเพียงนี้ ตนดูเบานางเกินไปหรือ?
“คำพูดของท่านมหาราชครูข้าจดจำไว้ในใจแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ข้ายังมิอาจจากไปได้ เฉกเช่นที่ท่านมหาราชครูกล่าว เฟิ่งหลิงสิ้นเปลืองเวลาและความคิดไปกับข้าไม่น้อย อีกทั้งในเวลาที่ข้าต้องการเขาที่สุดเขาล้วนอยู่ข้างกายข้า เพียงแค่จุดนี้ข้าก็ไม่อาจไปจากเขาในตอนนี้ได้แล้ว ข้าเคยเป็นบุตรีอนุภรรยาแห่งจวนชางหรงโหว แต่ที่เดินมาถึงขั้นนี้ได้มิใช่เพราะอำนาจหรือตำแหน่ง ข้าเองก็มีเรื่องที่จำเป็นต้องทำ ตอนนี้เรื่องราวดำเนินผ่านไปแล้ว ยามนี้จึงหวังเพียงว่าจะได้ทำเฉกเช่นที่เฟิ่งหลิงกระทำในตอนแรก นั่นคืออยู่ข้างกายเขาเงียบๆ”
สายตาของชายชราเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ความหมายของคุณหนูกงซุนก็คือ ไม่คิดจะไปหรือ?”
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ
“คุณหนูกงซุน ผู้ชรามิใช่คนที่มีความอดทนมากนัก ครั้งนี้ที่เชิญคุณหนูกงซุนมาเพราะหวังว่าคุณหนูกงซุนจะเข้าใจเหตุผล” หน้าอกของชายชรากระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย ในดวงตาปรากฏความโกรธเกรี้ยวออกมา “ขอกล่าวความจริงโดยไม่ปิดบัง ผู้ชราคิดจะให้หลิงเอ๋อร์รับช่วงแผ่นดินต่อไป มารดาของเขาจัดการเรื่องราวเองจนวุ่นวาย ตอนนั้นผู้ชราไม่หนักแน่น ทำให้เกิดความโศกเศร้าในยามนี้ ดังนั้นครั้งนี้ผู้ชราจะไม่ยินยอมโดยเด็ดขาด ในเมื่อต้องสืบทอดราชบัลลังก์ก็ควรหาสตรีที่มีฐานะและพื้นเพเช่นเดียวกันมาเป็นคู่ชีวิต แม้ตอนนี้ผู้ชราจะเรียกเจ้าว่าคุณหนูกงซุน แต่ฐานะที่แท้จริงของเจ้ากลับเป็นหมอประจำพระองค์แห่งแคว้นเฉิน เมื่อถึงตอนนั้นหากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไป ด้วยฐานะของเจ้าคงจะสร้างความวุ่นวายให้หลิงเอ๋อร์เป็นที่สุด!”
อวิ๋นซูกำมือที่อยู่ในแขนเสื้อเล็กน้อย ไม่กล่าวไม่ได้ว่าคำพูดของท่านมหาราชครูกระทบถูกปัญหาที่อวิ๋นซูกังวลมาตลอด
แม้ที่นี่จะเป็นแคว้นเหลียนที่ลึกลับ แต่ไม่อาจรับประกันได้ว่าเซียวอี้เชินและตงฟางซวี่จะหาที่นี่ไม่พบจริงๆ สถานการณ์ในตอนนี้ของเฟิ่งหลิงอันตรายยากลำบากเพียงนี้ หากผู้อื่นพบว่าเขาพาสตรีแคว้นเฉินกลับแคว้นมา ฐานะของตนคงจะสร้างความยุ่งยากให้เขาเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นเซียวอี้เชินคงไม่ยอมจบง่ายๆ กระทั่งตงฟางซวี่ อวิ๋นซูยังคิดว่าเขาอาจจะไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ เช่นกัน
กล่าวได้ว่าตนนำพาศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดสองคนมาสู่เฟิ่งหลิง ความไม่สบายใจนี้ถูกเก็บซ่อนอยู่ในใจของนางมาตลอด ตอนนี้กลับถูกท่านมหาราชครูขุดออกมาพูด ทำให้ในใจของอวิ๋นซูเริ่มหวั่นไหว
นางไม่ต้องการให้ตนกลายเป็นภาระของเฟิ่งหลิง และยิ่งไม่อยากให้การดำรงอยู่ของตนกลายเป็นสิ่งที่จะนำพาความยุ่งยากมาสู่เฟิ่งหลิง
ระยะนี้อวิ๋นซูปลอบใจตนเองอยู่ในใจว่าเฟิ่งหลิงจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้ดี เพียงแต่ตอนนี้กระทั่งท่านมหาราชครูก็กล่าวถึงปัญหานี้แล้ว เช่นนั้นปัญหานี้ย่อมคงอยู่ตลอดไป
“นอกจากนี้ เพื่อไม่ต้องทำร้ายจิตใจคุณหนูกงซุน เกรงว่าหลิงเอ๋อร์คงไม่เคยกล่าวว่าผู้ชราหาตัวเลือกที่เหมาะสมให้เขาแล้วกระมัง? ระหว่างตระกูลมหาราชครูของพวกเรากับราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนมิได้ธรรมดาเฉกเช่นที่คุณหนูกงซุนคิด ทุกการกระทำของหลิงเอ๋อร์เกี่ยวพันไปถึงเกียรติยศและความปลอดภัยของตระกูลพวกเรา สตรีที่ผู้ชราเฟ้นหาให้เขา ไม่ว่าจะเป็นความงดงาม คุณธรรม การศึกษา หรือตระกูลเบื้องหลัง ล้วนมีเพียงหนึ่งไม่มีสอง นางสามารถปูทางในอนาคตให้เฟิ่งหลิงได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่คุณหนูกงซุนไม่อาจมอบให้เขา”
…
ภายในพระราชวังแห่งแคว้นเหลียน
โม่กงกงประคองกล่องไหมใบหนึ่งมาเบื้องพระพักตร์จักรพรรดิแห่งแคว้นเหรียญอย่างระมัดระวัง เงาร่างในอาภรณ์สีเหลืองสว่างยืนอยู่ข้างทะเลสาบ อาภรณ์โบกสะบัดไปตามสายลมที่พัดมา แผ่นหลังอันสูงศักดิ์เจือความสง่างามยากบรรยาย
“องค์ชายใหญ่กลับมาแล้วหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนหันไป ดวงเนตรตกอยู่บนของในมือโม่กงกง “คนเล่า?”
“องค์ชายทรงทิ้งของสิ่งนี้ไว้ก็เสด็จไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”