หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 21 ตอนที่ 616 บอกความลับ
เล่มที่ 21 ตอนที่ 616 บอกความลับ
มองไปยังใบหน้าที่ประทินโฉมหนาเตอะเบื้องหน้า ในใจเถี่ยเจินอวิ๋นเหวยพลันเกิดความหดหู่ “องค์หญิงสี่…มีคนในใจแล้วใช่หรือไม่?”
หย่งเวยรู้สึกตื่นตะลึง เหตุใดจู่ๆ เขาจึงกล่าวคำเช่นนี้ได้? เดิมทีคิดว่าบนใบหน้าของอีกฝ่ายจะเผยสายตาโกรธเกรี้ยว แต่ดวงตาอันลึกล้ำเช่นนั้นของเขากลับทำให้หย่งเวยไม่ทราบว่าควรจะกล่าวตอบเช่นไรไปชั่วครู่
ในขณะนี้เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยจึงได้เห็นท่าทีที่แท้จริงบนใบหน้าหย่งเวย ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อครู่ล้วนเป็นการจงใจ มีเพียงยามนี้ที่เขาได้เห็นเงาเมื่อวันนั้นบนร่างของนาง
“หากองค์หญิงสี่ต้องการปฏิเสธอวิ๋นเหวยเพราะมีคนในใจแล้วก็สามารถกล่าวมาตามตรงได้ อวิ๋นเหวยมิใช่คนชอบบีบบังคับผู้ใด เพียงแต่ในชนเผ่าเถี่ยเจินของพวกเรา นี่ไม่ใช่อุปสรรคที่คนทั้งสองจะเป็นสหายกัน ไม่ว่าอย่างไร อวิ๋นเหวยจะพยายามเสียหน่อย” คำพูดของเถี่ยเจินอวิ๋นเหวยจริงใจ ต่อให้เขาคาดเดาความคิดที่แท้จริงของหย่งเวยได้แล้วก็ไม่เผยความไม่พอใจแม้แต่ครึ่งส่วน
ยามนี้ในใจของหย่งเวยเกิดความลังเล จะมีความเป็นไปได้อีกอย่างหรือไม่? ในเมื่อตนไม่กล้ากล่าวความจริงกับเสด็จพี่รัชทายาท มิสู้ลงมือจากทางด้านองค์ชายเถี่ยเจิน โน้มน้าวเขา ให้เขาช่วยตนให้สมหวังเพียงแต่…เขาคิดทำเช่นนี้เพียงเพราะต้องการให้นางกล่าวความจริงออกไปหรือไม่? หย่งเวยกลัวว่าหากเรื่องนี้ถูกผู้อื่นพบเข้า เจาจวิ้นจะมีอันตรายถึงชีวิต
เมื่อเห็นสตรีเบื้องหน้าขมวดคิ้วแน่น สายตาเต็มไปด้วยความสับสน เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยจึงยิ่งมั่นใจในความคิดของตน เขาทอดถอนใจครั้งหนึ่ง “องค์หญิงหวาดกลัวสิ่งใดหรือ? หรือจะกล่าวว่าคนในใจขององค์หญิงไม่ยินยอมให้ผู้อื่นทราบ? เป็นบุรุษควรยืนหยัดคำฟ้า เหตุใดจึงให้สตรีที่ตนรักลำบากใจ?”
“ไม่! ไม่ใช่เขา!” หย่งเวยไม่อยากให้ผู้อื่นเข้าใจเจาจวิ้นผิด จึงอดไม่ได้จนหลุดปากออกมา
เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยชะงักไปเล็กน้อย เมื่อครู่เขาเห็นความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวในสายตาของสตรีผู้นี้ ที่แท้ความเข้มแข็งของนางก็มีเพื่อบุรุษอีกผู้หนึ่ง
“เช่นนั้นเพราะเหตุใด…”
อีกด้านหนึ่ง
“ใต้เท้าหลิว ท่านคิดว่าการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับชนเผ่าเถี่ยเจินในครั้งนี้จะสะดวกราบรื่นหรือไม่?”
ใต้เท้าหลายท่านรวมตัวกันในสวนบุปผาหลวง กำลังเดินมุ่งหน้าไปยังห้องทรงพระอักษรของตงฟางซวี่
“ข้าคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องหารือกันอีก หากพวกเราร่วมกันหาวิธีกล่าววาจาโน้มน้าวให้ดี ไม่แน่ว่ารัชทายาทอาจจะเปลี่ยนพระทัย” วันนั้นตงฟางซวี่ถึงกับปฏิเสธองค์หญิงเถี่ยเจินต่อหน้าทุกคน ช่างทำให้กังวลยิ่งนัก เพียงแต่ตอนนี้ต่อให้องค์หญิงจะประทับอยู่ชั่วคราว แต่อุปสรรคที่ซ่อนเร้นกลับมากมายยิ่ง
พวกเขาชัดแจ้งในความดื้อรั้นของรัชทายาทแล้ว เพียงแต่ยามนี้เรื่องเกี่ยวพันถึงแผ่นดิน ฝ่าบาทจะทรงเลือกเช่นไร พวกเขายังคงมิอาจคาดเดา
“แต่โชคยังดี องค์ชายเถี่ยเจินต้องพระทัยองค์หญิงสี่ การแต่งงานนี้ทำให้ผู้คนเฝ้ารอจริงๆ !”
ในที่สุดบนใบหน้าของขุนนางหลายท่านก็เผยรอยยิ้มออกมา “เชื่อว่าที่ฝ่าบาทเรียกพวกเราเข้าวังวันนี้ เพราะต้องการหารือเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กระมัง?”
ในมุมหนึ่ง บุรุษร่างกำยำมีสีหน้าแข็งเกร็ง สายตามองตามคนกลุ่มนั้นเขม็ง มือที่อยู่ในแขนเสื้อค่อยๆ กำขึ้น
ลมเย็นสายหนึ่งพัดมา เขาถึงกับไม่สังเกตุเห็นบุรุษรูปงามที่มาปรากฏตัวด้านหลังและกำลังมองเขาด้วยความสงสัย
สายตาของจี้จิ่นหยุดอยู่บนถุงหอมที่ตกอยู่บนระเบียงทางเดิน เขาก้มตัวลงเก็บ ฝีมือเย็บปักปราณีต ดอกจื่อเวย[1]สมจริง เพียงมองก็ทราบว่าเป็นของขวัญที่สตรีมอบให้บุรุษ สายตาของเขามองไปยังแม่ทัพกองราชองครักษ์ที่ยืนอยู่บริเวณทางเดินไม่ขยับเขยื้อน ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้
“เหตุใดท่านแม่ทัพมายืนเหม่ยลอยอยู่ที่นี่?”
เสียงนี้ทำให้เจาจวิ้นได้สติกลับมาโดยพลัน เขาหันไปด้วยความแปลกใจ พบใบหน้าอ่อนเยาว์ของท่านอัครมหาเสนาบดียืนอยู่เบื้องหน้าตนด้วยท่าทีเรียบเฉย “คารวะท่านอัครมหาเสนาบดี!”
เขารีบประสานหมัดคารวะ จากนั้นจึงพบว่าในมือของอีกฝ่ายถือถุงหอมอยู่ถุงหนึ่ง ดวงตาพลันเปล่งประกาย
ท่าทีเช่นนี้ตกอยู่ในสายตาของจี้จิ่น เขามองไปยังถุงหอม จากนั้นจึงยื่นไปเบื้องหน้าเจาจวิ้น “ถุงหอมนี้เป็นท่านแม่ทัพทำตกไว้หรือไม่?”
“…ขอรับ”
คิดไม่ถึงว่าบุรุษเข้มงวดจริงจังเพียงนี้จะพกของที่สตรีมอบให้ติดตัว ในใจจี้จิ่นรู้สึกปลงอนิจจัง จากนั้นจึงคืนถุงหอมให้เขา
“ดูแล้วนี่คงเป็นของที่ท่านแม่ทัพหวงแหนยิ่ง”
สีหน้าเจาจวิ้นเผยความอ่อนโยนออกมาอย่างยากจะปกปิด เก็บถุงหอมอย่างระมัดระวัง “ขอบคุณใต้เท้า”
จี้จิ่นพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินไปตามทางที่ขุนนางกลุ่มเมื่อครู่นี้เดินไป
เมื่อเห็นบุรุษรูปงามเดินไกลออกไป เจาจวิ้นพลันรู้สึกว่าท่านอัครมหาเสนาบดีในวันนี้ไม่เหมือนวันวาน จำได้ว่าความประทับใจแรกที่เขามีต่อท่านอัครมหาเสนาบดีก็คือ เก่งกาจมากความสามารถ หยิ่งทนงเย็นชา ต่อให้พบกันในวังเพียงไม่กี่ครั้ง ทั้งสองก็ไม่เคยสนทนากันมาก่อน แต่ตอนนี้บนร่างของท่านอัครมหาเสนาบดีดูเหมือนจะมีความเป็นมนุษย์ขึ้นหลายส่วน ไม่ทราบว่าความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้มีสาเหตุมาจากสิ่งใด
“อะไรนะ? พี่หญิงเท้าพลิกหรือ?”
หย่งเล่อรออยู่ในสวนบุปผาหลวงเนิ่นนานยังคงไม่ได้พบเถี่ยเจินอวิ๋นเหวย กลับได้ยินเรื่องเช่นนี้แทน
“ใช่แล้วเพคะองค์หญิง องค์หญิงห้าข้อเท้าพลิกรุนแรง ตอนนี้มีหมอหลวงไปดูแล้ว กล่าวว่าต้องพักผ่อนหลายวัน”
หย่งเล่อขมวดคิ้ว อารมณ์ของนางในยามนี้ไม่ดีมากจริงๆ “พี่หญิงเท้าพลิก แต่เท้าของข้ายืนจนเจ็บแล้ว!” นางรออยู่ที่นั่นทั้งเช้า แต่ไม่ได้เห็นแม้แต่เงาขององค์ชาย ไม่รู้ว่าเป็นข้าราชบริพารคนใดมอบข่าวเท็จเช่นนี้มาให้ หากนางรู้จะต้องลงโทษเป็นแน่!
เมื่อเห็นท่าทีขององค์หญิง นางข้าหลวงกลัวว่านางจะระบายความโกรธมาบนร่างของตนจึงกล่าวว่า “องค์หญิงเพคะ เมื่อครู่บ่าวได้ยินว่าวันนี้องค์ชายเสด็จไปหาองค์หญิงสี่”
อะไรนะ?! หย่งเล่อเบิกตากว้าง มองไปยังนางข้าหลวงเบื้องหน้าโดยพลัน “เหตุใดเจ้าไม่กล่าวให้เร็วกว่านี้?!”
นางข้าหลวงก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว “บ่าวเพิ่งได้ยินมาเพคะ”
หรือว่าองค์ชายเถี่ยเจินจะชอบพี่หญิงสี่จริงๆ แล้ว? หย่งเล่อสูดหายใจลึก “เรื่องที่ให้เจ้าไปตรวจสอบเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อคืนผู้ใดไปที่ตำหนักพี่หญิง?”
“บ่าวตรวจสอบมาแล้วเพคะ เพียงแต่ถามข้าราชบริพารที่ปฎิบัติหน้าที่เมื่อคืนแล้ว ล้วนกล่าวกันว่าไม่เห็น”
“จะไม่เห็นได้อย่างไร! หรือคิดจะปิดบังองค์หญิงเช่นข้า? บุรุษร่างกำยำหลายคนออกมาจากตำหนักพี่หญิงสี่ คิดว่าเป็นเรื่องหลอกลวงหรือ?!” หย่งเล่อโกรธจนตะโกนลั่น พลันนั้นบุรุษที่ปรากฏตัวออกมาจากมุมหนึ่งทำให้นางข้าหลวงตกใจ “ทะ ท่านอัครมหาเสนาบดี!”
ท่านอัครมหาเสนาบดี? หย่งเล่อหันไปโดยไม่รู้ตัว เห็นจี้จิ่นยืนอยู่ด้านหลังนางด้วยสีหน้าสงสัย ในใจพลันตะโกนว่าแย่แล้ว เมื่อครู่คงมิใช่ว่าท่านอัครมหาเสนาบดีได้ยินคำพูดของตนแล้วกระมัง?
“ถวายพระพรองค์หญิงหก” จี้จิ่นคารวะครั้งหนึ่ง ใบหน้าไม่มีอารมณ์มากมายนัก
เสียงอันไพเราะดังแว่วมา หย่งเล่อมองใบหน้างดงามเบื้องหน้า แย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ท่านอัครมหาเสนาบดีมากพิธีแล้ว”
จี้จิ่นยืดตัวขึ้น เดินผ่านข้างกายหย่งเล่อไปโดยไม่กล่าวคำใด กลิ่นหอมจางๆ พัดมาจากร่างของบุรุษ หย่งเล่อมองไปยังแผ่นหลังสง่างาม ลืมความรู้สึกย่ำแย่เมื่อครู่ไปจนสิ้น
หากกล่าวถึงบุรุษรูปงาม แคว้นเฉินของพวกนางก็มีบุรุษโดดเด่นอยู่ไม่น้อย เฉกเช่นท่านอัครมหาเสนาบดีอายุน้อยผู้นี้ หย่งเล่อเชื่อว่าความสามารถของเขาเป็นอันดับต้นๆ ในแคว้นเฉิน สตรีใดที่ได้เห็นแม้เพียงครั้งเดียวล้วนถูกบรรยากาศสง่างามบนร่างเขาอาบย้อม เพียงแต่น่าเสียดาย ท่านอัครมหาเสนาบดีเย็นชาเกินไป มักจะมีท่าทางสูงส่งเหนือผู้อื่น ไม่เคยเห็นเขาประจบประแจงผู้ใดมาก่อน ต่อให้เป็นองค์หญิงเช่นพวกนางก็ตาม
หย่งเล่อทอดถอนใจ ไม่ทราบว่าสตรีใดจะได้แต่งให้ท่านอัครมหาเสนาบดี นั่นนับเป็นวาสนาจริงๆ
“องค์หญิงเพคะ? ท่านอัครมหาเสนาบดีจะได้ยินหรือไม่…”
หย่งเล่อเบิกตากว้าง จ้องนางข้าหลวงขี้ขลาด “ต่อให้ได้ยิน ท่านอัครมหาเสนาบดีก็จะไม่พูดออกไป” แม้ไม่เคยใกล้ชิดกับท่านอัครมหาเสนาบดี แต่นางรู้ว่าท่านอัครมหาเสนาบดีไม่สนใจข่าวลือในวังหลัง เสาหลักเฉกเช่นท่านอัครมหาเสนาบดี ทั้งหัวใจล้วนอยู่กับเรื่องของแว่นแคว้น ดังนั้นต่อให้เขาได้ยินก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คำพูดของหย่งเล่อเมื่อครู่นี้มิใช่ว่าจะไม่สร้างคลื่นกระเพื่อมในใจของจี้จิ่น เมื่อคืนมีบุรุษหลายคนเข้าไปในตำหนักองค์หญิงสี่หรือ? เรื่องนี้ทางที่ดีที่สุดไม่ควรให้รัชทายาททรงทราบ มิเช่นนั้นไม่รู้ว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากที่ไม่จำเป็นอันใดขึ้นหรือไม่ ในวังนี้ดูราวกับมีความไม่สงบเกิดขึ้นทุกที่ ประเดี๋ยวก่อน องค์หญิงสี่?
จี้จิ่นค่อยๆ หยุดฝีเท้าลง ก้มหน้ามองมือที่ถือถุงหอมเมื่อครู่นี้ของตน ดอกจื่อเวย องค์หญิงสี่ มีเรื่องบังเอิญเช่นนี้เชียวหรือ? สายตาของเขาเกิดประกายไหลผ่าน บางที อาจเป็นตนคิดมากไปเองกระมัง
…
“ไม่ทราบว่าองค์ชายจะรักษาความลับให้หย่งเวยได้หรือไม่เพคะ?”
หย่งเวยรู้สึกว่าหัวใจอันตึงเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายลง นางรวบรวมความกล้าทั้งหมด บอกกล่าวเรื่องราวออกไปโดยไม่ปิดบัง
อย่างไรก็ตาม เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยกลับขมวดคิ้ว “ในเมื่อองค์หญิงและท่านแม่ทัพกองราชองครักษ์มีใจตรงกัน เหตุใดจึงไม่กราบทูลรัชทายาทโดยตรง? เชื่อว่ารัชทายาทจะทำให้พวกท่านสมปรารถนาเป็นแน่ หรือจะกล่าวว่า เขาไม่มีความมั่นใจว่าจะมอบความสุขให้องค์หญิงได้?”
หย่งเวยหัวเราะเสียงขืน “ฐานะของหม่อมฉันกับเขาแตกต่างกันเกินไป ต่อให้เป็นองค์ชายแห่งชนเผ่าเถี่ยเจิน จะตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของตนได้หรือ?”
“หากเป็นองค์หญิงเผ่าเถี่ยเจินของพวกเรา เมื่อชอบผู้กล้าในเผ่า ขอเพียงเขาเอาชนะพระทัยของเสด็จพ่อได้ย่อมสามารถแต่งงานอย่างสุขสม หรือในแคว้นเฉินไม่เป็นเช่นนี้?”
ในยามนี้หย่งเวยเริ่มรู้สึกอิจฉาสตรีเถี่ยเจินขึ้นมาแล้ว นางจะอธิบายให้องค์ชายเถี่ยเจินเข้าใจได้อย่างไรเล่า นอกจากผู้มีอำนาจสูงส่งแล้ว คนเช่นเจาจวิ้น จะมีสักกี่มากน้อยที่ได้แต่งงานกับราชวงศ์?
“หากองค์หญิงไม่กล้ากล่าว เช่นนั้นอวิ๋นเหวยสามารถกราบทูลรัชทายาทแทนองค์หญิงได้ หากแม่ทัพกองราชองครักษ์ผู้นั้นเป็นผู้มีความสามารถ เชื่อว่ารัชทายาทจะเห็นด้วย!”
“ไม่! ไม่ได้เด็ดขาด!” หย่งเวยหัวใจหดเกร็ง “เจตนาดีขององค์ชาย หย่งเวยขอรับไว้ด้วยใจ ทว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเหมาะสม! ขอให้องค์ชายช่วยหย่งเวยเก็บความลับด้วยเพคะ!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่กล่าว หย่งเวยจึงร้อนรนจริงๆ แล้ว “หย่งเวยเชื่อมั่นในตัวองค์ชายจึงนำความลับที่เก็บอยู่ในใจเนิ่นนานมาบอกกล่าว องค์ชายต้องการบีบบังคับให้หย่งเวยเดินสู่ความตายหรือ?!”
ความตาย? เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยมองสตรีเบื้องหน้า เนิ่นนานผ่านไปจึงค่อยเอ่ยปาก “ในเมื่อองค์หญิงเชื่ออวิ๋นเหวย อวิ๋นเหวยย่อมรักษาความลับนี้แทนองค์หญิง อย่างไรก็ตาม…อวิ๋นเหวยต้องการพบแม่ทัพกองราชองครักษ์ผู้นี้สักครา หากเขาไม่ได้รับการยอมรับจากอวิ๋นเหวย เช่นนั้นความสุขขององค์หญิง อวิ๋นเหวยจะขอรับผิดชอบเอง!”
อะไรนะ? หย่งเวยยังไม่ทันฟังความหมายในคำพูดของอีกฝ่ายให้เข้าใจกระจ่าง อวิ๋นเหวยก็หัวเราะเบาๆ “ขอตัวก่อน!”
“รอก่อน ท่าน…”
————–
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ดอกจื่อเวย คือ ดอกยี่เข่ง