หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 21 ตอนที่ 628 หลิงเอ๋อร์ตกทะเลสาบ
เล่มที่ 21 ตอนที่ 628 หลิงเอ๋อร์ตกทะเลสาบ
นางเกลียดชังทุกคนในจวนแม่ทัพแห่งนี้! โดยเฉพาะดรุณีน้อยเมื่อครู่นี้ เหตุใดต้องเผยรอยยิ้มไร้เดียงสาเช่นนั้นต่อหน้าตนด้วย?! นี่นับเป็นการสาดน้ำเกลือลงบนแผลของซูหว่านหรงโดยมิต้องสงสัยเลย! นางไม่มีบิดาแล้ว หากสูญเสียองค์ชายไปอีก เช่นนั้นนางคิดว่าชีวิตนี้ของตนคงมิอาจมีรอยยิ้มเช่นนั้นได้
ถึงกับชอบนังสาวใช้แพศยานั่นเชียว หากดรุณีน้อยผู้นี้เติบโตไป เกรงว่าจะไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาเฉกเช่นสาวใช้แพศยาผู้นั้นเป็นแน่ ตนเพียงต้องการสั่งสอนนางเล็กน้อย หวังว่านางจะเรียนรู้ให้ดี เป็นบ่าวไพร่ก็ทำเรื่องของบ่าวไพร่ไปเสีย ซูหว่านหรงหัวเราะเย็นชา อารมณ์ที่เดิมหดหู่ค่อยๆ ดีขึ้นเล็กน้อย เดินไปนั่งลงด้านข้าง หันไปพลิกตำราข้างมืออ่านตามใจ
“พี่สาวชุนเซียง…” เสียงของซูหลิงเอ๋อร์ดังก้องอยู่ในลานเรือนที่ไร้ซึ่งผู้คน มิใช่บอกว่าพี่สาวชุนเซียงมาที่นี่หรือ เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดเลยเล่า?
ดรุณีน้อยหันไปมองด้วยความสงสัย ซุ้มประตูโค้งที่ตนเข้าไปเมื่อครู่นี้ถูกปิดลงแล้ว
พลันนั้นมีสายลมอึมครึมพัดมา พัดพาความชื้นของทะเลสาบเข้ามา ซูหลิงเอ๋อร์หัวใจสั่นไหว วิ่งไปเคาะประตูด้วยความหวาดกลัว “เปิดประตู! เปิดประตู! หลิงเอ๋อร์กลัว…เปิดประตูเถิดพี่สาว…”
เสียงนี้ดังแว่วเข้าหูซูหว่านหรงที่อยู่ในห้อง นางทำเพียงหัวเราะเบาๆ อีกสักครู่ก็คงหยุดแล้วกระมัง เด็กน้อยผู้นี้เอะอะโวยวายเสียจริง ไม่ทราบว่านางมีความสัมพันธ์เช่นไรกับชุนเซียง อยากจะเห็นจริงๆ หากนังสาวใช้แพศยารู้ว่าเด็กน้อยผู้นี้หายไปจะมีท่าทีเช่นไร
“หลิงเอ๋อร์? หลิงเอ๋อร์?” บนระเบียงทางเดิน กู้สวิ๋นฟางมองไปรอบด้าน ระยะนี้ดรุณีน้อยผู้นั้นเอาแต่พัวพันกับชุนเซียงทั้งวัน ราวกับลืมตนไปแล้วก็มิปาน ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาไปกับการขัดเกลาอาวุธใหม่เสียให้รู้แล้วรู้รอด เพียงแต่วันนี้ยามออกจากห้องกลับไม่เห็นเงาร่างของนาง “ขอถามหน่อย เห็นเด็กน้อยที่เข้าจวนมาด้วยกันกับข้าหรือไม่?”
ข้ารับใช้ที่ผ่านทางมาคิดเล็กน้อย “อ้อ แม่นางน้อยผู้นั้นหรือ ผู้น้อยเห็นนางไปตามหาชุนเซียงแล้วขอรับ”
“…” ในใจกู้สวิ๋นฟางพลันเกิดความรู้สึกหดหู่ เจ้าเด็กไม่รู้จักดีชั่ว ก่อนหน้านี้ยังกล่าวว่าจะอยู่กับเขาไปชั่วชีวิตอันใดนั่น ตอนนี้ดียิ่งนัก ถูกสาวใช้ชุนเซียงขโมยไปแล้ว!
เกี้ยวหลังหนึ่งค่อยๆ หยุดลงบริเวณประตูจวนแม่ทัพ กู้สวิ๋นฟางที่มีความผิดหวังอัดแน่นเต็มหัวใจเห็นสตรีที่ลงมาจากเกี้ยวพอดีจึงรีบเดินเข้าไป กล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความอิจฉาอย่างไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย “คุณหนูกงซุน สาวใช้ของเจ้าช่างมีความสามารถยิ่งนัก ขโมยน้องสาวที่ใต้เท้าเช่นข้าเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ไปแล้ว!”
อวิ๋นซูมองสีหน้าย่ำแย่ของกู้สวิ๋นฟาง อดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มขึ้นมา “ผู้ใดเป็นน้องสาวที่ท่านเลี้ยงดูจนเติบใหญ่กัน?”
“ใต้เท้ากู้ ท่านถือโอกาสยามที่บ่าวไม่อยู่มาฟ้องคุณหนูของบ่าวหรือ?” ไม่ทราบว่าชุนเซียงเดินมาปรากฏตัวข้างกายตั้งแต่ยามใด ในมือถือดอกไม้กระถางหนึ่งเอาไว้
“เจ้ามาพอดี เด็กน้อยผู้นั้นเล่า ไม่ได้อยู่กับเจ้าหรือ?” กู้สวิ๋นฟางรีบเดินเข้าไป มองไปด้านหลังชุนเซียงราวกับนางซ่อนซูหลิงเอ๋อร์เอาไว้ก็มิปาน
“ท่านหมายถึงหลิงเอ๋อร์หรือ? วันนี้บ่าวยังไม่ได้พบนางเลยเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ? มิใช่ว่านางไปหาเจ้าหรือ?”
อวิ๋นซูมองไปยังชุนเซียงที่มีความสับสนเต็มใบหน้า อีกฝ่ายรีบอธิบาย “คุณหนูเจ้าคะ วันนี้หลังจากบ่าวไปเปลี่ยนยาให้คุณหนูซูแล้วก็อยู่ในสวนบุปผามาตลอด คิดจะเปลี่ยนดอกไม้ประดับให้คุณหนูเสียหน่อย”
“พวกเจ้า เห็นเด็กผู้หญิงในจวนออกไปข้างนอกหรือไม่?”
“ตอบคุณหนู ไม่มีเด็กผู้หญิงก้าวออกไปจากจวนแม่ทัพเลยขอรับ” องครักษ์บริเวณประตูกล่าวตอบอย่างนอบน้อม
อวิ๋นซูทอดถอนใจเบาๆ “ท่าทางหลิงเอ๋อร์คงยังอยู่ในจวน ใต้เท้ากู้อย่าได้ร้อนใจ พวกเราช่วยกันตามหาเถิด”
อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปหนึ่งช่วยยามแล้ว ข้ารับใช้ในจวนต่างร่วมกันตามหาซูหลิงเอ๋อร์ ทว่ายังคงไม่พบเงาร่างของดรุณีน้อยผู้นั้น
“เป็นไปไม่ได้กระมัง หลิงเอ๋อร์ไม่เคยไปไหนนานเพียงนี้” กู้สวิ๋นฟางรู้สึกร้อนใจบ้างแล้ว ในสมองเริ่มปรากฏความเป็นไปได้ต่างๆ นานาไม่หยุดหย่อน หลิงเอ๋อร์ไร้เดียงสาไม่รู้จักความน่ารังเกียจของใจคน คงมิใช่ว่าถูกผู้อื่นลักพาตัวไปแล้วหรือ?
“ยังมีที่ใดไม่ได้หาอีกหรือไม่?” อวิ๋นซูมองไปยังข้ารับใช้ที่กลับมารายงาน
“เรียนคุณหนู ทุกที่ที่หาได้ล้วนหาหมดแล้วขอรับ!”
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว หากมิได้ออกนอกจวน ทั้งยังหาคนไม่เจอ คงมิใช่ว่า… “สั่งให้คนไปตามหาในทะเลสาบที่จวน อย่าได้พลาดไปแม้แต่จุดเดียว!”
ในทะเลสาบ?! กู้สวิ๋นฟางและชุนเซียงตื่นตะลึง เป็นไปไม่ได้กระมัง หลิงเอ๋อร์คงไม่เกิดอุบัติเหตุอันใดขึ้นกระมัง?
“ใช่แล้ว คุณหนูขอรับ ยังมีอีกที่หนึ่งที่ยังไม่ได้ค้นหา!”
เพียงไม่นานทุกคนก็ไปรวมตัวกันในลานเรือนที่ซูหว่านหรงอาศัยอยู่ เสียงฝีเท้าและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทุกคนไม่ปล่อยให้ต้นหญ้าพลาดไปสักต้น ด้วยเกรงว่าดรุณีน้อยผู้นั้นจะหลบอยู่ในพุ่มหญ้าเพราะความซุกซน
“ทำเช่นไรดี? หลิงเอ๋อร์ไปที่ใดกันแน่?”
ชุนเซียงเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว หากนางจัดการเวลาที่จะเล่นกับซูหลิงเอ๋อร์ให้ดี อีกฝ่ายคงไม่ต้องตามหาตนไปทั่ว
สายตาของอวิ๋นซูเลื่อนมองไปยังห้องที่ปิดสนิท ด้านนอกเอะอะโวยวายเพียงนี้ ด้วยนิสัยของซูหว่านหรง เชื่อว่าคงถือโอกาสนี้สร้างปัญหา กล่าวว่าจวนแม่ทัพของพวกเขาปฏิบัติต่อแขกไม่รอบด้านแล้วกระมัง?
จริงดังคาด ซูหว่านหรงในยามนี้กำลังนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ฟังเสียงสนทนาอันร้อนรนของทุกคนด้วยความเย้ยหยัน
สมควรแล้ว ช่างทำให้รู้สึกมีความสุขเสียจริง!
ยามนี้กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นระลอกหนึ่ง ซูหว่านหรงรีบกลั้นใจ เสียงอันเรียบเฉยดังแว่วมา “คุณหนูซู พักผ่อนอยู่หรือ?”
คุณหนูกงซุนกลับมาแล้วหรือ? ดวงตาของซูหว่านหรงเกิดประกายเกลียดชัง แต่กลับไม่ยอมตอบ
“คุณหนูซูอยู่ด้านในหรือไม่?”
ชุนเซียงที่อยู่ด้านนอกรีบก้าวเข้ามา หรือคุณหนูจะถามคุณหนูซูเรื่องหลิงเอ๋อร์?
“คุณหนูเจ้าคะ วันนี้ตอนที่บ่าวมาเปลี่ยนยาให้คุณหนูซู นางยังอยู่ในห้องเจ้าค่ะ” เหตุใดตอนนี้กลับไม่ตอบแล้ว?
ในใจของอวิ๋นซูเกิดความมั่นใจขึ้นหลายส่วน ดวงตาเกิดประกายคมกริบ “คุณหนูซู ขออภัยจริงๆ พวกเราเสียงดังเอะอะเช่นนี้รบกวนการพักผ่อนของคุณหนูหรือไม่?” นางต้องการบีบบังคับให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก ยิ่งซูหว่านหรงเงียบ ยิ่งเป็นการอธิบายว่ามีความผิดปกติ!
“…” คุณหนูกงซุนผู้นี้ต้องจงใจเป็นแน่ เลวทรามยิ่งนัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะรบกวนตนยังมารังแกผู้คนเช่นนี้อีก! “พักผ่อนแล้ว!”
อวิ๋นซูและชุนเซียงสบตากัน ในดวงตาของนายบ่าวเต็มไปด้วยสัญญาณลับที่รู้กันสองคน คุณหนูซูผู้นี้ต้องมีปัญหาเป็นแน่!
“หลิงเอ๋อร์อยู่ด้านในหรือไม่?!” กู้สวิ๋นฟางในยามนี้ร้อนใจจนดวงตาแดงก่ำ ไม่รอให้อวิ๋นซูขัดขวาง เขาพลันเข้าไปเคาะประตูอย่างบ้าคลั่ง “เปิดประตู! เปิดประตู! หลิงเอ๋อร์ เจ้าอยู่ด้านในหรือไม่?!”
เสียงของบุรุษด้านนอกทำให้ซูหว่านหรงตกใจจนอกสั่นขวัญหาย “เจ้า ที่นี่ไม่มีหลิงเอ๋อร์อันใดนั่น เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
นี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกบุรุษข่มขู่เช่นนี้ เพียงแต่ไหนเลยกู้สวิ๋นฟางจะใส่ใจความแตกต่างของบุรุษและสตรีอันใดนั่น “เปิดประตู! หลิงเอ๋อร์ต้องอยู่ด้านในแน่นอน!”
ไม่รอให้ซูหว่านหรงมีปฏิกิริยากลับมาพลันได้ยินเสียงปังดังขึ้น กู้สวิ๋นฟางถึงกับใช้เท้าถีบประตูให้เปิดออกแล้ววิ่งเข้าไป “หลิงเอ๋อร์?! หลิงเอ๋อร์เจ้าอยู่ที่ใด?!”
“กรี๊ด! จะ เจ้า…”
อวิ๋นซูและชุนเซียงมองไป พบว่าซูหว่านหรงยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ผ้าห่มบนเตียงถูกพับเรียบร้อย ดูไม่เหมือนกำลังพักผ่อน
อีกฝ่ายอับอายจนกลายเป็นโกรธเกรี้ยว ในดวงตาเจือไปด้วยความร้อนตัวอยู่หลายส่วน มองไปทางอวิ๋นซูอย่างโกรธเคือง “คุณหนูกงซุน นี่มันอะไรกัน?! จวนของพวกท่านอนุญาตให้บุรุษแปลกหน้าบุกเข้ามาในเรือนพักของแขกตามใจเช่นนี้ได้หรือ?!”
ซูหว่านหรงในยามนี้เพิ่งจะแสดงนิสัยในยามปกติของนางออกมา ปฏิกิริยาแรกของอวิ๋นซูและชุนเซียงคือมองไปรอบด้าน ทว่ากลับไม่พบร่างของซูหลิงเอ๋อร์
“คงมิใช่ว่าคุณหนูกงซุนสงสัยว่าหว่านหรงซ่อนเด็กหญิงผู้นั้นไว้หรอกกระมัง?”
“คุณหนูซูทราบได้อย่างไรว่าเด็กที่หายไปคือเด็กผู้หญิง?” ในคำพูดของอวิ๋นซูเจือไปด้วยความเย็นยะเยือก อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย “ขะ ข้าได้ยินพวกเจ้ากล่าวกันเมื่อครู่นี้เช่นไรเล่า หลิงเอ๋อร์จะเป็นชื่อของผู้ชายไปได้หรือ?”
หลิงเอ๋อร์ถึงกับไม่อยู่ที่นี่เชียว?! กู้สวิ๋นฟางทะยานตัวมาเบื้องหน้าซูหว่านหรงโดยพลัน “พูดมา เจ้าเห็นนางหรือไม่?!”
“ออกไป! เจ้าคิดจะทำอะไร? กลางวันแสกๆ มีที่ให้เจ้ามาทำตัวเหลวไหลที่ไหนกัน! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?” ซูหว่านหรงไม่เคยพบบุรุษไร้มารยาทถึงเพียงนี้มาก่อน “เด็กๆ! เด็กๆ! ไล่เจ้าคนไร้อย่างอายผู้นี้ออกไปเสีย!”
ในยามนี้แม้ชุนเซียงจะไม่กล้ามั่นใจว่าซูหลิงเอ๋อร์ถูกซ่อนตัวไว้ที่ใด แต่นางกลับรู้ว่าต้องเกี่ยวข้องกับซูหว่านหรงเป็นแน่ มิเช่นนั้นเหตุใดอีกฝ่ายจึงมีพฤติกรรมแปลกไปเพียงนี้?
“คุณหนูซู คุณชายกู้ผู้นี้คือแขกสูงศักดิ์ของจวนแม่ทัพของพวกเรา ใช่คนที่ท่านบอกให้ไล่ก็จะไล่ไปได้ที่ไหนกัน?”
อะไรนะ? “เจ้า…” ซูหว่านหรงถูกทำให้โกรธไม่น้อย ทว่ากลับตอบโต้อะไรไม่ออกแม้เพียงประโยคเดียว
ยามนี้เอง ข้ารับใช้พลันพบความผิดปกติ “คุณหนู! ซุ้มประตูโค้งปิดอยู่ครับ!”
ซูหว่านหรงหนังตากระตุก ปฏิกิริยาเช่นนั้นย่อมมิพลาดสายตาของอวิ๋นซูไปได้ ข้ารับใช้เปิดซุ้มประตูโค้งสีแดง ด้านในคือสวนบุปผาที่มีทะสาปอยู่แห่งหนึ่ง
“ที่นี่คือ…”
“คุณหนูขอรับ ด้านในคือลานเรือนที่ใช้ผ่านไปยังภูเขาด้านหลัง ยามปกติบ่าวไพร่จะมาทำความสะอาดแต่เช้า”
กู้สวิ๋นฟางวิ่งออกไปโดยพลัน ทว่าต่อมาฝีเท้าของเขากลับหยุดชะงักลง อวิ๋นซูมองตามสายตาของเขาไป พบว่าในพุ่มหญ้าริมทะเลสาบมีรองเท้าเล็กๆ ข้างหนึ่งตกอยู่อย่างสงบ
คงมิใช่ว่า…
“นะ นี่คือรองเท้าของหลิงเอ๋อร์” ชุนเซียงมองไปยังรองเท้าเล็กๆ อันคุ้นเคยอย่างยากจะเชื่อ ทุกคนพลันมองไปยังทะเลสาบอันเงียบสงบโดยไม่รู้ตัว หรือจะกล่าวว่า…
“หาต่อไป!”
ซูหว่านหรงที่เดินตามทุกคนมานอกห้องมองไป ทำไมเล่า หรือเด็กคนนั้นจะตกทะเลสาบไปแล้ว?
สตรีสุขุมเยือกเย็นเบื้องหน้าหันมา สายตาเย็นยะเยือกทั้งคมกริบหยุดอยู่บนใบหน้าซูหว่านหรง ถึงกับทำให้นางรู้สึกหนาวยะเยือก สายตาของอวิ๋นซูทำให้ซูหว่านหรงไม่กล้าสบตา รู้สึกราวกับว่าอีกฝ่ายสามารถมองทะลุความคิดของตนได้ก็มิปาน ไม่! นางมิได้ต้องการทำร้ายเด็กน้อยผู้นั้นจนตายเสียหน่อย ผู้ใดจะรู้ว่าเด็กน้อยผู้นั้นจะตกลงไปในทะเลสาบเล่า
นางเพียงคิดจะลงโทษสาวใช้แพศยาชุนเซียงผู้นั้นเล็กน้อย นางมิได้ตั้งใจ…
“คุณหนู หาไม่เจอขอรับ!” ข้ารับใช้หลายคนว่ายขึ้นมาจากทะเลสาบ กู้สวิ๋นฟางที่อยู่บนฝั่งกระโดดลงไปในทะเลสาบอย่างบ้าคลั่ง “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ หลิงเอ๋อร์ เจ้ารีบออกมาเร็วเข้า! หากยังไม่ออกมาอีก พี่ชายจะไม่สนใจเจ้าแล้ว!” บุรุษร่างกายเปียกปอนมีความกระวนกระวายอัดแน่นเต็มสายตา เมื่อเห็นกู้สวิ๋นฟางมีสภาพเช่นนี้ อวิ๋นซูและชุนเซียงพลันรู้สึกในใจไร้รสชาติ
บุรุษหยิ่งทะนงและมั่นใจในตนเองผู้นี้เคยเผยสายตาสิ้นหวังออกมาเมื่อใดกัน เขาเห็นซูหลิงเอ๋อร์เป็นครอบครัวของตนจริงๆ แล้ว
“ผู้ใดปิดซุ้มประตูโค้ง?” เสียงอันเย็นยะเยือกของอวิ๋นซูดังขึ้น
“คุณหนู ที่ผ่านมาข้ารับใช้ทั้งหลายเพียงเข้ามาทำความสะอาดสวนบุปผา ไม่เคยแตะต้องประตูเลยขอรับ”
อวิ๋นซูและชุนเซียงหันไปพร้อมกัน สายตาที่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวมองไปยังซูหว่านหรงที่ยืนแข็งอยู่โดยไม่คิดหลีกเลี่ยงแม้แต่น้อย
หลิงเอ๋อร์มิอาจมาที่สวนบุปผาแห่งนี้ด้วยตนเองเป็นแน่ อีกทั้งยังไม่สามารถปิดประตูเองได้ เช่นนั้นมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว…