หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 21 ตอนที่ 629 ตักเตือนหว่านหรง
เล่มที่ 21 ตอนที่ 629 ตักเตือนหว่านหรง
“คะ คุณหนูกงซุน นี่หมายความว่าอย่างไร? จะกล่าวว่าข้าปิดประตูไม้นี่หรือ?” ซูหว่านหรงมั่นใจว่ายามนั้นในเขตเรือนไม่มีผู้อื่นอยู่ ขอเพียงนางกัดฟันไม่ยอมรับก็ไม่มีผู้ใดชี้ตัวนางได้!
“เหตุใดคุณหนูซูต้องเชื่อมโยงเหตุการณ์เช่นนี้ด้วย? คุณหนูของบ่าวยังมิได้กล่าวอันใดเลยเจ้าค่ะ!” ส่วนลึกในใจของชุนเซียงมั่นใจแล้วว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับซูหว่านหรงเป็นแน่ ในคำพูดจึงเจือไปด้วยความเย้ยหยันที่ไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย
อีกฝ่ายเผยความขุ่นเคืองออกมา เพียงแต่ในสมองกลับคิดถึงดวงหน้าไร้เดียงสาของซูหลิงเอ๋อร์ เมื่อมองไปยังบุรุษที่กำลังตามหาคนในทะเลสาบอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ความรู้สึกผิดในใจยิ่งก่อขยายตัว หากเด็กน้อยผู้นั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆ…หัวใจซูหว่านหรงสั่นไหว นางยากจะควบคุมไม่ให้ตนเองคิดเรื่องนั้น “ในลานแห่งนี้ลมแรง มิแน่ว่าลมอาจจะพัดประตูปิดเองก็เป็นได้”
อวิ๋นซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางคิดว่าการบีบบังคับให้ซูหว่านหรงเผยพิรุธออกมาในยามนี้มิมีความหมายอันใด ที่สำคัญที่สุดก็คือหลิงเอ๋อร์จะต้องปลอดภัยไร้อันตราย
ข้ารับใช้ที่ร่างกายเปียกปอนผู้หนึ่งขึ้นมาจากทะเลสาบ “คุณหนูขอรับ หาเด็กหญิงผู้นั้นไม่พบ คงมิได้อยู่ในทะเลสาบขอรับ”
ในใจของชุนเซียงผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้าง มิไม่ได้ตกทะเลสาบก็ดีแล้ว เพียงแต่หลิงเอ๋อร์จะไปอยู่ที่ใดได้เล่า?
สายตาของอวิ๋นซูมองไปตามฝั่งทะเลสาบจนกระทั่งถึงป่าเขียวขจีแห่งหนึ่ง “คงมิใช่ว่าเข้าไปที่ภูเขาด้านหลังแล้วกระมัง?” หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ จำเป็นต้องส่งคนไปตามหาให้เร็วเสียหน่อย หากฟ้ามืดอาจจะเกิดเรื่องเหนือคาดที่อันตรายยิ่งขึ้นก็เป็นได้
“เด็กๆ นำเสื้อคลุมแห้งๆ มา”
กู้สวิ๋นฟางในยามนี้ถูกคนดึงขึ้นมาจากทะเลสาบแล้ว สายตาของเขากระวนกระวายหาใดเปรียบ “ภูเขาด้านหลัง? ภูเขาด้านหลังหรือ? เช่นนั้นรีบไปหาหน่อยเถิด รีบไปหานาง!”
ซูหว่านหรงมองดูความวุ่นวายเบื้องหน้า จวนแม่ทัพที่สง่าผ่าเผยถึงกับเคลื่อนไหวยิ่งใหญ่เพียงเพราะดรุณีน้อยต่ำต้อยผู้หนึ่ง หรือแม่นางน้อยที่สนิทสนมกับสาวใช้แพศยาผู้นั้นจะมีที่มาที่ไปใหญ่หลวงอันใด? ซูหว่านหรงไม่เชื่อเด็ดขาด
“คุณหนูซู”
นางคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ อวิ๋นซูจะหันกลับมามองนาง “อะ อะไร?”
บนใบหน้าของสตรีสุขุมเยือกเย็นเจือไปด้วยความลึกล้ำ “ที่นี่ลมแรง คุณหนูซูรีบกลับไปพักผ่อนในห้องเถิด”
ทำไม นางคิดว่าตนชอบดูความครึกครื้นหรือ?! ซูหว่านหรงย่อมฟังความหมายในคำพูดของอวิ๋นซูออก ในเมื่อไม่ชอบนาง นางก็ไม่อยากอยู่ให้ติดโชคร้ายที่นี่เช่นกัน!
ค่อยๆ หันไป ทว่ากลับมีเสียงอุทานระลอกหนึ่งดังแว่วมาจากด้านหลัง ซูหว่านหรงจึงรีบหันกลับไปมอง พบว่าข้ารับใช้ผู้หนึ่งพบของบางอย่างที่ดูเหมือนจะตกลงมาจากร่างของซูหลิงเอ๋อร์
ดวงตากระจ่างใสหยุดอยู่บนใบหน้าของนาง ซูหว่านหรงพลันใบหน้าแข็งเกร็ง กระแอ่มไอออกมาสองครั้งเพื่อปกปิดความกระอักกระอ่วนของตน จากนั้นจึงหมุนตัวเดินตรงไปที่ห้องของตนช้าๆ ท่ามกลางสายตาของอวิ๋นซู
บริเวณภูเขาด้านหลังมีหลายเสียงดังกังวาล “หลิงเอ๋อร์…แม่นางหลิงเอ๋อร์…”
“หลิงเอ๋อร์?! เจ้าได้ยินหรือไม่? ได้ยินก็ตอบกลับเสียหน่อยเถิด!”
จู่ๆ ชุนเซียงพลันหยุดฝีเท้าลง “คุณหนู ท่านลองฟังดูสิเจ้าคะ”
ในหูยินเสียงลมพัดผ่านป่า เสียงตอบรับอันลางเลือนที่ดังแว่วมาทำให้อวิ๋นซูเงียบฟัง กู้สวิ๋นฟางในยามนี้หันกลับมามองท่าทีของอวิ๋นซู รีบเดินเข้าไปใกล้ “หาหลิงเอ๋อร์เจอแล้วหรือไม่?!”
“ดูเหมือนจะอยู่ทางโน้น”
เมื่อเดินไปได้ไม่ไกล เบื้องหน้ากลับปรากฏเส้นทางเล็กๆ สองสาย
กู้สวิ๋นฟางเลือกเส้นทางเล็กๆ เส้นทางหนึ่งโดยไม่แม้แต่จะคิด ทว่ากลับถูกอวิ๋นซูที่อยู่ด้านหลังหยุดไว้ “หลิงเอ๋อร์คงมิไปทางนั้น”
“เพราะเหตุใด?”
“คุณชายกู้มิเห็นหรือว่าอีกเส้นทางหนึ่งมีดอกไม้ป่ามากกว่า?” เส้นทางทั้งสองแตกต่างกันชัดเจน ทางที่กู้สวิ๋นฟางเดินไปคงเป็นเส้นทางที่คนตัดไม้หรือนายพรานเหยียบย่ำจนกลายเป็นทางเดินขึ้นมา สองข้างทางมีดอกไม้ป่าอยู่น้อย เห็นได้ชัดว่ามีร่องรอยถูกกำจัดออกไป เชื่อว่าคงเป็นเส้นทางขึ้นไปสู่ยอดเขา ส่วนทางเล็กๆ อีกทางหนึ่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยดอกผู่กงอิงตลอดจนดอกไม้เล็กๆ สีเหลืองสีม่วง หากนางคือหลิงเอ๋อร์ จะต้องเลือกเส้นทางงดงามเช่นนี้เป็นแน่
กู้สวิ๋นฟางไม่เข้าใจ ทว่าไม่รอให้เขาเอ่ยปาก อวิ๋นซูก็พาทุกคนเดินไปเบื้องหน้าแล้ว
“หลิงเอ๋อร์!”
“ขะ ข้าอยู่นี่!”
จริงดังคาด เพียงไม่นานก็เห็นเงาร่างเล็กๆ วิ่งมาแต่ไกล กู้สวิ๋นฟางมีความยินดีเต็มใบหน้า รีบวิ่งเข้าไปโดยพลัน ทว่าท่าทีของเขาในยามที่เดินเข้าใกล้ซูหลิงเอ๋อร์กลับแปรเปลี่ยนไปน่าหวาดกลัวหาใดเปรียบ
ในมือของดรุณีน้อยผู้นั้นถือดอกไม้ป่ากำใหญ่ อาภรณ์บนร่างขาดไปหลายจุด ยามที่วิ่งไปเบื้องหน้ากู้สวิ๋นฟาง บุรุษเบื้องหน้าพลันตะโกนออกมา “เจ้าไปที่ใดมา?!”
เสียงอันโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ทำให้ซูหลิงเอ๋อร์ตกใจจนร่างกายสั่นเทา กล่าวอันใดไม่ออกไปชั่วครู่
ร่างกายของกู้สวิ๋นฟางสั่นเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน! “ถึงกับวิ่งมาเก็บดอกไม้ที่นี่ผู้เดียวเชียวหรือ? เจ้าไม่รู้หรือว่าทุกคนเป็นห่วงเจ้ามากเพียงใด?!”
ดรุณีน้อยถูกดุจนดวงตาแดงก่ำ ร่างกายแข็งค้างไม่กล้าขยับ
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว! ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว! หลิงเอ๋อร์ เหตุใดเจ้ามาที่นี่ได้?” ชุนเซียงดึงกู้สวิ๋นฟางให้หลบไปแล้วจึงดึงหลิงเอ๋อร์เข้าสู่อ้อมกอด ดรุณีน้อยที่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจส่งดอกไม้ป่าในมือไปให้อย่างขลาดเขลา “พี่สาวชุนเซียง…หลิงเอ๋อร์ หลิงเอ๋อร์…หลิงเอ๋อร์ตามหาท่านไปทั่ว พี่สาวผู้นั้นกล่าวว่าท่านมาที่นี่…อีกทั้งที่นี่มีดอกไม้เยอะมาก…”
“ไม่ร้อง หลิงเอ๋อร์ไม่ร้อง! เป็นความผิดของพี่สาวชุนเซียงเอง อย่าร้องเลย!” ในใจของชุนเซียงรู้สึกยากจะรับไหว อย่างไรก็ตาม นางสังเกตเห็นบางอย่างในคำพูดเมื่อครู่นี้ของซูหลิงเอ๋อร์
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าว่าพี่สาวท่านใดบอกเจ้าว่าชุนเซียงมาที่นี่?” อวิ๋นซูค่อยๆ ย่อตัวลง หยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของดรุณีน้อยเบาๆ กลิ่นสมุนไพรจางๆ บนผ้าเช็ดหน้าทำให้อารมณ์ของซูหลิงเอ๋อร์ค่อยๆ สงบลง “เป็น…เป็นพี่สาวที่อยู่ในห้องนั้น นางว่า นางว่าพี่สาวชุนเซียงอยู่ที่นี่ หลิงเอ๋อร์ตามหานานมาก…จากนั้นจึงหลงทาง…” ในยามที่กล่าวคำนี้ยังมองไปทางกู้สวิ๋นฟางด้วยความขลาดเขลาอีกด้วย
ท่าทีบนใบหน้าของบุรุษอ่อนโยนลงเล็กน้อย เพียงแต่เมื่อคิดว่าเมื่อครู่นี้ตนตำหนิซูหลิงเอ๋อร์เช่นนั้น ในใจยิ่งรู้สึกยากจะรับไหว
“พี่สาวที่พันผ้าพันแผลที่มือใช่หรือไม่?”
ซูหลิงเอ๋อร์พยักหน้า นางพบว่ารอบด้านมีคนมากมาย ยิ่งคิดไปว่าตนจะต้องทำเรื่องผิดอันใดเป็นแน่ “พี่ชาย หลิงเอ๋อร์ผิดไปแล้ว…พี่ชายอย่าโกรธเลย…”
เดิมทีกู้สวิ๋นฟางก็มิได้โกรธอยู่แล้ว เขายากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ยิ่งนัก หากจะกล่าวว่าเขารู้สึกตำหนิซูหลิงเอ๋อร์ สู้กล่าวว่าเขารู้สึกตำหนิตัวเองเสียยังจะดีกว่า
“สตรีผู้นั้นถึงกับกล่าวว่าไม่เห็นหลิงเอ๋อร์เชียว!” มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น เขาสะบัดชายอาภรณ์เดินจากไปก้าวใหญ่ จากนั้นจึงหายไปจากสายตาของซูหลิงเอ๋อร์
“พี่ชาย…” ดรุณีน้อยผู้นั้นร้อนใจขึ้นมาโดยพลัน เพียงแต่กู้สวิ๋นฟางเดินเร็วเกินไป นางยังมิทันมองให้ชัดเจนก็ไม่เห็นเงาของเขาแล้ว
“หลิงเอ๋อร์วางใจเถิด พี่ชายมิได้โกรธเจ้า คาดว่า…” ชุนเซียงมองไปยังทิศทางนั้นด้วยท่าทีลึกล้ำแฝงความหมาย เกรงว่าคงมีคนโชคร้ายแล้วกระมัง! ด้วยนิสัยของกู้สวิ๋นฟางที่มีแค้นต้องชำระ ไม่รู้ว่าซูหว่านหรงจะรับมือได้หรือไม่
อวิ๋นซูส่งสายตาเป็นสัญญาณให้ข้ารับใช้หลายคน “ตามคุณชายกู้ไปเสีย ขอเพียงไม่ทำเรื่องเกินกว่าเหตุอันใดก็ให้หลับตาข้างลืมตาข้าง”
“คุณหนู?” ชุนเซียงเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ ความหมายของอวิ๋นซูก็คือ อนุญาตให้กู้สวิ๋นฟางไปสร้างความลำบากให้ซูหว่านหรงหรือ?
“พาหลิงเอ๋อร์กลับไปอาบน้ำเสียเถิด ไม่มีเรื่องก็ดีแล้ว” ท่าทีของอวิ๋นซูเจือไปด้วยความใส่ใจ แม้ปากจะไม่กล่าว แต่ในใจของนางยังคงคิดว่าควรสั่งสอนซูหว่านหรงเสียบ้าง เกรงว่าผู้ที่นางเพ่งเล็งคงมิใช่หลิงเอ๋อร์แต่เป็นตน หากกู้สวิ๋นฟางมิลงมือ นางเองก็ไม่คิดจะปล่อยผ่านการกระทำเช่นนี้ไปง่ายๆ
โชคดีที่หลิงเอ๋อร์ไม่เกิดอุบัติเหตุอันใด มิเช่นนั้นจิตใจอันอิจฉาริษยาของซูหว่านหรงคงทำลายชีวิตบริสุทธิ์ไปแล้ว!
ยามนี้ซูหว่านหรงที่อยู่ในห้องรู้สึกว่ามีความเย็นยะเยือกสายหนึ่งแล่นขึ้นมาจากเท้า นางมองไปยังหน้าต่างที่เปิดอยู่ด้วยความรู้สึกไม่สงบ แปลกยิ่งนัก เหตุใดจู่ๆ จึงรู้สึกหนาวขึ้นมาได้
คงมิใช่ว่าดรุณีน้อยผู้นั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกกระมัง? ไม่ นางไม่ได้ทำอะไรผิด! โชคชะตาของมนุษย์สวรรค์เป็นผู้กำหนด หากดรุณีน้อยผู้นั้นฉลาดเสียบ้าง คงไม่เกิดอุบัติเหตุอันใดเป็นแน่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ซูหว่านหรงจึงเดินไปปิดหน้าต่าง พยายามทำให้ตนสงบลงไม่ต้องไปคิดอีก จะอย่างไรก็เป็นเพียงโชคชะตาอย่างหนึ่ง ภายภาคหน้าคงมิเกิดในชีวิตตนอีก เหตุใดต้องรู้สึกผิดด้วยเล่า?
ถูกต้อง ไม่ต้องคิดแล้ว พักผ่อนให้เร็วเสียหน่อย อย่าปล่อยให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเหล่านั้นมีผลกระทบกับอารมณ์ของตน
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ ในยามที่ซูหว่านหรงสะดุ้งตื่น แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามาในห้องแล้ว นางค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกที่สมองคิดก็คือ หาซูหลิงเอ๋อร์พบหรือไม่
นางเปิดประตูห้องอย่างระมัดระวัง ภายในเขตเรือนไม่มีผู้ใดแม้เพียงคนเดียว อีกทั้งซุ้มประตูโค้งก็เปิดกว้าง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็มิปาน
หรือจะหาพบแล้ว? หากเกิดเรื่องอันใดขึ้น เกรงว่าคงไม่เงียบเพียงนี้
สายตาหยุดอยู่บนโต๊ะสะอาดสะอ้านด้านข้าง ซูหว่านหรงขมวดคิ้ว หากเป็นเมื่อก่อน ในเวลานี้ควรจะมีสาวใช้มาส่งอาหารให้นางแล้วถึงจะถูก วันนี้กลับผิดปกติอยู่บ้าง หรือคุณหนูกงซุนได้ยินดรุณีน้อยผู้นั้นกล่าวอันใด คืนนี้จึงคิดจะปล่อยให้ตนหิว?!
พริบตานั้นในใจของซูหว่านหรงพลันเกิดโทสะขึ้นมา นางหัวเราะอย่างเย็นชา หากมีความสามารถ ทำให้นางหิวตายไปเสียก็ดี ถึงตอนนั้นท่านแม่ทัพจะอธิบายกับองค์ชายใหญ่อย่างไร?
เพิ่งจะปิดประตูก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นระลอกหนึ่ง
ดวงตาซูหว่านหรงสว่างวาบ ตอนนี้เพิ่งจะจำได้ว่าต้องมาส่งอาหารหรือ? นางค่อยๆ เดินไปนั่งลงข้างโต๊ะ รอสาวใช้ผู้นั้นเข้ามาอย่างสงบ
ผ่านไปครู่หนึ่งแต่กลับไม่มีการเคลื่อนไหวอันใด เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
“…เข้ามา”
วันนี้เกิดอะไรขึ้น? หรือจะเปลี่ยนสาวใช้แล้ว ซูหว่านหรงรออยู่นาน ทว่าด้านนอกกลับมีเสียงเคาะประตูดังต่อเนื่อง นางอดรนทนไม่ไหวจนต้องเดินไปเปิดประตู ไหนเลยจะรู้ว่ากลับไม่มีเงาคนโดยสิ้นเชิง
หรือว่า…ผู้ใดแกล้งนาง?
ทันใดนั้นมีเงาร่างในอาภรณ์สีดำร่างหนึ่งทะยานลงมาจากฟ้า มีคนใช้ถุงกระสอบคลุมหัวนางจากด้านหลัง “อื้อๆๆ…ผู้ใด?! ใครก็ได้? ช่วยด้วย!”
ซูหว่านหรงรู้สึกว่าตนถูกคนแบกขึ้น นางดิ้นสุดชีวิต ความหวาดกลัวกลืนกินความคิดทั้งหมดของนางจนสิ้น
คิดไม่ถึงว่าคนผู้นั้นเดินไปได้ไม่ไกลก็โยนนางลงบนพื้นอย่างรุนแรง
หลังจากเสียงอุทานผ่านไป ซูหว่านหรงก็รีบดึงกระสอบที่คลุมร่างของตนออก เบื้องหน้าเป็นลานเรือนอันคุ้นเคย ส่วนตนกำลังนั่งอยู่ริมทะเลสาบ ทันเห็นเพียงเงาหลังที่เดินจากไปอย่างรวดเร็ว คนผู้นั้นถึงกับปิดซุ้มประตูโค้งเสียสนิท ทุกสิ่งทุกอย่างนี้เกิดขึ้นเร็วมาก สตรีผู้มีสภาพย่ำแย่หอบหายใจรุนแรง ตกลง…นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!
Venus36
สมน้ำหน้า ทำได้แม้กระทั่งเด็ก