หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 632 เชิญฟู่หย่า
เล่มที่ 22 ตอนที่ 632 เชิญฟู่หย่า
“องค์ชาย คุณหนูซ่างกวนให้บ่าวไปเชิญคุณหนูฟู่จากสำนักหมอหลวงมาที่ตำหนักพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีผู้นั้นลอบเปลี่ยนทิศทางกลับมาทูลรายงานเบื้องหน้าหวงฝู่อี้
บนใบหน้าของบุรุษเผยรอยยิ้มบางเบา “ไปเถิด สั่งให้คนเตรียมตัวรับแขกให้ดี”
“…พ่ะย่ะค่ะ”
บนใบหน้าของขันทีเผยความแปลกใจออกมาหลายส่วน อย่างไรก็ตามมีเพียงหวงฝู่อี้ที่ทราบดี เกรงว่าซ่างกวนเมิ่งคงมีการกระทบกระทั่งอันใดกับฟู่หย่ากระมัง จึงต้องการยืมมือของตนสั่งสอนอีกฝ่าย เพียงแต่….เขาหวงฝู่อี้เป็นผู้ใดกัน? เรื่องเช่นการยืมมีฆ่าคน ถึงกับกล้านำมาใช้กับตนเชียวหรือ
ฟู่หย่าเป็นสตรีที่มีความสามารถจริงๆ เพียงแต่…หมอหลวงฟู่ผู้นั้นเป็นผู้มีนิสัยดื้อรั้น ทั้งยังเห็นหลานสาวผู้นี้เป็นประหนึ่งของล้ำค่าในมือ มิเช่นนั้นเหตุใดจึงยังทนที่นางอายุเพียงนี้แล้วยังไม่ออกเรือนได้อีก
มิใช่ว่าไม่มีผู้ใดสู่ขอฟู่หย่า เพียงแต่…เลือกผู้ที่ถูกใจไม่ได้! ไม่ถูกใจฟู่หย่าก็คือไม่ถูกใจหมอหลวงฟู่!
เขาหวงฝู่อี้ไม่เคยขาดแคลนสตรี ด้วยเหตุนี้จึงไม่คิดเพิ่มความยุ่งยากให้ตนด้วยการไปหาสตรีที่ล่วงเกินได้ยากเช่นนี้ เขาเพียงอยากจะเห็นเสียหน่อยว่าซ่างกวนเมิ่งจะเล่นลูกไม้อันใดออกมา สิ่งที่เขาชอบก็คือความรู้สึกที่ได้ควบคุมให้ผู้อื่นเต้นไปบนฝ่ามือของตน เชื่อว่ายามนี้ซ่างกวนเมิ่งคงยินดีกับตัวเองอยู่ คิดว่าเขาถูกนางใช้ประโยชน์อยู่กระมัง?
มีเพียงหวงฝู่เซียวผู้โง่งมเท่านั้นถึงจะติดกับสตรีเช่นนี้ได้! เชื่อว่าอีกฝ่ายคงคิดว่าซ่างกวนเมิ่งเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ที่ฮองเฮาทรงกำหนดไว้แล้ว หากได้นางเท่ากับสร้างความอัปยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้เสด็จพี่ใหญ่! แต่จะอย่างไรหวงฝู่เซียวก็คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้จะเป็นนังแพศยาที่มากไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม!
กล่าวว่านางเป็นนังแพศยา หวงฝู่อี้ยังรู้สึกว่าตนให้ค่านางเกินไป ไม่รู้จักประมาณกำลังของตนเอาเสียเลย! ไม่ทราบว่ามีพื้นเพเช่นไร ถูกฮองเฮาเลือกเป็นหลานสาวก็คิดว่าเป็นผู้สูงศักดิ์แล้วหรือ? กระทั่งองค์ชายก็ยังหลอกใช้ นางคิดว่าแคว้นเหลียนไร้ซึ่งผู้คนแล้วจริงๆ หรือ? ส่วนหวงฝู่เซียวก็สมควรแล้ว ผู้ใดให้เขาสร้างรอยด่างพร้อยให้ตระกูลหวงฝู่กันเล่า พ่ายแพ้ในน้ำมือของสตรีเช่นนี้ หากตอนนี้เขายังมีสติ ตนต้องไปก่นด่าเขาแรงๆ สักสามวันสามคืนเป็นแน่!
อีกด้านหนึ่ง ในใจซ่างกวนเมิ่งรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก คิดไปถึงความอยุติธรรมที่ตนได้รับในหลายวันมานี้ มีความลำบากแต่ไม่อาจกล่าว เอาแต่หวาดกลัวทั้งวันจนไม่สามารถทำเรื่องของตนเองได้โดยสิ้นเชิง องค์ชายสี่โบกมือเพียงครั้งเดียวนางก็จำเป็นต้องไป นี่ทำให้ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกว่าตนคล้ายกับหุ่นกระบอกตัวหนึ่งที่ถูกผู้อื่นเล่นสนุก
เพียงแต่ตอนนี้ดียิ่งนัก องค์ชายสี่สนใจฟู่หย่าแล้ว จะทำให้นังแพศยาอวดรู้นั่นลิ้มลองความลำบากที่ตนได้รับเสียบ้าง! ไม่แน่ว่าอาจช่วยให้ตนหลุดจากการพัวพันขององค์ชายสี่ก็เป็นได้!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่างกวนเมิ่งก็สูดหายใจลึก หาที่นั่งในสวนบุปผาที่ใกล้สำนักหมอหลวงที่สุดแล้วนั่งลง จนกระทั่งขันทีน้อยข้างกายองค์ชายสี่ปรากฏตัว สายตาของนางพลันเปล่งประกายสว่างวาบ สิ่งที่นางกลัวที่สุดก็คือฟู่หย่าจะไม่ยอมไป แต่ก็ไม่สำคัญ ตนหาข้ออ้างดีๆ ไว้แล้ว ทำให้อีกฝ่ายไม่อยากไปก็ต้องไป
ขันทีน้อยมองเพียงปราดเดียวก็พบซ่างกวนเมิ่งที่นั่งอยู่ในศาลา เขาผงกหัวคารวะเล็กน้อย อีกฝ่ายแย้มยิ้มลึกล้ำกลับมา จนกระทั่งเงาร่างในอาภรณ์สีเขียวหายไปสุดระเบียงทางเดิน
“คุณหนูฟู่ นี่คือตำราแพทย์ที่ท่านต้องการขอรับ”
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”
“คุณหนูฟู่ ข้าจะไปส่งท่านออกนอกวัง…” หมอหลวงผู้นั้นเห็นฟู่หย่าไม่ขยับเขยื้อนจึงคิดจะเดินเข้าไปสะกิด คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นั้นกลับแย้มยิ้มบางเบา “ไม่จำเป็น เรื่องพวกนี้ล้วนไม่สำคัญ บ่าวไพร่ในจวนรอข้าอยู่นอกวังแล้ว ไม่ลำบากใต้เท้าแล้วเจ้าค่ะ”
จากนั้นจึงส่งตำราในมือให้สาวใช้ข้างกาย เดินออกไปจากสำนักหมอหลวงท่ามกลางสายตาของหมอหลวงผู้นั้น
ยามนี้เอง มีขันทีน้อยผู้หนึ่งเดินเข้ามา ดวงตาของฟู่หย่าเปล่งประกาย คนผู้นั้นเดินมาเบื้องหน้านาง “คุณหนูฟู่ ให้บ่าวรอนานแล้ว!”
“ท่านคือ…”
ขันทีน้อยผู้นั้นมองไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว เห็นหมอหลวงที่ยืนอยู่บริเวณประตูพอดี บนใบหน้าจึงเผยรอยยิ้มกระอักกระอ่วนออกมา รีบกล่าวอย่างกระชับว่า “จู่ๆ องค์ชายสี่ก็รู้สึกไม่สบาย หวังว่าคุณหนูฟู่จะไปตรวจดูเสียหน่อยขอรับ”
“มิใช่ว่าในวังมีหมอหลวงท่านอื่นอยู่หรือ?” ฟู่หย่ารู้สึกสงสัยยิ่งนัก องค์ชายสี่หรือ? นางและองค์ชายสี่ไม่เคยติดต่อกันมาก่อน
“เป็นเช่นนี้ขอรับ องค์ชายสี่ทรงทราบว่าคุณหนูฟู่เป็นผู้ตรวจหาพิษในพระวรกายขององค์ชายห้าออกมาได้ จึงคิดว่าวิชาแพทย์ของคุณหนูฟู่เหนือกว่าหมอหลวงหลายท่านยิ่งนัก องค์ชายสี่มีอาการประชวรแต่เก่าก่อน ทรงคิดว่าตอนนี้มีเพียงคุณหนูฟู่ที่ช่วยองค์ชายได้ ขอให้คุณหนูฟู่ยอดลดเกียรติไปที่ตำหนัก จับชีพจรให้องค์ชายเสียหน่อยเถิด”
สายตาของฟู่หย่าหยุดอยู่บนกองตำราแพทย์ด้านข้าง ขันทีน้อยผู้นี้นับว่ามีความปราดเปรื่อง รีบเดินเข้าไปรับของในมือสาวใช้ผู้นั้นมา “เสียเวลาคุณหนูฟู่เล็กน้อยเท่านั้น หวังว่าคุณหนูฟู่จะช่วยบ่าว ยามนี้องค์ชายสี่ทรงระทมทุกข์ยิ่งนัก หากคุณหนูฟู่ตรวจไม่พบสิ่งใด ถึงตอนนั้นองค์ชายย่อมไปหาหมอหลวงท่านอื่น”
“เอาเถิด หากสามารถช่วยได้ ฟู่หย่ายินดีลองสักครั้ง”
“คุณหนูฟู่เข้าอกเข้าใจผู้อื่นจริงๆ บ่าวขอขอบคุณคุณหนูแทนองค์ชายด้วยขอรับ! ไปเถิด บ่าวนำทางเองขอรับ”
เพียงไม่นาน ซ่างกวนเมิ่งที่อยู่ในศาลาก็เห็นเงาร่างนั้นค่อยๆ เดินมา นางไปหลบหลังเสาโดยไม่รู้ตัว พยายามทำตัวเองให้เล็กลง เมื่อพบว่าฟู่หย่าไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติอันใดออกมา พลันนั้นจึงรู้สึกยินดียิ่ง คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้ดูผิวเผินเฉลียวฉลาด แต่ความจริงโง่งมยิ่งนัก! งิ้วสนุกๆ ใกล้จะแสดงแล้ว!
ยามนี้หวงฝู่อี้ก็จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทั้งขนมและสุราเลิศรส ทั้งทิวทัศน์งดงามบริเวณระเบียงชาน รอเพียงคนงามปรากฏตัวเท่านั้น
“คุณหนูฟู่ เชิญด้านในขอรับ”
ใต้หอสูงมีเสียงขันทีน้อยผู้นั้นดังแว่วมา หวงฝู่อี้ก้มหน้าลงมอง พบสตรีสุขุมเยือกเย็นกำลังเดินตามหลังบ่าวไพร่ผู้นั้น ไม่นานเงาร่างลับๆ ล่อๆ ของซ่างกวนเมิ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องสายตาเขา
ริมฝีปากยกโค้งขึ้นเล็กน้อย สตรีผู้นี้ช่างทำให้ผู้อื่นหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้เสียจริง แต่ก็ไม่สำคัญ หลังจากเล่นสนุกเสร็จแล้วเขาก็จะโยนทิ้งประดุจรองเท้า
อาการบาดเจ็บที่ขาของฟู่หย่ายังไม่หายดี นางมองไปยังหอสูงเบื้องหน้า ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ขันทีน้อยผู้นั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง “คุณหนูฟู่ท่าน…”
“ไม่เป็นไร ข้าเพียงเคลื่อนไหวช้าอยู่บ้างเท่านั้น” นางทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา ทำราวกับไม่สำคัญ จากนั้นจงยกชายกระโปรงขึ้น อดกลั้นความเจ็บปวดของบาดแผลแล้วเดินขึ้นไปทีละก้าว
เพียงไม่นานทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เบิกกว้าง เมื่อมองจากที่นี่สามารถเห็นหลังคาอันสง่างามของพระราชวังทั้งหมดได้ องค์ชายสี่ในยามนี้กำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะ มองตนด้วยใบหน้าแฝงรอยยิ้ม
ในใจของฟู่หย่าเกิดความผิดปกติพาดผ่าน จากนั้นจึงเดินเข้าไป “ถวายพระพรองค์ชายสี่เพคะ”
“คุณหนูฟู่ เชิญเถิด อาการบาดเจ็บของท่านยังไม่หายดี รีบร้อนเชิญคุณหนูมา ล่วงเกินแล้วจริงๆ” เขาลุกขึ้นยืน ยื่นมือออกมาคิดจะประคองสตรีเบื้องหน้า คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศพลันกระอันกระอ่วนขึ้นมาในพริบตา
บนใบหน้าของฟู่หย่าไม่ได้มีท่าทีอันใดมากมายนัก นางไม่ชอบสัมผัสบุรุษแปลกหน้า ยิ่งไปกว่านั้นนางยังได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับองค์ชายสี่ท่านนี้มามาก
เพียงแต่ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ไม่อาจทำให้ในใจของนางเกิดขึ้นคลื่นปั่นป่วนอันใดได้ ผู้ที่อยู่นอกเหตุการณ์เช่นนางได้ฟัง ทำได้เพียงแย้มยิ้มเท่านั้น
“ขอบพระทัยองค์ชายสี่ ฟู่หย่าไม่เป็นไรเพคะ”
องค์ชายสี่กลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง เพียงแค่รู้สึกเสียดายเท่านั้น สตรีเบื้องหน้าแตกต่างกับซ่างกวนเมิ่งยิ่ง แม้ใบหน้าจะงดงามไม่เท่าซ่างกวนเมิ่ง ทว่าเพียงแค่ความรู้ความสามารถก็เหนือกว่าซ่างกวนเมิ่งนับสิบเท่าแล้ว มิใช่ว่าหวงฝู่อี้ไม่ชอบสตรีเช่นนี้ เพียงแค่รู้สึกยุ่งยากเท่านั้น!
“ไม่ทราบว่าองค์ชายสี่รู้สึกไม่สบายที่ใดเพคะ?” ฟู่หย่ามองไปยังขนมบนโต๊ะ ในใจยิ่งรู้สึกเข้าใจกระจ่างขึ้นมาหลายส่วน เพียงแต่นางไม่อยากอยู่ที่นี่ให้นานขึ้นอีกแม้เพียงเค่อเดียว
หวงฝู่อี้มีปฏิกิริยาขึ้นมาโดยพลัน โบกมือครั้งหนึ่ง “คุณหนูฟู่ เชิญนั่ง”
ทั้งสองเดินมานั่งข้างโต๊ะ บุรุษตรงข้ามเห็นฟู่หย่ามีท่าทีเหินห่างจึงมองไปยังสตรีใต้หอที่ลอบมองมาทางพวกตนอีกครั้ง ทอดถอนใจเบาๆ “ระยะนี้ข้าองค์ชายรู้สึกใจกระตุก หายใจติดขัด นอนไม่หลับ ทั้งยังฝันมากมาย หงุดหงิดงุ่นง่านทั้งวัน เชิญหมอหลวงมาหลายท่าน ล้วนกล่าวว่ามิพบอาการป่วยอันใด จึงรบกวนให้คุณหนูฟู่จับชีพจรให้ข้าองค์ชายเสียหน่อยแล้ว”
กล่าวจบเขาก็ม้วนแขนเสื้อขึ้น ยืนข้อมือออกไป
ฟู่หย่าพยักหน้าเล็กน้อย ค่อยๆ ยื่นมือไปวางลงบนชีพจรของอีกฝ่าย
หวงฝู่อี้รู้สึกมีความเย็นยะเยือกสายหนึ่งแพร่ออกมาจากบนข้อมือ เมื่อเทียบกับความอ่อนนุ่มของซ่างกวนเมิ่งแล้ว ฟู่หย่าทำให้เขารู้สึกเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ เย็นชา!
สตรีตรงข้ามขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทีเช่นนี้อยู่ในการคาดเดาของหวงฝู่อี้นานแล้ว “คุณหนูฟู่ ตรวจพบสิ่งใดหรือไม่?”
ฟู่หย่าดึงมืกลับมา มองไปยังบุรุษตรงข้ามอย่างเรียบเฉย “พระวรกายขององค์ชายสี่มิเป็นไรมาก บางทีอาจเป็นเพราะทรงงานหนักเกินไป ทำให้เกิดความกลัดกลุ้มเพคะ” ความหมายของนางก็คือ สิ่งที่หวงฝู่อี้คิดมีมากเกินไปจึงทำให้นอนไม่หลับยามค่ำคืน
“ฮ่าๆๆ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!”
เดิมทีฟู่หย่าคิดว่าอีกฝ่ายจะโกรธ ไหนเลยจะรู้ว่าปฏิกิริยาของเขาจะสงบนิ่งเพียงนี้
“ดูแล้วเหมือนกับที่หมอหลวงท่านอื่นๆ กล่าว ข้าองค์ชายคิดว่าพวกเขาตรวจอย่างขอไปทีเสียอีก! เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็วางใจ คุณหนูฟู่ เชิญดื่มชาเถิด…”
เขาส่งสายตาครั้งหนึ่ง ขันทีน้อยข้างกายรีบเข้ามารินชาให้ฟู่หย่า
“ขอบพระทัยในน้ำพระทัยขององค์ชาย ในเมื่อพระวรกายของพระองค์ไม่เป็นไรแล้ว ฟู่หย่าจะทิ้งเทียบยาไว้ให้ ทูลลาก่อนเพคะ”
“นี่…นั่งลงชมดอกไม้ชมภาพวาดกับข้าองค์ชายเสียหน่อยเป็นอย่างไร?” ได้อยู่ด้วยกันกับคนงาม มีสิ่งใดไม่ดีกัน?
“ท่านพ่อยังรออยู่ที่จวน ทั้งยังไม่เหมาะสมหากจะออกจากวังดึกเกินไป ขอองค์ชายโปรดเข้าใจด้วยเพคะ” ฟู่หย่ามองไปยังชาเบื้องหน้าตน แต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
“…น่าเสียดายจริงๆ” ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนอยู่ในการคาดเดาของเขา แต่สตรีใต้หอเคร่งเครียดเพียงนั้น หากตนไม่แสดงงิ้วเสียหน่อย คงทำให้ซ่างกวนเมิ่งผิดหวังแล้วกระมัง?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หวงฝู่อี้จึงหยิบจอกสุราเบื้องหน้าตน ยกขึ้นดื่มลงไป
ภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของซ่างกวนเมิ่ง นางกำผ้าเช็ดหน้าในมือตนแน่น องค์ชายสี่ล้วนดื่มลงไปแล้ว เหตุใดฟู่หย่าจึงยังไม่เคลื่อนไหวอีก?!
ตอนนี้เอง สตรีบนหอลุกขึ้นยืน ในใจซ่างกวนเมิ่งรู้สึกแปลกใจ ทำไม นางจะไม่แม้แต่จะไว้หน้าองค์ชายสี่เชียวหรือ
เพียงไม่นาน เงาร่างทั้งสองก็ถูกบดบัง ซ่างกวนเมิ่งอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิด
“คุณหนูฟู่ ไม่อยู่ดื่มชาก็จะไปแล้วจริงหรือ?”
“ขอพระทัยองค์ชายที่ทรงต้อนรับอย่างดี ทูลลาเพคะ” ฟู่หย่าไม่มีแม้กระทั่งคำพูดที่มากเกินความจำเป็น ภายในมุมมืด สายตาดุดันจ้องมองไปทางสตรีผู้นั้นเขม็ง จนกระทั่งอีกฝ่ายหายไปจากสายตาของซ่างกวนเมิ่ง นางจึงก้าวออกมาอย่างยากจะรับไหว
หวงฝู่อี้หันกลับมา สายตาเช่นนั้นทำให้ในใจของซ่างกวนเมิ่งเต้นตึกตัก หรือว่าเขาจะโกรธแล้ว? “อะ องค์ชายสี่…”