หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 633 ผิดพลาดจนใบหน้าเสียหาย
เล่มที่ 22 ตอนที่ 633 ผิดพลาดจนใบหน้าเสียหาย
หวงฝู่อี้ส่งสายตาครั้งหนึ่ง ขันทีน้อยข้างกายเข้าใจได้โดยพลัน รีบถอยออกไปอย่างไร้เสียง
ได้ยินบุรุษแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงสะบัดชายแขนเสื้อเดินขึ้นหอสูงไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง อารมณ์โกรธเกรี้ยวที่ไม่ปิดบังแม้แต่น้อยเช่นนั้นทำให้ในใจของซ่างกวนเมิ่งเกิดเสียงดังสนั่น ยืนอยู่บริเวณนั้นเนิ่นนาน ไม่ทราบว่าควรจะทำเช่นไรดี
ด้วยนิสัยของหวงฝู่อี้ หลังจากเรื่องราวล้มเหลวแล้ว เขาไม่ควรเงียบเช่นนี้ถึงจะถูก ยิ่งเป็นเช่นนี้ นางยิ่งรู้สึกว่าเรื่องไม่ดีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
จุดอ่อนของตนยังอยู่ในมือขององค์ชายสี่ หากเขาไม่พอใจแล้วกล่าวเรื่องของตนและหวงฝู่เซียวออกไป เช่นนั้นผลลัพธ์ย่อมมิอาจคาดเดา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ต่อให้ในใจไม่ยินยอมพร้อมใจมากเพียงใด ซ่างกวนเมิ่งก็ยังสูดหายใจลึกแล้วเดินตามขึ้นไป
บนหอสูง บุรุษนั่งจิบชาอยู่ข้างโต๊ะอย่างเงียบงัน ไม่มองซ่างกวนเมิ่งแม้เพียงสายตา สตรีงดงามเผยรอยยิ้มประจบประแจงออกมาโดยพลัน “องค์ชายเพคะ…ฟู่หย่าผู้นั้นช่างไม่รู้จักดีชั่วเสียจริง ถึงกับกล้าปฏิเสธเจตนาดีขององค์ชายเชียว”
“เช่นนั้นหรือ?”
หวงฝู่อี้ตอบเสียงเรียบ “เจ้ารู้หรือไม่ ข้าองค์ชายไม่เคยถูกปฏิเสธมาก่อน ต้องขอบคุณผลงานของเจ้า นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าองค์ชายได้รู้ว่าที่แท้การถูกผู้อื่นปฏิเสธมีรสชาติเช่นนี้เอง”
ท่าทีของซ่างกวนเมิ่งแข็งค้าง จากนั้นจึงรีบเดินเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง “องค์ชายโปรดระงับโทสะ เมิ่งเอ๋อร์ไม่ทราบว่าฟู่หย่าผู้นั้นจะไม่เข้าใจเรื่องความรักถึงเพียงนี้ บุรุษโดดเด่นเช่นองค์ชายเป็นผู้เชื้อเชิญ นางยังไม่รู้สึกรู้สา สมควรแล้วที่นางจะต้องอยู่เป็นแม่นางชราไปชั่วชีวิต!”
นางด่าฟู่หย่าอย่างดุดัน หวังว่าบุรุษตรงข้ามจะคลายความโกรธไปได้
ท่าทีของหวงฝู่เซียวกลับยังคงเย็นชายิ่งนัก เขาแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง “น่าเสียดายขนมปราณีตโต๊ะนี้เสียจริง”
ซ่างกวนเมิ่งมองความคิดในใจของหวงฝู่อี้ในยามนี้ไม่ออก อีกฝ่ายยื่นมือออกมารินชาให้นาง “ในเมื่อคุณหนูฟู่ไม่ยอมชื่นชม เช่นนั้นคุณหนูซ่างกวนควรรับน้ำใจทั้งโต๊ะนี้แทนองค์ชายเช่นข้าให้ดีๆ กระมัง?”
“ใช่ๆๆ นี่เป็นเกียรติของเมิ่งเอ๋อร์แล้วเพคะ” นางเครียดเสียจนมีเหงื่อซึมออกมาบนฝ่ามือชั้นหนึ่ง ราวกับลืมอะไรบางอย่างไปแล้วก็มิปาน ประคองถ้วยชาในมือขึ้นมาแล้วฉีกยิ้ม “ขอบพระทัยองค์ชายสี่เพคะ”
ซ่างกวนเมิ่งจิบลงไปเล็กน้อย จากนั้นจึงเบนสายตาขึ้นมอง แต่กลับพบว่าบุรุษฝั่งตรงข้ามกำลังใช้สายตาหยอกล้อมองมาที่ตนโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย คล้ายกับว่ายามนี้เขาฟื้นคืนสู่ท่าทีปกติแล้วก็มิปาน
ในใจของนางพลันผ่อนคลายลง ดูแล้วเมื่อครู่องค์ชายสี่เพียงแค่ล้อตนเล่นเท่านั้น
“เป็นอย่างไรบ้าง คุณหนูซ่างกวน รู้สึกว่าชานี้มีรสชาติเช่นไร?”
“ย่อมต้อง…” ประเดี๋ยวก่อน นี่หมายความว่าอย่างไร? ซ่างกวนเมิ่งมองไปยังถ้วยชาหยกในมือของตนโดยไม่รู้ตัว บริเวณก้นถ้วยมีตะกอนผงสีม่วงอยู่ สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนไป “องค์ชาย นะ นี่…”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหวงฝู่อี้ลึกล้ำยิ่งขึ้น ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน “นี่คือชาที่คุณหนูซ่างกวนเตรียมให้คุณหนูฟู่อย่างไรเล่า รสชาติเป็นเช่นไร?”
“…ไม่ นี่…องค์ชายสี่…” ในใจของซ่างกวนเมิ่งสั่นไหว คงมิใช่ว่าองค์ชายสี่กำลังแกล้งนางอีกกระมัง? กำลังจะลุกขึ้นยืน นางกลับรู้สึกสองขาอ่อนแรง ความรู้สึกชาอันแปลกประหลาดแพร่กระจายไปทั่วทั้งร่าง
หวงฝู่อี้แย้มยิ้มพลางยื่นมือออกไปจับไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ “ในเมื่อคุณหนูฟู่อยู่เป็นเพื่อนข้าไม่ได้ มิสู้วันนี้คุณหนูฝันมาข้ามผ่านคืนวันที่ยากจะลืมเลือนด้วยกันกับองค์ชายเช่นข้าเป็นอย่างไร?”
“ไม่ ไม่ได้…องค์ชายอย่าทรงหยอกล้อเมิ่งเอ๋อร์อีกเลย เมิ่งเอ๋อร์…” นางหันไปคิดจะผลักบุรุษออก ไหนเลยจะรู้ว่าหวงฝู่อี้จะโน้มตัวเข้ามา จุมพิตบริเวณคอของนางอย่างอดรนทนไม่ไหว
“ไม่ องค์ชาย…ไม่ได้!”
สตรีพลันดิ้นอย่างรุนแรง มือของซ่างกวนเมิ่งกวาดไปบนโต๊ะ จานขนมร่วงลงพื้นโดยพลัน เกิดเสียงเคล้งดังขึ้น เสียงนี้ทำให้หวงฝู่อี้ขมวดคิ้ว “ทำไม มิใช่ว่าเจ้าชื่นชมข้าองค์ชายหรอกหรือ? จะช้าจะเร็วก็ต้องเป็นคนของข้า รอฤกษ์งามมิสู้ปล่อยไปตามธรรมชาติ เป็นวันนี้แล้วกัน!”
เสียงฉีกขาดดังขึ้น มือใหญ่ของหวงฝู่อี้ฉีกแขนเสื้อของซ่างกวนเมิ่ง เผยแขนขาวนวลออกมา
ผิวอันขาวกระจ่างกระตุ้นหวงฝู่อี้จนดวงตาทั้งสองหดเกร็ง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มหลงใหลออกมา ซ่างกวนเมิ่งถอยไปหลายก้าวจนเอวติดกับรั้วด้านหลัง “ไม่ วันนี้ไม่ได้เพคะ องค์ชาย….องค์ชาย มิสู้ข้าจะหาโอกาสอีกครั้ง นัดหมายคุณหนูฟู่แทนองค์ชาย ดังนั้น…”
ยังไม่ทันกล่าวจบ ซ่างกวนเมิ่งก็รู้สึกร่างกายอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง ความร้อนสายหนึ่งเอ่อล้นออกมาราวกับน้ำพุ แผ่ออกมาจากท้องน้อย
“ยานี้ให้ผลเร็วยิ่งนัก” หวงฝู่อี้ปลดอาภรณ์บนร่างของตนอย่างอดรนทนไม่ไหว ซ่างกวนเมิ่งลอบรู้สึกไม่ดี รีบหมุนตัวไปมองไปด้านล่างหอสูง เพียงแต่ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใด ที่นี่ราวกับเหลือเพียงนางและหวงฝู่อี้สองคน กระทั่งสาวใช้ที่นางพามาก็ถูกขันทีน้อยเมื่อครู่นี้ลอบพาตัวออกไปแล้ว
แผ่นหลังพลันเย็นยะเยือก มือใหญ่ของบุรุษฉีกอาภรณ์บนร่างของนางออกในเวลาเพียงชั่วครู่ แผ่นหลังอันงดงามปรากฏเบื้องสายตาหวงฝู่อี้ เขาควบคุมตนเองไม่อยู่อีกต่อไป โถมเข้าไปกอดซ่างกวนเมิ่งแน่น จุมพิตบนผิวของนางโดยไม่สนใจการต่อต้านของสตรี
ความหวาดกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนเอ่อล้นออกมาจากใจของซ่างกวนเมิ่ง “ไม่ได้ ไม่ได้! องค์ชาย พระองค์ปล่อยหม่อมฉันไปเถิด วันหน้า วันหน้าค่อย..อ้า!”
ไม่รอให้นางกล่าวจบ หวงฝู่อี้ก็กัดลงบนไหล่นาง ความเจ็บปวดกัดกร่อนเส้นประสาทของนาง เลือดไหลออกมาจากไหล่ “เจ้าคิดว่าองค์ชายเช่นข้ามีความอดทนเพียงนั้นจริงหรือ? ซ่างกวนเมิ่ง ข้ามิใช่น้องห้า คนที่ข้าต้องการ ไม่เคยมีผู้ใดหนีพ้น…”
อีกด้านหนึ่ง
“อา!” สาวใช้ข้างกายส่งเสียงอุทานออกมาครั้งหนึ่ง ฟู่หย่าพลันหยุดฝีเท้าลง “มีเรื่องใด?”
“คุณหนู…นี่ มีตำราน้อยไปเล่มหนึ่งเจ้าค่ะ!”
ฟู่หย่ารีบยื่นมือไปตรวจนับ พบว่าขาดไปเล่มหนึ่งจริงๆ “หรือจะตกอยู่ที่ตำหนักขององค์ชายสี่?”
บนใบหน้าของสาวใช้เต็มไปด้วยความตำหนิตนเอง ฟู่หย่าทอดถอนใจเบาๆ “ช่างเถิดกลับไปหาก็พอแล้ว”
ทั้งสองรีบเปลี่ยนทิศทาง เดินมุ่งสู่ตำหนักประทับขององค์ชายสี่
อย่างไรก็ตาม ตำหนักที่ยังมีการอารักขาเมื่อครู่ ยามนี้กลับปิดประตูสนิท ฟู่หย่าเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย เสียงกรีดร้องระลอกหนึ่งดังแว่วมาจากประตูที่ปิดสนิทนั้น สตรีทั้งสองที่อยู่ด้านนอกสบตากันด้วยความสงสัย
“คุณหนู มิสู้วันหน้าค่อยมาเถิด…” ในใจของสาวใช้รู้สึกหวาดกลัว นางเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับองค์ชายสี่มาไม่น้อย วันนี้ด้านในมีเสียงเช่นนี้ ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ
“องค์ชาย…อย่าทรงทำเช่นนี้…เมิ่งเอ๋อร์…เมิ่งเอ๋อร์ไม่ได้จริงๆ…”
“ฮ่าๆๆ หรือเจ้าหวังให้หวงฝู่หลิงมาช่วยเจ้า?”
หวงฝู่หลิง?! ฟู่หย่าได้ยินเสียงนี้ชัดเจน องค์ชายสี่ถึงกับเรียกชื่อองค์ชายใหญ่โดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น เสียงของสตรีผู้นี้…หรือจะเป็นซ่างกวนเมิ่ง?!
ในดวงตาของฟู่หย่ามีประกายสั่นสะท้านไหลผ่าน นางลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยื่นมือไปผลักประตูเบาๆ เดินเข้าไปด้วยความระมัดระวัง
ยามนี้สตรีบนหอสูงอาภรณ์ไม่เรียบร้อย ถูกองค์ชายสี่กดอยู่บนรั้วกั้นอย่างดุดัน
เลือดบนไหล่ไหล่ย้อมกระดูกไหปลาร้าของนาง บุรุษด้านหลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง บนใบหน้าของซ่างกวนเมิ่งถูกน้ำตาทำให้เครื่องประทินโฉมบนใบหน้าพร่าเลือนไปนานแล้ว เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?! ทั้งๆ ที่ชานั้นเตรียมไว้ให้ฟู่หย่า เหตุใดกลับมีผลเช่นนี้ได้…บุรุษเบื้องหลังข่มเหงร่างกายนางอย่างไร้ไมตรี ผิวกายทั่วทั้งร่างปรากฏความอุ่นร้อน สายตาของซ่างกวนเมิ่งค่อยๆ พร่าเลือน นางรู้สึกราวกับลมหายใจถูกผู้อื่นพรากไปก็มิปาน
ฟู่หย่ามองขึ้นไปตามเสียง การมองครั้งนี้ทำให้นางพลันต้องตื่นตะลึงจนนิ่งงัน
ซ่างกวนเมิ่งกับองค์ชายสี่?! เหตุใดจึงได้…ประเดี๋ยวก่อน…ราวกับนางสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างจึงค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างคาดไม่ถึง มือหนึ่งยันเสาด้านข้าง กระพริบตาเพื่อให้มั่นใจว่าตนมิได้มองผิดไป
พบว่าบนแก้มของสตรีที่กำลังร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าเกิดรอยเลือดซึมออกมาสายหนึ่ง ราวกับผิวและเนื้อลอกออกก็มิปาน เพียงพริบตาเดียวถึงกับมีผิวชิ้นหนึ่งถึงร่วงลงมา โยกไหวไปตามสายลมเล็กน้อย
ฟู่หย่าอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นยะเยือก ภาพอันน่าหวาดกลัวเช่นนี้ทำให้นางถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตื่นตะลึง กระทั่งเหยียบชายกระโปรงของตนโดยไม่ทันระวังจนล้มลงพื้น “อา”
เสียงอุทานนี้ทำให้หวงฝู่อี้ที่กำลังเสพสุขสะดุ้ง เขาก้มหน้าลงมองไปอย่างไม่พอใจ “ผู้ใดอยู่ที่นั่น?!”
อะไรกัน? คุณหนูฟู่ นางกลับมาอีกได้อย่างไร?! สมควรตาย ถึงกับมาเห็นสถานการณ์เช่นนี้เชียว! ไม่ได้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ไม่เพียงแต่ฮองเฮาจะไม่ปล่อยตน กระทั่งเสด็จพ่อก็คง…เมื่อคิดถึงตรงนี้ สายตาของหวงฝู่อี้พลันเกิดประกายอันตรายพาดผ่าน
เพียงแต่ยามนี้ฟู่หย่ากลับไม่ได้สังเกตถึงสถานการณ์อันตรายของตนแม้แต่น้อย ชี้ไปยังซ่างกวนเมิ่งด้วยความหวาดกลัวเต็มใบหน้า “หนะ หน้าของท่าน…”
นางกำลังกล่าวอันใด? หวงฝู่อี้ขมวดคิ้ว ซ่างกวนเมิ่งเองก็สังเกตุเห็นฟู่หย่าที่อยู่ด้านล่างเช่นกัน นางยื่นมือไปสัมผัสแก้มอันเปียกชื้นของตนโดยไม่รู้ตัว การสัมผัสนี้ทำให้ในฝ่ามือเต็มไปด้วยเลือด
เลือด?!
หวงฝู่อี้พลันรับรู้อะไรบางอย่าง จับร่างซ่างกวนเมิ่งให้หันมาอย่างรุนแรง เมื่อมองไป ถึงกับทำให้เขาต้องถอยหลังไปหลายก้าว “เจ้า เหตุใดเจ้าจึง…”
“ข้า?”
พบว่าใบหน้าที่เดิมที่งดงามกลับมีเลือดสดๆ ไหลออกมาราวกับภูตผี ผิวของนางแตกออกไม่หยุด เลือดสดๆ เอ่อล้นออกมาจากใบหน้าที่แตกร้าว ราวกับจะละลายเป็นบ่อเลือดในเวลาเพียงชั่วพริบตา สภาพน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าปีศาจร้ายเสียอีก หวงฝู่อี้รู้สึกมวนท้อง คิดถึงความบ้าคลั่งของตนเมื่อครู่นี้แล้วมองไปยังใบหน้าเบื้องหน้าที่เสียดแทงนัยน์ตานั้นอีกครั้ง “อ้วก!”
“กรี๊ด!”
ซ่างกวนเมิ่งพลันกรีดร้องเสียงแหลมขึ้นมา เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้?! ยังไม่ถึงเวลากินยาเลย! นางเก็บอาภรณ์ที่ขาดวิ่นขึ้นมาจากพื้นอย่างบ้าคลั่ง ล้มลุกคุกคลานลงไปล่างหอ อย่างไรก็ตาม ความกระวนกระวายเช่นนี้ทำให้เท้าของนางเหยียบถูกอากาศจนล้มด้วยสภาพน่าอนาจหาใดเปรียบ
“องค์ชาย! องค์ชาย!” เพียงไม่นาน การเคลื่อนไหวทางด้านนี้พลันได้ยินไปถึงขันทีน้อยคนเมื่อครู่ซึ่งเฝ้าอยู่ในมุมหนึ่ง เขากำลังคิดจะเดินขึ้นไปบนหอสูงเพื่อตรวจให้แน่ชัด ทว่าเบื้องหน้ากลับมีสตรีผู้หนึ่งดิ้นรนลุกขึ้นจากพื้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดเช่นนั้นน่าหวาดผวาหาใดเปรียบ ขันทีน้อยเบิกตากว้าง ใจเต้นรุนแรง “ผะ ผี!” เขาส่งเสียงร้องออกมาสองครั้ง จากนั้นพลันตาเหลือกแล้วสลบไป
“ระ รีบไป!” ยามนี้ฟู่หย่าได้สติกลับมาจากความตื่นตระหนกแล้ว รีบพุ่งออกไปนอกตำหนักโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่ขาของตน
“คุณหนู ท่านเป็นอะไรเจ้าคะ?”
“รีบไป ไปจากที่นี่!” ถึงกับมีเรื่องเช่นนี้เชียวหรือ! ฟู่หย่ารู้สึกกระเพาะของตนหมุนวน ในสมองมิอาจสลัดภาพเมื่อครู่นี้ออกไปได้ ใบหน้าซีดขาวหาใดเปรียบ น่ากลัว น่ากลัวจริงๆ!
Venus36
สมน้ำหน้าช่างกวนเมิ่ง