หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 631 หลอกใช้องค์ชาย
เล่มที่ 22 ตอนที่ 631 หลอกใช้องค์ชาย
บนระเบียงทางเดิน มีเสียงโวยวายของซูหว่านหรงดังแว่วมา
“ปล่อยข้า! ปล่อยข้าเสีย! ข้าไม่ไป!”
ข้ารับใช้ที่อยู่สองฝั่งซ้ายขวาดึงอย่างไรก็ดึงนางไม่ไป มีหลายครั้งที่ถูกนางสะบัดออก ซูหว่านหรงดึงขาขึ้นคิดจะวิ่งไปด้านหลัง การกระทำเช่นนี้ดึงดูดสายตารอบๆ ไม่น้อย ทุกคนพากันชี้มือชี้ไม้ เพียงแต่สตรีผู้นั้นกลับไม่สนใจสายตาเหล่านั้น “ข้าไม่ไป! ข้าไปไม่ได้!”
เหตุใดองค์ชายใหญ่จึงไม่มารับนาง? เหตุใดจึงให้มารดาของตนมาแทน? หรือจะกล่าวว่า…องค์ชายใหญ่ไม่คิดจะมาถามไถ่เรื่องของนางแล้วจริงๆ?! เป็นไปได้อย่างไร? นางจะอยู่รอคำตอบขององค์ชายใหญ่!
“หว่านหรง!” บริเวณมุมหนึ่ง ฮูหยินซูขวางทางเดินของซูหว่านหรงเอาไว้ “นี่เจ้าเป็นอะไรไป?!” นางไม่เข้าใจ เหตุใดบุตรีของตนจึงเปลี่ยนไปมีท่าทีเช่นนี้ได้ นางมองออกว่าหว่านหรงไม่ชอบคุณหนูกงซุน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่ยอมไปเล่า?
“ท่านแม่ หว่านหรงยังไปไม่ได้!”
“เพราะเหตุใด?” ฮูหยินซูสังเกตสายตารอบๆ รีบจับมือนางแน่น “จะอย่างไรที่นี่ก็ไม่ใช่ถิ่นของเรา รบกวนผู้อื่นมานาน ควรไปได้แล้ว!”
“ไม่! หว่านหรงยังไม่ได้พบองค์ชายใหญ่ หากไปเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่ได้พบพระองค์อีก!”
องค์ชายใหญ่หรือ?! ฮูหยินซูตื่นตะลึงยิ่งนัก เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว บุตรีของตนยังคิดถึงองค์ชายใหญ่อีกหรือ? ต่อให้เป็นก่อนหน้านี้ที่นายท่านซูยังไม่เกิดเรื่อง ฮูหยินซูก็ไม่กล้าคิด ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงตอนนี้เลย! “หว่านหรง อย่ากล่าวอีกเลย กลับไปกับแม่เถิด! แม่จัดเตรียมเรือนแห่งหนึ่งไว้ในอำเภออันเงียบสงบแล้ว พวกเราแม่ลูกใช้ชีวิตกันไปดีๆ…”
“ท่านแม่…อำเภอ? ข้าไม่ไปอำเภออันใดนั่น หว่านหรงต้องการอยู่ข้างกายองค์ชายใหญ่! องค์ชายใหญ่ให้ท่านมารับหว่านหรงหรือ? เช่นนั้นพระองค์ตรัสสิ่งใดหรือไม่ บอกหรือไม่ว่าจะมาเยี่ยมหว่านหรงเมื่อใด?”
เสียงของสตรีทำให้เกิดเสียงซุบซิบรอบด้าน ฮูหยินซูขมวดคิ้ว “ไม่ต้องพูดแล้ว! เด็กๆ ยังไม่รีบพาคุณหนูขึ้นรถอีก!”
“ไม่! ท่านแม่ หว่านหรงไปไม่ได้จริงๆ…อย่ามาจับข้า พวกบ่าวสุนัข ปล่อยข้าเสีย!”
“หว่านหรง!” ฮูหยินซูจะปล่อยให้บุตรีของตนทำตัวกำเริบเสิบสานในจวนแม่ทัพกงซุนได้อย่างไร นางส่งสายตาครั้งหนึ่ง ข้ารับใช้ที่ก่อนหน้านี้ยังคงพะว้าพะวงพลันม้วนแขนเสื้อขึ้น คุมตัวสตรีผู้นี้อย่างแน่นหนา ลากนางไปนอกประตู
พ่อบ้านชรามองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้ รู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ทั้งยังรู้สึกเห็นใจคุณหนูซูผู้นั้นอยู่บ้าง
“พ่อบ้านไม่ต้องเกรงใจ ข้าขอตัวก่อน!”
“ฮูหยินซู ผู้น้อยรับรองไม่รอบด้านแล้ว เดินทางระมัดระวังด้วยขอรับ”
ฮูหยินซูพยักหน้าเล็กน้อย ซูหว่านหรงที่ถูกลากขึ้นรถม้ายังคงไม่ยอมหยุดแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน จากนั้นจึงยกชายอาภรณ์เดินขึ้นรถม้าไป
ซูหว่านหรงในยามนี้น้ำตาไหลเต็มหน้า “ท่านแม่ เหตุใดท่านไม่เข้าใจหว่านหรง หว่านหรงไม่อยากไปจากองค์ชาย หว่านหรงชอบองค์ชาย…”
“เด็กโง่ มิใช่ว่าแม่ไม่เข้าใจเจ้า ทั้งยังปวดใจแทนเจ้าด้วย…หากในพระทัยขององค์ชายไม่มีเจ้า จะบีบบังคับไปให้ได้ประโยชน์อันใดกันเล่า?” นางยื่นมือออกไปคิดจะจัดผมอันยุ่งเหยิงให้ซูหว่านหรง แต่กลับถูกนางดันมือออก “ท่านแม่ เป็นเพราะองค์ชายถึงได้…ดังนั้นองค์ชายต้องรับข้าไว้…”
ฮูหยินซูอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นยะเยือก นางไม่รู้ว่าบุตรีของตนเป็นอะไรไปจึงได้มีความคิดเช่นนี้ “หว่านหรง เรื่องของความรู้สึกไม่อาจบีบบังคับ ทั้งยังไม่อาจอาศัยความเห็นใจเพื่อให้ได้มา!”
เพียงแต่สตรีเบื้องหน้าไม่ยอมฟังคำพูดใดๆ แม้แต่น้อย ฮูหยินซูทอดถอนใจเบาๆ ช่างเถิด รอให้นางอายุเท่าตนเสียก่อน หวังว่าบุตรีของตนจะเข้าใจ “หว่านหรง นี่คือยาทาที่คุณหนูกงซุนมอบให้ เจ้าคงไม่อยากให้มีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่ที่มือในภายภาคหน้ากระมัง?”
ซูหว่านหรงพลันเงียบลง จ้องไปยังขวดกระเบื้องเล็กๆ จากนั้นจึงแย่งมา โยนออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่แม้แต่จะคิด
“หว่านหรง เจ้า!” ฮูหยินซูส่งเสียงอุทานออกมาครั้งหนึ่ง ไม่คิดว่าสตรีผู้นั้นกลับมีใบหน้าโกรธเคืองระคนโศกเศร้า “ล้วนต้องโทษนาง! ล้วนเป็นความผิดของนาง ข้าไม่ต้องการให้นางมาเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี! ทั้งๆ ที่มีทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ยังมาแย่งองค์ชายใหญ่ไปจากข้า ข้าเกลียดนาง! เกลียดนาง!”
“…” ฮูหยินซูมองสตรีที่ยามนี้ราวกับเสียสติไปแล้วก็มิปาน เนิ่นนานผ่านไปยังคงพูดอันใดไม่ออก
…
ภายในพระราชวัง
“บาดแผลของคุณหนูฟู่ยังไม่หายดี เหตุใดจึงเข้าวังเล่าขอรับ?” หมอหลวงอายุน้อยหลายคนห้อมล้อมฟู่หย่า สังเกตุการก้าวเดินของนางเป็นบางครั้ง ราวกับกลัวว่านางจะล้มลงไปอย่างไรอย่างนั้น
สตรีสง่างามอ่อนโยนทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา “ท่านพ่อให้ข้ามาหาตำราในสำนักหมอหลวงกลับไปสักหลายเล่มเจ้าค่ะ”
ตอนนี้เอง บริเวณไม่ไกลมีเงาร่างหลายร่างค่อยๆ ใกล้เข้ามา ฟู่หย่าเบนสายตาขึ้นมอง พบซ่างกวนเมิ่งกำลังเดินเข้ามา มีท่าทีเย็นชาเต็มใบหน้า
“เหตุใดวันนี้คุณหนูฟู่จึงเข้าวังได้เล่า? มาหาองค์ชายใหญ่หรือ?” ในยามที่เดินผ่านข้างกายฟู่หย่า ซ่างกวนเมิ่งพลันกล่าวขึ้น ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความเย้ยหยันอยู่หลายส่วน เพียงแต่บนใบหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ปรากฏความโกรธเคืองอันใดให้เห็น ถึงกับไม่ตอบแม้แต่คำเดียว เดินผ่านกายนางไปโดยตรง
หมอหลวงหลายคนเผยท่าทีกระอักกระอ่วนออกมา จากนั้นจึงทำเพียงมองไปยังซ่างกวนเมิ่งอย่างระมัดระวังแล้วเดินตามฟู่หย่าไปจากระเบียงทางเดิน
ซ่างกวนเมิ่งพลันโกรธถึงสมอง น่ารังเกียจยิ่ง นางคิดว่าตนเป็นใครกัน ถึงกับไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาเช่นนี้เชียวหรือ? หึ อายุมากเพียงนี้แล้ว ยังไม่ยอมหาคนธรรมดาแต่งออกไป วันๆ เอาแต่เข้าวังมาคลุกคลีกับหมอหลวงเหล่านี้ แถมยังชอบทำท่าทีอวดรู้! ดูแล้ว นางคงคิดว่ากำจุดอ่อนของตนอยู่ในมือ ดังนั้นจึงไม่เห็นตนอยู่ในสายตากระมัง!
แม้ว่าซ่างกวนเมิ่งจะโกรธ แต่กลับคิดว่าตนในตอนนี้มิอาจล่วงเกินฟู่หย่าได้ มิใช่กลัวว่านางจะไปกล่าวอันใดกับผู้อื่น เรื่องขององค์ชายห้านั้น จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีการจัดการที่ชัดเจน เชื่อว่าองค์ชายใหญ่คงต้องการให้จบค้างคาเช่นนี้ นางจึงไม่อยากให้เกิดเรื่องอันใดตามมาอีก
แต่ความโกรธเกรี้ยวนี้ นางจะไม่ยอมกล้ำกลืนโดยเด็ดขาด!
“คุณหนูซ่างกวน ท่านอยู่ที่นี่เองหรือ?”
ข้างกายพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น ซ่างกวนเมิ่งหันไปมอง เบื้องหน้าปรากฏใบหน้าประจบประแจง “องค์ชายสี่รอจนร้อนพระทัยแล้วจึงให้บ่าวมารับคุณหนูซ่างกวนขอรับ” เขาจงใจกดเสียงต่ำ ในดวงตาของซ่างกวนเมิ่งมีประกายไม่เป็นธรรมชาติ จากนั้นจึงเก็บสีหน้าของ ตนเดินตามเขาไปยังตำหนักของหวงฝู่อี้
ซ่างกวนเมิ่งในยามนี้พบกับความยุ่งยากครั้งใหญ่แล้ว ตั้งแต่หวงฝู่อี้รู้เรื่องระหว่างนางกับหวงฝู่เซียวก็มักจะหาโอกาสให้ตนไปที่ตำหนักของเขา หากมิประพันธ์บทกลอนก็วาดภาพชมดอกไม้ฟังดนตรี ในการกระทำยังแฝงไปด้วยสัญญาณลับและการหยอกล้อ เพียงแต่ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ ซ่างกวนเมิ่งทำได้เพียงอดทน!
นางยังคิดวิธีรับมือหวงฝู่อี้ไม่ออก ในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกวุ่นวายใจ
ยามนี้องค์ชายสี่กำลังรออยู่บนหอสูงแห่งหนึ่ง เงาร่างงดงามสะท้อนสู่ม่านสายตา บนใบหน้าของหวงฝู่อี้พลันปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ระยะนี้ที่ได้หยอกล้อซ่างกวนเมิ่งสนุกยิ่งกว่าเมื่อก่อนมากนัก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นท่าทีของอีกฝ่ายที่คิดจะปฏิเสธทุกครั้งแต่กลับไม่กล้า ช่างทำให้ในใจของเขามีความสุขเสียจริง นางเป็นคนงามทรงเสน่ห์ยิ่งนัก เขาพานพบผู้คนมานับไม่ถ้วน ทว่าซ่างกวนเมิ่งมีสิ่งที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ซึ่งก็คือผิวขาวราวหิมะเช่นนั้น ถึงเวลาที่จะทำให้นางกลายเป็นคนของตน สวมหมวกเขียวให้เสด็จพี่ใหญ่แล้วกระมัง? เพียงแค่คิดก็ทำให้เขากระตือรือร้นขึ้นมาแล้ว
“องค์ชาย คุณหนูซ่างกวนมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หวงฝู่อี้โบกมือ ขันทีผู้นั้นจึงถอยออกไป บนใบหน้าของซ่างกวนเมิ่งเจือไปด้วยรอยยิ้มจางๆ บุรุษผู้นั้นเดินเข้ามา ถึงกับดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด ร่างกายทั้งสองแนบชิด ลมหายใจของบุรุษปะทะใบหน้าของซ่างกวนเมิ่งโดยไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย อีกฝ่ายใจสั่น แต่กลับไม่กล้าแสดงออกอันใด
“องค์ชายสี่…”
ร่างกายอ่อนนุ่มราวไร้กระดูก เอวบางจับไม่เต็มมือ หวงฝู่อี้รู้สึกลำคอแห้งผาก “ไม่พบกันหนึ่งวันราวห่างกันสามปี ไม่ทราบว่าคุณหนูซ่างกวนรู้สึกเช่นนี้หรือไม่?”
“…องค์ชายทรงล้อเล่นแล้ว ในตำหนักขององค์ชายมีนางบำเรองดงามมากมายเพียงนี้ เมิ่งเอ๋อร์จะเทียบได้อย่างไรเพคะ” มือของนางวางกดอยู่บนหน้าอกของอีกฝ่ายด้วยเกรงว่าเขาจะเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น
“คุณหนูซ่างกวนถ่อมตัวเสียจริง หากไม่งดงาม เสด็จแม่จะต้องการให้เจ้าเป็นพระชายาของเสด็จพี่ได้อย่างไร?” เพิ่งจะพูดจบ เขาก็ดึงมือซ่างกวนเมิ่งออก โน้มตัวลงคิดสูดดมกลิ่นหอม สตรีในอ้อมกอดดิ้นขึ้นมาโดยพลัน ถอยหลังไปหลายก้าว หลีกเลี่ยงริมฝีปากของเขา “องค์ชาย! องค์ชาย!
น้ำเสียงและท่าทีปฏิเสธเช่นนี้ทำให้หวงฝู่อี้สีหน้ามืดครึ้มลงโดยพลัน นางกล้าต่อต้านหรือ?! ไม่กลัวว่าตนจะนำเรื่องของนางและเสด็จพี่ห้าไปพูดหรือ?
ซ่างกวนเมิ่งสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ของอีกฝ่าย แย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “เหตุใดองค์ชายจึงร้อนพระทัยเพียงนี้ ความจริงเมิ่งเอ๋อร์…ก็ชื่นชมองค์ชายมานานแล้วเพคะ…”
“เช่นนั้นหรือ? เช่นนั้นยังรออะไรอยู่เล่า?” บุรุษทำท่าที่จะเดินเข้ามาใกล้ ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกตื่นตระหนกยิ่ง อย่างไรก็ตาม ประกายเย็นยะเยือกสายหนึ่งแล่นผ่านสมอง นางถึงกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เพียงแต่ เมื่อครู่เมิ่งเอ๋อร์พบคุณหนูฟู่ระหว่างทาง”
คุณหนูฟู่? “เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า?”
“เมิ่งเอ๋อร์เพียงรู้สึกหดหู่อยู่บ้าง ตำหนักขององค์ชายมีสาวงามมากมายเพียงนี้ แต่กลับไม่มีผู้ที่เฉลียวฉลาดและสุขุมเยือกเย็นเฉกเช่นคุณหนูฟู่กระมัง?”
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ หวงฝู่อี้พลันชะงักไปเล็กน้อย ข้างกายเขาไม่เคยขาดแคลนหญิงงาม แต่ไม่มีผู้ที่เหมือนฟู่หย่าจริงๆ
“แต่นางอายุมากแล้ว….” ผู้ที่อายุเท่านางแต่ยังไม่ได้ออกเรือน ในแคว้นเหลียนมีเพียงไม่กี่คน
“นั่นเป็นเพราะคุณหนูฟู่ยอดเยี่ยมเกินไปจึงเลือกสามีที่ต้องใจไม่ได้มาโดยตลอด แต่เมิ่งเอ๋อร์รู้สึกว่าคุณหนูฟู่และองค์ชายสี่เหมาะสมกันยิ่งนัก! มีเพียงองค์ชายสี่ที่เป็นบุรุษมากความสามารถถึงจะครอบครองผู้ยอดเยี่ยมเฉกเช่นคุณหนูฟู่ได้!” บนใบหน้าของนางเจือไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อครู่นางคิดวิธีการที่จะหันเหความสนใจของหวงฝู่อี้อีกทั้งยังได้ลงโทษฟู่หย่าขึ้นมาได้
นางรู้ว่าองค์ชายสี่พระองค์นี้ หากต้องการสิ่งใดจะทำให้ได้มาโดยไม่เลือกวิธีการ ขอเพียงกระตุ้นให้เขาสนใจฟู่หย่าได้ เช่นนั้น…สตรีสุขุมเยือกเย็นอีกทั้งยังหยิ่งทนงเช่นนั้นจะหนีไปได้หรือ?
“เจ้ารู้จักพูดเสียจริง ข้าองค์ชายไม่เคยสนทนากับคุณหนูฟู่มาก่อน”
“เช่นนั้น…องค์ชายสี่ต้องการกอดหญิงงามกลับตำหนักหรือไม่เพคะ?”
หวงฝู่อี้ค่อยๆ นั่งลง ในดวงตาเจือไปด้วยรอยยิ้ม มองไปยังสตรีผู้มีแผนการอยู่ในใจ “คุณหนูซ่างกวนมีวิธีหรือ?”
ซ่างกวนเมิ่งยินดียิ่งนัก กล่าวเช่นนี้ เขาสนใจแล้วหรือ?
นางยื่นมือออกไปหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ วางไว้เบื้องหน้าหวงฝู่อี้ “ยานี้ทำให้คนเกิดความรักใคร่จนไม่อาจถอนตัว เชื่อว่าองค์ชายคงสนพระทัยเช่นกันว่ายามเมื่อคุณหนูฟู่เกิดความรักจะมีท่าทีงดงามเช่นไร…”
ดวงตาของหวงฝู่อี้เปล่งประกาย จากนั้นจึงเผยรอยยิ้มลึกล้ำแฝงความหมาย
Venus36
เลวจริงๆ ช่างกวนเเมิ่ง อยากเห็นจุบจบอันน่าสยอง ที่แล้วมาคงทรมานไม่พอล่ะมั้ง