หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 701 ใช้คนแลกคน
เล่มที่ 24 ตอนที่ 701 ใช้คนแลกคน
เถี่ยเจินจื่อเหวยชะงักไปเล็กน้อย รัชทายาทตอบรับหรือ?! ไม่รอให้เขากล่าวอันใด บนใบหน้าของเถี่ยเจินจื่อเหวยก็เผยรอยยิ้มยินดีออกมา นางรอมานานเพียงนี้ ในที่สุดก็รอจนกระทั่งรัชทายาทเปลี่ยนใจได้แล้ว!
“แต่…” เสียงของตงฟางซวี่ดังขึ้นอีกครั้ง สองพี่น้องพลันเงียบลง
“น้ำใจขององค์หญิงข้ารับไว้แล้ว ในเมื่ออีกไม่นานองค์ชายอวิ๋นเหวยจะกลับแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้ข้าเคยสัญญาว่าจะให้องค์หญิงหมั้นหมายกับองค์ชาย เช่นนั้นก็เชิญองค์ชายเลือกองค์หญิงอีกพระองค์หนึ่งเถิด พากลับเถี่ยเจินไปพร้อมกับองค์ชายเสีย” มิใช่ว่าในใจของตงฟางซวี่จะไม่ทราบว่าเถี่ยเจินอวิ๋นเหวยมีความรู้สึกไม่ดีต่อตน เรื่องของหย่งเวยทำให้แค้วนเฉินต้องเสียหน้ามากแล้ว ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเลือกองค์หญิงอีกพระองค์หนึ่งเดินทางไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ มิอาจทำให้แคว้นเฉินเสียชื่อเสียงได้อีก ยิ่งไปกว่านั้นหากใช้คนแลกคนก็นับว่ายุติธรรม
เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยกำลังคิดจะปฏิเสธ แต่สตรีข้างกายกลับรับปากแทนเขาด้วยความดีใจ “ขอบพระทัยเพคะ เช่นนี้จะต้องเป็นเรื่องน่ายินดีแน่นอน!”
จื่อเหวย…เมื่อเห็นท่าทีอดรนทนไม่ไหวเช่นนั้น เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยจึงทำได้เพียงทอดถอนใจอยู่ในใจ ในสมองของเขาปรากฏใบหน้างดงามนั้นขึ้น เขาไม่ได้มีความคิดใดต่อองค์หญิงแห่งแคว้นเฉิน ในใจเขามีคนผู้หนึ่งอยู่แล้ว จะหาผู้อื่นมาแทนที่ตามใจได้อย่างไร?
“น้ำพระทัยของรัชทายาท อวิ๋นเหวยขอรับไว้ด้วยใจ แต่เกรงว่าองค์หญิงกับอวิ๋นเหวยจะไม่มีวาสนา”
“จะไม่มีวาสนาได้อย่างไร? องค์ชายตรัสเช่นนี้จะเป็นการถ่อมตัวเกินไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังไม่มีเหตุผลที่จะให้ท่านกลับไปผู้เดียว ทั้งๆ ที่มาสองคน” ความหมายของเขาก็คือหากเถี่ยเจินอวิ๋นเหวยไม่รับปาก เช่นนั้นเถี่ยเจินจื่อเหวยก็ไม่อาจอยู่ต่อได้!
“เสด็จพี่! รัชทายาททรงมีเจตนาดี อีกทั้งเสด็จพ่อก็เร่งรัดเรื่องการแต่งงานของเสด็จพี่มานานแล้ว องค์หญิงแห่งแคว้นเฉินเป็นหน่อเชื้อพระวงศ์ น้องเชื่อว่าท่านจะต้องปฏิบัติกับนางเป็นอย่างดีแน่นอน! รัชทายาทโปรดอย่าทรงกริ้ว เสด็จพี่เพียงแค่กลัวว่าจะทำให้องค์หญิงเสียเวลาเท่านั้น แต่จื่อเหวยรับประกันกับรัชทายาทเลยว่า หากแต่งไปที่ชนเผ่าเถี่ยเจินของพวกเรา องค์หญิงจะต้องมีความสุขเป็นแน่!” เถี่ยเจินจื่อเหวยกลัวว่าเสด็จพี่ของตนจะปฏิเสธจึงรีบดึงเขาไปด้านข้าง “รัชทายาทต้องมีราชกิจรัดตัวเป็นแน่ เช่นนั้นพวกเราไม่รบกวนแล้ว เสด็จพี่ พวกเราไปกันเถิด!”
นางดึงเขาออกไป ไม่เปิดโอกาสให้เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยเอ่ยปาก เมื่อเห็นทั้งสองจากไปอย่างวุ่นวาย มุมปากของตงฟางซวี่ก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา ยามนี้วังหลังของตนไม่ขาดสตรี มีเพิ่มอีกคนหนึ่งจะนับเป็นอะไรได้ ยิ่งไปกว่านั้นนางต้องการอยู่ต่อมาโดยตลอด แต่ตนก็มิเคยรับปากอะไร
ตอนนี้ตงฟางซวี่รู้ดีว่าสิ่งที่ตนต้องการคืออะไร ส่วนผู้อื่นล้วนเป็นตัวแถม เขาเคยคิดแล้วว่าวังหลังของตนใหญ่เพียงนี้ ความจริงไม่ควรตระหนี่ที่จะมอบตำแหน่งให้อีกฝ่าย ขอเพียงเขาจำได้ว่าคนในใจเพียงผู้เดียวของตนคือใครเป็นพอ
เพียงไม่นาน ในยามที่รัชทายาทจะเลือกองค์หญิงออกมาพระองค์หนึ่งเพื่อไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่ชนเผ่าเถี่ยเจิน มีคนไม่น้อยรู้สึกทอดถอนใจ ฮองเฮาเพิ่งจะเสด็จสวรรคต คิดไม่ถึงว่าวังหลังจะต้องมีคนหายไปอีกคนหนึ่งแล้ว เพียงแต่จะเป็นองค์หญิงท่านใดเล่า? องค์หญิงหย่งหนิงไม่ได้แล้ว เช่นนั้นก็มีเพียงองค์หญิงหย่งเล่อ องค์หญิงหย่งผิง และองค์หญิงหย่งเจีย
“อะไรนะ? นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!”
หย่งเล่ออดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา พลันนั้นจึงค่อยรู้สึกว่าคนในห้องไว้ทุกข์กำลังมองนางจึงรีบหุบปากของตน เอ่ยถามนางข้าหลวงที่มารายงานด้วยเสียงอันเบา “เจ้ากล่าวจริงหรือ รัชทายาทจะเลือกหนึ่งในพวกเราสามคนให้กลับไปกับองค์ชายเถี่ยเจินหรือ?”
“เมื่อครู่บ่าวเพิ่งกลับเข้ามาจากด้านนอก ตอนนี้คนทั่วทั้งพระราชวังล้วนรู้กันหมดแล้วเพคะ!” นางกล่าวเสียงต่ำ อย่างไรก็ตามหย่งเล่อกลับสังเกตุเห็นว่าหย่งผิงที่อยู่ตรงข้ามก็เผยท่าทีตกใจออกมาเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็มองมายังทิศทางของตน ดูแล้วนางก็คงได้รับข่าวแล้วกระมัง จะทำเช่นไรดี ตนไม่อยากไปสถานที่เฉกเช่นชนเผ่าเถี่ยเจิน ว่ากันว่าล้วนเป็นพวกคนเถื่อน ยิ่งไปกว่านั้นอากาศยังแห้ง ผิวของตนละเอียดนุ่มเช่นนี้ หากไปถึงที่นั่นไม่ทราบว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร!
แม้จะกล่าวว่าองค์ชายเถี่ยเจินทรงพระสิริโฉมงดงามหล่อเหลา แต่ทุกคนต่างทราบดีว่าก่อนหน้านี้ผู้ที่เขาถูกใจก็คือพี่หญิงหย่งเวย ตอนนี้พี่หญิงไม่อยู่แล้ว หากนางยังจะตามไปอีกแล้วจะนับเป็นอะไรได้?! หย่งเล่อและหย่งผิงรู้สึกสับสนวุ่นวายใจเช่นเดียวกัน พวกนางไม่ใช่หย่งหนิง ก่อนหน้านี้พวกนางล่วงเกินรัชทายาทไปเพราะเรื่องของพี่หญิงหย่งเวยแล้ว ครั้งนี้เป็นเถี่ยเจิน ครั้งต่อไปจะเป็นสถานที่ล้าหลังอันใด? เสียเวลาไปแล้ว ไม่แน่ว่าสิ่งที่รอพวกนางอยู่อาจจะเป็นอนาคตอันมืดมนยิ่งขึ้นก็เป็นได้
ทว่าในใจก็ยังมีความคาดหวังอยู่หลายส่วน ผู้ใดจะทราบว่าแคว้นต่อไปที่ต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์จะเป็นแคว้นเช่นไร ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นแคว้นรุ่งเรืองก็เป็นได้?
ขณะเดียวกันตู้หย่วนซิ่วที่อยู่ในโถงไว้ทุกข์ก็ได้ยินเรื่องที่ว่าจะองค์หญิงเถี่ยเจินจะอยู่ต่อเช่นเดียวกัน ในใจของนางมิได้มีความหวั่นไหวมากมายนัก ต่อให้วังหลังจะมีสตรีมากน้อยเพียงใด ผู้ใดก็มิอาจแทนที่ท่านหมอที่อยู่ในใจรัชทายาทได้ นางรู้จักกำลังของตนเป็นอย่างดี ความริษยาที่ไม่เกี่ยวข้องกับนางเช่นนี้ไม่อาจทิ้งรอยแผลเอาไว้ในใจตู้หย่วนซิ่วได้มากมายนัก เพียงแต่ก่อนหน้านี้รัชทายาทไม่ยอมรับองค์หญิงเถี่ยเจินเป็นสนม เหตุใดตอนนี้จึงเปลี่ยนความคิดเร็วเช่นนี้ เมื่อคิดถึงสตรีหน้าตาคล้ายท่านหมอที่ถูกส่งเข้าวังหลังมาอย่างต่อเนื่อง ตู้หย่วนซิ่วพลันรู้สึกเย้ยหยันยิ่งนัก นางไม่ได้ริษยาองค์หญิงเถี่ยเจิน กลับจะเห็นใจเสียด้วยซ้ำ ภายในวังหลังแห่งนี้มีสตรีที่ทำได้เพียงคาดหวังแต่ไม่อาจได้รับใจรัชทายาทเพิ่มมาอีกผู้หนึ่งแล้ว
หย่งเจียที่มีนิสัยขี้ขลาดก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน ความหวาดกลัวในใจปรากฏอยู่เพียงครู่หนึ่ง เมื่อมองไปยังพี่หญิงทั้งสองที่มีคลื่นบางอย่างไหลเวียนในดวงตาก็ค่อยวางใจ นางยังเยาว์ ต่อให้ต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ก็ควรจะถึงคราวพี่หญิงทั้งสองคนก่อนถึงจะถูก ยิ่งไปกว่านั้นท่าทีขลาดเขลาเช่นนี้ของตน องค์ชายเถี่ยเจินคงมิชมชอบ เพียงแต่…สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าเล็กๆ ของหย่งหนิงที่นางมองอารมณ์ไม่ออก หย่งเจียรู้สึกอิจฉานางอยู่บ้าง ตั้งแต่กลับมาจากแคว้นอี้ เรื่องน่ารำคาญใจเช่นนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับนางอีก ต่อให้ชื่อเสียงไม่ดีแล้วจะนับเป็นอะไรได้ ขณิษฐาของรัชทายาทไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการแต่งงาน ทั้งยังไม่จำเป็นต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ วันหน้าก็มิแน่ว่าจะหาครอบครัวดีๆ มาแต่งงานกันได้ เมื่อคิดถึงตรงนี้หย่งเจียก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจเบาๆ
ภายในโถงไว้ทุกข์อันกว้างใหญ่ แต่ละคนมีความคิดแตกต่างกันไป หย่งเล่อและหย่งผิงวางแผนการในสมอง ทำเช่นไรถึงจะโยนเผือกร้อนในมือไปให้ผู้อื่นได้
อีกด้านหนึ่ง
“จื่อเหวย เจ้าจะให้พี่พูดอย่างไรดี?! รัชทายาทแห่งแคว้นเฉินมิใช่เฉกเช่นที่เจ้าจินตนาการ พี่คิดว่าการที่จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนความคิดยอมรับปากให้เจ้าอยู่ต่อจะต้องไม่ได้ออกมาจากใจจริงเป็นแน่!” ภายในตำหนักที่ประทับชั่วคราว เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยเอ่ยเตือนด้วยความลำบากใจ เพียงแต่สตรีผู้นั้นกลับนั่งอยู่หน้ากระจก ประทินโฉมใบหน้าไร้เดียงสานั้นอย่างปราณีต
“เสด็จพี่ ท่านว่าเมื่อเทียบกับสตรีในตำหนักนั้นแล้ว จื่อเหวยงามกว่าใช่หรือไม่?” ตำหนักนั้นที่นางเอ่ย เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยย่อมรู้ดีว่าคืออะไร สตรีที่ถูกส่งเข้ามาในวังระยะนี้ ต่อให้ข้าราชบริพารไม่กล้ากล่าวกับพวกเขาอย่างละเอียดแต่ก็พอจะคาดเดาได้บ้าง คิดไม่ถึงว่ารัชทายาทแห่งแคว้นเฉินจะมีงานอดิเรกเช่นนี้ รวบรวมสตรีที่มีหน้าตาคล้ายกันมาเลี้ยงดู เพียงแต่พวกเขาไม่เคยเข้าไปยังตำหนักนั้นมาก่อน
“จื่อเหวย! เหตุใดเจ้าถึง…นอกจากหน้าตาแล้ว รัชทายาทแห่งแคว้นเฉินมีดีอะไรกันแน่ หรือเจ้าจะถูกใจฐานะของเขา? เจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องการกระทำของเขาก่อนที่ฮองเฮาเฉินจะเสด็จสวรรคตหรือ?”
ในที่สุดเถี่ยเจินจื่อเหวยก็หน้าเปลี่ยนสี “เสด็จพี่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเขาคือพระสวามีของน้องสาวท่านแล้ว จื่อเหวยหวังว่าท่านจะไม่กล่าวคำพูดแย่ๆ ต่อหน้าข้าอีก”
“…” บุรุษรู้สึกลมหายใจจุกอยู่ในลำคอ ไม่ทราบว่าจะระบายเช่นไร อย่างไรก็ตามเขารู้ดีว่าเรื่องที่น้องสาวของตนตัดสินใจแล้วไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงได้ “นอกจากนี้ข้าก็ไม่ได้ถูกใจองค์หญิงแห่งแคว้นเฉิน เหตุใดเจ้าจึงตอบรับแทนข้า?”
เถี่ยเจินจื่อเหวยเบนสายตาขึ้นมอง ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความตำหนิที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน “นี่เสด็จพี่กำลังตำหนิจื่อเหวยหรือ? ตกลงเป็นอะไรกันแน่ มิใช่ว่าก่อนหน้านี้ท่านชื่นชมรัชทายาทมากหรือ? รัชทายาทเองก็ทรงมีเจตนาดี จื่อเหวยอยู่ต่อ ให้เสด็จพี่เลือกองค์หญิงผู้หนึ่งไปด้วยกัน ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องยุติธรรมหรือไร?”
ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร นางก็คิดจะอยู่ต่อ “เหตุใดเสด็จพี่จึงหมกมุ่นอยู่กับเรื่ององค์หญิงแคว้นเฉินเพียงนี้? องค์หญิงหย่งเวยก่อนหน้านี้เพียงไม่รู้จักคุณค่าของท่านเท่านั้น กลับไปถูกใจองครักษ์ผู้หนึ่งเสียได้ ไม่ว่าตอนนี้นางจะเป็นหรือตาย แต่จะอย่างไรเมื่ออยู่นอกวังก็คงมีชีวิตไม่ดีนัก นับว่าสวรรค์ลงทัณฑ์นางแล้ว! เสด็จพี่ก็ลืมนางเสียเถิด สตรีดีๆ บนโลกใบนี้ยังมีมากมาย คราวนี้ก็ตั้งใจเลือกใหม่อีกพระองค์หนึ่ง ต่อให้ไม่ชอบ พากลับไปใช้ชีวิตร่วมกันที่เถี่ยเจินก็พอแล้ว เถี่ยเจินของพวกเราเลี้ยงดูองค์หญิงเพียงองค์เดียวได้แน่ บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุก็เป็นเรื่องปกติ แต่งตั้งตำแหน่งพระชายาให้นางเสีย ภายภาคหน้าจะมีสตรีมากน้อยเพียงใดที่เสด็จพี่ครอบครองไม่ได้เล่า?”
เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยขมวดคิ้ว แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยคิดจะให้องค์หญิงหย่งเวยมีชีวิตไม่ดี เขาคิดว่านางไม่ใช่นกยูงที่หากออกไปจากกรงทองแล้วจะไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ เขาเชื่อว่าหย่งเวยในยามนี้กำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ในที่อันอุดมสมบูรณ์แห่งใดแห่งหนึ่ง และเขาก็เชื่อว่าหัวหน้ากองราชองครักษ์ผู้นั้นต้องไม่ปฏิบัติย่ำแย่กับนางแน่นอน
ทอดถอนใจเบาๆ ครั้งหนึ่ง เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยดึงสายตากลับมาแล้วค่อยๆ เดินออกไป ขณะที่กำลังจะปิดประตูก็มองไปยังสตรีหน้ากระจกที่กำลังวาดคิ้ว ไม่รู้ว่าน้องหญิงรู้หรือไม่ว่าสตรีที่ถูกส่งเข้าวังมาเหล่านั้นมีความหมายต่อรัชทายาทแห่งแคว้นเฉินอย่างไร อย่างน้อยเขาเองก็มองออกชัดเจน ในใจของรัชทายาทแห่งแคว้นเฉินมีสตรีผู้หนึ่งที่ไม่ยอมให้ผู้ใดมาดูหมิ่น เพียงแต่ยามนี้สตรีผู้นั้นอยู่ที่ใด? แม้จะรู้ว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่อะไรที่คนอย่างพวกเขาจะไปถามได้ แต่เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยรู้สึกแปลกใจจริงๆ ในฐานะที่เป็นรัชทายาทแห่งแคว้นเฉินก็มีสตรีที่มิได้ครอบครองด้วยหรือ? เป็นสตรีเช่นไรกันแน่จึงทำให้เขาบ้าคลั่งได้เพียงนี้?
เมื่อเดินออกมาจากตำหนัก เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยก็สัมผัสได้ว่ามีสายตาหลายคู่มองตามมาจากด้านหลังของตน เขาจงใจผ่อนฝีเท้า ปลายตามองไป ถึงกับเป็นนางข้าหลวงเชียวหรือ?
ดูท่าทางเรื่องที่รัชทายาทให้ตนเลือกองค์หญิงคงแพร่ออกไปแล้ว มุมปากของเถี่ยเจินอวิ๋นเหวยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมขื่น ค่อยๆ เดินไปตามถนนของพระราชวัง
“องค์หญิง องค์ชายกำลังจะไปสวนหมิงฮวาแล้วเพคะ!”
หย่งเล่อกำจดหมายในมือแน่น จากนั้นจึงส่งให้นางข้าหลวง “ดี จำไว้ ต้องกล่าวว่าเป็นจดหมายที่หย่งเจียเขียนให้เขา เข้าใจหรือไม่?!”
อีกด้านหนึ่ง
จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งให้ในมือของนางข้าหลวง หย่งผิงใคร่ครวญครู่หนึ่ง “เจ้าจงกล่าวว่าเจ้าเป็นคนในตำหนักขององค์หญิงหย่งเจีย ชื่นชมองค์ชายมานานแล้ว เข้าใจหรือไม่?”