หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 707 โกหกเสแสร้ง
เล่มที่ 24 ตอนที่ 707 โกหกเสแสร้ง
นี่เป็นห้องเรียบง่าย ทว่าก็มีทุกสิ่งครบครัน บนโต๊ะมีตำราวางอยู่กองหนึ่ง
ตู้หย่วนซิ่วเดินอยู่เบื้องหน้าสุด สายตากวาดมองไปยังตำราแพทย์ที่เปิดกางทิ้งไว้ มีเครื่องหมายต่างๆ ถูกทำไว้ในตำรา “แม่นางหลิ่วกล่าวว่าวันนี้อยู่ท่องตำราในห้องตลอด ไม่ทราบว่าท่องตำราไปถึงหน้าใด?” หากนางกล่าวเท็จจะต้องเผยพิรุธออกมาเป็นแน่
หลิ่วเซียงก้าวออกมาท่ามกลางสายตาทุกคน “หม่อมฉันท่องถึงหน้าเก้า หญ้าลวงวิญญาณเพคะ”
ท่องถึงหน้าเก้าแล้ว? สตรีไม่น้อยพลันหน้าเปลี่ยนสี นางเพิ่งเข้าวังมาได้สามวันก็ท่องไปถึงหน้าเก้าแล้วหรือ ตอนแรกพวกนางได้แต่พร่ำบ่น มิอาจท่องจำเนื้อหามากมายเช่นนั้นได้! พริบตาเดียวในใจของสตรีไม่น้อยพลันอิจฉาหลิ่วเซียงขึ้นมาหลายส่วน
ตู้หย่วนซิ่วเปิดดู จริงดังคาด ตรงหญ้าลวงวิญญาณยังมีรอยพู่กันหลงเหลืออยู่
ดูจากสายตาสงบนิ่งของอีกฝ่ายแล้วมิเหมือนกับกำลังโกหก อาภรณ์ของนางก็สมบูรณ์ไม่มีส่วนใดขาดไป เมื่อมองไปรอบด้านคล้ายกับไม่มีส่วนใดเป็นปัญหา
ประเดี๋ยวก่อน นั่นมันอะไร? ตู้หย่วนซิ่วมองไปยังผ้าห่มที่ถูกพับซ้อนไว้เรียบร้อย สายตาถูกชายผ้าที่นูนขึ้นมาดึงดูด
นางค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ จากนั้นจึงยื่นมือออกไปหยิบกล่องรูปร่างสี่เหลี่ยมเล็กๆ กล่องหนึ่งออกมาจากด้านใน
ตู้หย่วนฟางหน้าเปลี่ยนสี นั่นเป็นกล่องของท่านแม่! คิดไม่ถึงว่าแม่นางหลิ่วเซียงท่านนี้ดูผิวเผินสงบนิ่งอ่อนโยนแต่กลับเป็นหัวขโมยไปเสียได้! สามารถโกหกได้โดยไม่กระพริบตา!
“แม่นางหลิ่ว ไม่ทราบว่านี่คืออะไร?”
ตู้หย่วนซิ่วหยิบกล่องสีเขียวลายดอกมู่ตันในมือขึ้นมา สายตามีประกายเย็นยะเยือกอยู่หลายส่วน เดิมทีนางคิดจะเชื่อว่าสตรีอายุน้อยผู้นี้บริสุทธิ์ แต่นี่จะอธิบายอย่างไรเล่า?
หลิ่วเซียงเองก็ไม่ทราบว่าเหตุใดของจึงมาอยู่บนเตียงตนได้ “อาจเป็น…ของที่รัชทายาททรงประทานให้…” ในน้ำเสียงมีความไม่แน่ใจเจืออยู่
“ฮ่ะๆ เจ้าว่านี่คือของขวัญที่รัชทายาททรงประทานให้หรือ?” ในน้ำเสียงของตู้หย่วนซิ่วเต็มไปด้วยความโกรธ
ความจริงในตำหนักแห่งนี้มักจะมีคนส่งผ้าและเครื่องประดับเข้ามา แต่จะอย่างไรก็เป็นของเรียบง่ายมิใช่ของล้ำค่าราคาแพง หลิ่วเซียงคิดว่ากล่องใบนั้นอาจจะมีคนนำเข้ามาในตอนที่ตนไม่รู้ ไหนเลยจะเข้าใจเจตนาโกรธเกรี้ยวของตู้หย่วนซิ่วได้
สตรีไม่น้อยสัมผัสได้อย่างชัดเจน หลิ่วเซียงโชคร้ายจริงๆ แล้ว! ทั้งยังมีกล่องนั้นอีก เป็นของขวัญที่รัชทายาททรงประทานให้หรือ? เหตุใดจึงประทานให้นางเพียงผู้เดียวเล่า? ของในตำหนักแห่งนี้มิใช่ว่าแบ่งกับทุกคนอย่างเท่าเทียมหรือ? จะนำไปมากขึ้นชิ้นเดียวก็ไม่ได้!
“เช่นนั้นแม่นางหลิ่วทราบหรือไม่ว่าในกล่องบรรจุสิ่งใดไว้?”
ตู้หย่วนซิ่วเคลื่อนไหว นางค่อยๆ เปิดกล่องไม้ออก ด้านในเป็นปิ่นหยกที่งดงามและหรูหราอย่างยิ่ง! นางจำได้ ทุกครั้งที่จวนชางชิ่งโหวมีงานใหญ่ ท่านแม่มักจะประดับปิ่นนี้เสมอ ได้ยินว่าเป็นสินเดิมติดตัวนาง แต่ตอนนี้ท่านแม่กลับให้หย่วนฟางนำสินเดิมของนางเข้าวังมา ในใจของตู้หย่วนซิ่วรู้สึกเจ็บปวด ราวกับสัมผัสได้ว่าสุขภาพของฮูหยินชางชิ่งโหวไม่ดีอย่างยิ่งจึงนำของเหล่านี้มาแบ่งให้พวกนางพี่น้องราวกับเป็นการสั่งเสียก็มิปาน! ทว่าตอนนี้สตรีอายุน้อยผู้นี้ถึงกับกล้าขโมยของมารดาของนาง! ทั้งยังมากล่าวโกหกเช่นนี้ จะให้ตู้หย่วนซิ่วไม่โกรธได้อย่างไร
สายตาของหลิ่วเซียงก็เจือไปด้วยความแปลกใจ ปิ่นนั้นนางไม่เคยเห็นมาก่อน
“แม่นางหลิ่ว นี่เป็นปิ่นของท่านแม่ข้า เจ้าว่ารัชทายาททรงประทานให้หรือ?” ตู้หย่วนฟางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก เมื่อกล่าวคำนี้ออกมา ทุกคนพลันสับสนวุ่นวาย
นี่มันเกิดอะไรขึ้น เช่นนั้นเหตุใดหลิ่วเซียงจึงกล่าวว่าปิ่นนี้เป็นของที่รัชทายาททรงประทานให้เล่า?
“ตอนเย็นแม่นางหลิ่วไปที่สวนจิ่นซิ่ว เห็นรถม้าตระกูลเฟิ่งจึงแอบขโมยปิ่นล้ำค่านี้มา ใช่หรือไม่?” แต่ละคำพูดของตู้หย่วนซิ่วกล่าวได้ชัดเจนยิ่งนัก ทุกคพลันรู้สึกตื่นตระหนัก สวรรค์ ที่แท้หลิ่วเซียงก็ทำความผิดร้ายแรงเพียงนี้! ถึงกับกล้าขโมยของตระกูลเฟิ่ง ทั้งยังนำมาซ่อนไว้ที่นี่อีกด้วย!
คนไม่น้อยเผยสายตาดูถูกหลิ่วเซียงออกมา ถึงกับลากพวกนางไปพัวพันจนถูกสงสัยไปด้วยเชียว!
“ไม่ หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ได้ทำ หม่อมฉันอยู่ในห้องทั้งวัน ไม่เคยไปที่สวนจิ่นซิ่วอันใดนั่น!” หลิ่วเซียงพยายามอธิบายแต่กลับไม่มีผู้ใดเชื่อนางอีก
ตู้หย่วนซิ่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่เห็นใจสตรีที่ดูผิวเผินคล้ายกับบริสุทธิ์ผู้นี้อีก “พยานเจ้าก็ไม่มี ทว่าหลักฐานกลับมีอยู่ในมือเปิ่นกงชิ้นหนึ่ง เจ้ายังคิดจะเล่นลิ้นอีกหรือ? ขอเพียงเจ้ายอมรับความผิด เปิ่นกงจะผ่อนหนักเป็นเบา”
ดวงตาของหลิ่วเซียงคลอไปด้วยน้ำตา “หม่อมฉันไม่ได้ขโมยจริงๆ เพคะ หม่อมฉันไม่ได้ออกไป หม่อมฉันไม่ได้ขโมย!”
“ที่นี่คือห้องของเจ้า ของก็ถูกพบอยู่ที่ห้องของเจ้า เจ้าเห็นวังเป็นสถานที่เช่นไรกัน?!” คำพูดของตู้หย่วนซิ่วเย็นเยียบหาใดเปรียบ ในห้องพลันเงียบลง กระทั่งแม่นมก็ไม่เคยเห็นชายารองมีโทสะถึงเพียงนี้ อย่างไรก็ตามนับว่าหลิ่วเซียงสมควรแล้วจริงๆ ผู้ใดให้นางโอหังคับฟ้า ถึงกับกล้าไปขโมยปิ่นของฮูหยินชางชิ่งโหวเล่า!
หลิ่วเซียงพยายามย้อนนึก จู่ๆ นางก็เงยหน้าขึ้น “อวิ๋นหลินกล่าวว่านางจะมาพักผ่อนอยู่ในห้องของหม่อมฉันครู่หนึ่ง เมื่อครู่นี้เองเพคะ…เพียงแต่…เพียงแต่…” เพียงแต่ตอนนี้กลับไม่เห็นคนแล้ว!
อวิ๋นหลิน? แม่นมขมวดคิ้ว รีบตรวจสอบเหล่าสตรีทั้งหลายอีกครั้ง นางเกือบลืมสตรีที่ชื่อว่าอวิ๋นหลินผู้นี้ไปแล้ว! เนื่องจากสตรีผู้นี้ค่อนข้างหัวรั้นกว่าผู้อื่นอย่างชัดเจน ยามปกติก็ไม่ยอมท่องหนังสือให้ดี หากว่ากันตามเหตุผล สตรีที่ไม่ปฏิบัติตามกฏเกณฑ์เช่นนี้สมควรถูกรัชทายาทไล่ออกจากตำหนักไปแล้ว แต่รัชทายาทกลับเก็บนางไว้ ตอนนี้ไม่เห็นคนจริงๆ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นของแม่นม ตู้หย่วนซิ่วจึงเอ่ยปาก “อวิ๋นหลินคือผู้ใด?”
“ทูลชายารอง แม่นางอวิ๋นไม่อยู่เพคะ”
“ไม่อยู่? เปิ่นกงให้เจ้าเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่นี่มิใช่หรือ?”
แม่นมเองก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา “นี่…บ่าวสมควรตาย บ่าวลืมแม่นางอวิ๋นหลินไปเพคะ! บ่าวจะไปตามหานางเดี๋ยวนี้! เร็ว รีบไปหาดูว่าตอนนี้อวิ๋นหลินอยู่ที่ใด พาตัวนางมา!”
นางพานางข้าหลวงหลายคนออกไป หลิ่วเซียงมองไปยังทิศทางที่พวกนางจากไปราวกับเห็นความหวัง
เพียงไม่นานสตรีผู้หนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เพียงแต่บนร่างของนางกลับสวมอาภรณ์สีชมพู
“หม่อมฉันถวายพระพรชายารองเพคะ”
หลิ่วเซียงมองไปยังอวิ๋นหลินที่อยู่บนพื้น รู้สึกแตกต่างกับตอนที่ตนได้พบเมื่อครู่นี้ แต่กลับกล่าวไม่ถูกว่าแตกต่างอย่างไร
“แม่นางอวิ๋นพักผ่อนอยู่ในห้องแม่นางหลิ่วมิใช่หรือ?”
อวิ๋นหลินเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย “นี่…หม่อมฉันอยู่ในห้องตัวเองมาตลอดเพคะ”
อะไรนะ? หลิ่วเซียงชะงักไปครู่หนึ่ง “เจ้า มิใช่ว่าเจ้า…”
อย่างไรก็ตาม สตรีบนพื้นทำราวกับไม่ทราบอะไรโดยสิ้นเชิง “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“อวิ๋นหลิน เจ้ากล่าวว่าไม่สบาย ต้องการพักอยู่ในห้องข้าครู่หนึ่งมิใช่หรือ?”
“มีเรื่องเช่นนั้นที่ไหนกัน เหตุใดข้ามิกลับไปพักที่ห้องของตนเล่า หลิ่วเซียง นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” อวิ๋นหลินขมวดคิ้ว พริบตานั้นทุกคนใช้สายตาดูถูกเหยียดหยามมองไปยังหลิ่วเซียง มีหลักฐานพยานครบครันแล้วนางยังคิดจะปฏิเสธอีกหรือ?
หลิ่วเซียงดวงตาแดงระเรื่อ “เมื่อครู่ยามที่แม่นมมาหาคน เจ้ากล่าวชัดเจนว่าจะไปพักผ่อนในห้องข้า ทั้งยังไม่ให้ข้ากล่าวถึงเจ้าต่อหน้าทุกคนด้วย! เจ้า เหตุใดเจ้าจึงโกหกเบื้องพระพักตร์ชายารอง?”
“คนที่โกหกก็คือเจ้า! อย่ามาใส่ร้ายข้า ข้าอยู่ในห้องของตนตลอด เมื่อครู่เผลอหลับไปจึงไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เหตุใดเจ้าต้องมากล่าวโทษข้าด้วยเล่า?”
“เจ้า เจ้า…ชายารอง พระองค์ต้องเชื่อหม่อมฉันนะเพคะ หม่อมฉันมิได้โกหก!” แม้ในยามฝันหลิ่วเซียงก็คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นหลินจะหลอกลวงนาง! นางยังจำได้ว่าตอนที่ตนเพิ่งจะเข้าวัง ทุกคนไม่สนใจนาง มีเพียงอวิ๋นหลินผู้เดียวที่ก้าวออกมามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับนางเป็นคนแรก เพียงแต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว…
ทั้งสองทะเลาะกันจนหน้าแดงหูแดง ไม่ยอมถอยให้กันแม้แต่น้อย ยามนี้เอง ตู้หย่วนซิ่วส่งสายตาครั้งหนึ่ง แม่นมข้างกายจึงแค่นเสียงเย็น “ชายารองยังอยู่ที่นี่ เจ้าทะเลาะกันเช่นนี้ยังรู้จักกฎเกณฑ์หรือไม่?”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ในห้องจึงเงียบลง
ตู้หย่วนซิ่วหันมา “เนี่ยนเอ๋อร์ เข้ามา”
ตงฟางเนี่ยนเดินเข้ามา ตู้หย่วนซิ่วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เนี่ยนเอ๋อร์ เจ้าดูเถิด จำพี่สาวสองคนนี้ได้หรือไม่?”
เนี่ยนเอ๋อร์? อวิ๋นหลินมองไปทางเด็กชาย พบว่าบนศีรษะของอีกฝ่ายมีผ้าพันแผลพันเอาไว้ จู่ๆ ราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหน้าเปลี่ยนสี รีบก้มหน้าลงโดยพลัน
การเคลื่อนไหวเช่นนี้ดึงดูดความสนใจของตู้หย่วนซิ่ว นางคลายมือของตนอย่างระงับความโกรธ ตงฟางเนี่ยนเดินไปเบื้องหน้าหลิ่วเซียงแล้วเงยหน้าขึ้นสำรวจนาง
“เนี่ยนเอ๋อร์ นี่คือพี่สาวที่ชนเจ้าใช่หรือไม่?”
ตงฟางเนี่ยนหันกลับมา “ไม่ใช่ ไม่ใช่นาง”
ทุกคนไม่เข้าใจว่าตู้หย่วนซิ่วทำเช่นนี้มีเจตนาใดกันแน่ อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ตงฟางเนี่ยนเดินไปเบื้องหน้าอวิ๋นหลิน นางกลับไม่ยอมเงยหน้าขึ้น
“แม่นางอวิ๋น? แม่นางอวิ๋น?”
“แค่กๆ แค่กๆๆ …” จู่ๆ นางก็ไอออกมาอย่างรุนแรง ใช้มือปิดปากของตนเอาไว้ “หม่อมฉันเป็นไข้ลมหนาว กลัวว่าจะทำให้เหนียงเหนียงติดไปด้วย”
ไหนเลยจะรู้ว่าจู่ๆ ตงฟางเนี่ยนก็ก้มตัวลง เงยหน้าขึ้นสบสายตาร้อนตัวของอวิ๋นหลิน ก่อนจะกล่าวออกมา “เป็นนาง เป็นนาง! นางชนเนี่ยนเอ๋อร์!”
อะไรนะ? เหตุการณ์พลิกผัน ทุกคนคิดไม่ถึงว่าเรื่องจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ได้
“มิใช่แม่นางอวิ๋นกล่าวว่าอยู่ในห้องของตัวเองมาตลอดหรือ? เหตุใดจึงไปที่สวนจิ่นซิ่วได้?” คำพูดของตู้หย่วนซิ่วแฝงไปด้วยความขบขันอยู่หลายส่วน ทำให้ผู้คนเดาอารมณ์ของนางไม่ออก
“หม่อมฉัน…หม่อมฉันมิได้ไปที่สวนจิ่นซิ่วเพคะ!”
“อาภรณ์สีชมพูของแม่นางอวิ๋นงดงามจริงๆ ขับเน้นผิวของแม่นางได้เป็นอย่างดี เพียงแต่เมื่อนำมาสวมคู่กับรองเท้าปักสีฟ้าเช่นนี้ คล้ายจะไม่เข้ากันกระมัง?” คำพูดของตู้หย่วนซิ่วทำให้สายตาของทุกคนย้ายไปโดยพลัน ใช่แล้ว เหตุใดจึงมีคนสวมอาภรณ์สีชมพูแต่กลับสวมรองเท้าสีฟ้าเล่า?
ตู้หย่วนฟางคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้โดยพลัน ใช่แล้ว เศษผ้าที่ถูกเกี่ยวขาดมิใช่สีฟ้าพอดีหรือ? อวิ๋นหลินที่อยู่บนพื้นดูน่าสงสัยขึ้นมาอย่างยิ่ง
อวิ๋นหลินไหนเลยจะรู้ว่าเด็กที่ตนชนตอนกำลังหนีอย่างกระวนกระวายนั้นจะเป็นถึงโอรสของชายารองไปได้! ตอนนี้ชายารองพาองค์ชายน้อยมาชี้ตัวแล้ว! เดิมทีคิดว่าหากซ่อนตัวอยู่ในห้องของหลิ่วเซียงจะไม่มีเรื่องอะไร แต่กลับได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาจึงเลือกที่จะหนีออกไปทางหน้าต่างแล้วกลับไปที่ห้องของตน เร่งผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แต่กลับลืมเปลี่ยนรองเท้า! ชายารองจะละเอียดรอบคอบเกินไปแล้ว
เพียงไม่นานก็มีองครักษ์เดินเข้ามาจากด้านนอก “ทูลชายารอง เจอของสิ่งนี้ในห้องพ่ะย่ะคะ่”
พบว่าในมือขององครักษ์มีอาภรณ์สีฟ้ายับย่นอยู่ชุดหนึ่ง หัวใจของอวิ๋นหลินเต้นระรัว สีหน้าซีดขาวหาใดเปรียบ เมื่อครู่ตู้หย่วนซิ่วก็สังเกตุเห็นรองเท้าของนางนานแล้วจึงใช้สายตาสั่งให้องครักษ์ไปค้นห้องของนาง
เมื่อพลิกอาภรณ์ในมือดู พบว่ามีรอยที่ถูกเกี่ยวขาดจริงดังคาด รอยยิ้มบนใบหน้าของตู้หย่วนซิ่วค่อยๆ หายไป “เด็กๆ ลากตัวหัวขโมยโกหกผู้นี้ไปเสีย!”