หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 706 ความวุ่นวายของเหล่าสตรี
เล่มที่ 24 ตอนที่ 706 ความวุ่นวายของเหล่าสตรี
“อา นี่มิใช่อาภรณ์ของสตรีที่ถูกส่งเข้าวังมาหรือ…” คำพูดของแม่นมค่อยๆ เบาลงจนไร้ซึ่งเสียง มองไปทางตู้หย่วนซิ่วด้วยความกังวล หากนางจำไม่ผิด ตอนนั้นได้ยินว่าท่านหมอมักจะสวมใส่อาภรณ์ที่ทำจากผ้าชนิดนี้ ดังนั้นจึงนำผ้าชนิดนี้ไปตัดเย็บอาภรณ์ให้สตรีซูที่ถูกส่งเข้าวังมาในคราวนี้…
ยามนี้คนในพระราชวังทั้งหมดต่างเรียกสตรีที่ถูกส่งเข้าวังมาทุกห้าวันสามวันซึ่งมีลักษณะคล้ายท่านหมอว่าสตรีซู แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้านายกลับไม่กล้าเอ่ยเช่นนี้โดยเด็ดขาด
ตู้หย่วนฟางมองไปยังสีหน้าของตู้หย่วนซิ่วด้วยความสงสัย ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดนางจึงรู้สึกว่าบุคคลเบื้องหน้าในยามนี้ไม่เหมือนท่านพี่ของนาง ในดวงตาทั้งสองมีอะไรบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกคลุมเครือมากเกินไป พระราชวังแห่งนี้เบื้องหน้าดูสง่างามหาใดเปรียบ จะมีผู้ใดรู้บ้างว่าเนื้อแท้ของมันกลับเป็นเพียงกรงทองที่กลืนกินผู้คน
หมอหลวงหลายคนได้ยินเรื่องทางด้านนี้จึงตามมา หลังจากตรวจบาดแผลของตงฟางเนี่ยนแล้วจึงเขียนเทียบยาให้เขาหลายเทียบ ทั้งยังจ่ายยาให้ด้วย
“ทูลชายารอง จัดการบาดแผลขององค์ชายน้อยเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ รักษาอีกเล็กน้อยคงไม่หลงเหลือบาดแผลอีก เพียงแต่องค์ชายทรงได้รับความตกพระทัย กระหม่อมจ่ายยาสงบใจให้แล้ว เสวยวันละครั้งก็พอพ่ะย่ะค่ะ”
“ลำบากใต้เท้าทั้งหลายแล้ว”
มองไปยังตงฟางเนี่ยนที่นอนอยู่บนเตียง บนหน้าผากถูกพันด้วยผ้าพันแผลเรียบร้อย ในใจของตู้หย่วนซิ่วจึงค่อยวางใจ เพียงแต่ประกายเย็นเยียบในดวงตาของนางยังคงมิสลายหายไป “เนี่ยนเอ๋อร์ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”
ตงฟางเนี่ยนยื่นมือออกไปลูบผ้าพันแผลบนศีรษะของตนแล้วกระพริบตา
“เนี่ยนเอ๋อร์เล่นกับแม่ดีหรือไม่?”
เล่น? ตงฟางเนี่ยนดวงตาเปล่งประกาย ตู้หย่วนฟางที่อยู่ด้านข้างรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง ท่านพี่คงคิดจะทำอะไรบางอย่างแล้วกระมัง
…
“ผู้มาเยือนคือผู้ใด?”
บริเวณประตูตำหนัก องครักษ์สองนายขวางอยู่เบื้องหน้าคนกลุ่มหนึ่ง
ตู้หย่วนซิ่วมิได้มีท่าทีอ่อนโยนเฉกเช่นยามปกติอีกต่อไป ในดวงตามีเพลิงแห่งความโกรธโหมกระหน่ำ ทำให้องครักษ์ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะชะงักไป วันนี้ชายารองเป็นอะไรไป เหตุใดจึงได้โกรธเกรี้ยวเพียงนี้
“เปิ่นกงสงสัยว่ามีขโมยอยู่ในตำหนักนี้ รีบหลีกทางเสีย เปิ่นกงจะเข้าไปตรวจดูเสียหน่อย”
“ไม่ทราบว่าชายารองกราบทูลรัชทายาทแล้วหรือไม่?”
“หากรัชทายาททรงตำหนิ เปิ่นกงจะรับผิดชอบเอง! ยังไม่รีบถอยไปอีก หากปล่อยให้คนชั่วหนีไปได้ พวกเจ้าควรจะได้รับโทษเช่นไร!”
บนร่างของตู้หย่วนซิ่วเต็มไปด้วยบรรยากาศบีบบังคับผู้คน ตู้หย่วนฟางที่อยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง นางไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้ของท่านพี่มาก่อน เมื่อเห็นอีกฝ่ายจูงมือตงฟางเนี่ยนเช่นนั้นนางพลันเข้าใจกระจ่าง องค์ชายน้อยยังทรงพระเยาว์แต่กลับต้องมาพบเจอเรื่องเช่นนี้ ในฐานะที่เป็นมารดา ตู้หย่วนซิ่วจะอดทนได้อย่างไร? หากผู้กระทำผิดอยู่ในตำหนักนี้จริงๆ ตู้หย่วนฟางคิดว่านางคงโชคร้ายแล้ว
พาองครักษ์กลุ่มหนึ่งเข้าไปในตำหนัก พริบตานั้นพลันก่อให้เกิดความวุ่นวาย
“ถวายพระพรชายารองเพคะ”
แม่นมผู้หนึ่งเดินเข้ามาคารวะ ตู้หย่วนซิ่วปลายตามองนางครู่หนึ่ง “ให้แม่นางทั้งหมดออกมา เปิ่นกงจะสอบสวนทีละคน”
สอบสวน? นี่…หรือว่าในที่สุดชายารองก็ทนไม่ไหวจึงคิดมาสร้างความวุ่นวาย?
“นี่…บ่าวไม่อาจตัดสินใจได้เพคะ! เหนียงเหนียงโปรดระงับโทสะด้วย!” นางรีบคุกเข่าลง หากรัชทายาททรงทราบต้องถลกหนังตนเป็นแน่!
“ในตำหนักนี้มีคนชนองค์ชายน้อยล้ม เปิ่นกงไม่ใช่คนที่ชอบใส่ร้ายผู้อื่น ให้คนทั้งหมดออกมาเสีย หากพวกนางบริสุทธิ์ เปิ่นกงย่อมไม่ทำให้พวกนางลำบากใจ!”
ชนองค์ชายน้อย? แม่นมมองไปยังผ้าพันแผลบนศีรษะของตงฟางเนี่ยน ยังคงเห็นยาสีดำชัดเจน ดูแล้วคงบาดเจ็บไม่เบาเลยทีเดียว! นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก แม่นมรีบลุกขึ้นยืน “เหนียงเหนียง เชิญเสด็จทางนี้เพคะ…” อย่างไรก็ตามนางส่งสายตาครั้งหนึ่ง ขันทีน้อยที่อยู่ในมุมถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ตู้หย่วนซิ่วปรายตามองเห็นเงาร่างนั้นเดินจากไปจึงรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะไปทูลรายงานรัชทายาท แต่นางมิได้ขัดขวาง แม้นิสัยรัชทายาทจะเปลี่ยนไปมาก แต่ตู้หย่วนซิ่วเชื่อว่าเขาคงไม่อาจทนเห็นตัวเองเลี้ยงดูหหัวขโมยได้แน่! ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นผู้ที่ทำให้โอรสเพียงหนึ่งเดียวของเขาบาดเจ็บแล้วหนีไปด้วย!
อีกด้านหนึ่ง
“ได้ยินว่าชายารองพาคนกลุ่มหนึ่งมาก่อเรื่องแล้ว!”
อะไรนะ?! สีหน้าของสตรีทุกคนพลันเปลี่ยนไป “ชะ เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรดี?”
พวกนางทุกคนอดไม่ได้ที่จะร้อนตัว พวกนางย่อมรู้ดีว่าตนเองมีฐานะอย่างไรในวังหลังแห่งนี้ มิอาจเป็นได้แม้กระทั่งนางบำเรอ ยิ่งไปกว่านั้นในหมู่พวกนางก็ไม่มีใครที่ได้รับความโปรดปรานจากรัชทายาทอย่างแท้จริง แม้รัชทายาทจะเสด็จมาทุกวัน แต่ก็มาเพียงเพื่อตรวจสอบความสามารถของพวกนางเท่านั้น มาฟังพวกนางท่องตำราแพทย์เท่านั้น หากชายารองมาก่อเรื่องจริงๆ จะมีผู้ใดสนับสนุนพวกนางเล่า?
ในมุมหนึ่ง หลิ่วเซียงวางตำราในมือลงพลางเบนสายตาขึ้นมอง ชายารองหรือ? ในสมองของนางปรากฏภาพสตรีผู้มีท่าทีย่ำแย่น้ำตาไหลเต็มใบหน้า นางรู้สึกว่านั่นมิใช่คนที่ชอบก่อเรื่อง อาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกระมัง?
“หลิ่วเซียง! หลิ่วเซียง!”
เสียงเบาๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมหนึ่ง หลิ่วเซียงหันไป พบสตรีผู้หนึ่งมีสีหน้าร้องขอ “ขะ ข้าปวดท้อง อีกครู่คงไม่ออกไปแล้ว ให้ข้าไปนอนพักในห้องเจ้าสักครู่เถิด!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายกุมท้องด้วยความเจ็บปวด ในใจของหลิ่วเซียงจึงรู้สึกอ่อนใจ ไม่ได้คิดอะไรมากความ “เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนให้ดีเถิด…”
“หากชายารองถาม เจ้าก็ทำราวกับว่าไม่มีข้าอยู่นะ! ไม่พูดแล้ว ข้าไปนอนก่อน จำไว้ ทำเหมือนว่าไม่มีข้าอยู่!” คนผู้นั้นหายไปจากเบื้องหน้าหลิ่วเซียงราวกับหนีอะไรบางอย่าง สตรีไร้เดียงสารู้สึกแปลกยิ่งนัก มิใช่ว่าไม่สบายหรือ เหตุใดจึงวิ่งเร็วเพียงนั้น
“คุณหนูทั้งหลาย ชายารองเรียกพบ” ยามนี้เองแม่นมเดินมาเบื้องหน้าทุกคน สตรีทั้งหลายยืนเรียงแถวด้วยสีหน้าหวาดกลัวก่อนจะเดินออกไปที่ห้องโถง
ตู้หย่วนซิ่วนั่งอยู่บนตำแหน่งประธานมีท่าทีหนักแน่นเด็ดเดี่ยว ตงฟางเนี่ยนที่อยู่ด้านข้างถูกตู้หย่วนฟางจูงมืออย่างระมัดระวัง มิใช่หมู่เฟยทรงตรัสว่าจะเล่นหรือ? เหตุใดตอนนี้หมู่เฟยจึงทำให้ผู้อื่นหวาดผวาเช่นนี้เล่า
“ทูลเหนียงเหนียง ทุกคนมากันครบแล้วเพคะ”
สตรีกลุ่มหนึ่งยืนเรียงแถวอยู่ด้านหน้า สวมอาภรณ์สีอ่อนงดงาม ทำผมเรียบง่าย คล้ายกับมีเงาร่างของท่านหมอปรากฏอยู่ ในใจของตู้หย่วนฟางเต้นระรัว นางเคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาบ้าง แต่วันนี้เมื่อได้เห็นกับตาทำให้นางรู้สึกเปิดหูเปิดตาจริงๆ รัชทายาทไปรวบรวมแม่นางที่มีหน้าตาคล้ายท่านหมอมากมายเพียงนี้มาจากที่ใดกัน? ยังคิดว่านางอยู่ในความฝันเสียอีก
ตู้หย่วนซิ่วพยักหน้าเล็กน้อย สายตากวาดมองไปยังใบหน้าของสตรีเหล่านี้ราวกับต้องการเห็นสายตาร้อนตัวในดวงตาของพวกนาง เพียงแต่ในดวงตาของทุกคน จะมากจะน้อยก็ยังมีประกายหวาดกลัวซ่อนเร้น คงเป็นเพราะฐานะของตนกระมัง
พบว่าสตรีบนที่นั่งประธานหยิบเศษผ้าต่วนสีฟ้าชิ้นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วส่งให้แม่นมข้างกาย “ผ้าชนิดนี้เป็นของผู้ใด?”
แม่นมยื่นมือไปรับ สำรวจอย่างละเอียดครู่หนึ่ง นี่ไม่ใช่ผ้าต่วนที่ใช้ตัดเย็บอาภรณ์ให้แม่นางในระยะนี้หรือ?
“นี่…ตอบเหนียงเหนียง ผ้าต่วนชนิดนี้แม่นางทุกคนล้วนมีเพคะ”
“เช่นนั้นแม่นมจำได้หรือไม่ว่าวันนี้ผู้ใดสวมชุดกระโปรงสีฟ้าเช่นนี้? แล้วมีผู้ใด…ที่ทำชายกระโปรงขาดไปบ้าง” สายตาของตู้หย่วนซิ่วกวาดมองไปยังชายกระโปรงและชายอาภรณ์ของสตรีทุกคน ทุกคนพากันก้มหน้าสำรวจ
แม้จะเป็นผ้าต่วน แต่สีก็มีความแตกต่างกันไปมากบ้างน้อยบ้าง แม่นมหยิบเศษผ้าชิ้นนั้นมาเทียบกับอาภรณ์บนร่างของสตรีทั้งหลาย จนกระทั่งมาถึงเบื้องหน้าหลิ่วเซียงจึงอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจ
การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคน พวกนางหันไปมอง เศษผ้าในมือแม่นมเหมือนกับอาภรณ์บนร่างของหลิ่วเซียงทุกกระเบียดนิ้ว!
ตู้หย่วนซิ่วย่อมสังเกตุเห็นจุดนี้เช่นกัน มองไปยังสีหน้าของหลิ่วเซียงอีกครั้ง นี่มิใช่สตรีวันนั้น…ที่ยืนอยู่ข้างกายรัชทายาทหรือ?
“แม่นางหลิ่วเซียง อาภรณ์ของท่านขาดหรือไม่?” แม่นมเอ่ยปากถาม หลิ่วเซียงก้มหน้าลงสำรวจครู่หนึ่งแล้วจึงส่ายหน้า
“เมื่อครู่พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดกัน กล่าวให้เปิ่นกงฟังเสียหน่อยได้หรือไม่?” ตู้หย่วนซิ่วมิได้รีบตัดสินว่าเป็นหลิ่วเซียงเพราะเรื่องนี้
สตรีผู้หนึ่งก้าวออกมา “ทูลเหนียงเหนียง หม่อมฉัน…วันนี้หม่อมฉันท่องตำราแพทย์อยู่ในสวนบุปผาตลอด มีแม่นางหลายคนเป็นพยานได้เพคะ”
พลันนั้นมีสตรีหลายคนก้าวออกมา “ทูลเหนียงเหนียง หม่อมฉันก็อยู่ท่องตำราแพทย์ด้วยกันกับพี่สาวหลายคนเช่นกันเพคะ”
พวกนางไม่ได้มีความสนใจในวิชาแพทย์ แต่นี่เป็นความต้องการของรัชทายาท พวกนางจึงทำได้เพียงคิดหาวิธีดีๆ สุดท้ายทุกคนจึงมารวมตัวท่องตำรา เช่นนี้จึงสนุกกว่าเล็กน้อย
“ใช่แล้ว คล้ายกับว่าวันนี้พวกเรายังไม่เห็นหลิ่วเซียง!”
จู่ๆ ก็มีคนกล่าวเช่นนี้ขึ้นมา ทุกคนพากันคล้อยตาม “ใช่แล้ว วันนี้ทุกคนอยู่ท่องตำราในสวนบุปผา แต่ไม่เห็นนางเพียงคนเดียว!”
หลิ่วเซียงเพิ่งจะเข้าวังมาในช่วงนี้ ไม่ได้มีความสนิทสนมอันใดกับสตรีเหล่านี้นัก อย่างไรก็ตามพวกนางเองก็กล่าวตามจริง ทว่าเพียงเพราะอยากทำให้เรื่องคลี่คลายโดยเร็ว มิได้มีความตั้งใจจะตรวจสอบเรื่องราวให้กระจ่าง
“หม่อมฉัน หม่อมฉันอยู่ท่องหนังสือในห้องตลอดเพคะ” นางรู้สึกราวกับไม่อาจเข้าพวกได้ ยิ่งไปกว่านั้นเพิ่งเข้าวังมาวันแรกก็ได้รับความตกใจแล้ว ยังไม่ได้ตั้งสติให้ดี
“มีใครเป็นพยานได้หรือไม่?”
“…นะ นี่…”
หลิ่วเซียงมองไปรอบด้านด้วยท่าทีกระวนกระวาย แต่แม่นางผู้อื่นกลับใช้สายตาราวกับกำลังมองผู้กระทำผิดมองนาง
หรือเป็นเพราะหลิ่วเซียงทำเรื่องผิดอันใดชายารองจึงมาจับคน? จะต้องเป็นเช่นนี้แน่ มิน่าเล่านางจึงมักจะอยู่ในห้องเพียงลำพัง ดูท่าทางคงกำลังวางแผนไม่ดีอันใดแน่นอน! กล่าวกันว่ารัชทายาทโปรดปรานนางมาก มิแน่ว่าอาจนางเข้าวังมาเพราะมีแผนการอื่นก็เป็นได้! การคาดเดาต่างๆ นานาเพิ่มมากขึ้น สุดท้ายสตรีทั้งหลายจึงเปิดทางโดยไม่รู้ตัว ทำให้นางอยู่ในสายตาของตู้หย่วนซิ่วเพียงผู้เดียว
“ชายารอง หม่อมฉันไม่ได้โกหกจริงๆ เพคะ หม่อมฉันอยู่ในห้องทั้งวัน ทั้งยังทานอาหารในห้องด้วยเพคะ” หลิ่วเซียงอธิบาย บนหน้าผากมีเหงื่อเย็นซึมออกมา
ตู้หย่วนซิ่วส่งสายตาครั้งหนึ่ง นางข้าหลวงด้านหลังจึงรีบเดินเข้ามาก้มตัวคารวะหลิ่วเซียงเล็กน้อย “ขอให้แม่นางร่วมมือด้วยเจ้าค่ะ” จากนั้นจึงมีคนเข้ามาอีกสองคนช่วยกันค้นตัวนาง
นี่…กำลังหาของหรือ?
นางข้าหลวงไม่พบสิ่งใด ตู้หย่วนซิ่วสูดหายใจลึก “เด็กๆ ไปตรวจดูที่ห้องของแม่นางหลิ่วเสียหน่อย”
ทุกคนรีบเดินตามไป หลิ่วเซียงในยามนี้รู้สึกไม่ยุติธรรมยิ่งนัก
คนกลุ่มหนึ่งพากันเดินไปที่ห้องของหลิ่วเซียง เมื่อเปิดประตูพบว่ามีลมเย็นพัดเข้ามา
แปลกจริง เมื่อครู่นี้มิใช่อวิ๋นหลินกล่าวว่าจะมาพักผ่อนในห้องตนหรือ? หลิ่วเซียงเพิ่งจะคิดขึ้นมาได้ ทว่ายามนี้ในห้องกลับไร้ซึ่งผู้คน กระทั่งผ้าห่มยังถูกพับไว้เรียบร้อย มีเพียงหน้าต่างที่เปิดค้างไว้จนลมพัดเข้ามา
nitnit
ความรักที่ไม่สมหวังเป็นสาเหตุของความทุกข์ อวิ๋นหลินคงเป็นตัวการขโมยของและชนตงฟางเนี่ยน แต่คงจะป้ายความผิดไปให้หลิ่วเซียง
Venus36
คนเราพอเจอเรื่องกระทบใจมากๆ เกิดด้านชาจนกลายเป็นอีกคนไปเลย ความรักล้วนเป็นพิษทางฝั่งนี้ ทางฝั่งอวิ๋นซูกับเหิงหลิง ความรักคือพลังก้าวผ่านความตายและอุปสรรคได้