หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 708 เชือดไก่ให้ลิงดู
เล่มที่ 24 ตอนที่ 708 เชือดไก่ให้ลิงดู
“ชายารอง หม่อมฉัน หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!” พลันนั้นมีขันทีน้อยสองคนเดินเข้ามาคุมตัวอวิ๋นหลินที่กำลังดิ้น ทว่านางยังคงเล่นลิ้นไม่หยุด “อาภรณ์ตัวนี้มิใช่ของหม่อมฉัน มิใช่ของหม่อมฉันเพคะ!”
ไม่ง่ายเลยกว่าแม่นมจะเรียกสติคืนมาจากความจริงนี้ได้ นางสังเกตุเห็นสายตาของตู้หย่วนซิ่วจึงรีบกล่าว “อา ทูลชายารอง หม่อมฉันคิดขึ้นมาได้แล้วเพคะ อวิ๋นหลินสวมอาภรณ์ชุดนี้จริงๆ เป็นนางไม่ผิดแน่”
“…” สตรีผู้นั้นเงียบลงโดยพลัน จากนั้นจึงย้อนคิดก่อนกล่าว “ชายารองเพคะ อาภรณ์ชุดนั้นถูกเกี่ยวขาดยามที่หม่อมฉันไปเดินเล่นในสวนบุปผา ดังนั้นหม่อมฉันจึงได้กลับไปเปลี่ยนอาภรณ์” ขอเพียงนางกัดฟันไม่ยอมรับว่าตนไปสวนจิ่นซิ่ว พวกนางจะมีหลักฐานอันใดมาพิสูจน์ว่านางขโมยของมาเล่า?
เพียงแต่ยามนี้ทุกคนไม่เชื่อคำพูดของนางอีกต่อไป เห็นพวกนางเป็นตัวโง่งมหรือไร?
“ใช่แล้ว วันนี้พวกเราก็ไม่เห็นอวิ๋นหลิน!”
“ใช่ ตอนที่อยู่ในสวนบุปผาพวกเราไม่เห็นนางเลย!”
นิสัยของอวิ๋นหลินก็เป็นเช่นนี้ ยามที่ผู้อื่นกำลังท่องตำราอย่างยากลำบาก นางกลับแอบไปขี้เกียจอยู่ที่ใดก็ไม่อาจทราบ แต่รัชทายาทกลับไม่ได้ตำหนินางเพราะสาเหตุนี้จริงๆ นานไปทุกคนจึงหลงลืมนาง ส่วนหลิ่วเซียงเพิ่งจะเข้าวังมาใหม่ย่อมได้รับความสนใจมากกว่า ดังนั้นเมื่อนางมิได้มาปรากฏตัวทุกคนจึงทราบทันที
“พวกเจ้า…”
ตู้หย่วนซิ่วหยิบกล่องสีเขียวลายดอกมู่ตันกล่องนั้นขึ้นมาแล้วมองไปยังสตรีบนพื้นที่จะเป็นจะตายก็ไม่ยอมรับ ตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่าอวิ๋นหลินจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นแน่ เพียงแต่…เมื่อหันไปมองหลิ่วเซียงที่มีท่าทีราวกับผ่อนคลายลงไปบ้าง ตู้หย่วนซิ่วกลับสงสัยยิ่งนัก นางมีส่วนด้วยหรือไม่? มิเช่นนั้นตอนแรกเหตุใดนางจึงกล่าวว่าอวิ๋นหลินอยู่ในห้องของนางได้เล่า
ลมเย็นสายหนึ่งพัดเข้ามา ตู้หย่วนซิ่วราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางหันไปมองหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ เมื่อครู่ตอนเข้ามาหน้าต่างนี้ก็ถูกเปิดไว้แล้ว
“ไปดูเสียหน่อย” นางส่งสายตาครั้งหนึ่ง องครักษ์ผู้หนึ่งจึงรีบเดินไปดูที่หน้าต่าง ตรวจสอบด้วยประสบการณ์อันมากล้น
“ทูลเหนียงเหนียง หลังหน้าต่างมีรอยเท้าอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
รอยเท้า?! ทุกคนพลันเข้าใจกระจ่าง ที่แท้สิ่งที่หลิ่วเซียงกล่าวล้วนเป็นความจริง อวิ๋นหลินเข้ามาในห้องของนางจริงๆ จากนั้นก่อนพวกนางมาถึงก็หนีไปทางหน้าต่าง! เช่นนั้นกล่องในมือของชายารองคงเป็นอวิ๋นหลินเอาไปซ่อนไว้ในผ้าห่มของหลิ่วเซียง!
“สารภาพมาเสียแล้วจะลดโทษให้!”
“ไม่ นี่ นี่ไม่เป็นความจริง หม่อมฉันต้องการพบรัชทายาท! หม่อมฉันต้องการพบรัชทายาท!”
สายตาของตู้หย่วนซิ่วเย็นเยียบ “เด็กๆ ลากหัวขโมยผู้นี้ออกไปโบยยี่สิบไม้! เปิ่นกงจะทำให้นางรู้ว่าวังหลังนี้มีกฎเกณฑ์!”
สตรีทุกคนพลันหน้าเปลี่ยนสี พวกนางไม่เคยเห็นการต่อสู้ใหญ่หลวงเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่เข้าวังมา พวกนางรู้จักเพียงท่องตำราแพทย์ เรื่องอื่นรัชทายาทล้วนไม่ยอมให้พวกนางกระทำ เดิมทีคิดว่าชีวิตในวังก็เพียงเท่านี้เอง แม้จะน่าเบื่อแต่จะมากจะน้อยก็ยังมั่นคง อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านเรื่องในวันนี้ไป ทำให้พวกนางรับรู้ได้ถึงอันตรายในวังหลังที่มีอยู่ทุกที่จริงๆ
อวิ๋นหลินกรีดร้องในขณะที่ถูกคนลากออกไป ถูกกดตัวให้นอนลงบนม้านั่งยาว
ไม้แรกถูกตีลงไป ทำให้เสียงกรีดร้องของนางดังคับฟ้า สีหน้าเปลี่ยนไปโดยพลัน
“เจ้าตีข้าไม่ได้! ข้าเป็นคนของรัชทายาท หากจะลงโทษข้าก็ควรเป็นรัชทายาทที่ลงโทษข้าถึงจะถูก! กรี้ด!”
สวรรค์ โอหังยิ่งนัก!
สตรีทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังสีหน้าของตู้หย่วนซิ่ว กลับพบว่าบนใบหน้าของนางไม่ปรากฏอารมณ์อันใด ทำให้ทุกคนมิอาจมองเห็นความจริง
อย่างไรก็ตาม นางทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของอวิ๋นหลิน แผ่นไม้หนาฟาดต่อไป “โบยจนกว่านางจะยอมรับ!”
“กรี้ด!”
ต่อให้อวิ๋นหลินไม่ยอมรับทุกคนก็มองออก พวกนางคิดไม่ถึงว่าอวิ๋นหลินที่ยามปกติชอบแย้มยิ้มเป็นนิสัยจะเป็นคนเช่นนี้ได้ ขโมยของหรือ? ภูมิหลังของพวกนางไม่ดีจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะขโมยของในวังแห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น อยู่ในตำหนักแห่งนี้พวกนางก็มีทุกสิ่งครบครัน ชีวิตเช่นนี้ยังไม่พอใจอีกหรือ? เหตุใดจึงไปขโมยของผู้อื่นอีกเล่า?
ตอนนี้เองมีองครักษ์หลายคนกลับมา นำกล่องที่ดูล้ำค่ากล่องหนึ่งกลับมาด้วย เมื่อเปิดออกดู พบว่าด้านในมีของล้ำค่าเต็มกล่อง!
“นั่น นั่นมิใช่ของที่รัชทายาททรงประทานให้หรือ?” แม่นมมองปราดเดียวก็จำได้ เพียงแต่…เหตุใดจึงไม่เหมือนของที่พวกนางได้รับ?
สตรีทุกคนพลันเบิกตากว้าง พบเห็นปัญหานี้ได้อย่างชัดเจน ใช่แล้ว เหตุใดสิ่งที่อวิ๋นหลินได้รับมิเหมือนกับพวกนาง ของล้ำค่าเหล่านี้ดีกว่าของที่พวกนางมีอย่างชัดเจน!
ทันใดนั้นทุกคนพลันเข้าใจกระจ่าง! มิน่าเล่ายามปกติอวิ๋นหลินจึงกระตือรือร้นเช่นนั้น เมื่อมีของดีๆ ถูกส่งเข้ามาในตำหนัก นางมักจะเป็นคนแรกที่ปรากฏตัว จากนั้นก็แบ่งของแทนพวกนางแล้วนำไปมอบให้ถึงมือของทุกคน ทำให้ทุกคนรู้สึกดีใจ ที่แท้นางก็เลือกของที่ดีที่สุดไปหมดแล้ว! ช่างเป็นคนถ่อยสารเลวยิ่งนัก!
“ปล่อยข้า! โอ้ย! เจ้า เจ้าไม่มีคุณสมบัติมาตีข้า! ข้าต้องการพบรัชทายาท ต้องการพบรัชทายาท!”
“เด็กๆ ปิดปากนางให้เปิ่นกงเสีย!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
นางข้าหลวงสองคนที่อยู่ด้านหลังเดินออกมา ต้องทราบว่าในวังหลังแห่งนี้ สิ่งที่ไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือเรื่องพวกนี้ จะมากจะน้อยนางข้าหลวงทั้งหลายย่อมต้องมีประสบการณ์ เสียงตบหน้ากระจ่างชัดดังสนั่นบนใบหน้าของอวิ๋นหลิน ตบเสียจนสติของนางพร่าเลือน อีกด้านหนึ่งก็ถูกไม้โบยตีที่หลัง เสียงตะโกนอันยโสโอหัง ในยามนี้กลับเลือนหายไปแล้ว
ตู้หย่วนฟางจูงตงฟางเนี่ยนที่ยังอายุน้อยไปหลบด้านข้างนานแล้ว ไม่ยอมปล่อยให้เขาเห็นภาพนองเลือดเช่นนี้ นางมองไปยังตู้หย่วนซิ่วจากที่ไกลๆ ก่อนจะทอดถอนใจเบาๆ ในใจเข้าใจอยู่หลายส่วนว่าท่านพี่ทำเช่นนี้เพราะต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งใด เกรงว่านี่คงเป็นครั้งแรกที่นางใช้ฐานะชายารองมาลงโทษผู้อื่น นางไม่อยากเป็นชายารองรัชทายาทที่ไม่มีปากมีเสียงเฉกเช่นกาลก่อนอีกต่อไป เพียงแต่ทำเช่นนี้จะเป็นเรื่องดีหรือไม่ ตู้หย่วนฟางก็ไม่แน่ใจนัก
บริเวณไม่ไกล เงาร่างร่างหนึ่งที่เดินเข้ามาด้วยความรวดเร็ว ดึงดูดความสนใจของตู้หย่วนฟางโดยพลัน รัชทายาท?! ในที่สุดเขาก็มาถึงแล้ว
“หม่อมฉันถวายพระพรรัชทายาทเพคะ”
ตงฟางซวี่หยุดฝีเท้าลง มองไปยังตู้หย่วนฟางตลอดจนตงฟางเนี่ยนที่อยู่ข้างกายนาง ดวงตาอดไม่ได้ที่จะเปล่งประกาย เด็กผู้นี้สูงถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ตนถึงกับไม่สังเกตเชียว
“ฮูหยินเฟิ่งรีบลุกขึ้นเถิด”
อย่างไรก็ตาม เด็กชายที่อยู่ข้างกายนางกลับจับมือตู้หย่วนฟางด้วยท่าทีหวาดกลัว สำหรับเขา เสด็จพ่อที่อยู่เบื้องหน้าดูแปลกหน้ายิ่งนัก ยามพบกันจึงยากจะหลีกเลี่ยงความรู้สึกหวาดกลัว
ตงฟางซวี่อ้าปากเล็กน้อย เดิมทีคิดจะยื่นมือไปแต่กลับต้องหยุดกลางอากาศ เด็กคนนี้คล้ายจะกลัวเขามาก หรือตนจะไม่กลัวเล่า? ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบตงฟางเนี่ยน เพียงแต่เป็นเพราะเขากลัว ทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่าย นอกจากความรู้สึกผิดก็ไม่มีความรู้สึกอื่นใดอีก หากจะให้เขาทำตัวเป็นบิดาตามปกติยังคงมิอาจทำได้ หากเป็นเช่นนั้นสู้ไม่พบกันเสียยังจะดีกว่า ทว่าความรู้สึกผิดในใจกับสลักลึกลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเด็กคนนี้เช่นไรแล้ว
บางทีเมื่อเขาเติบโตขึ้น คงกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ผ่านทางมาเท่านั้น
เสียงโบยที่ดังมาจากบริเวณไม่ไกลทำให้ตงฟางซวี่ได้สติกลับมาจึงรีบยกชายอาภรณ์เดินเข้าไป
“รัชทายาทเสด็จ!”
ประโยคนี้ทำให้รอบด้านเงียบลงโดยพลัน ตู้หย่วนซิ่วก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไป “หม่อมฉันถวายพระพรรัชทายาทเพคะ”
“เกิดอะไรขึ้น? ข้าจำได้ว่าเคยห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาในตำหนักแห่งนี้”
ตู้หย่วนซิ่วได้ยินเสียงเปี่ยมอันตรายของตงฟางซวี่ อย่างไรก็ตามนางยังคงเงยหน้าขึ้น มองอีกฝ่ายด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“รัชทายาทโปรดระงับโทสะ วันนี้หม่อมฉันมาเพราะหัวขโมยที่ทำให้วังหลังวุ่นวาย จำเป็นต้องทำเช่นนี้เพคะ”
“หัวขโมย?”
อวิ๋นหลินที่อยู่บนม้านั่งยาวราวกับเห็นความหวัง นางเอ่ยปากด้วยท่าทีสะอึกสะอื้นน้ำตาไหล “รัชทายาท ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!”
เป็นนางหรือ? ตงฟางซวี่ขมวดคิ้ว “นางทำผิดอันใด?”
ตู้หย่วนซิ่วหยิบกล่องสีเขียวลายดอกมู่ตันนั้นออกมาจากแขนเสื้อ “นี่เป็นของที่ตระกูลเฟิ่งทำหายในวันนี้ หม่อมฉันตรวจสอบแล้วพบว่าถูกแม่นางอวิ๋นผู้นี้ขโมยไป นางกล่าวโกหก กระทั่งเรื่องราวถูกเปิดเผยจนสิ้นแล้วก็ยังไม่มีความคิดที่จะสำนึกผิด หม่อมฉันจำเป็นต้องสั่งสอนนางเสียหน่อย มิเช่นนั้นวันหน้าทุกคนในวังหลังแห่งนี้ดำรงตนให้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างไร”
ตงฟางซวี่เงียบไปครู่หนึ่ง ใช้สายตาตรวจสอบมองไปยังสตรีเบื้องหน้า
แม้เขาจะไม่ชอบตู้หย่วนซิ่ว แต่ก็รู้ว่านางไม่ใช่คนเหลวไหล การที่นางกระทำเรื่องใหญ่โตเพียงนี้ได้ เชื่อว่าคงมีพยานหลักฐานครบครัน
“รัชทายาท หม่อมฉันถูกใส่ร้าย! หม่อมฉันมิได้ขโมยของเพคะ!”
“หลังจากแม่นางขโมยของยังชนองค์ชายน้อยด้วยเพคะ องค์ชายน้อยจึงจำนางได้”
ตงฟางซวี่เองก็ได้ยินเรื่องอาการบาดเจ็บของตงฟางเนี่ยนมาแล้ว เมื่อครู่ที่ได้เห็นผ้าพันแผลบนหน้าผากของเขา ในใจก็อดไม่ได้ที่จะเต้นเร็ว ยามนี้เมื่อได้ยิน ดวงตาจึงเกิดประกายโกรธเกรี้ยวขึ้นหลายส่วน
“มิใช่หม่อมฉัน ชายารองใส่ร้ายหม่อมฉันเพคะ!”
ทุกคนพากันเผยสีหน้าไม่พอใจออกมา อยู่เบื้องพระพักตร์รัชทายาทนางยังกล้าพูดโกหกอีกหรือ? เห็นผู้อื่นเป็นตัวโง่งมจริงๆ หรือไร?
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็มอบให้เจ้าจัดการแล้วกัน” ประโยคนี้ของตงฟางซวี่ทำให้อวิ๋นหลินเบิกตากว้างอย่างยากจะเชื่อ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้? มิใช่ว่ารัชทายาทยอมโอนอ่อนให้นางหรือ? ผู้อื่นต้องท่องตำรา แต่ตนสามารถทำสิ่งที่ตนต้องการได้ตามใจ นางคิดว่าครั้งนี้รัชทายาทจะช่วยนางอีกครั้ง ไหนเลยจะรู้ว่า…
ความจริงการที่ตงฟางซวี่ยอมโอนอ่อนให้อวิ๋นหลินเป็นเพราะเขามองเห็นอวิ๋นซูที่แตกต่างออกไปจากบนร่างของนาง ใบหน้านั้นเหมือนกับอวิ๋นซูยิ่ง ทั้งยังชอบเผยท่าทีประหลาดๆ ออกมา ทำให้ตงฟางซวี่รู้สึกแปลกใหม่ และเนื่องจากเขาไม่อาจเห็นท่าทีเช่นนี้บนร่างของอวิ๋นซูจริงๆ จึงเก็บคนผู้นี้ไว้ จินตนาการว่านางเป็นอวิ๋นซูและทำท่าทีออดอ้อนเช่นนี้กับตน
แต่จะอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ใช่นาง มิอาจทำให้ตงฟางซวี่เกิดความเมตตาสงสารได้ ยิ่งไปกว่านั้นนางยังใจกล้าคับฟ้า ถึงกับขโมยของในวังหลัง ทั้งยังทำให้องค์ชายบาดเจ็บอีก
ตงฟางซวี่ปรายตามองสตรีบนม้านั่งที่ทำท่าทีน่าสงสารด้วยสายตาเย็นยะเยือก จากนั้นจึงสะบัดชายอาภรณ์หมุนตัวเดินไปอย่างเย็นชา
“รัชทายาท…”
ในใจของทุกคนรู้สึกหนาวเน็บ พวกนางล้วนคิดว่าอวิ๋นหลินเป็นคนพิเศษของรัชทายาท เนื่องจากการกระทำของนางในระยะนี้ขัดแย้งกับความต้องการของรัชทายาทยิ่งนัก กระทั่งวันนี้สตรีทุกคนต่างสงสัย รัชทายาทจะรักถนอมพวกนางหรือไม่ สิ่งนี้ราวกับพระจันทร์ที่สะท้อนอยู่ในสายน้ำ ทำให้พวกนางมิอาจมองเห็นความจริง
ตู้หย่วนซิ่วมองไปยังแผ่นหลังที่เดินจากไป เนิ่นนานจึงค่อยดึงสายตากลับมา
“ในวังมีกฎชัดเจน คนผู้นี้ทำผิดกฎวัง หลังจากโบยลงโทษแล้วให้ส่งออกนอกวังเสีย ส่วนคนอื่นๆ ให้จดจำบทเรียนวันนี้ให้ดี อย่าได้ทำผิดอีก!”
Pennybull
ตู้หย่วนซิ่ว เป็นคนดีที่มีคุณธรรม ในขณะเดียวกันรัชทายาทซึ่งเป็นคนไร้หัวใจและปราศจากคุณธรรม ไม่มีความสัมพันธ์กับแม่ ผู้ให้กำเนิด และแม้กระทั่งลูกชายตัวเอง ก็เข้าใจความไร้หัวใจและไร้ความรักของพ่อ เห็นหน้าพ่อก็หลบเลี่ยงด้วยความกลัว น่าสงสารองค์ชายน้อยมาก 😥😥😥
ผิดหวังในตัวรัชทายาทยิ่งนัก