หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 29 ตอนที่ 850 แพะรับบาป
เล่มที่ 29 ตอนที่ 850 แพะรับบาป
“องค์ชายรองไม่จำเป็นต้องกริ้วไป ความอยุติธรรมที่ฝ่าบาทปฏิบัติต่อองค์ชาย ไท่ซ่างหวงย่อมเห็นอยู่ในสายตา ทว่าสายเลือดของตระกูลมหาราชครูมิได้รับมือง่ายดายเพียงนั้น” ชานกงกงจิบชาอย่างสบายอุรา ในที่สุดหวงฝู่อวี้ก็มีสีหน้าอ่อนลง ขยับเข้ามาใกล้ “คราวนี้ไม่อาจทำให้เสด็จพ่อจับกุมกงซุนซูได้ ไม่ทราบว่าพระอัยกาตำหนิอวี้เอ๋อร์หรือไม่?”
น้ำเสียงลองเชิงเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าต้องการสอบถามท่าทีที่พระอัยกามีต่อเรื่องนี้ของตนผ่านทางชานกงกง
ชานกงกงทำเพียงแย้มยิ้มลึกล้ำ “องค์ชายรองโปรดวางพระทัย ไท่ซ่างหวงมิได้คิดตำหนิองค์ชายรอง เดิมทีฝ่าบาทก็มิโปรดองค์ชายสี่อยู่แล้ว ตอนนี้คนไม่อยู่ ฝ่าบาทย่อมมิลงโทษกงซุนซูเพราะเรื่องนี้จนทำให้แตกหักกับองค์ชายใหญ่เป็นแน่” เขาวางถ้วยชาในมือลง “เดิมทีไท่ซ่างหวงยังเป็นกังวล กลัวว่าองค์ชายรองจะมีใจอ่อนแอดุจสตรี ไม่ยินยอมลงมือกับองค์ชายสี่ ยามนี้นับว่าทำได้สมบูรณ์แบบแล้ว”
ความหมายของชานกงกงก็คือ พระอัยกากังวลว่าตนไม่โหดเหี้ยมพอที่จะรับผิดชอบงานใหญ่ได้หรือ? หวงฝู่อวี้สูดหายใจลึก “ยามปกติน้องสี่ก็ไม่เล่าไม่เรียน ไม่เหมาะจะเป็นองค์ชาย ยามนี้ต้องพบจุดจบเช่นนี้นับว่าทำตัวเองแล้ว อวี้เอ๋อร์เข้าใจเหตุผลที่ว่าผู้อ่อนแอย่อมเป็นอาหารของผู้แข็งแกร่ง ย่อมไม่เสียใจกับการตายของเขาแม้แต่น้อย หากรู้ว่าพระอัยกาจะกังวลเช่นนี้ อวี้เอ๋อร์ย่อมต้องลงมือด้วยตนเองแล้ว” กลัวว่าเขาจะสังหารหวงฝู่อี้ไม่ได้หรือ? ช่างน่าขันจริงๆ ต่อให้หวงฝู่อี้ตายต่อหน้า เขาก็ไม่แม้แต่จะกระพริบตา!
หวงฝู่อวี้ภาคภูมิใจกับการตัดสินใจอันเฉียบขาดของตนยิ่งนัก ยามนี้ยิ่งเชื่อว่าตนต่างหากถึงจะสมควรเป็นผู้รับช่วงต่อของแผ่นดินแคว้นเหลียนอย่างแท้จริง
“ฮ่าๆ องค์ชายรองคิดได้เช่นนี้บ่าวก็วางใจแล้ว อย่างไรก็ตาม มีบางอย่างองค์ชายต้องจดจำไว้ให้มั่น ทุกเรื่องจะต้องยืมมือผู้อื่น อย่าได้ทำให้พระหัตถ์ขององค์ชายสกปรกเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่เรียกว่ายืมมีดฆ่าคน เชื่อว่าผลลัพธ์จะทำให้องค์ชายได้รับเพียงประโยชน์ไร้โทษอันใด”
หวงฝู่อวี้รีบค้อมตัวอย่างนอบน้อม “ชานกงกงสั่งสอนได้ดียิ่ง อวี้เอ๋อร์จดจำไว้ในใจแล้ว ไม่ทราบว่าพระอัยกามีภารกิจอื่นมอบหมายให้อวี้เอ๋อร์ทำหรือไม่? คราวนี้อวี้เอ๋อร์จะจัดการให้ดีแน่นอน”
“องค์ชายรองมีใจกตัญญูจริงๆ มิเสียทีที่พระอัยกาให้ความสำคัญกับองค์ชายเพียงนี้”
เมื่ออีกฝ่ายกล่าวเช่นนี้ ในดวงตาของหวงฝู่อวี้จึงอดไม่ได้ที่จะสว่างวาบ พระอัยกาให้ความสำคัญกับเขาหรือ?! เช่นนี้ดียิ่งนัก
“ความจริง มีบางเรื่องรบกวนไท่ซ่างหวงมาโดยตลอด ไม่ทราบว่าองค์ชายรองจะช่วยคลายกังวลให้ไท่ซ่างหวงได้หรือไม่?” นิ้วของชานกงกงไล้ไปตามขอบถ้วยราวกับพูดออกมาตามใจปากเท่านั้น ทว่าเมื่อหวงฝู่อวี้ได้ฟังกลับขยับเข้ามาใกล้ด้วยความตื่นเต้น “เรื่องอันใดที่ทำให้พระอัยกาหงุดหงิดพระทัย? ขอเพียงเป็นเรื่องที่อวี้เอ๋อร์ทำได้จะต้องทำอย่างสุดความสามารถแน่นอน!”
ชานกงกงเงยหน้าขึ้น มองไปยังท่าทีใส่ใจของหวงฝู่อวี้ บนใบหน้าเผยรอยยิ้มชื่นชมออกมา “เชื่อว่าองค์ชายรองคงทราบว่าหลายปีมานี้ฝ่าบาทไม่เคยยอมแพ้ที่จะตามหาฮองเฮาพระองค์ก่อนกระมัง”
อะไรนะ? หวงฝู่อวี้อดไม่ได้ที่จะเผยสายตาแปลกใจออกมา เสด็จพ่อยังตามหาฮองเฮาพระองค์ก่อนอยู่หรือ? มิใช่ว่าฮองเฮาพระองค์ก่อนตายไปแล้วหรือไร… “เสด็จพ่อเลอะเลือนแล้วจริงๆ เหตุใดต้องสิ้นเปลืองเวลาไปตามหาคนตายคนหนึ่งด้วย…”
“ฮองเฮาพระองค์ก่อนควรจะยังไม่ตาย”
ชานกงกงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ใช้หางตาปลายมองไปที่หวงฝู่อวี้เล็กน้อย อีกฝ่ายรีบกล่าวตามน้ำ “ใช่ๆๆ ความหมายของอวี้เอ๋อร์ก็คือฮองเฮาเพราะองค์ก่อนต่อต้านไท่ซ่างหวง เดิมทีก็สมควรตายอยู่แล้ว เหตุใดเสด็จพ่อยังต้องตามหาพระนางอีก…” เขาไม่อยากให้ชานกงกงคิดว่าตนเป็นคนไร้สมอง แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องที่ว่าฮองเฮาพระองค์ก่อนยังไม่ตายจากปากผู้อื่นก็ตาม
จะอย่างไรคนที่ประกาศเรื่องการตายของฮองเฮาพระองค์ก่อนเมื่อปีนั้นก็คือไท่ซ่างหวง
“ดังนั้นไท่ซ่างหวงจึงได้ผิดหวังในฝ่าบาทเพียงนี้ ตระกูลมหาราชครูมีใจทรยศต่อราชวงศ์นานแล้ว ฮองเฮาพระองค์ก่อนเข้าใกล้ฝ่าบาทเพราะมีแผนการ ฝ่าบาทไร้เดียงสาเกินไปจึงถูกความงามบดบังพระเนตร ไท่ซ่างหวงคิดจะทำลายความทะเยอทะยานของฮองเฮาพระองค์ก่อนจึงใช้แผนบีบบังคับให้พระนางจากไป ทว่าฝ่าบาทกลับแตกหักกับไท่ซ่างหวงเพราะเหตุนี้ ทั้งยังคอยตามหาฮองเฮาพระองค์ก่อนจากเบาะแสที่พระนางเหลือทิ้งไว้เมื่อปีไปทั่ว”
“เบาะแส?” ที่แท้ยังมีเรื่องเช่นนี้อยู่ด้วย ในความทรงจำของหวงฝู่อวี้ หลายปีมานี้เสด็จพ่อไม่เคยถามไถ่เรื่องการเมืองราชสำนัก คิดไม่ถึงว่าในพระทัยกลับสิ้นเปลืองความคิดไปกับการตามหาฮองเฮาพระองค์ก่อน
“แม้ว่าฮองเฮาพระองค์ก่อนจะถูกบีบบังคับให้ออกจากวัง แต่พระนางไม่เคยละทิ้งความคิดที่จะกลับมา ด้วยเหตุนี้ เมื่อปีนั้นจึงทิ้งเบาะแสเอาไว้เพื่อจะได้กลับมาในสักวันหนึ่ง และตอนนี้เบาะแสเหล่านั้นถูกหาพบแล้ว”
หวงฝู่อวี้ขมวดคิ้ว กล่าวเช่นนี้ อีกไม่นานฮองเฮาพระองค์ก่อนจะกลับวังมาแล้วหรือ? เมื่อถึงตอนนั้น ในพระราชวังแห่งนี้ยังจะมีที่ยืนให้ตนเองอีกหรือ? มิแน่ว่าวันที่ฮองเฮาพระองค์ก่อนกลับวังอาจเป็นวันที่หวงฝู่หลิงถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาทก็เป็นได้! “ไม่ ไม่ได้ ชานกงกง พวกเราจะหยุดการกลับมาของฮองเฮาพระองค์ก่อนเช่นไรดี?”
ชานกงกงมิได้ใส่ใจความคิดเมื่อครู่นี้ของหวงฝู่อวี้ “องค์ชายรองไม่ต้องร้อนพระทัยไป ที่น่ายินดีก็คือฝ่าบาทยังมิอาจไขความหมายของเบาะแสเหล่านั้นได้ ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่มีข้อมูลทั้งหมดของฮองเฮาพระองค์ก่อน ขอเพียงพวกเราชิงหาตัวฮองเฮาพระองค์ก่อนแล้วฆ่านางทิ้งเสีย ต่อให้ฝ่าบาทหาพบก็มีเพียงศพเท่านั้น”
หวงฝู่อวี้มีความยินดีเต็มหน้า ดึงชานกงกงมา จะพาเดินไปด้านนอก “ดีจริงๆ ชานกงกง ตอนนี้พวกเราสั่งให้คนไปสั่งหารฮองเฮาพระองค์ก่อนกันเถิด!”
“ช้าก่อน!” ชานกงกงไหนเลยจะรู้ว่าองค์ชายรองจะไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์เพียงนี้ คำพูดของตนยังไม่ทันจบก็รีบร้อนเคลื่อนไหวเสียแล้ว นี่ไม่ใช่นิสัยที่ดีอันใด “องค์ชาย สิ่งที่ไท่ซ่างหวงทรงทราบก็คือ เบาะแสทั้งหมดที่เกี่ยวกับฮองเฮาพระองค์ก่อนล้วนอยู่ในห้องทรงอักษรของฝ่าบาท หวังว่าองค์ชายจะหาโอกาสนำเบาะแสเหล่านี้กลับมา หากเป็นเช่นนี้พวกเราจึงจะตามหาฮองเฮาพระองค์ก่อนพบ”
ที่แท้ต้องการให้ตนไปขโมยของในห้องทรงอักษรนี่เอง! ในที่สุดหวงฝู่อวี้ก็เข้าใจคำพูดของชานกงกงอย่างกระจ่างแจ้ง อย่างไรก็ตาม นี่ดูคล้ายมิใช่เรื่องยากลำบากอันใด เมื่อเทียบกับการตามหาฮองเฮาพระองค์ก่อน การเดินไปยังห้องทรงอักษรของเสด็จพ่อเพื่อหยิบของออกมาไม่กี่ชิ้นดูเป็นเรื่องที่ง่ายดายอยู่บ้าง
“อวี้เอ๋อร์เข้าใจแล้ว! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อวี้เอ๋อร์จะพยายามนำของออกมาให้ได้ ขอให้ชานกงกงกลับไปรอข่าวดีจากอวี้เอ๋อร์เถิด”
เมื่อเห็นท่าทีวาดฝันของอีกฝ่าย ชานกงกงพลันกลัวว่าหวงฝู่อวี้จะแหวกหญ้าให้งูตื่น “องค์ชายจะต้องระวังให้มาก เชื่อว่าเบาะแสเหล่านี้คงถูกฝ่าบาทซ่อนไว้อย่างดี มิอาจหาพบง่ายดายเพียงนั้น”
“ชานกงกงโปรดวางใจ ห้องทรงอักษรใหญ่เพียงนั้น อวี้เอ๋อร์จะต้องหาอย่างละเอียดแน่นอน”
ชานกงกงยังคิดจะพูดอะไรบางอย่าง สุดท้ายจึงตัดสินใจรักษาความเงียบไว้ หากเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้หวงฝู่อวี้ก็ยังทำไม่สำเร็จ ย่อมแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่มิอาจสนับสนุน ไม่ควรค่าให้ไท่ซ่างหวงสิ้นเปลืองความคิดไปสั่งสอน หวังเพียงว่าเขาจะไม่ทำให้ตนและไท่ซ่างหวงผิดหวังเกินไป
…
หวงฝู่อวี้ทราบดีว่าห้องทรงอักษรไม่อาจเทียบได้กับสถานที่อื่นในพระราชวัง ที่นั่นมีองครักษ์ที่ดีที่สุดคอยคุ้มครองอยู่ หากต้องการเข้าไปโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ตัวดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม เขายังคิดถึงคำพูดของชานกงกง หลายเรื่องไม่จำเป็นต้องลงแรงด้วยตนเอง ควรหาแพะรับบาปที่เหมาะสมตัวหนึ่ง
ภายในสวนบุปผาหลวง ในที่สุดหวงฝู่อวี้ที่อยู่ในศาลาแห่งหนึ่งก็เห็นเงาร่างเยาว์วัย ในดวงตาของเขามีประกายไหลผ่าน เดินเข้าไปหาอย่างสงบ
“กลยุทธ์ทางการทหาร…น้องแปดอ่านหนังสือเช่นนี้ด้วยหรือ?”
เสียงแปลกใจแกมหยอกล้อดังขึ้นเหนือศีรษะ หวงฝู่รุ่ยหันกลับไป พบว่าองค์ชายรองยืนอยู่ด้านหลังตนเมื่อใดก็มิอาจทราบ “สะ เสด็จพี่รอง…”
สายตาของหวงฝู่อวี้หยุดอยู่บนตำราทหารที่เปิดค้างไว้บนโต๊ะหิน จากนั้นจึงมองไปยังผู้เยาว์ที่ดูอ่อนแอเบื้องหน้า จำได้ว่าตอนแรกหมอหลวงเคยกล่าวว่าองค์ชายแปดอยู่ได้ไม่นาน คิดไม่ถึงว่าจนกระทั่งตอนนี้เขากลับยังมีชีวิตมาอ่านตำราอย่างสบายอุราอยู่ที่นี่ได้ นับว่าเป็นเรื่องเหนือคาดจริงๆ
“บังเอิญจริงๆ ที่ได้พบน้องแปดที่นี่ พอดีเลย ข้าจะไปถวายพระพรเสด็จพ่อที่ห้องทรงอักษร ไปด้วยกันหรือไม่?”
หวงฝู่รุ่ยเผยสายตาตื่นตะลึงออกมา ต้องทราบว่าก่อนหน้านี้เขาได้พบเสด็จพี่รองน้อยมาก ต่อให้พบ อีกฝ่ายก็ทำเพียงเชิดคางใส่ตนอย่างเย็นชา ยามนี้ถึงกับชักชวนอย่างกระตือรือร้นด้วยตนเอง ในใจของหวงฝู่รุ่ยจึงยินดีอย่างยากจะปกปิด
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่กล่าวคำใด ในใจหวงฝู่อวี้พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์ เด็กคนนี้ควรหลอกง่ายถึงจะถูก ตนสนทนากับเขาก็นับเป็นวาสนาสูงสุดของเขาแล้ว เพียงแค่องค์ชายต่ำต้อยที่ไม่มีหมู่เฟยสนับสนุนผู้เดียวยังจะวางมาดยิ่งใหญ่อันใดอีก? “ทำไม ไม่เต็มใจหรือ?”
“มิใช่ เพียงแต่รุ่ยเอ๋อร์มิได้ไปถวายพระพรเสด็จพ่อนานแล้ว…”
“เช่นนั้นยิ่งสมควรไป อย่าลืมเล่า เจ้ายังเป็นโอรสของเสด็จพ่อ”
น้ำเสียงของหวงฝู่อวี้ราวกับคิดเพื่ออีกฝ่าย ท่าทีเช่นนี้ทำให้หวงฝู่รุ่ยคิดถึงองค์ชายห้าหวงฝู่เซียวเสด็จพี่ร่วมมารดาของตน ในใจมีความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างเอ่อล้น
“ได้ รุ่ยเอ๋อร์ไม่ลืมแน่” เขาลุกขึ้นยืน นำตำราใส่ไปในอกเสื้อ ส่วนหวงฝู่อวี้เดินนำไปเบื้องหน้าแล้ว เพียงแต่ผู้เยาว์ด้านหลังกลับมิอาจเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์บนใบหน้าของอีกฝ่าย “ยังไม่รีบไปอีก”
บนระเบียงทางเดินที่ทอดยาว เงาร่างสองร่างเดินรักษาระยะห่างมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง
หวงฝู่รุ่ยพยายามสงบใจที่เต้นโครมครามของตน จะอย่างไรสำหรับเขาแล้ว เสด็จพี่รองยอมาพูดกับเขา มิใช่เป็นการเริ่มต้นที่ดีหรอกหรือ? องค์ชายแปดที่ได้ใกล้ชิดกับองค์ชายพระองอื่นน้อยครั้งรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าพอใจยิ่งกว่าการได้ใกล้ชิดพี่น้องของตนอีกแล้ว ราวกับมีบางสิ่งมาเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่ามายาวนานของเขา
เพียงแต่…
หวงฝู่รุ่ยราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันกลับไปมองศาลาที่ตนนั่งเมื่อครู่นี้ ที่นี่…ดูเหมือนไม่ใช่ทางผ่านไปห้องทรงอักษร เรียกได้ว่าอ้อมมาเสียไกล เสด็จพี่คงมิได้ผ่านทางมาพอดีกระมัง?
“ยังไม่รีบเดินอีก” หวงฝู่อวี้ที่อยู่เบื้องหน้าเห็นว่าผู้เยาว์ด้านหลังยังไม่ตามมาจึงรู้สึกทนไม่ไหวอยู่บ้าง
“…รุ่ยเอ๋อร์เดินจนเหม่อไปแล้ว จะไปเดี๋ยวนี้” ผู้เยาว์ได้สติกลับมาจึงรีบเดินติดตามไป
เบื้องหน้าคือห้องทรงอักษร หวงฝู่อวี้หยุดฝีเท้ากะทันหัน “จู่ๆ พี่ก็คิดได้ว่ามีเรื่องต้องกระทำ น้องแปดเข้าไปก่อนเถิด”
อะไรนะ? หวงฝู่รุ่ยเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย พบว่าหวงฝู่อวี้เผยรอยยิ้มให้ตน “อีกครู่เดียวข้าก็มาแล้ว น้องแปดจะได้สนทนาเรื่องตำราทหารที่อ่านเมื่อครู่นี้กับเสด็จพ่อเสียก่อน เชื่อว่าเสด็จพ่อจะต้องชื่นชมเป็นแน่” หลังจากกล่าวประโยคนี้จบก็ผลักหวงฝู่รุ่ยเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไป
นี่…
ผู้เยาว์มองเงาร่างที่เดินจากไปไกล สุดท้ายถึงทอดถอนใจออกมา เดินมุ่งหน้าไปทางห้องทรงอักษรต่อไป เขาย่อมมิได้สังเกตว่าหวงฝู่อวี้กำลังมองเขาอยู่ที่หลังภูเขาจำลองบริเวณไม่ไกล จนกระทั่งหวงฝู่รุ่ยหายไปในมุมหนึ่ง ใบหน้าจึงค่อยเผยรอยยิ้มดูแคลนออกมา