หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 29 ตอนที่ 868 ต้นไม้เหี่ยวเฉาคืนชีวิต
เล่มที่ 29 ตอนที่ 868 ต้นไม้เหี่ยวเฉาคืนชีวิต
“ไท่ซ่างหวงโปรดระงับโทสะ กระหม่อมสังเกตมานานแล้ว แม้ฐานะของสตรีนางนี้จะน่าสงสัย ทว่าความสำเร็จในด้านวิชาแพทย์ของนางอาจช่วยให้ท่านได้เป็นเซียนเร็วขึ้น”
“การมีชีวิตเป็นอมตะไม่แก่ไม่ตายทำลายเส้นทางของมนุษย์แล้ว ไม่แตกต่างอันใดจากเทพเซียน”
หลังฉากกั้นลมเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพิจารณาถึงข้อดีข้อเสีย “ช่างเถิด รอให้นางหมดประโยชน์เสียก่อน ชีวิตของสตรีนางนี้ เจิ้นไม่คิดเก็บไว้อีก” เขาไม่เคยคิดว่าสตรีนางนี้เป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากการปรากฏตัวของนางทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในแคว้นเหลียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีหมั้นหมาย จักรพรรดิเหลียนมองข้ามการข่มขู่ของตนโดยไม่ปกปิดแม้แต่น้อย ภายหลังยังทำให้ตนสูญเสียฮองเฮาที่ชุบเลี้ยงมาหลายปี แต่ละเรื่องย่อมไม่มีเหตุผลที่จะเก็บชีวิตสตรีนางนี้ไว้อีก
เขาจะทำให้นางรู้ว่าเรื่องราวในราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนไม่ใช่อะไรที่คนนอกจะสอดมือเข้ามาได้ เมื่อแทรกแซงเข้ามา จะมิอาจย้อนคืนตลอดไป
“กระหม่อมรับพระบัญชา”
“ใช่แล้ว ยาพิษที่ใช้ในกองทัพมีการปรับปรุงหรือไม่?” อาวุธที่อยู่ในมือตนทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด เขาต้องการให้พวกจักรพรรดิเหลียนรู้ว่าตำแหน่งของตนมิอาจมีผู้ใดสั่นคลอนได้ตลอดกาล
“ไท่ซ่างหวงโปรดวางพระทัย ยาพิษที่กระหม่อมให้ผู้อาวุโสทุกท่านล้วนไร้ช่องโหว่และไร้ข้อบกพร่อง ทหารที่กินยาลงไปจะสามารถใช้หนึ่งต้านร้อย ไร้คู่ต่อกรในแผ่นดิน”
หลังฉากกั้นลมไม่มีเสียงใด อีกฝ่ายราวกับได้รับคำตอบที่พึงพอใจแล้ว ผู้อาวุโสคารวะอย่างนอบน้อม “กระหม่อมทูลลา”
ไม่มีผู้ใดสังเกตุเห็นว่า หลังจากที่บุรุษผู้นั้นออกไปจากเรือนแล้วสีหน้าพลันกลับคืนสู่ความโหดเหี้ยมลำพองใจเฉกเช่นก่อนหน้านี้ เขามิได้บอกไท่ซ่างหวงเกี่ยวกับเรื่องปลอกแขนที่กู้สวิ๋นฟางสวมใส่ในวันนั้น เขาย่อมมีความคิดของตน ตอนนี้เขาทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการศึกษายาอายุวัฒนะ หากไท่ซ่างหวงรู้ว่าคนของจักรพรรดิเหลียนหาวิธีรับมือกองทหารพิษของเขาได้แล้ว จะต้องเรียกผู้อาวุโสตระกูลอู่ทั้งหมดกลับมาพัฒนายาพิษอีกครั้งเป็นแน่ ตนจะเสียเวลาไปกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?
ไม่ว่าการต่อสู้ระหว่างไท่ซ่างหวงและจักรพรรดิเหลียนผู้ใดจะชนะผู้ใดจะแพ้ ผู้ชนะคนสุดท้ายจะต้องเป็นเขา ตระกูลอู่ปรนนิบัติรับใช้ราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนมาเนิ่นนานจนมองไม่เห็นอนาคต เส้นทางภายหลังจะเป็นอย่างไร ล้วนอยู่ในมือเขาเพียงผู้เดียว
…
วันต่อมา ในตอนที่อวิ๋นซูย่างเข้าสู่ห้องหลอมยาอีกครั้ง บุรุษในชุดคลุมดำตลอดจนเซี่ยเยียนรอยู่ที่นั่นนานแล้ว
“ของที่คุณหนูกงซุนต้องการอยู่ที่นี่หมดแล้ว เรื่องราวมิอาจรั้งรอ ให้ผู้ชราเห็นความสำเร็จของคุณหนูกงซุนเสียหน่อยเถิด” ในดวงตาของผู้อาวุโสเต็มไปด้วยประกาย ยาชนิดนี้จะหลอมสำเร็จหรือไม่ สามารถเห็นได้จากขั้นตอนการหลอมถึงเจ็ดแปดส่วน หากกงซุนซูหลอกลวงเขา เช่นนั้นวันนี้เขาจะจับนางโยนลงเคี่ยวไปในหม้อหลอมยาด้วยมือตนเอง
เซี่ยเยียนมิได้แสดงท่าทีดุดันกับอวิ๋นซูเฉกเช่นก่อนหน้านี้อีก ทำเพียงหันมาด้วยท่าทีสงบนิ่งยิ่งนัก หยิบเลือดเด็กที่เพิ่งจะเก็บรวบรวมมาถ้วยหนึ่ง อย่างไรก็ตามนางได้กลิ่นยาปนมาอย่างเฉียบแหลม พลันนั้นจึงยื่นมือไปง้างปากของเด็กชายออกดู “ฮ่าๆ คุณหนูกงซุนใจดีจริงๆ”
ถึงกับแอบทายาให้เด็กชายที่ถูกดึงลิ้นขาดเชียวหรือ! นางเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด? ช่างเป็นการกระทำที่มากเกินความจำเป็นจริงๆ จะช้าจะเร็วก็ต้องตายกลายเป็นศพ แต่ก็ช่างเถิด อย่างไรเสียวันนี้ท่านอาจารย์จะไม่ได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของนาง ส่วนนางก็จะไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์วันพรุ่งนี้อีกเช่นกัน
อวิ๋นซูทำราวกับไม่เข้าใจคำพูดอีกฝ่าย เดินตรงไปข้างเตาหลอมยาด้วยกันกับอวิ๋นมู่ เป็นเช่นที่บุรุษชุดคลุมดำกล่าวจริงๆ สมุนไพรทั้งหมดที่นางต้องการล้วนวางอยู่บนโต๊ะแล้ว
ภายในเตาหลอมยามีกลิ่นหอมเบื้องต้นของยาโชยออกมาแล้ว อวิ๋นซูยื่นมือไปหยิบหญ้าไข่มุกที่อยู่เบื้องหน้าขึ้นมากำหนึ่ง แต่กลับส่ายศีรษะเบาๆ “หญ้าไข่มุกนี้ยังไม่โตดี เกรงว่าจะดึงผลของยาออกมาได้เพียงสามส่วน น่าเสียดาย”
อะไรนะ?! เซี่ยเยียนขมวดคิ้ว จากนั้นอวิ๋นซูจึงเอ่ยปากต่อไป “หญ้าหางหงส์นี้เกรงว่าคงเก็บมาจากพื้นที่ชื้นกระมัง? มีแต่สถานที่ที่อากาศแห้งมันจึงจะเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ เช่นนี้ย่อมมิอาจดึงประสิทธิภาพของยาออกมาได้ทั้งหมดเช่นกัน”
“เจ้า…นี่เจ้าจงใจหาข้อตำหนิใช่หรือไม่? กว่าจะหาทั้งหมดนี่กลับมาได้มิง่ายเลย!” เซี่ยเยียนอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาหลายประโยค เดิมทีคิดว่าไม่นานอีกฝ่ายจะกลายเป็นคนตายคนหนึ่งแล้ว จึงเตือนตนเองในใจไม่หยุดว่าอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยกับนาง ทว่าสมุนไพรเหล่านี้ท่านอาจารย์กำชับให้นางพาคนไปค้นหา วันนี้นางกลับเรื่องมากต่อหน้าท่านอาจารย์ เห็นได้ชัดว่าคิดจะใส่ร้ายป้ายสีว่าตนทำงานไม่ได้เรื่อง!
“ซูเอ๋อร์คิดว่าตระกูลอู่มหัศจรรย์กว้างขวาง จะต้องไม่มีเรื่องที่ทำไม่ได้แน่นอน คิดไม่ถึงว่าเพียงแค่หาสมุนไพรไม่กี่อย่างกลับไม่ง่ายเช่นนี้” อวิ๋นซูมีท่าทีเข้าอกเข้าใจ ถึงกับเผยสายตาให้อภัยออกมา เพียงแต่ท่าทีเช่นนี้ยังสร้างความอัปยศให้แก่ตระกูลอู่ยิ่งกว่าคำพูดดูแคลนเย็นชาเสียอีก เซี่ยเยียนในยามนี้กลับพูดไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว ในสมองเหลือเพียงความคิดเดียว หากเป็นไปได้ นางอยากบีบคออีกฝ่ายให้ตายไปเสียทันที!
“ทำให้คุณหนูกงซุนผิดหวังแล้ว ไม่เป็นไร หลังจากวันนี้ผู้ชราจะสั่งให้คนไปเก็บสมุนไพรที่เหมาะสมกลับมาแน่ ต่อให้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของยาไปบ้างก็คงไม่ทำให้ยาลูกกลอนที่คุณหนูกงซุนจะหลอมล้มเหลวโดยสิ้นเชิงกระมัง?” ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ บุรุษชุดคลุมดำคาดเดาแผนการของอวิ๋นซูได้ในชั่วพริบตา แต่หากนางคิดจะโยนความล้มเหลวทั้งหมดไปไว้กับสมุนไพรที่เก็บกลับมาเหล่านี้ ตนย่อมไม่อนุญาตเช่นกัน
ผู้อาวุโสเข้าใจดี ความบกพร่องของสมุนไพรเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จในการหลอมยา เงื่อนไขการหลอมยาลูกกลอนก็โหดร้ายเช่นนี้เอง ทว่าขอเพียงอวิ๋นซูทำให้เขาเห็นผลลัพธ์เล็กน้อย ภายหลังค่อยสั่งให้คนไปหามาใหม่ก็ยังไม่สาย
อย่างไรก็ตาม อวิ๋นมู่ที่อยู่หลังอวิ๋นซูกลับรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย นี่แตกต่างจากซูเอ๋อร์ในภาพจำของเขายิ่งนัก เมื่อก่อนนางมักจะอ่อนโยนใจกว้าง เห็นท่าทีเกรี้ยวกราดใดๆ น้อยมาก ตั้งแต่เมื่อใดกันที่นางกลายเป็นคนเฉียบคมเช่นนี้? แต่ไม่กล่าวไม่ได้ว่าทำให้เขามีความสุขจริงๆ
ตนเกลียดชังคนตระกูลอู่เข้ากระดูกดำ เพียงแต่มิอาจทำเช่นซูเอ๋อร์ที่ใช้คำพูดเพียงสองสามคำก็ปลุกปลั่นอารมณ์ของพวกเขาได้
อวิ๋นซูแย้มยิ้มเล็กน้อย “กระบวนการการสร้างยาลูกกลอนนานเกินไป สมุนไพรในคราวนี้ไม่น่าพึงพอใจ ย่อมไม่อาจหลอมยาลูกกลอนเฉกเช่นที่ผู้อาวุโสต้องการออกมาได้ เช่นนั้นซูเอ๋อร์จะย่นเวลา หลอมให้เป็นยาอายุวัฒนะขั้นต้น ให้ผู้อาวุโสชี้แนะ” นางรู้ดีว่าผู้อาวุโสตระกูลอู่มิอาจรอ หากกล่าวว่าวันนี้จะหลอมยาอายุวัฒนะออกมาได้ นั่นย่อมเป็นคำพูดไม่น่าเชื่อถือ สิ่งที่ตนต้องการก็คือการถ่วงเวลาออกไป
อวิ๋นมู่ที่อยู่ด้านหลังขยับเล็กน้อย หยิบสมุนไพรแต่ละชนิดขึ้นมาอย่างเชี่ยวชาญแล้วใส่ลงไปในหม้อหลอมยา อย่างไรก็ตามเขากลับใช้ร่างกายตนขวางสายตาของผู้อาวุโสไว้คล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจ เพื่อมิให้อีกฝ่ายเห็นการเคลื่อนไหวของตนชัดเจน คนตระกูลอู่เหล่านี้ขอเพียงเห็นครั้งเดียวก็รู้ว่าครั้งหนึ่งหยิบสมุนไพรไปกี่ชั่ง หากปล่อยให้พวกเขาควบคุมทั้งหมด บางทีอีกฝ่ายอาจจะเปลี่ยนใจให้พวกเขาตายทันที เฉกเช่นที่อวิ๋นซูกล่าว รักษาความลับถึงจะเป็นวิธีการปกป้องตนเองที่ดีที่สุด
จริงดังคาด ในดวงตาของบุรุษชุดคลุมดำเกิดประกายผิดหวังและไม่พอใจ คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะป้องกันแน่นหนาเช่นนี้
ยามนี้ในหม้อหลอมยาเกิดประกายส่องออกมาเป็นระยะ ผู้อาวุโสชุดคลุมดำและเซี่ยเยียนรีบถอยหลังไปหลายก้าว “เกิดอะไรขึ้น?!”
อย่างไรก็ตาม คนทั้งสองที่อยู่ข้างเตาหลอมกลับตอบโต้โดยพลัน แย้มยิ้มอย่างสงบนิ่ง “สมุนไพรหลายชนิดถูกผสมเข้าด้วยกันจึงยากจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์มหัศจรรย์เช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือยาอายุวัฒนะ ทำไม ผู้อาวุโสมิเคยเห็นหรือ?”
“…ผู้ชราย่อมเคยเห็นแน่นอน เพียงแต่คิดแต่ว่าคุณหนูกงซุนจะล้มเหลวไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น…” ในการทดลองจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนของเขา อย่างมากก็เคยพบเพียงการระเบิดในหม้อหลอม นี่คือสัญญาณของความล้มเหลว ทว่าประกายแสงรุนแรงเช่นวันนี้กลับไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาไม่อยากยอมรับต่อหน้าอวิ๋นซูว่าตนเคยล้มเหลว จึงทำได้เพียงฝืนรักษาหน้าตนไว้
ความจริงยาอายุวัฒนะเป็นยามหัศจรรย์ ในกระบวนการการหลอมย่อมต้องเข้าใจยากเช่นนี้จึงจะนับว่าปกติ
ในเตาหลอมส่งกลิ่นหอมออกมา อวิ๋นซูส่งสายตาครั้งหนึ่ง อวิ๋นมู่จึงเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาใส่สมุนไพรที่เหลือลงไปเป็นเท่าตัว คราวนี้พบว่ามีประกายสีฟ้าอันรุนแรงสาดส่องออกมามากยิ่งขึ้น
ผู้อาวุโสและเซี่ยเยียนในยามนี้ล้วนกล่าวคำใดไม่ออก พวกเขาราวกับได้ใช้ดวงตาทั้งสองของตนมองเห็นปาฏิหาริย์อย่างไรอย่างนั้น
อุณหภูมิในห้องหลอมยาเพิ่มขึ้นไม่หยุด ใบหน้าของสตรีสุขุมเยือกเย็นมีเหงื่อไหลออกมาประดุจสายฝน อย่างไรก็ตาม สายตาอันหนักแน่นทรงพลังกลับจับจ้องไปยังเตาหลอมสิบแปดทมิฬ ไม่ทราบว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ขั้นตอนสุดท้าย อวิ๋นมู่ถือเลือดสดๆ ของเด็กคนนั้นขึ้นกับมือ เขารู้ว่าอวิ๋นซูไม่อยากแตะต้องของเช่นนี้
ไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากหม้อหลอมยา บุรุษในชุดคลุมดำดวงตาสว่างวาบ หลอมเสร็จแล้วหรือ? เขาอดรนทนไม่ไหวอยากรู้ว่าอวิ๋นซูจะนำความยินดีเช่นไรมาให้ตน
ยาลูกกลอนสีดำเม็ดหนึ่งที่หล่นออกมาจากไอร้อนที่กำลังพวยพุ่งถูกหยิบขึ้นมา อวิ๋นมู่นำเลือดถ้วยนั้นอาบลงไปบนยาลูกกลอน
“เนื่องจากมีเวลาน้อยจึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มโลหิตมนุษย์เป็นตัวยากระตุ้นในการหลอม เช่นนี้ก็ให้ประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน” ผู้อาวุโสทำเพียงจับจ้องไปยังยาลูกกลอนเม็ดนั้น มิได้สังเกตเลยว่าอวิ๋นซูกำลังกล่าวสิ่งใด พบว่ายาลูกกลอนสีดำสูบเลือดเข้าไปอย่างรวดเร็วในขณะที่มันยังร้อนอยู่ จนกลายเป็นสีแดงมันวาว
“พาคนเข้ามา” ในเมื่อต้องการทดสอบยาก็จำเป็นต้องใช้การตัวลองยา เซี่ยเยียนกำลังจะเดินไป ทว่านางงเอกกลับเอ่ยปากหยุดนางไว้ “ไม่จำเป็น ข้าพาตัวทดลองเข้ามาแล้ว”
พบว่าบุรุษในอาภรณ์ชุดดำคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก ในมือถือกระถางต้นไม้เหี่ยวเฉาเอาไว้กระถางหนึ่ง
“นี่…” ใช้พืชมาพิสูจน์ผลของยาหรือ? ในดวงตาของผู้อาวุโสเต็มไปด้วยความยากจะเชื่อ
“เชื่อว่าผู้อาวุโสคงยังไม่ทราบว่าพืชพรรณทั้งหลายในใต้หล้านี้ล้วนมีชีวิตและรับจากความมหัศจรรย์ของยาอายุวัฒนะได้เช่นกันกระมัง? ความจริงเมื่อเทียบกันแล้วก็เหมือนปุ๋ยที่ทำให้พืชเติบโตได้ดียิ่งขึ้น เช่นนั้นพืชที่เหี่ยวเฉาย่อมฟื้นคืนสู่ความเขียวสดใสเพราะยาอายุวัฒนะได้เช่นกัน” คำพูดของอวิ๋นซูทำให้บุรุษชุดคลุมดำเข้าใจกระจ่าง มีเหตุผลจริงๆ
เซี่ยเยียนที่อยู่ด้านข้างกลับแค่นเสียงเบาๆ ช่างเป็นคำพูดหลอกลวงผู้คนจริงๆ เกรงว่านางคงไม่อยากใช้คนเป็นๆ มาลองยากระมัง? อย่าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วจะช่วยคนเหล่านั้นได้เล่า อีกครู่หนึ่งตนจะสังหารสักหลายคนให้นางดูเสียหน่อย!
อวิ๋นมู่บดยาลูกกลอนเมื่อครู่นี้แล้วผสมเข้าไปในน้ำอุ่น ค่อยๆ รดน้ำให้ต้นพืช เรื่องมหัศจรรย์พลันบังเกิด ในเวลาเพียงไม่นาน ลำต้นอันเหี่ยวเฉาค่อยๆ ตั้งตรงขึ้นมา ใบสีดำเกิดความมันวาวสุดท้ายจึงกลายเป็นสีเขียวสด เพียงพริบตาเดียวต้นไม้ในกระถางที่เดิมทีเหี่ยวเหากลับฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะอยู่ในห้องหลอมยาที่มีอุณหภูมิสูง ทว่าใบไม้กลับส่องประกายแวววาวประหนึ่งหยดน้ำ ท่าทางมีชีวิตชีวายิ่ง
“ต้นไม้เหี่ยวเฉาคืนชีวิต! ต้นไม้เหี่ยวเฉาคืนชีวิต!” บุรุษในชุดคลุมดำสัมผัสใบไม้สีเขียวสดใหม่ช้าๆ ราวกับได้รับของล้ำค่าอันใดก็มิปาน สายตาที่มองไปทางอวิ๋นซูก็เปลี่ยนไป นับว่าเหนือการคาดเดาของเขาจริงๆ กระทั่งพืชก็สามารถแสดงปรากฏการณ์มหัศจรรย์เช่นนี้ได้ หากใช้กับมนุษย์ผลลัพธ์ย่อมมิอาจคาดเดา