หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 876 หลบหนี
เล่มที่ 30 ตอนที่ 876 หลบหนี
“ซูเอ๋อร์ รู้สึกไม่สบายหรือไม่?” อวิ๋นมู่มิได้ลืมว่าอวิ๋นซูกินยาอายุวัฒนะลงไป เพียงแต่เมื่อเขาจับชีพจรกลับไม่พบความผิดปกติอันใด แค่ชีพจรเต้นเร็วกว่าก่อนหน้านี้มาก
อวิ๋นซูส่ายหน้าเล็กน้อย ความจริงนางคาดเดาได้แล้วว่าผู้อาวุโสตระกูลอู่จะทำเช่นนี้จึงกินยาแก้ลงไปก่อนแล้ว สมุนไพรในเทียบยาของตนมิได้มีความเป็นพิษ ที่อวิ๋นซูถ่วงเวลามากมายเพียงนั้น ประการแรกเพราะต้องการรอให้กองหนุนของเฟิ่งหลิงปรากฎตัวออกมาและช่วยทุกคนออกไป ประการที่สองเพราะนางต้องการศึกษาและพัฒนายาแก้ที่ให้ผลต่อต้านเทียบยาของผู้อาวุโสตระกูลอู่ เพื่อปกป้องให้รอบด้าน นางยังเตรียมไว้ให้อวิ๋นมู่หนึ่งเม็ดด้วย
“ข้ากินยาแก้ลงไปก่อนแล้ว ดังนั้นจึงไม่เป็นไร”
ฝูงงูที่อยู่บนพื้นสลายตัวออกไปเนื่องจากการจากไปของผู้อาวุโสตระกูลอู่ เหลือไว้เพียงกองซากศพอันน่าหวาดกลัว
“ที่นี่มอบให้ข้าเถิด มิอาจอยู่นาน ท่านลุงมู่พาซูเอ๋อร์ออกไปก่อน ด้านนอกมีคนของข้ารอรับอยู่”
…
บนระเบียงทางเดิน บุรุษผู้มีสภาพย่ำแย่กำกล่องเหล็กในอกแน่น ทะยานไปยังคุกใต้ดินอย่างรวดเร็ว เขาต้องการเลือดสดใหม่ของเด็กๆ เพื่อฟื้นฟูพลังกายให้เร็วที่สุด
ส่วนยาอายุวัฒนะนั้นเขาจะหาสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อลิ้มลองไปช้าๆ หากกินลงไปในสถานที่เช่นนี้ เกรงว่าวันหน้าคงลืมเลือนรสชาติของมันเป็นแน่
ทุกที่เต็มไปด้วยซากศพระเนระนาด บุรุษชุดคลุมดำบุกเข้าไปในคุกโดยตรง ไหนเลยจะรู้ว่าด้านในกลับว่างเปล่า ผู้ที่ถูกจับมาทั้งหมดไม่เห็นแม้แต่เงา!
“สมควรตาย!”
“ท่านห้า ยังคิดจะหนีไปไหนอีก? กลับไปรับโทษกับพวกเราดีๆ เถิด!”
ผู้อาวุโสทั้งสองที่อยู่ด้านหลังไล่ตามมาขวางทางออกเอาไว้ บุรุษชุดคลุมดำแค่นเสียงครั้งหนึ่ง “ตามติดไม่เลิกราจริงๆ” เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาทำได้เพียงกินยาสวรรค์นั้นลงไป
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยื่นมือไปในอกเสื้อ ผู้อาวุโสทั้งสองพลันก้าวถอยหลังไปสองก้าวด้วยความระมัดระวัง คิดว่าอีกฝ่ายจะหยิบยาพิษโหดเหี้ยมอันใดออกมา นึกไม่ถึงว่ากลับมีกล่องเหล็กกล่องหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ กล่องเหล็กนั้นพวกเขาจำได้ เป็นกล่องเหล็กแปดทิศที่ใช้สำหรับหลอมยา
หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมาจากด้านในแล้วโยนใส่ปาก กลิ่นหอมอันยากบรรยายพลันล้นทะลักออกมาระหว่างริมฝีปากทั้งสอง บุรุษชุดคลุมดำอดไม่ได้ที่จะเผยท่าทีเปี่ยมสุขออกมา ราวกับสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุดกำลังเติมเต็มจุดตันเถียนอันแห้งเหือดของตน ขาทั้งสองที่เดิมที่ไร้เรี่ยวแรงกลายเป็นแข็งแกร่งขึ้นมา รสชาติเช่นนี้เขาจะจดจำไปชั่วชีวิต!
“อา นั่น นั่นหรือว่าจะเป็น…” ผู้อาวุโสทั้งสองคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นภาพเช่นนี้ “ท่าน ท่านหลอมยาอายุวัฒนะสำเร็จแล้วหรือ?!”
“ฮ่าๆๆ…เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า?” น้ำเสียงของบุรุษชุดคลุมดำเต็มไปด้วยพลัง เขาพิศมองเล็บสีดำของตนที่ค่อยๆ เปล่งประกาย ผลของยารวดเร็วยิ่งนัก ไม่อาจนำผลงานล้มเหลวก่อนหน้านี้มาเทียบได้เลย!
“น่ารังเกียจ! ท่านถึงกับกล้าทำเช่นนี้เชียวหรือ!” เขาตื่นตะลึงกับการกระทำของอีกฝ่ายยิ่งนัก ทว่าที่มีมากกว่าคือความไม่ยินยอมพร้อมใจ “ถือโอกาสที่ยังย่อยไม่หมดผ่าท้องเอาออกมาเสียเถิด!”
“ใช่แล้ว เอาออกมา!”
ทั้งสองพุ่งทะยานเข้าไป บุรุษชุดคลุมดำกลับแค่นเสียงเย็นอย่างไม่สบอารมณ์ “อาศัยพวกเจ้าน่ะหรือ?”
เขาทะยานตัวครั้งหนึ่งขึ้นไปบนหลังคาคุก เสียงขลุ่ยแปลกประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง บริเวณประตูพลันมีเงาร่างของฝูงงูปรากฏ ถาโถมเข้าใส่ผู้อาวุโสทั้งสองราวกับคลื่นน้ำ
“สารเลว! ยังไม่ยอมให้จับดีๆ อีก!”
เขาสาดผงยากำหนึ่งออกไป ฝูงงูที่อยู่เบื้องหน้าพลันลุกไหม้ อย่างไรก็ตามงูที่ปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนทั้งสองที่มีพลังอิดโรยรับมือไม่ทันอยู่บ้าง ทำได้เพียงมองดูบุรุษชุดคลุมดำทะยานตัวหนีไปต่อหน้าต่อตา
ด้านนอกเป็นการต่อสู้อันสับสนวุ่นวายหาใดเปรียบ คนตระกูลอู่สายในจำนวนไม่น้อยได้ยินจึงตามมา “ผู้อาวุโสห้า เห็นผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสเจ็ดหรือไม่?”
“จับเขาไว้! เขาเป็นคนทรยศ!” ในคุกมีเสียงผู้อาวุโสสี่ที่อยู่ด้านหลังดังแว่วมา ศิษย์ตระกูลอู่สองคนที่อยู่ด้านหน้ายังไม่ทันมีปฏิกิริยาก็ได้ยินเสียงกรอบ ลำคอของทั้งสองถูกบุรุษชุดคลุมดำบีบจนหักทั้งเป็น
ยาอายุวัฒนะก็กินไปแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองความคิดอยู่ที่นี่อีก เพียงพริบตาเดียวเงาร่างของบุรุษชุดคลุมดำก็เลือนหายไปท่ามกลางความวุ่นวาย
…
“ตัวประกันที่เหลือถูกส่งกลับไปหมดแล้ว คนตระกูลอู่สายในหลายคนหนีไปได้ ที่น่าเสียดายที่สุดก็คือตัวการใหญ่ในคราวนี้หนีไปได้”
รถม้าคันหนึ่งแล่นสู่เมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
ในใจของเฟิ่งหลิงเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อผู้อาวุโสตระกูลอู่หนีไปได้ ไม่รู้ว่าจะมาคุกคามอวิ๋นซูหรือไม่
“ไม่เป็นไร ต่อให้เขาหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว จะอย่างไรก็ต้องมีสักวันหนึ่งที่จะได้รับผลกรรม” อวิ๋นซูกลับไม่ได้กังวลมากมายเพียงนั้น ผู้อาวุโสตระกูลอู่ผู้นั้นคิดว่าตนเป็นอมตะไม่แก่ชรา อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้นานแล้ว
อวิ๋นมู่ที่อยู่ด้านข้างมองไปยังผิวกระจ่างใสราวไข่มุกของอวิ๋นซู ในใจคิดไปถึงความจริงเท็จในคำพูดเมื่อครู่นี้ของนาง นางกินยาแก้ไปก่อนแล้วจริงหรือไม่? เขาเข้าใจบุตรีของตนเป็นที่สุด หากตกอยู่ในอันตรายจริงๆ เกรงว่ากว่าครึ่งนางจะเลือกปิดบังผู้อื่นแล้วแบกรับผลทั้งหมดไว้ด้วยตัวคนเดียว ดูท่าทางตนยังต้องอยู่ในเมืองหลวงอีกสักหลายวันเพื่อสังเกตอาการของนางเสียก่อนจึงจะวางใจกลับไปได้
แม่ทัพกงซุนได้ข่าวที่ส่งมาจากเฟิ่งหลิง ไม่นานก็มารออยู่นอกจวน
รถม้าคันนั้นเลื่อนเข้าสู่ม่านสายตา บุรุษร่างกำยำกำหมัดด้วยความเคร่งเครียด ซูเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือไม่?
ในยามที่สตรีสุขุมเยือกเย็นเลิกผ้าม่านขึ้น แม่ทัพกงซุนพลันทะยานตัวเข้าไปอย่างอดรนทนไม่ไหว “ซูเอ๋อร์ เร็วๆๆ มาให้พ่อดูเสียหน่อย เจ้าได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่? หากมีเส้นผมร่วงแม้เพียงเส้นเดียว พ่อจะเข้าวังไปคิดบัญชีกับฝ่าบาททันที!”
มีเพียงแม่ทัพกงซุนที่กล้าพาลโกรธไปถึงจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนตามใจเช่นนี้ เขาคิดว่าอวิ๋นซูถูกคนตระกูลอู่ลักพาตัวไปเพราะเป็นพระบัญชาจากไท่ซ่างหวง ไท่ซ่างหวงและจักรพรรดิเหลียนเป็นศัตรูกัน จะมากจะน้อยก็คงมีความคิดจับตัวอวิ๋นซูไปใช้กดดันจักรพรรดิเหลียน ไม่ว่าจะคิดอย่างไรซูเอ๋อร์ของเขาก็เป็นผู้เสียหาย
“คุณหนูกงซุนกลับมาแล้ว!”
“เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องจริง! คุณหนูกงซุนกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว!”
ขณะนี้นอกจวนแม่ทัพมีชาวบ้านห้อมล้อมจนเต็ม เมื่อทุกคนได้ยินว่าคุณหนูกงซุนกลับมาอย่างปลอดภัยก็พากันมาเยี่ยมเยียน ทั้งยังมีบางคนนำของบำรุงที่ดีที่สุดของครอบครัวมาด้วย องครักษ์แต่ละกองรีบขวางประตูไว้ เกิดเป็นภาพอันยิ่งใหญ่ตระการตา
“ท่านพ่อโปรดวางใจ ลูกไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงแค่ล้าอยู่บ้าง”
“ให้หมอดูอาการเจ้าก่อนเถิด พ่อสั่งให้คนไปเตรียมน้ำแกงบำรุงไว้แล้ว ดูเถิด เจ้าผอมลงไปมากเชียว ตระกูลอู่สายในพวกนั้นสมควรตายจริงๆ รอก่อน พ่อจะนำทหารไปเหยียบย่ำรังของพวกมันเพื่อแก้แค้นให้เจ้าเอง!” ต่อให้แม่ทัพกงซุนในยามนี้มีความโกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุด ทว่าดูแล้วมีความสุขมากกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อย กระทั่งน้ำเสียงก็ดังขึ้นหลายส่วน
เฟิ่งหลิงไม่สามารถอยู่ที่จวนแม่ทัพกงซุนได้นานนัก หลังจากอวิ๋นซูพักผ่อนเรียบร้อยแล้วเขาก็รีบเข้าวังตรงไปยังห้องทรงอักษร รายงานผลการต่อสู้ในคราวนี้
อย่างไรก็ตาม มีคนยินดีย่อมมีคนหงุดหงิด
ภายในเรือนท่ามกลางป่าเขา สาวใช้สองนางกำลังล้างรอยเลือดบนพื้นอย่างเงียบเชียบ
“ไท่ซ่างหวงโปรดมีพระบัญชาให้จับตัวผู้อาวุโสห้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
บุรุษผู้มีสภาพน่าอนาถหาใดเปรียบก้มหมอบอยู่เบื้องหน้าฉากกั้นลม จากนั้นรอบด้านจมลงสู่ความเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงหยกก้อนกลมกระทบกันดังมาจากหลังฉาก
ชายชราผมขาวในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์หลับตาลงช้าๆ ขยับหยกก้อนกลมในฝ่ามือไปอย่างเอื่อยเฉื่อย ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงรบกวน
“กล่าวเช่นนี้ หลอมยาอายุวัฒนะสำเร็จแล้วหรือ?” เนิ่นนานผ่านไปไท่ซ่างหวงจึงเอ่ยพระโอษฐ์
“…พ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่…ถูกผู้อาวุโสห้านำไปแล้ว…”
กึก
หยกก้อนกลมในมือหยุดลง ชายชราในอาภรณ์สีขาวลืมตาขึ้น สูดหายใจลึก บรรยากาศในเรือนพลันแปรเปลี่ยนไปกดดันหาใดเปรียบ
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้ายังมีชีวิตกลับมาอีก?”
ผู้อาวุโสสี่สั่นไปทั้งตัว “ไท่ซ่างหวงโปรดไว้ชีวิตด้วย! ผู้อาวุโสทั้งหลายคนรวมถึงกระหม่อมได้ยินแผนการร้ายของผู้อาวุโสห้าจึงไปจับกุมเขาโดยเฉพาะ คิดไม่ถึงว่าเขาจะเตรียมการไว้นานแล้ว นอกเรือนมีการซุ่มโจมตี ตระกูลของกระหม่อมสูญเสียสาหัสยิ่งนัก! ผู้อาวุโสห้าจะต้องคิดแผนการมานานแล้วเป็นแน่จึงเตรียมการได้รอบด้านเพียงนี้”
“เช่นนั้นสตรีตระกูลกงซุนเล่า?”
“ถะ ถูกช่วยไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ…” ผู้อาวุโสสี่กล่าวเสียงเบาราวลมพัดผ่าน
หลังฉากกั้นลมมีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังแว่วมา “ดี ดียิ่ง ดีจริงๆ”
ต้องทราบว่าอยู่ทำงานข้างกายไท่ซ่างหวงมานานหลายปี ผู้อาวุโสสี่ยังมิเคยได้ยินเสียงหัวเราะเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้ถึงกับหัวเราะออกมาในสถานการณ์เช่นนี้…เขาเข้าใจได้โดยพลัน สถานการณ์ของตนอันตรายยิ่งนัก รีบโขกศีรษะอย่างแรง “ไท่ซ่างหวงโปรดไว้ชีวิตด้วย! กระหม่อมจะต้องสั่งให้คนจับกุมตัวผู้อาวุโสห้าอย่างสุดความสามารถ และ และจะจับตัวกงซุนซูกลับมาอีกครั้ง…”
โง่งม ในเมื่อคนถูกช่วยไปแล้ว ยังมีโอกาสให้นางกลับมาเป็นครั้งที่สองอีกหรือ? เพียงแต่ไท่ซ่างหวงไม่เข้าใจ ด้วยนิสัยของผู้อาวุโสห้า หลังจากหลอมยาอายุวัฒนะเสร็จแล้วเหตุใดจึงไม่ฆ่ากงซุนซู?
“ไม่จำเป็น พวกเจ้าไม่ต้องสอดมือเรื่องกงซุนซู ตระกูลอู่สายในมีคนทรยศ หากมีครั้งต่อไป เจ้าคงรู้ว่าจะจัดการเช่นไรกระมัง?”
ผู้อาวุโสสี่รู้สึกซาบซึ้งใจราวกับได้เกิดใหม่อย่างไรอย่างนั้น “ขอบพระทัยไท่ซ่างหวงที่ไม่สังหารกระหม่อม วันหน้าจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกเป็นแน่ พวกกระหม่อมจะจับตัวผู้อาวุโสห้าและนำยาอายุวัฒนะกลับมาให้ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
นำกลับมา? อืม บางทีอาจพิจารณานำคนทรยศผู้นั้นไปต้ม หากกินเนื้อของเขาจะได้รับผลของยาอายุวัฒนะหรือไม่? ไท่ซ่างหวงแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง ผู้อาวุโสสี่รีบลุกขึ้น “กระหม่อมทูลลา กระหม่อมทูลลา…”
ชานกงกงที่เฝ้าอยู่ด้านนอกคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ กระทั่งผู้อาวุโสสี่จากไป ด้านในจึงมีเสียงดังกึกๆ เขายกชายอาภรณ์เดินเข้าไปโดยพลัน พบหยกก้อนกลมสองลูกกลิ้งอยู่บนพื้นจึงก้มเก็บอย่างระมัดระวัง
ไม่ต้องคิดก็ทราบว่ายามนี้ไท่ซ่างหวงอยู่ในอารมณ์เช่นไร ความผิดหวังจากความล้มเหลว ความโกรธเกรี้ยวจากการที่พระราชอำนาจถูกเหยียบย่ำ หลายปีมานี้เพื่อยาอายุวัฒนะ ไท่ซ่างหวงมอบของให้ตระกูลอู่ไปไม่น้อย เดิมทีคิดว่าเส้นทางแห่งเซียนอยู่เบื้องหน้า คิดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสห้ากลับเจ้าเล่ห์มากแผนการ นำยาสวรรค์ไปใช้กับตนเอง เรื่องเช่นนี้จะอดกลั้นได้อย่างไร
ไท่ซ่างหวงคงรู้สึกว่าตนถูกหลอกใช้
นับเป็นเรื่องน่าขันจริงๆ ตนที่รู้จักเพียงหลอกใช้ผู้อื่นมาโดยตลอด ถึงเวลาถูกผู้อื่นวางแผนใส่ตั้งแต่ยามใด ชานกงกงสัมผัสได้ว่าไท่ซ่างหวงจะต้องคิดว่าตนถูกตระกูลอู่ล้อเล่นมานานหลายปีเป็นแน่! เดิมทีตระกูลอู่คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในมือของเขา แต่ตอนนี้ไม่เพียงถูกอาวุธนี้ทิ่มตำ ทั้งยังทำให้เขาได้รับความอัปยศครั้งใหญ่อีกด้วย!
เสียงหายใจหลังฉากกั้นลมฟื้นคืนสู่ความสงบนิ่งอีกครั้ง ชานกงกงได้รับสัญญาณจึงเดินเข้าไป “ไท่ซ่างหวงทรงมีสิ่งใดจะรับสั่ง?”
“ไป เรียกตัวกงซุนซูมา”
อะไรนะ?! ในดวงตาของชานกงกงสว่างวาบ อดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือนประโยคหนึ่ง “เกรงว่าฝ่าบาทคงไม่ยอมรับ…”
“กล่าวไปว่าเจิ้นต้องการพบหลานสะใภ้สักครั้ง”
…