Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 877 พระมหากรุณาธิคุณอันมากล้น

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 30 ตอนที่ 877 พระมหากรุณาธิคุณอันมากล้น
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 30 ตอนที่ 877 พระมหากรุณาธิคุณอันมากล้น

พระราชวังแห่งแคว้นเหลียน ภายในห้องทรงอักษร

“คุณหนูกงซุนกลับมาอย่างปลอดภัย คราวนี้นับว่าสร้างผลงานครั้งใหญ่อีกแล้ว” ในที่สุดอารมณ์กดดันที่มีมาหลายวันก็ถูกปลดเปลื้อง พระพักตร์ของจักรพรรดิเหลียนปรากฏรอยสรวลที่ไม่ได้เห็นมานาน

อย่างไรก็ตามบนใบหน้าของเฟิ่งหลิงกลับไม่มีความผ่อนคลายมากนัก “คราวนี้ตระกูลอู่สูญเสียครั้งใหญ่ เชื่อว่าอีกไม่นานพระอัยกาต้องเคลื่อนไหวเป็นแน่”

เมื่อกล่าวถึงไท่ซ่างหวง จักรพรรดิเหลียนอดไม่ได้ที่จะสรวลออกมา “คราวนี้นับว่าเขาพ่ายแพ้แล้ว! สุนัขที่เลี้ยงมากับมือกลับแว้งกัดเจ้าของ เจิ้นจินตนาการได้เลยว่าเขาจะมีท่าทีเช่นไร ไม่ทราบว่าจะมีสีสันเพียงใด!” กล่าวไปกล่าวมา หากมิใช่ว่าพระองค์และตระกูลอู่ไม่อาจยืนร่วมโลกกันได้คงจะประทานรางวัลให้ผู้อาวุโสท่านนั้นอย่างดีเป็นแน่ อย่างไรก็ตาม จักรพรรดิเหลียนยังไม่เคยเห็นไท่ซ่างหวงได้รับความลำบากเพียงนี้มาก่อน

สายตาของเฟิ่งหลิงหยุดอยู่บนจดหมายข้างพระหัตถ์จักรพรรดิเหลียน ลายมือบนนั้นทำให้เขาดวงตาสว่างวาบ “เรื่องขุนนางขนส่งเกลือ…เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ความสุขของจักรพรรดิเหลียนพลันเลือนหาย แค่นเสียงออกมาครั้งหนึ่ง “ช่วงที่เจ้าไม่อยู่ อวี้เอ๋อร์ก็มิได้อยู่ว่างเช่นกัน”

ก่อนหน้านี้เฟิ่งหลิงใช้แผนซ้อนแผน ให้ขุนนางขนส่งเกลือมอบตำแหน่งคลังเกลือเท็จไปให้หวงฝู่อวี้ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้คลังเกลือเหล่านี้ถึงกับถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ด้วยความบังเอิญเป็นอย่างยิ่ง โชคดีวางถุงเกลือเอาไว้ใช้ตบตาจำนวนน้อย ที่เหลือทั้งหมดล้วนเป็นวัชพืช หลังจากเกิดเพลิงไหม้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่าน ไม่มีอะไรเหลือ ไม่นานแต่ละพื้นที่ก็มีข่าวลือเรื่องขาดแคลนเกลือทางการขึ้นมา ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวไปหลายวัน

หลังจากนั้นจึงมีการค้าเกลือราคาสูงเป็นการส่วนตัวเกิดขึ้นหลายแห่ง โชคดีที่จักรพรรดิเหลียนส่งขุนนางเกลือไปสยบข่าวลือได้ทันเวลา จึงทำให้ผู้มีใจคิดไม่ซื่อมิอาจหาผลกำไรจำนวนมากจากความว่างเปล่าไปได้

อย่างไรก็ตาม เพราะเรื่องนี้จักรพรรดิเหลียนจึงส่งคนไปตรวจสอบแหล่งค้าเกลือเหล่านั้น สุดท้ายจึงพบว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาถึงกับเป็นเจ้านายคนเดียวกัน นั่นก็คือหวงฝู่อวี้

“หรือว่า…น้องรองต้องการดักปล้นบนเส้นทางขนส่งเกลือ?”

“เขาปล้นไปแล้ว ทว่าก็ได้ไปเพียงวัชพืชจำนวนมากเท่านั้น” จักรพรรดิเหลียนคิดไม่ถึงว่าหวงฝู่อวี้จะมีความกล้าบงการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปลอมตัวเป็นโจรภูเขาไปดักปล้นกองกำลังขนส่งเกลือของทางการบนเส้นทางหลัก เขาถึงกับแตะต้องรากฐานแห่งแคว้นจริงๆ! เกลือราคาสูงทำให้รวบรวมเงินทุนได้มาก ไม่ต้องคิดก็ทราบจุดประสงค์ของเขา “เขาต้องการตำแหน่งนี้ ยังเร็วไปหลายปี”

เฟิ่งหลิงไม่ได้พูดอะไรและไม่คิดสอดปากสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ หวงฝู่อวี้จะมีจุดจบอย่างไรนั้น ความจริงทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเขาเอง อย่างไรก็ตามเฟิ่งหลิงเข้าใจดี จักรพรรดิเหลียนไม่คิดสืบทอดตำแหน่งให้ผู้ที่ไม่เลือกวิธีการเช่นนี้แน่

เมื่อเดินออกมาจากห้องทรงอักษร เฟิ่งหลิงก็เดินตรงไปยังตำหนักขององค์ชายแปด

“ระยะนี้เหตุใดจึงไม่เห็นเสด็จพี่ใหญ่มาหาเจ้าเลย?” ภายในสวนบุปผา หวงฝู่หลินถามขึ้นประโยคหนึ่งคล้ายไม่ตั้งใจ หวงฝู่รุ่ยที่กำลังฝึกเขียนตัวอักษรเบนสายตาขึ้นโดยพลัน “เสด็จพี่ใหญ่มีงานมากมาย ทว่าอีกไม่กี่วันคงมาทดสอบผลการเรียนของรุ่ยเอ๋อร์แล้ว”

“ฮ่าๆ อิจฉาน้องแปดจริงๆ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเสด็จพี่ใหญ่เช่นนี้” หวงฝู่หลินถึงกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างหาได้ยาก คำพูดของเขาทำให้มือของหวงฝู่รุ่ยชะงักไป “เสด็จพี่สามคิดว่าความสัมพันธ์ของรุ่ยเอ๋อร์กับเสด็จพี่ใหญ่ดีหรือ?”

อีกฝ่ายมีท่าทีเข้าใจกระจ่าง หวงฝู่หลินส่ายศีรษะเล็กน้อย “หรือเจ้าเคยเห็นองค์ชายองค์ใดพูดคุยกับเสด็จพี่ใหญ่มากกว่าสองสามประโยค?”

ไม่มีจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้มี ทว่ากระทั่งเสด็จพี่ห้าก็ไม่เคยถามไถ่ผลการเรียนของตน

หวงฝู่รุ่ยพลันเกิดความรู้สึกยินดีจนบรรยายไม่ถูก บนใบหน้าเผยรอยยิ้มยินดีออกมาอย่างยากจะควบคุม

ระยะนี้ไม่เห็นเงาร่างของเสด็จพี่ใหญ่ในพระราชวัง เดิมทีคิดมาสืบข่าวอันใดจากหวงฝู่รุ่ย ไม่นึกว่าเขารู้น้อยกว่าตนเสียอีก หวงฝู่หลินพลันรู้สึกหมดความสนใจ ลุกขึ้นยืนโดยพลัน “ข้าไม่รบกวนการฝึกเขียนอักษรของเจ้าแล้ว วันหน้าจะนำขนมฝูหรงที่เจ้าชอบกินมาให้”

“จริงหรือ? ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ขนมฝูหลงที่เสด็จพี่สามนำมา อร่อยกว่าที่ห้องครัวส่งมาให้เสียอีก”

เมื่อเห็นใบหน้าไร้เดียงสาเช่นนั้น หวงฝู่หลินกลับรู้สึกเห็นใจอยู่บ้าง นี่ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา องค์ชายที่ไม่ได้รับความโปรดปราน ของที่ได้รับย่อมค่อนข้างด้อย หากเสด็จพี่ใหญ่ส่งขนมกุ้ยฮวามาให้ เขาจะต้องพบว่ารสชาติดียิ่งกว่าที่ตนส่งมาเป็นแน่

กำลังคิดจะสาวเท้าเดินจากไป หวงฝู่รุ่ยกลับเอ่ยปาก “เสด็จพี่สาม…ขอบคุณ ขอบคุณมากเสด็จพี่สาม”

หวงฝู่หลินมองไปยังใบหน้าเขินอายของเขา ครู่หนึ่งจึงตอบรับเสียงเบา

“นั่นมิใช่องค์ชายสามหรือ?”

ขันทีน้อยที่อยู่ด้านหลังเฟิ่งหลิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากด้วยความแปลกใจ เงยหน้าขึ้นมอง เห็นหวงฝู่หลินเดินออกมาจากประตูตำหนักจริงดังคาด

เขามิได้สังเกตุเห็นเฟิ่งหลิงที่อยู่ไกลออกไป หยุดยืนอยู่บริเวณประตูตำหนัก มองไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงสะบัดชายอาภรณ์เดินจากไป

เฟิ่งหลิงใคร่ครวญครู่หนึ่ง จนกระทั่งบุรุษผู้นั้นหายไปจึงก้าวเข้าสู่ตำหนักของหวงฝู่รุ่ย

ขณะนี้ หวงฝู่รุ่ยที่อยู่ในศาลาคัดอักษรเสร็จไปแล้วหน้าหนึ่ง กำลังจะหยิบมากางออก กลับมีสายลมระลอกหนึ่งพัดสมุดคัดอักษรในมือของเขาออกไป “อา…”

สมุดคัดอักษรหล่นลงข้างเท้าผู้มาเยือน หวงฝู่รุ่ยร่างกายแข็งทื่อ “เสด็จพี่ใหญ่…” เขาคิดจะหยุดก็ไม่ทันเสียแล้ว เฟิ่งหลิงก้มตัวลงเก็บ ดูคร่าวๆ รอบหนึ่ง เสียงร้องเจือความบีบบังคับของผู้เยาว์ที่อยู่ตรงข้ามพลันดังขึ้น “เสด็จพี่อย่าดู! นั่น นั่นเป็นอักษรที่รุ่ยเอ๋อร์คัดไปตามใจในยามว่างเท่านั้น…”

ตัวอักษรน่าเกลียดเพียงนั้น จะเข้าตาเสด็จพี่ใหญ่ได้อย่างไร จะต้องถูกหัวเราะเยาะแน่นอนกระมัง?

“งดงามเรียบร้อย มีความอ่อนนุ่มในความหนักแน่น หากฝึกต่อไปจะต้องเป็นตัวอักษรที่ดีแน่นอน”

อะไรนะ? หวงฝู่รุ่ยคิดไม่ถึงว่าลายมือเด็กน้อยของตนจะถูกเฟิ่งหลิงชมเชย ยังไม่ทันได้สติกลับมา เฟิ่งหลิงก็เดินเข้าไปในศาลาแล้ว หยิบตำราทหารที่เปิดวางอยู่ด้านข้างขึ้นมา

รุ่ยเอ๋อร์กำลังคัดอักษร เช่นนั้นผู้ที่อ่านตำราย่อมมิใช่เขา

“น้องแปดสนิทสนมกับน้องสามตั้งแต่เมื่อใด?”

เดิมทีหวงฝู่รุ่ยยังคงจมอยู่ในความยินดี ยามนี้ถึงค่อยได้สติกลับมา “เสด็จพี่สามหรือ? ระยะนี้เขามักจะมาสนทนาเป็นเพื่อนรุ่ยเอ๋อร์บ่อยๆ คราวหน้าเสด็จพี่ใหญ่จะมาด้วยกันหรือไม่?” อย่างไรก็ตาม ชั่วขณะต่อมาหวงฝู่รุ่ยกลับสัมผัสได้ว่าตนเองกล่าวผิดไปแล้ว

ไม่เลว ยังรู้จักสังเกตสีหน้า เฟิ่งหลิงแย้มยิ้มเล็กน้อย หวงฝู่รุ่ยมีนิสัยไร้เดียงสาบริสุทธิ์ แต่มิใช่โง่เขลาเพียงนั้น รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับหวงฝู่หลินมิได้เหมือนพี่น้องธรรมดา

“เสด็จพี่คิดว่า…คิดว่ารุ่ยเอ๋อร์ทำผิดหรือ?” เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่ใกล้ชิดกับเสด็จพี่คนอื่นๆ จะถูกตำหนิจากเสด็จพี่ห้าหวงฝู่เซียว

“รุ่ยเอ๋อร์ทำอะไรผิดหรือ?” เฟิ่งหลิงถามกลับประโยคหนึ่ง หวงฝู่รุ่ยกลับไม่ทราบว่าควรจะกล่าวเช่นไรดี

บุรุษรูปงามหัวเราะเบาๆ “รุ่ยเอ๋อร์โตแล้ว รู้ว่าควรจะเป็นสหายกับผู้ใด” เขามิได้ขัดขวางเนื่องจากวันหน้าเรื่องการมองคนและการใช้คนเป็นสิ่งที่หวงฝู่รุ่ยต้องเรียนรู้มากที่สุด ต่อให้ในระหว่างการเติบโตจะต้องพบกับการหลอกลวงและการหลอกใช้ ทว่านี่ก็เพื่อเป็นการสั่งสมประสบการณ์อันหายากให้แก่เขา

ขณะนี้เอง ขันทีน้อยที่อยู่ด้านนอกวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเฟิ่งหลิง

สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป “รุ่ยเอ๋อร์ วันนี้ยังไม่ทดสอบผลการเรียนของเจ้า เสด็จพี่ใหญ่มีเรื่องต้องทำ ขอตัวก่อน”

หวงฝู่รุ่ยยังมิทันกล่าวคำใดก็เห็นเงาร่างสูงโปร่งเดินหายไปจากสายตาโดยไม่หันกลับมามอง เขาค่อยๆ หยิบสมุดคัดอักษรที่ถูกเฟิ่งหลิงชมเชยเมื่อครู่นี้ขึ้นมา รู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรงอีกครั้ง

…

กลุ่มคนที่หาได้ยากยิ่งปรากฏตัวภายในจวนแม่ทัพกงซุน

ชานกงกงผู้มีใบหน้าเปี่ยมเมตตาแย้มยิ้มยืนอยู่ในห้องโถง เพียงไม่นานแม่ทัพกงซุนก็ปรากฏตัวบริเวณประตูด้วยบรรยากาศดุดัน

พ่อบ้านชราไม่เคยพบชานกงกงคนนี้มาก่อน ไม่ทราบว่าเขาเป็นคนสนิทข้างกายไท่ซ่างหวง เพียงแต่เมื่อครู่มีเกี้ยวหลังหนึ่งหยุดอยู่นอกจวนแม่ทัพ ขันทีผู้หนึ่งเดินออกมา กล่าวว่าต้องการพบคุณหนู พ่อบ้านชราจึงรีบให้คนไปแจ้งท่านแม่ทัพแล้วเชิญคนเข้ามาในจวน

อย่างไรก็ตาม เมื่อแม่ทัพกงซุนเห็นคนกลับเอ่ยปากอย่างดุดัน “พ่อบ้าน วันหน้าไม่อนุญาตให้พาคนมีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเข้าจวน!”

ที่มาที่ไปไม่ชัดเจน…หรือท่านนี้มิได้มาจากในวัง?

ชานกงกงก็มิได้โกรธ เขารู้ว่าแม่ทัพกงซุนท่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องไร้เหตุผล เขาหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพไม่รู้จักบ่าวนับว่าเป็นเรื่องปกติ บ่าวได้รับพระบัญชามาจากไท่ซ่างหวง ให้มาเชิญคุณหนูกงซุน…”

คำพูดยังไม่ทันจบ แม่ทัพกงซุนกลับถลึงตาใส่ “คุณหนูไม่อยู่!”

“ไม่อยู่?”

“ซูเอ๋อร์ของข้าถูกผู้อาวุโสตระกูลอู่ลักพาตัวไป ทำไม ชานกงกงมิใช่คนข้างกายไท่ซ่างหวงหรอกหรือ เรื่องนี้ไม่รู้หรือไร?”

ชานกงกงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นฟังเจตนาในคำพูดอีกฝ่ายไม่ออก “บ่าวได้ยินว่าคุณหนูกงซุนกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว”

“ได้ยินผู้ใดกล่าวมา? ผู้ใดพูดจาเหลวไหลกัน!” แม่ทัพกงซุนโบกมือครั้งหนึ่ง มีท่าทีไม่ยอมรับชัดเจน

ชานกงกงไม่ได้พบกับคนน่าโมโหเช่นนี้นานแล้ว เขาพยายามอดทนแย้มยิ้มออกมา “ท่านแม่ทัพกงซุน ไท่ซ่างหวงต้องการพบหลานสะใภ้ในอนาคต นี่นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันมากล้นแล้ว” ทุกคนต่างทราบดีว่าไท่ซ่างหวงคัดค้านการแต่งงานในคราวนี้ ตอนนี้กล่าวออกมาเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าเปลี่ยนความคิดแล้ว ได้รับการยอมรับจากไท่ซ่างหวง มิใช่พระมหากรุณาธิคุณอันมากล้นแล้วจะเป็นอะไร?

“จะเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันมากล้นมากเพียงใดก็ต้องรอให้ซูเอ๋อร์ของข้ากลับมาก่อนจึงจะพาตัวไปได้!”

เมื่อได้ยินชื่อไท่ซ่างหวง แม่ทัพเบื้องหน้าก็มิได้ผ่อนคลายแม้แต่น้อย ชานกงกงรู้ว่าเขาคุมกำลังทหารอยู่ในมือ แต่กลับไม่คิดว่าจะยโสโอหังจนถึงขั้นนี้ “แม่ทัพกงซุน ท่านต้องรีบเสียหน่อย วันหน้าคุณหนูกงซุนจะกลายเป็นพระชายาองค์ชาย เป็นครอบครัวเดียวกับไท่ซ่างหวง อย่าได้ทำลายไมตรีในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เป็นอันขาด”

“ไมตรี? ฮ่าๆๆๆ…” แม่ทัพกงซุนราวกับได้ยินเรื่องน่าขันคับฟ้า ไม่ไว้หน้าชานกงกงแม้แต่น้อย “เด็กๆ นำไมตรีของชานกงกงออกไปให้แม่ทัพเช่นข้าเสีย!”

“แม่ทัพกงซุน…” ชานกงกงชะงัก มีองครักษ์หลายคนปรากฏตัวเบื้องหน้าเขา “ไม่จำเป็นต้องเชิญ ข้าเดินเองได้ หวังเพียงว่าเมื่อถึงเวลานั้น แม่ทัพกงซุนจะไม่เสียใจภายหลัง”

บุรุษร่างกำยำถลึงตากลับไปโดยพลัน “หากยังไม่ไปอีก ไม่ทราบว่าผู้ที่เสียใจจะเป็นผู้ใดกันแน่!”

ในดวงตาของชานกงกงมีประกายเย็นยะเยือกไหลผ่าน จากนั้นจึงหัวเราะเบาๆ สะบัดไม้ปัดฝุ่นเดินจากไปก้าวใหญ่ เดิมทีคิดว่าจะมารับตัวคนไปจากจวนแม่ทัพก่อนจักรพรรดิเหลียนทรงทราบ ไหนเลยจะรู้ว่าแม่ทัพกงซุนท่านนี้ถึงกับไม่รู้จักแยกแยะ! หากไท่ซ่างหวงทรงทราบ วันหน้าเขาต้องได้รับผลเป็นแน่!

“คนไปแล้วหรือ?”

พ่อบ้านชราพยักหน้าอย่างกังวล “ไปแล้วขอรับ ไปแล้ว”คนผู้นั้นถึงกับเป็นชานกงกงเชียว เขาเองก็เคยได้ยินมาก่อน เกรงว่าทั่วทั้งราชสำนักคงมีเพียงไม่กี่คนที่กล้าล่วงเกินขันทีชราผู้นี้

แม่ทัพกงซุนสูดหายใจลึก รีบเก็บสีหน้าเดินมุ่งไปยังเรือนของอวิ๋นซู

“ไท่ซ่างหวงส่งคนมารับตัวเจ้า ถูกพ่อไล่กลับไปแล้ว! เมื่อครู่ส่งนกพิราบสื่อสารไปแจ้งองค์ชายใหญ่แล้วด้วย เชื่อว่าอีกไม่นานคงคิดหาวิธีได้” แม่ทัพกงซุนย่อมเข้าใจถึงผลดีผลเสียในนั้น ทว่าเขาไม่อาจปล่อยให้อวิ๋นซูถูกคนพาตัวไปจากจวนแม่ทัพเป็นอันขาด เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าไท่ซ่างหวงจะถึงกับส่งคนมาแย่งคนอย่างเปิดเผยเช่นนี้

“บางทีคราวนี้เขาคงต้องการขอร้องคุณหนู” บริเวณประตูปรากฏเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่ง อวิ๋นมู่ยืนอยู่บริเวณนั้นตั้งแต่ยามใดก็มิอาจทราบ คำพูดของเขาทำให้แม่ทัพกงซุนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “นี่หมายความว่าอย่างไร?”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 30 ตอนที่ 877 พระมหากรุณาธิคุณอันมากล้น"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024
novelpdf01ba7bf3a
เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง
10/09/2025
6192208aBy6WoSao
เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]
30/11/2025
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.