หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 886 ร่างกายมีปัญหา
เล่มที่ 30 ตอนที่ 886 ร่างกายมีปัญหา
“คุณหนูกงซุน? ไม่ทราบว่าคุณหนูกงซุนท่านนี้มีนามอันไพเราะว่าอะไร? นางกับองค์ชายใหญ่รู้จักกันได้อย่างไรหรือ?”
โต๊ะด้านข้างเป็นบุรุษผู้มีบรรยากาศไม่ธรรมดาผู้หนึ่ง ทั้งสองที่นั่งอยู่โต๊ะนั้นพากันชะงักไป จากนั้นจึงมองไปยังคนผู้นั้นด้วยสายตาสงสัย “คุณชายไม่รู้จักกระทั่งคุณหนูกงซุนเชียวหรือ? หรือจะมิใช่คนแคว้นเหลียน?” ประโยคนี้เป็นการล้อเล่นไปกว่าครึ่ง แต่กลับทำให้คนนับไม่ถ้วนพากันสนใจ ในนั้นมีไม่น้อยที่แสดงเจตนาอันเป็นศัตรูออกมาโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
เซียวอี้เชินสังหรณ์ใจไม่ดี เขาเกือบลืมไปแล้วว่าแคว้นเหลียนเป็นแคว้นพิเศษที่ไม่ได้ไปมาหาสู่กับแคว้นใด เกรงว่าคงไม่เคยมีคนจากแคว้นอื่นปรากฏตัว กระทั่งพ่อค้าต่างแคว้นก็คงไม่มี
เขาจงใจยิ้มออกมาอย่างสงบ “ข้าเป็นชาวบ้านในภูเขา เพิ่งมาที่เมืองอำเภอครั้งแรก มีอีกหลายเรื่องที่ยังมิเคยได้ยินจริงๆ”
ชาวบ้านในภูเขาหรือ? คนจากชนบททุกวันนี้แต่งตัวภูมิฐานเช่นนี้เชียวหรือ?
เซียวอี้เชินเห็นพวกเขาสงสัยจึงรีบคิดเงินแล้วออกจากโรงน้ำชาไป
“ที่นี่มิอาจอยู่นานได้ รีบหาเมืองใหญ่พักเท้ากันเถิด” คิดไม่ถึงว่าชาวบ้านแคว้นเหลียนจะระมัดระวังตัวสูงเช่นนี้ หากไม่ระวังจะเป็นการเผยฐานะออกไปได้ ดูแล้วตนจะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากถึงจะถูก
กลางดึก องครักษ์เงาที่อยู่ด้านนอกกลับมาแล้ว
“ทูลฝ่าบาท ไปสืบมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ คุณหนูกงซุนท่านนี้คือบุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพกงซุน อย่างไรก็ตามได้ยินว่าหายตัวไปตั้งแต่ยังเล็ก ไม่นานมานี้เพิ่งจะหาตัวพบ คนผู้นี้มีวิชาแพทย์สูงส่ง เป็นคนแรกในรอบไม่กี่ปีที่ถูกจักรพรรดิเหลียนแต่งตั้งให้เป็นหัตถ์เซียน หมั้นหมายกับองค์ชายใหญ่ไว้แล้ว เพียงแต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดนานแล้วจึงยังมิได้แต่งงานให้สำเร็จ คราวนี้ถูกไท่ซ่างหวงของแคว้นเหลียนแต่งตั้งเป็นหมอหลวงประจำราชวงศ์ ลือกันว่าเริ่มจัดเตรียมงานอภิเษกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
บุตรีที่หายตัว เพิ่งหาพบเมื่อไม่นานมานี้? เซียวอี้เชินได้ฟังรู้สึกว่าเวลาสอดคล้องกับช่วงที่อวิ๋นซูหายตัวไป จะมีเรื่องบังเอิญเพียงนี้เชียวหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น มีวิชาแพทย์สูงส่ง…
“ส่งคนไปตรวจสอบที่เมืองหลวงแห่งแคว้นเหลียนให้แน่ชัด จำไว้ อย่าให้ผู้อื่นพบฐานะของพวกเจ้าเป็นอันขาด!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
“ทูลฝ่าบาท กำลังเสริมรวมตัวกันที่กลางภูเขาลึกนอกชายแดนแคว้นเหลียนแล้วพ่ะย่ะค่ะ พร้อมรอรับคำสั่งจากฝ่าบาทแล้ว”
เซียวอี้เชินค่อยๆ มีสีหน้าเคร่งขรึมลง เมื่อมั่นใจว่าอวิ๋นซูอยู่ที่แคว้นเหลียนแล้ว เขาจะรีบใช้ฐานะจักรพรรดิแห่งแคว้นอี้เขียนจดหมายถึงจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนโดยพลัน แคว้นเหลียนปิดแคว้นมาโดยตลอด ทว่าตนกลับล่วงรู้ทางเข้าเส้นทางหนึ่งได้ เชื่อว่าเขาจะต้องหวาดกลัวเป็นแน่ จะอย่างไรหากตนนำทางเข้าออกแห่งแคว้นเหลียนไปป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ แต่ละแคว้นย่อมต้องมีการเคลื่อนไหวทันที เมื่อถึงตอนนั้นแคว้นเหลียนย่อมมิอาจรักษาความสงบสุขได้ตลอดไป
เงื่อนไขของเขาเรียบง่ายมาก ขอเพียงให้ฮองเฮาแห่งแคว้นอี้ของพวกเขากลับไป ให้นางกลับสู่ถิ่นเดิม เช่นนี้ก็มากเพียงพอแล้ว
อย่างไรก็ตาม แคว้นเหลียนมีความสามารถมากน้อยเพียงใดกันแน่ เซียวอี้เชินก็ยังมิแน่ชัด เนื้อชั้นเยี่ยมชิ้นนี้เขาย่อมไม่ปล่อยไปง่ายๆ แน่นอน เมื่อพาอวิ๋นซูกลับไปแล้ว รอให้แคว้นอี้ฟื้นฟูเสียก่อน เขาย่อมฉวยโอกาสเสพสุขกับเนื้อติดมันอันยอดเยี่ยมชิ้นนี้ให้ดี เขาไม่เชื่อว่าแคว้นที่ยามปกติไม่ติดต่อกับแคว้นอื่นจะมีความสามารถยอดเยี่ยมน่าอัศจรรย์อันใด ข่าวลือทั้งหมดเป็นเพียงการบิดเบือนความจริงเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นเขาย่อมสามารถรวมทุกแคว้นมาร่วมแบ่งขนมนี้ด้วยกันได้ เรื่องความสัมพันธ์ทางการทูต เขาเชี่ยวชาญเป็นที่สุด
อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องภายหลัง ก่อนอื่นต้องพาอวิ๋นซูกลับไปเสียก่อน สถานการณ์ของแคว้นอี้มิอาจดูเบาได้
สมควรตาย! เขาเป็นถึงจักรพรรดิแห่งแคว้นอี้ เหตุใดเมื่อสูญเสียฮองเฮาไป ชาวบ้านเหล่านั้นจึงต้องก่อจราจลเช่นนี้ สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ยอมรับความสามารถของตน!
หากคุณหนูกงซุนผู้นั้นคืออวิ๋นซูจริงๆ เซียวอี้เชินรู้สึกอดรนทนไม่ไหว อยากเห็นจริงๆ ว่ายามเมื่อพบตนจะมีท่าทีเช่นไร คิดจะแต่งงานกับผู้อื่นหรือ? ไม่ ตนจะทำให้นางเข้าใจ นางอยู่ย่อมเป็นคนของเขา ตายก็ต้องเป็นผีของเขา!
…
“ทูลไท่ซ่างหวง คนของจักรพรรดิเซียวทำให้ชาวบ้านที่เมืองอำเภอตกใจ ยามนี้ย้ายสถานที่แล้ว มีคนกลับมารายงานว่าหนึ่งในนั้นต้องเป็นจักรพรรดิเซียวแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
อ้อ? ไท่ซ่างหวงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จักรพรรดิเยาว์วัยผู้นี้บุ่มบ่ามเพียงนี้ ถึงกับกล้าบุกเข้ามาในถิ่นของแคว้นเหลียนเชียวหรือ ช่างยโสโอหังจริงๆ อย่างไรก็ตามนี่แสดงให้เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายตัดสินใจว่าต้องการสตรีนางนั้นให้ได้
“เพียงสตรีต่ำต้อยผู้เดียวถึงกับทำให้จักรพรรดิแห่งแคว้นสูญเสียสตินึกคิดเชียวหรือ เจิ้นไม่เข้าใจ”
เขารู้ว่ากงซุนซูมีวิชาแพทย์สูงส่ง แต่ไม่คิดว่าเพียงเท่านี้จะทำให้จักรพรรดิแห่งแคว้นอี้คิดแย่งชิงโดยไม่สนใจว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด นางมีความลับอะไรอยู่อีกกันแน่?
“เผยข้อมูลให้เขาอย่างเหมาะสม ทางที่ดีทำให้เขามาร่วมพิธีอภิเษกของหลานสะใภ้ด้วยตัวเองเสีย”
ดวงตาชานกงกงเปล่งประกายแวววาว แย้มยิ้มเล็กน้อย “บ่าวเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
อีกด้านหนึ่ง ในพระราชวังแห่งแคว้นเหลียน
“ยังไม่มีข่าวของแม่ทัพหลานอีกหรือ?”
“ทูลองค์ชาย แม่ทัพหลานเขา…” ใบหน้าของเฟิ่งหลิงเย็นยะเยือกลงเล็กน้อย “เขาเป็นอะไร?”
บนใบหน้าขององครักษ์เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม “แม่ทัพหลานถูกลอบโจมตีระหว่างทาง ตอนนี้เป็นตายก็ยังไม่ทราบ”
“อะไรนะ?!” เฟิ่งหลิงรีบยืนขึ้นโดยพลัน “นี่มันเกิดขึ้นเมื่อใด? เหตุใดเพิ่งกลับมารายงานตอนนี้!”
องครักษ์รีบคุกเข่าลง “ก่อนหน้านี้กระหม่อมติดต่อแม่ทัพหลานไม่ได้มาโดยตลอด เมื่อวานคนที่ส่งออกไปพบร่องรอยที่เหลืออยู่พอดี จึงค่อยทราบว่า…แม่ทัพหลานถูกลอบโจมตี!”
มือที่อยู่ในแขนเสื้อของเฟิ่งหลิงกำแน่น หลานอวิ๋น…จะต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้! มิเช่นนั้นเขาย่อมไม่อาจสงบใจไปได้ชั่วชีวิต
ภายในจวนแม่ทัพ ในลานเรือนมีกล่องสีแดงวางเรียงจนเต็ม
“ฮ่าๆๆๆ ดี ดี! ติดให้หมด! ตกแต่งให้ดี!” บนระเบียงทางเดินมีเสียงหัวเราะอันเบิกบานหาใดเปรียบของแม่ทัพกงซุนดังก้อง นี่เป็นงานมงคลที่จัดขึ้นครั้งแรกของจวนแม่ทัพ อีกทั้งผู้ที่แต่งงานยังเป็นบุตรีสุดที่รักยิ่งของตน จะต้องเตรียมตัวให้ดี!
พ่อบ้านชราเดินยิ้มเข้ามา “ท่านแม่ทัพขอรับ ในวังส่งชุดแต่งงานมาแล้ว ใช้ขนาดที่คุณหนูเคยวัดไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ให้นางลองดูเสียหน่อยเถิด หากไม่เหมาะสมที่ใดจะส่งกลับไปแก้ไขทันที”
“อ้อ? ชุดแต่งงาน!” แม่ทัพกงซุนดวงตาเป็นประกาย “อยู่ที่ใด ข้าจะนำไปมอบให้ซูเอ๋อร์ด้วยตัวเอง!”
กระโปรงปักลายดิ้นทองถักทอเป็นหางหงส์ยาว เมื่ออยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องราวกับมีหงส์สีทองกำลังสยายปีก ดอกมู่ตานคล้ายเก็บซ่อนคล้ายปรากฏถูกปักไว้สมจริงดูงดงามควรเมือง แขนเสื้อใหญ่กว้างโบกสะบัดไปตามสายลม ชุนเซียงช่วยคลุมชุดให้อวิ๋นซูด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อาภรณ์พลันขับผิวขาวราวหิมะของสตรีนางนั้นจนเด่นชัด ทุกคนรอบด้านได้เห็นอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
ในใจของทุกคนเหลือเพียงความคิดเดียว คุณหนูของตนมีบุคลิกดังที่ฮองเฮาสมควรมีจริงๆ เมื่อสวมใส่อาภรณ์เช่นนี้ราวกับกลายเป็นมารดาแห่งแคว้นที่อยู่เหนือคนนับหมื่นอยู่ใต้คนเพียงคนเดียว แน่นอนว่าคำพูดนี้พวกเขาไม่กล้าพูดออกมา แม้ว่าตอนนี้จะเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่แล้วก็ตาม ทุกคนรู้ว่าจักรพรรดิเหลียนโปรดปรานองค์ชายใหญ่มาก ตำแหน่งจักรพรรดิที่จะสืบทอดให้องค์ชายใหญ่ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้น คุณหนูของพวกเขาย่อมเป็นฮองเฮาแล้ว จากชุดแต่งงานที่ใช้สัญลักษณ์หงส์มาทำขึ้นก็พอจะเห็นได้บ้างแล้ว
“คุณหนู ยังมีมงกุฎหงส์ด้วยเจ้าค่ะ” ชุนเซียงถือมงกุฎหงส์สีทองเปล่งประกายเอาไว้ ทุกคนดวงตาสว่างวาบ รีบกล่าวเร่งคนละประโยคสองประโยคให้นางสวมให้คุณหนูเร็วๆ
ชั่วขณะนั้น อวิ๋นซูรู้สึกเหตุการณ์ดูคุ้นเคยยิ่งนัก ความรู้สึกราวกับถูกกั้นอยู่คนละโลกถาโถมเข้ามาในสมองอีกครั้ง นางเกือบลืมไปแล้วว่าชีวิตที่แล้วตนแต่งงานออกไปด้วยอารมณ์เช่นไร แต่ไหนแต่ไรไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้ตนจะรู้สึกคลุมเครือกับความทรงจำในฐานะบุตรตรีแห่งตระกูลอวิ๋น ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใด นางกลายเป็นหลิ่วอวิ๋นซูไปแล้วจริงๆ และตอนนี้ก็คือกงซุนซูแห่งจวนแม่ทัพ นางราวกับไม่ใช่นางอีกต่อไป ชีวิตของนางมิได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อการแก้แค้นอย่างเดียวอีกต่อไป
ตั้งแต่บุรุษผู้นั้นค่อยๆ เดินเข้ามาในใจ นางก็มิใช่ตนเองอีก ตอนนี้เขายึดครองความคิดทั้งหมดของนางไปแล้ว
นางมิลังเลอีก มิอาจรับประกันได้อีก ทว่าชีวิตนี้นางเชื่อว่าตนจะไม่เสียใจ
“ซูเอ๋อร์…” เสียงของแม่ทัพกงซุนฟังดูเศร้าสร้อยและปลงตก จู่ๆ เขาก็ดึงอวิ๋นซูเข้าสู่อ้อมกอด ไหล่แกร่งสั่นไหวเล็กน้อย
“ท่านแม่ทัพ…” พ่อบ้านชราล้วนเห็นอยู่ในสายตา ลอบเช็ดหางตาเปียกชื้นของตน เขารู้ว่าท่านแม่ทัพอาลัยอาวรณ์บุตรีอันเป็นที่รักยิ่ง
“ท่านพ่อ” ในดวงตาของอวิ๋นซูมีความปลื้มปิติเปล่งประกาย อย่างไรก็ตามในมุมหนึ่งบริเวณไม่ไกล สายตาลึกล้ำคู่หนึ่งจับจ้องภาพนี้เขม็ง ในในเกิดเป็นรสชาตินับร้อยผสานรวม
มือที่อยู่ในแขนเสื้อของอวิ๋นมู่กำแน่น มองดูบุตรีแท้ๆ ของตนคลอเคลียกับบุรุษแปลกหน้าผู้หนึ่งอย่างมีความสุข อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหลากหลาย ชีวิตที่แล้วของนาง เขามองส่งบุตรีแต่งงาน ส่วนชีวิตนี้ของนาง…ไม่ทราบว่าเขาจะมีโอกาสนี้หรือไม่? อย่างไรก็ตาม ไม่นานอวิ๋นมู่ก็ได้สติกลับมาจากความโศกเศร้า ค่อยๆ ก้มหน้าลงใคร่ครวญอย่างล้ำลึก
ไม่ทราบว่าซูเอ๋อร์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายนางหรือไม่?
“ท่านแม่ทัพ!”
ทันใดนั้นองครักษ์นายหนึ่งเดินมาข้างกายแม่ทัพกงซุนด้วยท่าทีเคร่งเครียด บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยน บุรุษร่างกำยำค่อยๆ ปล่อยคนในอ้อมกอด “ดูแลคุณหนูให้ดี หากมีที่ใดไม่เหมาะสมให้บอกพ่อบ้านแล้วส่งกลับไปแก้ไขที่วัง”
“เจ้าค่ะ”
อวิ๋นซูมองสีหน้าองครักษ์ผู้นั้น หรือจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
“ท่านแม่ทัพ เมื่อครู่ผู้คุ้มกันมารายงานว่ามีบุรุษแปลกหน้าสองคนจับตาดูจวนแม่ทัพอยู่ในมุมมืด เพิ่งจากไปเมื่อครู่นี้ขอรับ”
“เหตุใดเพิ่งมารายงานตอนนี้?” แม่ทัพกงซุนขมวดคิ้ว เดิมทีคิดว่าจะได้ร่วมยินดีสักหลายวัน ไม่นึกว่าจะไม่สงบเร็วเพียงนี้ หรือจะเป็นคนของไท่ซ่างหวง?
“ผู้น้อยไม่ทราบจุดประสงค์ของพวกเขา หลังจากพบจึงคิดจะจับเป็น แต่กลับปล่อยให้พวกเขาหนีไปได้”
“หลายวันนี้เพิ่มคนคุ้มกันให้มาก จะต้องคุ้มครองให้งานแต่งงานของคุณหนูผ่านไปอย่างสะดวกราบรื่นให้ได้!”
“ขอรับ!”
เมื่อความครึกครื้นผ่านไป อวิ๋นซูกลับไปที่ห้องด้วยความเหนื่อยล้า มือของนางสัมผัสหน้าผากเบาๆ ระยะนี้นางคล้ายกับเหนื่อยง่ายเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น…มือทั้งสองยังสั่นเป็นบางครั้งอย่างมิอาจควบคุม
บริเวณประตูมีบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่อย่างเงียบงัน เนิ่นนานผ่านไปอวิ๋นซูก็ยังไม่สังเกตุเห็น
ในดวงตาของอวิ๋นมู่เต็มไปด้วยความกังวล เขาค่อยๆ เดินเข้ามา ส่วนอวิ๋นซูราวกับกำลังหลับตาอยู่ ลมหายใจไม่สงบ
เขาคลุมเสื้อคลุมให้อวิ๋นซูอย่างระมัดระวัง กลิ่นอันคุ้นเคยลอยเข้าสู่ความฝันของนาง “ท่านพ่อ…”
อวิ๋นมู่ร่างกายแข็งทื่อ เดิมทีคิดจะชักเท้าเดินจากไป แต่กลับต้องหยุดลง
อยู่ เขาอยู่ที่นี่ นางสัมผัสได้หรือไม่?
“ท่านลุงมู่?”
ไม่ทราบว่าอวิ๋นซูตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด นางเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าบุรุษมีท่าทีคล้ายกำลังใคร่ครวญบางอย่าง ดวงตาของอวิ๋นมู่เปล่งประกาย อ้าปากเล็กน้อย แต่กลับดึงคำพูดของตนกลับไปราวกับหวาดกลัว
“คุณหนูกงซุน ไม่สบายหรือ?”